Beranda / รักโบราณ / ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ / ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

Share

ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

last update Tanggal publikasi: 2026-03-02 03:24:07

เช้าวันต่อมา

มู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย

“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้วเจ้าค่ะ”

มารดาโอบกอดนางด้วยความห่วงใย ลูบแผ่นหลังเบา ๆ “แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ไม่เป็นอันใดก็ดีมากแล้วแต่ว่าเมิ่งเซียงบอกว่ายังมีบางสิ่งที่เจ้ายังจำไม่ได้ใช่หรือไม่”

มู่หรงเซียวพยักหน้าตอบไปตามตรง ต่อให้อ่านนิยายจนจำได้ขึ้นใจแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำบรรยายในหนังสือ ป่านนี้แล้วนางยังนึกหน้าหยางเสวี่ยเฟยไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไร เหตุใดบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงได้หลงใหลมากเพียงนั้น

“อย่างน้อยเจ้าจำพ่อกับแม่ได้ก็พอแล้วเซียวเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความโล่งใจ 

หญิงสาวยิ้มให้พวกเขาทั้งสองพลางทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรก น่าแปลกนักที่นางรู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ปกติ ทั้งคำพูด กิริยาท่าทาง ลักษณะนิสัย ไม่มีใครสงสัยเลยว่านางไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง 

หากแต่เจ้าตัวกลับคิดว่า ข้านี่เก่งจริง ๆ สงสัยอ่านนิยายเรื่องนี้หลายครั้งจนจำขึ้นใจแล้วกระมังจึงสวมบทบาทนางร้ายบทจางได้อย่างไม่มีที่ติ 

ครั้นใช้เวลานั่งเล่นพูดคุยกับบิดามารดาตลอดทั้งวันจนหมดแรงจึงขอตัวกลับมาพักผ่อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดว่าจะเอาตัวไม่รอดเสียแล้วพลันคิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แล้วส่ายหน้าทันควัน

เหตุการณ์ตกสระบัวที่ตำหนักองค์หญิงกำลังสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตของมู่หรงเซียว คนที่จะตามมารังควานนางเป็นคนแรกคงหนีไม่พ้นหยางเสวี่ยเฟย

“ข้าจำได้คร่าว ๆ ว่ามู่หรงเซียวถูกใครบางคนผลักตกน้ำ เวลานั้น ใคร ๆ ต่างพูดกันว่าเสิ่นอวี้หลานเป็นคนทำแต่เพราะข้าอ่านนิยายจึงรู้ว่านางไม่ได้ทำ” หญิงสาวพึมพำคนเดียวแล้วครุ่นคิดว่าควรทำอย่างไร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวมบทบาทมู่หรงเซียวหรืออย่างไรจึงมีความทรงจำบางส่วนของนางติดมาด้วย 

ช่วงเวลาที่หญิงสาวกำลังหงายหลังตกน้ำ นางเห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ขององค์หญิงเยว่หลิง รอยยิ้มบางผุดขึ้น สายตามองไปทางเสิ่นอวี้หลานและนางกำนัลที่คอยติดตาม

“องค์หญิงช่างร้ายกาจ คงจะใส่ร้ายเสิ่นอวี้หลานแล้วทำให้มู่หรงเซียวเกลียดนางในคราวเดียว” 

หลังจากคิดไปคิดมาอยู่ครึ่งค่อนคืน มู่หรงเซียวได้ข้อสรุปว่านางคงไม่อาจกล่าวโทษองค์หญิงโดยไม่มีหลักฐานได้ อีกทั้งผู้คนคงไม่เชื่อว่าสตรีสูงศักดิ์จะมาอิจฉาบุตรสาวขุนนางระดับล่างเพราะเรื่องผู้ชาย 

ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวที่จะหลีกหนีจากความสัมพันธ์แสนวุ่นวาย ไม่เกี่ยวข้องกับหยางเสวี่ยเฟยคงทำได้แค่บอกว่านางลื่นล้มตกสระบัวไปเอง

กระนั้น สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม แม้ว่าหญิงสาวจะแก้ข่าวไปอย่างนั้นแต่ข่าวลือก็ยังแพร่สะพัดไม่หยุด

“ข้าบอกไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ทุกคนเข้าใจว่าคุณหนูไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจึงจำใจบอกไปเช่นนั้น ทั้งยังพูดอีกว่าคุณหนูช่างเป็นคนดีจริง ๆ เกือบจมน้ำตายแต่ก็พยายามปกป้องนางผู้นั้นทั้ง ๆ ที่นางเป็นศัตรูหัวใจของคุณหนู” เมิ่งเซียงเล่าข่าวลือที่บรรดาคุณหนูจวนต่าง ๆ พูดถึงเจ้านายในช่วงสองสามวันนี้

“ยากจริง ๆ” เสียงบ่นพึมพำพลางคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะแก้ไขไปได้ง่าย ๆ แต่ดูท่าทางแล้วเนื้อเรื่องในนิยายก็คงดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็นพลางนับเวลาถอยหลัง “อีกสองสามวันข้าคงได้พบหน้าเขาแล้วสินะ”

“ใครหรือเจ้าคะ” สาวใช้รีบถามด้วยความอยากรู้

“รองแม่ทัพหยาง” มู่หรงเซียวส่ายหน้าแล้วกำชับเมิ่งเซียงว่า “หากเขามาขอพบข้า บอกไปว่าข้าไม่สบาย”

“ทำไมล่ะเจ้าคะ คุณหนูไม่อยากพบเขาหรือ ปกติข้าเห็นคุณหนูไปดักเจอเขาใกล้ ๆ จวนสกุลหยางแทบทุกวัน” เมิ่งเซียงเห็นความผิดแปลกไปของเจ้านายจึงถามด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้ดีว่านางรักหยางเสวี่ยเฟยมากแค่ไหน

“เวลานี้ข้าไม่อยากพบหน้าเขาอีกแล้ว” เมื่อเห็นว่าสาวใช้งุนงงมากกว่าเดิมจึงอธิบายให้เข้าใจ “เจ้าก็รู้ว่าข้ารอความรักจากเขามาเนิ่นนานมากแล้ว ทั้งยังทำทุกอย่างเพื่อให้เขารับรักข้า แต่เจ้าก็เห็นไม่ใช่หรือว่าใจของเขามีแค่เสิ่นอวี้หลาน”

“คุณหนู อย่าเพิ่งยอมแพ้สิเจ้าคะ” เมิ่งเซียงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “สักวันหนึ่ง รองแม่ทัพหยางต้องเห็นความดีของคุณหนู”

“เมิ่งเซียงเอ๋ย เจ้าช่างคิดอะไรเหมือนเด็กน้อยนัก คนจะรักต่อให้อยู่เฉย ๆ เขาก็รัก ความดีไม่ได้ทำให้เขารักข้าได้หรอก” นางพูดพลางคิดถึงเรื่องราวในนิยายแล้วสงสารนางร้ายจับใจ พึมพำคนเดียวว่า “นางทำดีกับเขาทั้งชีวิตยังไม่อาจแทรกเข้าไปอยู่ในใจของเขาได้เลย”

“คุณหนูช่างน่าสงสาร…” 

“ข้าตัดใจแล้ว” จู่ ๆ หญิงสาวได้พูดขึ้นด้วยสีหน้าระรื่น “ใต้หล้ากว้างใหญ่ ใช่ว่าจะมีแค่รองแม่ทัพเสียเมื่อไหร่ ครานี้ข้าจะไม่เก็บตัวอยู่แต่ในจวน ไม่แน่ว่าเปิดประตูบานใหญ่ออกไป ข้าอาจจะได้เจอกับบุรุษตรงใจข้า”

“คุณหนูจะตัดใจจากรองแม่ทัพได้เร็วปานนั้นเลยหรือ คุณหนูบอกกับข้าว่าจะรักเพียงแค่เขาตลอดไป” เมิ่งเซียงส่ายหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เจ้านายพูดและคิดว่านางกำลังหลอกตัวเองอยู่

“เมิ่งเซียง ข้าตัดใจจากเขาได้แล้วจริง ๆ” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ การเลิกรักหยางเสวี่ยเฟยง่ายดายปานปอกกล้วยพลันตอบสาวใช้ในใจว่า ข้าทำได้ง่ายก็เพราะข้าไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริงอย่างไรเล่า ก่อนจะเอ่ยชวนคนตรงหน้า “ไปเที่ยวตลาดกันเถอะ ช่วงนี้ข้าอยู่แต่ในจวนจนรู้สึกเบื่อเสียแล้ว”

“แต่ว่าท่านหมอบอกให้คุณหนูพักผ่อนอีกสักสามสี่วัน…”

“เจ้าไม่ไปก็รออยู่ที่จวน ข้าจะไป...” นางไม่พูดเปล่าแต่ลุกขึ้นแล้วถือถุงเงินเดินออกไปข้างนอกทันที

“คุณหนู รอข้าด้วยเจ้าค่ะ คุณหนู!” เจ้าตัวรีบลุกขึ้นวิ่งตามไปติด ๆ 

มู่หรงเซียวตัวปลอมได้เห็นบรรยากาศรื่นเริงรอบตัวก็รู้สึกสดชื่นขึ้น จูงแขนเมิ่งเซียงไปทางโน้นทางนี้ด้วยความสนุกสนานจนเหนื่อยหอบจึงพากันไปนั่งพักที่ชั้นสองของโรงน้ำชา

ดวงตาสีทับทิมมองภาพเบื้องหน้า ไม่คิดฝันว่าจะได้เข้ามาอยู่ในนิยายพลันสะดุดตาบุรุษผู้หนึ่งจึงมองไม่วางตาจนเมิ่งเซียงมองตามไปด้วย

“คุณหนูมองใครอยู่หรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถาม กลั้นยิ้ม เม้มปากแน่นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายกำลังสนใจผู้ใด

มู่หรงเซียวมองบุรุษร่างสูง ผมสีน้ำตาลอ่อนสวมกวานสีเงินมัดเกล้าสูงครึ่งศีรษะแล้วคิดในใจดังเล็กน้อย “หล่อเหลาจริง ๆ”

“ใครหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียงกลั้นหัวเราะ 

“ชายคนนั้นอย่างไรเล่า เห็นไหม... ข้าบอกแล้วว่าเพียงแค่เปิดประตูออกมาข้างนอกก็จะได้เจอบุรุษคนอื่นอีกตั้งมากมาย หนึ่งในนั้นต้องมีคนที่ตรงใจข้าบ้าง” มู่หรงเซียวยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายชุ่มชื่นหัวใจ

“คนที่สวมชุดสีดำที่ยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมหรือเจ้าคะ” 

“อืม… เจ้านี่ช่างรู้ใจข้า มองจากตรงนี้ยังเห็นเลยว่ารูปงามยิ่งนัก” หญิงสาวพูดจบแล้วดื่มน้ำชาไปพลางมองบุรุษผู้นั้นไปพลางก่อนจะสำลักน้ำชาเพราะคำพูดของสาวใช้คนสนิท

“ชายผู้นั้น อย่าบอกนะว่าคุณหนูตกหลุมรักรองแม่ทัพหยางอีกแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียงทำตาปริบ ๆ “คนที่สวมชุดดำผู้นั้น รองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟยนี่เจ้าคะ ไหนว่าจะตัดใจอย่างไรเล่าแต่มองไม่วางตาเช่นนี้ คุณหนูตัดใจไม่ได้อย่างแน่นอน”

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ” มู่หรงเซียวถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าบอกว่าคนที่คุณหนูชมว่ารูปงามหล่อเหลานักหนาคือรองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟยเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างแล้วบอกอีกว่า “คุณหนูจำเรื่องเขาไม่ได้แต่ว่าหัวใจยังจำได้ใช่หรือไม่เจ้าคะถึงได้ตกหลุมรักคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

มู่หรงเซียวส่ายหน้าเรียกสติตนเองยืนกรานกระต่ายขาเดียว “ข้าแค่ชมไม่ได้คิดอะไรเลยจริง ๆ เจ้าอย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นบอกว่าจะตัดใจก็คือตัดให้ขาด ไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วข้าจะหา…”

หญิงสาวรีบคว้าเมิ่งเซียงทรุดตัวหลบใต้โต๊ะทันทีเพราะคนที่กำลังถูกพูดถึงเงยหน้ามองมาทางโรงน้ำชา

“คุณหนู ทำไมไปนั่งใต้โต๊ะเล่า”

“แอบกลับออกไปเงียบ ๆ นะเมิ่งเซียง อย่าให้เขาจับได้” นางไม่อยากปะทะกับหยางเสวี่ยเฟยตอนนี้แต่ไม่ทันการ จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าแรงกดดันมหาศาลกำลังพุ่งเข้าหานางมากขึ้นเรื่อย ๆ

“คุณหนูสกุลมู่หายดีแล้วหรือ” น้ำเสียงที่ถามเหมือนห่วงใยแต่เมื่อฟังดูดี ๆ แล้วคล้ายตำหนิก็ไม่ปาน

หญิงสาวทำเป็นไม่ได้ยินแล้วบอกสาวใช้ว่า “เมิ่งเซียง ข้าหาต่างหูเจอแล้ว รีบกลับจวนกันดีกว่า ท่านพ่อท่านแม่คงรอข้าอยู่แน่ ๆ” พลันลุกขึ้นจูงแขนเมิ่งเซียงหนีออกมา

ทว่า ร่างสูงใหญ่กลับขวางทางเอาไว้ เอ่ยถามอีกครั้ง “เจ้าจะรีบไปที่ใดหรือ”

เมิ่งเซียงมองหน้าชายผู้นั้นสลับกับเจ้านายตัวเองเพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร “คุณหนู รองแม่ทัพกำลังพูดกับคุณหนูอยู่เจ้าค่ะ”

“รองแม่ทัพ ใครกันหรือ” แววตามู่หรงเซียวราวกับไม่รู้จักคนตรงหน้า “เมิ่งเซียง ข้ารู้จักเขาด้วยหรือ”

“เอ่อ คุณหนู…” สาวใช้ทำหน้าแปลกใจที่เจ้านายพูดอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่ก็ยังพูดถึงเขาอยู่เลย

มู่หรงเซียวรู้ว่าเมิ่งเซียงสับสน ทำตัวไม่ถูกจึงแก้สถานการณ์ด้วยการบอกชายหนุ่มว่า “ข้าต้องขอโทษรองแม่ทัพด้วย เจ้าคงจะได้ยินเรื่องของข้ามาบ้างแล้ว ความทรงจำข้าหายไปบางส่วน อาจจะจำไม่ได้ว่าเจ้าเป็นผู้ใด”

“ร้ายแรงเพียงนั้นเลยหรือ” หยางเสวี่ยเฟยถามอีกครั้งด้วยแววตาเย็นชา “เงยหน้ามองข้าให้ชัด ๆ ดีหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่าเราสองคนมีเรื่องต้องสะสาง”

นั่นไง ข้านึกแล้วว่าเขาจะต้องมาพูดเรื่องข่าวลือของข้ากับเสิ่นอวี้หลาน มู่หรงเซียวคิดในใจพลันทำหน้าพะอืดพะอมบอกสาวใช้ข้างกายว่า “เมิ่งเซียง ข้าเวียนหัวอีกแล้ว รู้สึกเหมือนจะเป็นลม รีบพาข้ากลับจวนเถอะ”

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่พูดจบแล้วยืนโงนเงน กุมขมับอยากอาเจียนทันใด ก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าเวลานี้หยางเสวี่ยเฟยกำลังอุ้มตัวเองอยู่

“เจ้าทำอะไร ปล่อยข้าลงนะ” นางดิ้นรนให้หลุดพ้นแต่ต้องรักษากิริยาเพราะแสดงเป็นคนป่วยอยู่ “ข้าเวียนหัว ปล่อยข้าเถอะเจ้าค่ะ”

หยางเสวี่ยเฟยแสยะยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ไม่สบายถึงเพียงนี้ ข้าจะปล่อยไปได้อย่างไรเล่า”

ปล่อยเถอะ ข้าเดินกลับเองได้ นางคิดในใจ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนไร้ความรู้สึกอย่างเขาเลยสักนิด

“แม่ทัพใหญ่คงไม่พอใจหากรู้ว่าข้าไม่ใส่ใจบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา เช่นนั้น... ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนสกุลมู่”

“ไม่ต้อง!” มู่หรงเซียวโพล่งออกมาทันควันแต่รองแม่ทัพไม่ฟังทั้งยังอุ้มนางไปส่งที่จวนอย่างที่พูดไว้ไม่มีผิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 2/2

    “ท่านพ่อ…” หยางเสวี่ยหลิงเอ่ยเรียกบิดาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา “หลับแล้วหรือขอรับ”“ท่านพ่อ หลับจริง ๆ หรือ” หยางเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามอีกคน “ยังเล่านิทานไม่จบเสียหน่อย”“พวกเจ้าอย่ากวนท่านพ่อสิ” หยางเสวี่ยอิงห้ามปรามน้องชายทั้งสองก่อนจะเล่าสิ่งที่บิดาพูดก่อนหน้าต่อ “หญ้าแก้วไพลินน่ะเป็นวัชพืชก็จริงแต่เอาไปทำเป็นก้อนน้ำตาลไว้ตรวจพิษได้ด้วย ท่านพ่อจึงมักพกติดตัวอยู่เสมอ”“อร่อยมากเลยหรือ” เด็กน้อยสองคนถามคำเดียวกัน ก่อนที่พี่ชายคนโตจะหยิบออกมาให้ดูแล้วถามว่า “อยากลองกินหรือไม่”ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องรีบพยักหน้าทันควัน หยางเสวี่ยอิงจึงพึมพำราวกับไม่อยากให้บิดารู้สึกตัว “หากได้กินแล้วจะรีบนอนหรือไม่”“ขอรับ”ครั้นได้ลิ้มรสหวานก็พากันยิ้มกว้างชอบใจยิ่งนัก เปลือกตาจึงค่อย ๆ เผยอปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเล่นทั้งวันจนหมดแรงไปโดยปริยายทั้งสามคนหยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแกล้งหลับ อยากรู้ว่าพี่ชายน้องชายจะทำอย่างไรพลันนับหนึ่งถึงสิบให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิท ก่อนห่มผ้าให้แล้วกลับเข้าไปยังห้องของฮูหยิน“หลับกันหมดแล้วหรือ” มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่ามีไออุ่นใครบางคน

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 1/2

    หยางเสวี่ยเฟยพาครอบครัวไปเมืองเหอผิงเพื่อเยี่ยมแม่ทัพหลี่กับเสิ่นอวี้หลาน แม้ระหว่างทางวุ่นวายเพราะเด็ก ๆ ไปบ้างแต่นับว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอที่จะได้พบกันในรอบสองปีเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาติดภารกิจจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ทันทีที่ลงจากรถม้า หยางเสวี่ยอิงรีบวิ่งไปที่หน้าจวนแล้วทักทายหลี่หมิงฮ่าวกับเสิ่นอวี้หลานโดยไม่รีรอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน“ฟางฮวา เจ้าสบายดีหรือไม่”“อืม…” บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหลี่พยักหน้า ดวงตาสีอำพันเหมือนมารดามองสหายด้วยความคิดถึง พลันน้องชายของนางวิ่งผ่านหน้าไปหาคนที่เหลือ “เอ๊ะ… ฟางหมิง เจ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้มอีก”เด็กหญิงหันมาหาหยางเสวี่ยอิงแล้วรับของขวัญเป็นภาพวาดที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาให้ ส่วนบิดามารดาได้แต่ยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูในมิตรภาพแล้วเดินไปต้อนรับสหายคนสนิทที่รถม้า“เสวี่ยหลิง! เสวี่ยเฟิง!” หลี่ฟางหมิงตะโกนเรียกบุตรชายคนรองและบุตรชายคนที่สามของรองแม่ทัพหยางด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าเด็กชายอายุราวสามขวบที่ยืนอยู่ข้างพวกเขาเป็นใคร “เสิ่นฮ่าวเฉิน น้องของพวกเราอย่างไรเล่า

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 2/2

    “เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 1/2

    มู่หรงเซียวชวนผู้เป็นสามีไปเที่ยวที่หอจันทราเพื่อฟังเสียงบรรเลงกู่ฉินตามเคย หากแต่อีกฝ่ายคิดว่าสถานที่นั้นเหมือนกับหอราตรีในเยว่จวนจึงอิดออดไม่อยากให้ไปสักเท่าใดนัก ก่อนจะรู้ว่าหอจันทราเป็นเพียงสถานที่ให้ความสำราญทั่วไปจึงเบาใจไปบ้างคืนนี้ ภรรยาของเขาจึงแต่งกายเป็นสตรีเหมือนอย่างปกติแล้วรอฟังเพลงกู่ฉินด้วยสีหน้าระรื่นพลันได้ยินจังหวะที่คุ้นเคยจึงหันขวับไปมองต้นเสียงเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกันโดยบังเอิญ “เซียงเซียงหรอกหรือ”หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสหายของเซี่ยหลานเฟิงที่นั่งข้าง ๆ เข้าใจแล้วว่าเหตุใด บุรุษผู้มีดวงตาสีเทาจึงปักหลักอยู่ต้าหลินนานนัก“เจ้าไปดักทางซ้าย ข้าจะไปดักทางขวา” หลินเพ่ยอินวางจอกเหล้าลง สายตาจ้องแม่นางผู้นั้นไม่วางตาแล้วหันมาหาเสิ่นจื้อเหลียงกับหยางเสวี่ยเฟย “ข้ารบกวนพวกเจ้าได้หรือไม่”“ขอรับ” เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้รู้ว่าเขาจะรบกวนเรื่องใดแต่รับปากไว้ก่อน“อืม” หยางเสวี่ยเฟยเองก็พยักหน้าน้อย ๆ พอคาดเดาเหตุผลของเขาได้“หากเขาหนีมาทางนี้ ได้โปรดช่วยข้าจับเขาด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขอร้อง สีหน้ามีความหวังอย่างยิ่งก่อนจะเริ่มแผนการจับค

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 2/2

    ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็กางแขนรอเก้อเพราะอดกอดผู้เป็นน้องสาว “ฮูหยินของข้า” หยางเสวี่ยเฟยมองหน้าอีกฝ่าย “นางมีสามีแล้ว ไม่ควรใกล้ชิดบุรุษ ผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้”“เฮอะ…” เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก “ใครเล่าจะเข้าใจผิด ทุกคนรู้ว่าข้าสนิทกับคุณหนู ส่วนเจ้าเป็นสามีที่นางรักยิ่ง กลัวหรืออย่างไร…”“เฟิงเกออย่าไปแกล้งเขา” หญิงสาวคนกลางเอ่ยห้ามพี่ชายพลางหันมองสามีตัวเองจึงได้รู้ว่าหัวใจของเขานั้นบอบบางเสียเหลือเกิน จนรู้สึกว่าภาพฝันที่เห็นครานั้นยังคงฝังลึกในใจ“หือ… เจ้าร้องไห้หรือ” ดวงตาของหัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเบิกกว้าง รู้สึกเหมือนพลาดเรื่องบางอย่างไป แต่เมื่อมองไปทางเสิ่นจื้อเหลียงเพื่อถามไถ่ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นกัน“เฟิงเกอ ข้าฝากสองคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็ท่านพ่อท่านแม่รออยู่ที่จวน รีบกลับไปชิมอาหารที่เมิ่งเซียงทำไว้ด้วย พวกข้าสองคนจะกลับช้าหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”พลันควงแขนผู้เป็นสามีเดินแยกไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ลังเลเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง ตลอดทางเดินขึ้นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อผลิบาน นางไม่ปล่อยมือจากคนข้างกายเลยสักนิดเดียวเพราะรู้ว่าเวลานี้ไออุ่นที่แผ่จากฝ่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 1/2

    หลายวันต่อมาสายลมเย็นของวสันตฤดูพัดผ่านต้าหลินเป็นระลอก ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มผลิบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลให้ชาวเมืองรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงสงครามระหว่างแคว้นอันยาวนานสิ้นสุดลง ความสงบสุขจึงหวนกลับคืนมา เทศกาลครั้งนี้จึงมีแต่ความรื่นเริงของผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองกันเจ็ดวันเจ็ดคืน“จื้อเหลียง เจ้านั่งลงดี ๆ ข้าผูกไม่ถนัด” หยางเสวี่ยฮวาพึมพำเพราะคนตรงหน้ามัวแต่หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะถูกใครจับได้“คุณหนู ข้าผูกเองได้ขอรับ แค่คุณหนูปักผ้าผูกผมให้ก็นับว่าซึ้งใจมากแล้ว” เจ้าตัวยิ้มกว้างที่ได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากนาง“ข้าเห็นพี่สะใภ้ผูกให้ท่านพี่นี่ ข้าอยากผูกให้เจ้าด้วย” แม้เด็กใหม่หน่วยซิงอวี่ได้ยินเสียงตุบดังมาจากทางข้างหน้า หากแต่เวลานี้หนีไปไหนไม่ทันแล้ว“ใครอยากผูกอะไรให้ผู้ใดนะ” หยางเสวี่ยเฟยถามคนตรงหน้า แววตาดุปราดมองพร้อมแสยะยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง “ข้ามัดผ้าผูกผมให้จื้อเหลียงอยู่เจ้าค่ะ ท่านพี่มีอันใดหรือจึงมาหาตั้งแต่เช้าตรู่” คนเป็นน้องสาวกลับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เข้าใจความหมายและความรู้สึกในเวลานี้ของพี่ชายเลยสักนิด ความตึงเครียดจึงตกไปอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 8 วางแผนชีวิตใหม่

    ครั้นสมาชิกกลุ่มครบองค์ประชุม มู่หรงเซียวจึงพาเซี่ยหลานเฟิง เสิ่นจื้อเหลียงและเมิ่งเซียงออกไปเที่ยวเล่นในป่าไม่ไกลจากค่ายฝึกแม่ทัพใหญ่แทบทุกวันต่างฝ่ายต่างดวลธนูท้าทายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้น้องเล็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะมีฝีมือพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิมจนหัวหน้าอย่างห

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 7 จับตาดูทุกฝีก้าว

    แม่ทัพใหญ่พักอยู่ที่เยว่จวนได้ไม่นานก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปประจำการที่เมืองต้าหลินตามเดิม เขาเอ่ยถามบุตรสาวว่า “เจ้าไม่คิดกลับไปพร้อมพ่อกับแม่จริงหรือ”มู่หรงเซียวส่ายหน้าเพราะรู้สึกสนุกสนานกับการเที่ยวเล่นในเมืองหลวงจึงอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่ให้หนำใจเสีย

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 6 ขอโทษ

    คืนนั้น มู่หรงเซียวฝันเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ริมศาลาไม่ไกลนัก เขากำลังมองดอกอวี้หลานผลิบานในมือด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ท่ามกลางฝนโปรยปรายไม่ว่านางจะมองออกไปผ่านหน้าต่างเรือนใหญ่ครั้งใดมักเห็นชายคนนั้นนั่งเล่นใต้ต้นอวี้หลานอยู่เสมอ ในใจเศร้าสร้อยรับรู้ได้ว่าเขาคิดถึงเสิ่นอวี้หลานที่จากไปเมื่อหลายปีก่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 5 ยอมรับความผิด

    หยางเสวี่ยเฟยได้ยินอย่างนั้นโกรธเคืองที่นางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย“เจ้าประชดข้าหรือ” เขาเอ่ยถาม “เจ้าไม่เคยยอมรับสักครั้งว่าเป็นคนทำ จำไม่ได้หรือว่าตอนที่เจ้าไม่สบาย นางเป็นคนเอาสมุนไพรไปให้เจ้าดื่มด้วยความเป็นห่วงแต่เจ้ากลับปัดทิ้ง ไม่ยอมดื่มยาจนนางโดนดุ พอครั้งต่อไป นางอุตส่าห์นำก้อนน้ำตาลไปให

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status