مشاركة

ชีวิตใหม่

last update تاريخ النشر: 2026-08-09 20:48:04

ลมหนาวเริ่มหอบกระโชกแรง อวิ๋นถิงห่อตัวเล็กน้อย กระชับเสื้อคลุมตัวนอกในขณะที่ถูมือทั้งสองไปมา ดวงตากลมโตทอดมองผู้คนที่เดินไปมา

“แม่นางอวิ๋น นี่ค่าผ้าปักของเจ้า”

ชายชราผู้หนึ่งเดินออกมาจากร้านผ้าด้วยท่าทางใจดี มือหนึ่งส่งเงินให้หญิงสาวร่างเล็กที่นั่งรออยู่ด้านหน้า

อวิ๋นถิงยื่นมือออกไปรับ

“ขอบคุณเถ้าแก่”

“คราวหน้าก็ปักผ้ามามากกว่านี้อีกหน่อยนะ ฝีมือการปักผ้าของเจ้าน่ะดีมาก จนตอนนี้มีแต่คนมาถามหาเป็นของฝากจากเมืองไห่ถังเชียวล่ะ”

“เถ้าแก่ก็กล่าวเกินไป ข้ายังต้องฝึกอีกมาก”

คนฟังหัวเราะฮ่าๆ มองดูใบหน้าขาวนวลที่ปลายจมูกเริ่มแดงก่ำด้วยไอหนาว

“คนเขาลือกันว่าทัพหลวงที่เพิ่งกลับจากสงครามจะผ่านมาทางนี้ อีกไม่นานในตลาดคนจะมาล้อมดูมาก เจ้าจะรอดูก่อนหรือไม่เล่า” กล่าวไปพลางก็ชะเง้อมองดูผู้คนที่เริ่มมากขึ้นในตลาดยามเช้า

คำว่าทัพหลวงทำให้คนฟังชะงักกึก นับตั้งแต่ก้าวออกมากจวนแม่ทัพในวันนั้น นางตัดขาดจากข่าวสารทั้งหมดในเมืองหลวง ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องจ้าวเฟิงเยี่ยน ไม่รู้ว่ากองทัพที่ว่าคราวนี้เขาจะเดินทางมาด้วยหรือไม่

แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็หาได้เกี่ยวข้องกับนางอีก

“หากอยู่นานอีกหน่อยข้าคงจะจับไข้อีก เช่นนั้นข้าก็จะไม่ได้ปักผ้ามาให้ร้านท่านสิ”

นางกล่าวอย่างอารมณ์ดีในขณะที่อีกฝ่ายทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะหัวร่อออกมาเบาๆ

“เช่นนั้นเจ้าก็รีบกลับเถิด รักษาสุขภาพด้วย”

อวิ๋นถิงโค้งลำตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท หลังจากนั้นจึงเดินออกไปจากร้านผ้าอย่างเชื่องช้า ระหว่างทางยังแวะซื้อหมั่นโถวชิ้นหนึ่งด้วยใบหน้าเบิกบาน

ขนม...ที่บุตรชายของนางชอบกิน

นึกถึงบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนแล้วภายในใจก็อุ่นวาบในอก กลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นตามทางท่ามกลางความหนาวพัดมาระลอกแล้วระลอกเล่าทำให้รู้สึกหายใจติดขัดอยู่บ้าง

ท่ามกลางกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่น...ภาพหยดน้ำตาที่ทำให้ดวงตาพร่าเลือนยามเดินออกมาจากจวนแม่ทัพเมื่อห้าปีก่อนยังตราตรึงอยู่ในสมอง วันนั้นคือวันที่นางไม่เหลือใครอย่างแท้จริง

หลังจากตัดสินใจสะบั้นความสัมพันธ์กับจ้าวเฟิงเยี่ยน นางถือใบหย่ากลับไปที่บ้านเดิม ถึงแม้ว่าสองปีหลังบิดาจะมีเพียงจดหมายที่ฝากพ่อค้าเอามาให้โดยมิได้เห็นหน้า แต่นางก็คิดไม่ถึงว่าครอบครัวของนางจะย้ายออกจากเมืองหลวงไปโดยที่นางไม่รู้อะไรเลย!

รวมไปถึงผู้คนระแวกนั้นต่างไม่มีผู้ใดทราบว่าสกุลอวิ๋นย้ายไปที่ไหน

ตอนนั้นเองนางถึงได้ตัดสินใจให้เหมยกั๋วแยกทางกับนางเสีย แต่อีกฝ่ายกลับร้องห่มร้องไห้เพราะอีกฝ่ายเองก็ไร้ญาติมิตร อาศัยในบ้านนางตั้งแต่เด็ก เป็นเช่นนั้นนางจึงยินยอมให้อีกฝ่ายติดตามมาด้วย

ความหวังสุดท้ายที่นางมีก็คือใช้สินเดิมที่นางนำติดตัวออกมาไม่มากนั้นจ้างรถม้าพาตัวเอง เหมยกั๋วและบุตรในครรภ์ของนางเดินทางมาที่เมืองไห่ถัง...เมืองที่นางจำได้เพียงเป็นบ้านเกิดของมารดา คาดหวังว่ามารดาจะพาทุกคนกลับมาใช้ชีวิตที่นี่

แต่นั่นก็เป็นเพียงความหวังอันริบหรี่

ตอนนี้สิ่งที่คอยค้ำจุนจิตใจของนางมีเพียงอวิ๋นเทียนอี้เท่านั้นที่ทำให้นางยืนหยัดอีกครั้ง

อวิ๋นถิงคลี่ยิ้มเล็กน้อยให้กับชะตาชีวิตของตนเองก่อนจะสลัดความคิดในหัวที่ไม่เข้าท่าออกไป ขาทั้งสองสับเท้าก้าวยาวๆ เมื่อเริ่มรู้สึกขนลุกขนชันเพราะความหนาวเหน็บบ้างแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------

“ท่านลุง อี้เอ๋อร์อยากไปดูทางนั้น!”

“อี้เอ๋อร์! เจ้ารอข้าก่อน!”

“ท่านลุง เร็วๆ เข้าสิ”

หวงจื่อเซียงรีบจ่ายเงินซื้อขวดโหลเพื่อหมักสุราขวดหนึ่งอย่างรีบร้อน ทว่าละสายตาไปได้เพียงเสี้ยววินาที ร่างต้วมเตี้ยมในวัยสี่ขวบก็วิ่งหายเข้าไปท่ามกลางฝูงชน

“อี้เอ๋อร์! อวิ๋นเทียนอี้!”

หวงจื่อเซียงตะโกนเรียกเด็กน้อยด้วยใบหน้าที่เริ่มไม่สู้ดีนักเมื่อหางตาข้างหนึ่งมองไม่เห็นเด็กน้อยแล้ว!

“อี้เอ๋อร์ ข้าไม่เล่นด้วยนะ! ขืนยังไม่ออกมา ข้าจะฟ้องแม่ของเจ้าแล้ว!”

หวงจื่อเซียงข่มขู่เพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะกลัว ‘ท่านแม่’ แล้วรีบวิ่งกลับมาเหมือนเคย แต่วันนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเมื่อผู้คนในตลาดต่างพลุกพล่านจนตาลาย ได้ยินว่าวันนี้ทัพหลวงที่ออกรบยาวนานถึงห้าปีได้กำชัยชนะและใช้เมืองไห่ถังเป็นทางผ่านเพื่อกลับเมืองหลวง

อวิ๋นเทียนอี้ คือบุตรชายของ อวิ๋นถิง สตรีรูปโฉมงดงามทว่าร่างกายกลับเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนทั่วไปที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกเจอเมื่อค่ำคืนที่หนาวเย็นจับขั้วหัวใจตั้งแต่ห้าปีก่อน

จำได้ว่าเป็นวันที่เขานำสุราหมักมาส่งให้โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ระหว่างทางกลับมีสตรีผู้หนึ่งตะโกนร้องเรียกขอความช่วยเหลืออยู่ที่ศาลาเล็กๆ กลางทาง

หลังจากพูดคุยจับใจความได้เป็นอันว่าสตรีที่ร้องเสียงดังผู้นั้นคือเหมยกั๋ว น้องสาวบุญธรรมของอวิ๋นถิงที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่พื้น ใบหน้าและเนื้อตัวของนางซีดเซียวคล้ายคนไม่สบายมาแล้วหลายวัน

จำได้ว่าแรกพบนั้นเขาตื่นตะลึงกับรูปโฉมของนางไม่น้อย

นางกำหนังสือหย่าในมือแน่น...และกำลังตั้งครรภ์อีกด้วย!

ทั้งคู่เดินทางมาเพื่อตามหาครอบครัว ทว่ากลับคว้าน้ำเหลว หลังจากพานางไปพบหมอแล้วเขาก็เลยตัดสินใจพานางกลับไปที่บ้านด้วยกัน เกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าพวกนางจะยอมอาศัยอยู่ด้วยกัน

‘ในเมื่อพวกเจ้ายังไม่มีที่ไป เช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่ อย่างไรเสียข้าก็อยู่ที่นี่คนเดียว’

‘จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร พวกข้าเป็นใครท่านก็ไม่รู้จัก’

‘เพราะข้ารู้อย่างไรเล่า ว่าเมื่อตกที่นั่งลำบากและไม่มีที่พึ่งมันรู้สึกอย่างไร อีกอย่างหากเจ้าออกไปเร่ร่อนไม่มีจุดหมาย ทารกในท้องของเจ้าจะไม่ปลอดภัย’

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status