Accueil / รักโบราณ / ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ / ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

Share

ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

last update Dernière mise à jour: 2026-03-02 03:24:07

เช้าวันต่อมา

มู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย

“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้วเจ้าค่ะ”

มารดาโอบกอดนางด้วยความห่วงใย ลูบแผ่นหลังเบา ๆ “แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ไม่เป็นอันใดก็ดีมากแล้วแต่ว่าเมิ่งเซียงบอกว่ายังมีบางสิ่งที่เจ้ายังจำไม่ได้ใช่หรือไม่”

มู่หรงเซียวพยักหน้าตอบไปตามตรง ต่อให้อ่านนิยายจนจำได้ขึ้นใจแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำบรรยายในหนังสือ ป่านนี้แล้วนางยังนึกหน้าหยางเสวี่ยเฟยไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไร เหตุใดบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงได้หลงใหลมากเพียงนั้น

“อย่างน้อยเจ้าจำพ่อกับแม่ได้ก็พอแล้วเซียวเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความโล่งใจ 

หญิงสาวยิ้มให้พวกเขาทั้งสองพลางทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรก น่าแปลกนักที่นางรู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ปกติ ทั้งคำพูด กิริยาท่าทาง ลักษณะนิสัย ไม่มีใครสงสัยเลยว่านางไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง 

หากแต่เจ้าตัวกลับคิดว่า ข้านี่เก่งจริง ๆ สงสัยอ่านนิยายเรื่องนี้หลายครั้งจนจำขึ้นใจแล้วกระมังจึงสวมบทบาทนางร้ายบทจางได้อย่างไม่มีที่ติ 

ครั้นใช้เวลานั่งเล่นพูดคุยกับบิดามารดาตลอดทั้งวันจนหมดแรงจึงขอตัวกลับมาพักผ่อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดว่าจะเอาตัวไม่รอดเสียแล้วพลันคิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แล้วส่ายหน้าทันควัน

เหตุการณ์ตกสระบัวที่ตำหนักองค์หญิงกำลังสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตของมู่หรงเซียว คนที่จะตามมารังควานนางเป็นคนแรกคงหนีไม่พ้นหยางเสวี่ยเฟย

“ข้าจำได้คร่าว ๆ ว่ามู่หรงเซียวถูกใครบางคนผลักตกน้ำ เวลานั้น ใคร ๆ ต่างพูดกันว่าเสิ่นอวี้หลานเป็นคนทำแต่เพราะข้าอ่านนิยายจึงรู้ว่านางไม่ได้ทำ” หญิงสาวพึมพำคนเดียวแล้วครุ่นคิดว่าควรทำอย่างไร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวมบทบาทมู่หรงเซียวหรืออย่างไรจึงมีความทรงจำบางส่วนของนางติดมาด้วย 

ช่วงเวลาที่หญิงสาวกำลังหงายหลังตกน้ำ นางเห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ขององค์หญิงเยว่หลิง รอยยิ้มบางผุดขึ้น สายตามองไปทางเสิ่นอวี้หลานและนางกำนัลที่คอยติดตาม

“องค์หญิงช่างร้ายกาจ คงจะใส่ร้ายเสิ่นอวี้หลานแล้วทำให้มู่หรงเซียวเกลียดนางในคราวเดียว” 

หลังจากคิดไปคิดมาอยู่ครึ่งค่อนคืน มู่หรงเซียวได้ข้อสรุปว่านางคงไม่อาจกล่าวโทษองค์หญิงโดยไม่มีหลักฐานได้ อีกทั้งผู้คนคงไม่เชื่อว่าสตรีสูงศักดิ์จะมาอิจฉาบุตรสาวขุนนางระดับล่างเพราะเรื่องผู้ชาย 

ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวที่จะหลีกหนีจากความสัมพันธ์แสนวุ่นวาย ไม่เกี่ยวข้องกับหยางเสวี่ยเฟยคงทำได้แค่บอกว่านางลื่นล้มตกสระบัวไปเอง

กระนั้น สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม แม้ว่าหญิงสาวจะแก้ข่าวไปอย่างนั้นแต่ข่าวลือก็ยังแพร่สะพัดไม่หยุด

“ข้าบอกไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ทุกคนเข้าใจว่าคุณหนูไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจึงจำใจบอกไปเช่นนั้น ทั้งยังพูดอีกว่าคุณหนูช่างเป็นคนดีจริง ๆ เกือบจมน้ำตายแต่ก็พยายามปกป้องนางผู้นั้นทั้ง ๆ ที่นางเป็นศัตรูหัวใจของคุณหนู” เมิ่งเซียงเล่าข่าวลือที่บรรดาคุณหนูจวนต่าง ๆ พูดถึงเจ้านายในช่วงสองสามวันนี้

“ยากจริง ๆ” เสียงบ่นพึมพำพลางคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะแก้ไขไปได้ง่าย ๆ แต่ดูท่าทางแล้วเนื้อเรื่องในนิยายก็คงดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็นพลางนับเวลาถอยหลัง “อีกสองสามวันข้าคงได้พบหน้าเขาแล้วสินะ”

“ใครหรือเจ้าคะ” สาวใช้รีบถามด้วยความอยากรู้

“รองแม่ทัพหยาง” มู่หรงเซียวส่ายหน้าแล้วกำชับเมิ่งเซียงว่า “หากเขามาขอพบข้า บอกไปว่าข้าไม่สบาย”

“ทำไมล่ะเจ้าคะ คุณหนูไม่อยากพบเขาหรือ ปกติข้าเห็นคุณหนูไปดักเจอเขาใกล้ ๆ จวนสกุลหยางแทบทุกวัน” เมิ่งเซียงเห็นความผิดแปลกไปของเจ้านายจึงถามด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้ดีว่านางรักหยางเสวี่ยเฟยมากแค่ไหน

“เวลานี้ข้าไม่อยากพบหน้าเขาอีกแล้ว” เมื่อเห็นว่าสาวใช้งุนงงมากกว่าเดิมจึงอธิบายให้เข้าใจ “เจ้าก็รู้ว่าข้ารอความรักจากเขามาเนิ่นนานมากแล้ว ทั้งยังทำทุกอย่างเพื่อให้เขารับรักข้า แต่เจ้าก็เห็นไม่ใช่หรือว่าใจของเขามีแค่เสิ่นอวี้หลาน”

“คุณหนู อย่าเพิ่งยอมแพ้สิเจ้าคะ” เมิ่งเซียงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “สักวันหนึ่ง รองแม่ทัพหยางต้องเห็นความดีของคุณหนู”

“เมิ่งเซียงเอ๋ย เจ้าช่างคิดอะไรเหมือนเด็กน้อยนัก คนจะรักต่อให้อยู่เฉย ๆ เขาก็รัก ความดีไม่ได้ทำให้เขารักข้าได้หรอก” นางพูดพลางคิดถึงเรื่องราวในนิยายแล้วสงสารนางร้ายจับใจ พึมพำคนเดียวว่า “นางทำดีกับเขาทั้งชีวิตยังไม่อาจแทรกเข้าไปอยู่ในใจของเขาได้เลย”

“คุณหนูช่างน่าสงสาร…” 

“ข้าตัดใจแล้ว” จู่ ๆ หญิงสาวได้พูดขึ้นด้วยสีหน้าระรื่น “ใต้หล้ากว้างใหญ่ ใช่ว่าจะมีแค่รองแม่ทัพเสียเมื่อไหร่ ครานี้ข้าจะไม่เก็บตัวอยู่แต่ในจวน ไม่แน่ว่าเปิดประตูบานใหญ่ออกไป ข้าอาจจะได้เจอกับบุรุษตรงใจข้า”

“คุณหนูจะตัดใจจากรองแม่ทัพได้เร็วปานนั้นเลยหรือ คุณหนูบอกกับข้าว่าจะรักเพียงแค่เขาตลอดไป” เมิ่งเซียงส่ายหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เจ้านายพูดและคิดว่านางกำลังหลอกตัวเองอยู่

“เมิ่งเซียง ข้าตัดใจจากเขาได้แล้วจริง ๆ” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ การเลิกรักหยางเสวี่ยเฟยง่ายดายปานปอกกล้วยพลันตอบสาวใช้ในใจว่า ข้าทำได้ง่ายก็เพราะข้าไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริงอย่างไรเล่า ก่อนจะเอ่ยชวนคนตรงหน้า “ไปเที่ยวตลาดกันเถอะ ช่วงนี้ข้าอยู่แต่ในจวนจนรู้สึกเบื่อเสียแล้ว”

“แต่ว่าท่านหมอบอกให้คุณหนูพักผ่อนอีกสักสามสี่วัน…”

“เจ้าไม่ไปก็รออยู่ที่จวน ข้าจะไป...” นางไม่พูดเปล่าแต่ลุกขึ้นแล้วถือถุงเงินเดินออกไปข้างนอกทันที

“คุณหนู รอข้าด้วยเจ้าค่ะ คุณหนู!” เจ้าตัวรีบลุกขึ้นวิ่งตามไปติด ๆ 

มู่หรงเซียวตัวปลอมได้เห็นบรรยากาศรื่นเริงรอบตัวก็รู้สึกสดชื่นขึ้น จูงแขนเมิ่งเซียงไปทางโน้นทางนี้ด้วยความสนุกสนานจนเหนื่อยหอบจึงพากันไปนั่งพักที่ชั้นสองของโรงน้ำชา

ดวงตาสีทับทิมมองภาพเบื้องหน้า ไม่คิดฝันว่าจะได้เข้ามาอยู่ในนิยายพลันสะดุดตาบุรุษผู้หนึ่งจึงมองไม่วางตาจนเมิ่งเซียงมองตามไปด้วย

“คุณหนูมองใครอยู่หรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถาม กลั้นยิ้ม เม้มปากแน่นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายกำลังสนใจผู้ใด

มู่หรงเซียวมองบุรุษร่างสูง ผมสีน้ำตาลอ่อนสวมกวานสีเงินมัดเกล้าสูงครึ่งศีรษะแล้วคิดในใจดังเล็กน้อย “หล่อเหลาจริง ๆ”

“ใครหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียงกลั้นหัวเราะ 

“ชายคนนั้นอย่างไรเล่า เห็นไหม... ข้าบอกแล้วว่าเพียงแค่เปิดประตูออกมาข้างนอกก็จะได้เจอบุรุษคนอื่นอีกตั้งมากมาย หนึ่งในนั้นต้องมีคนที่ตรงใจข้าบ้าง” มู่หรงเซียวยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายชุ่มชื่นหัวใจ

“คนที่สวมชุดสีดำที่ยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมหรือเจ้าคะ” 

“อืม… เจ้านี่ช่างรู้ใจข้า มองจากตรงนี้ยังเห็นเลยว่ารูปงามยิ่งนัก” หญิงสาวพูดจบแล้วดื่มน้ำชาไปพลางมองบุรุษผู้นั้นไปพลางก่อนจะสำลักน้ำชาเพราะคำพูดของสาวใช้คนสนิท

“ชายผู้นั้น อย่าบอกนะว่าคุณหนูตกหลุมรักรองแม่ทัพหยางอีกแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียงทำตาปริบ ๆ “คนที่สวมชุดดำผู้นั้น รองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟยนี่เจ้าคะ ไหนว่าจะตัดใจอย่างไรเล่าแต่มองไม่วางตาเช่นนี้ คุณหนูตัดใจไม่ได้อย่างแน่นอน”

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ” มู่หรงเซียวถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าบอกว่าคนที่คุณหนูชมว่ารูปงามหล่อเหลานักหนาคือรองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟยเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างแล้วบอกอีกว่า “คุณหนูจำเรื่องเขาไม่ได้แต่ว่าหัวใจยังจำได้ใช่หรือไม่เจ้าคะถึงได้ตกหลุมรักคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

มู่หรงเซียวส่ายหน้าเรียกสติตนเองยืนกรานกระต่ายขาเดียว “ข้าแค่ชมไม่ได้คิดอะไรเลยจริง ๆ เจ้าอย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นบอกว่าจะตัดใจก็คือตัดให้ขาด ไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วข้าจะหา…”

หญิงสาวรีบคว้าเมิ่งเซียงทรุดตัวหลบใต้โต๊ะทันทีเพราะคนที่กำลังถูกพูดถึงเงยหน้ามองมาทางโรงน้ำชา

“คุณหนู ทำไมไปนั่งใต้โต๊ะเล่า”

“แอบกลับออกไปเงียบ ๆ นะเมิ่งเซียง อย่าให้เขาจับได้” นางไม่อยากปะทะกับหยางเสวี่ยเฟยตอนนี้แต่ไม่ทันการ จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าแรงกดดันมหาศาลกำลังพุ่งเข้าหานางมากขึ้นเรื่อย ๆ

“คุณหนูสกุลมู่หายดีแล้วหรือ” น้ำเสียงที่ถามเหมือนห่วงใยแต่เมื่อฟังดูดี ๆ แล้วคล้ายตำหนิก็ไม่ปาน

หญิงสาวทำเป็นไม่ได้ยินแล้วบอกสาวใช้ว่า “เมิ่งเซียง ข้าหาต่างหูเจอแล้ว รีบกลับจวนกันดีกว่า ท่านพ่อท่านแม่คงรอข้าอยู่แน่ ๆ” พลันลุกขึ้นจูงแขนเมิ่งเซียงหนีออกมา

ทว่า ร่างสูงใหญ่กลับขวางทางเอาไว้ เอ่ยถามอีกครั้ง “เจ้าจะรีบไปที่ใดหรือ”

เมิ่งเซียงมองหน้าชายผู้นั้นสลับกับเจ้านายตัวเองเพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร “คุณหนู รองแม่ทัพกำลังพูดกับคุณหนูอยู่เจ้าค่ะ”

“รองแม่ทัพ ใครกันหรือ” แววตามู่หรงเซียวราวกับไม่รู้จักคนตรงหน้า “เมิ่งเซียง ข้ารู้จักเขาด้วยหรือ”

“เอ่อ คุณหนู…” สาวใช้ทำหน้าแปลกใจที่เจ้านายพูดอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่ก็ยังพูดถึงเขาอยู่เลย

มู่หรงเซียวรู้ว่าเมิ่งเซียงสับสน ทำตัวไม่ถูกจึงแก้สถานการณ์ด้วยการบอกชายหนุ่มว่า “ข้าต้องขอโทษรองแม่ทัพด้วย เจ้าคงจะได้ยินเรื่องของข้ามาบ้างแล้ว ความทรงจำข้าหายไปบางส่วน อาจจะจำไม่ได้ว่าเจ้าเป็นผู้ใด”

“ร้ายแรงเพียงนั้นเลยหรือ” หยางเสวี่ยเฟยถามอีกครั้งด้วยแววตาเย็นชา “เงยหน้ามองข้าให้ชัด ๆ ดีหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่าเราสองคนมีเรื่องต้องสะสาง”

นั่นไง ข้านึกแล้วว่าเขาจะต้องมาพูดเรื่องข่าวลือของข้ากับเสิ่นอวี้หลาน มู่หรงเซียวคิดในใจพลันทำหน้าพะอืดพะอมบอกสาวใช้ข้างกายว่า “เมิ่งเซียง ข้าเวียนหัวอีกแล้ว รู้สึกเหมือนจะเป็นลม รีบพาข้ากลับจวนเถอะ”

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่พูดจบแล้วยืนโงนเงน กุมขมับอยากอาเจียนทันใด ก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าเวลานี้หยางเสวี่ยเฟยกำลังอุ้มตัวเองอยู่

“เจ้าทำอะไร ปล่อยข้าลงนะ” นางดิ้นรนให้หลุดพ้นแต่ต้องรักษากิริยาเพราะแสดงเป็นคนป่วยอยู่ “ข้าเวียนหัว ปล่อยข้าเถอะเจ้าค่ะ”

หยางเสวี่ยเฟยแสยะยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ไม่สบายถึงเพียงนี้ ข้าจะปล่อยไปได้อย่างไรเล่า”

ปล่อยเถอะ ข้าเดินกลับเองได้ นางคิดในใจ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนไร้ความรู้สึกอย่างเขาเลยสักนิด

“แม่ทัพใหญ่คงไม่พอใจหากรู้ว่าข้าไม่ใส่ใจบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา เช่นนั้น... ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนสกุลมู่”

“ไม่ต้อง!” มู่หรงเซียวโพล่งออกมาทันควันแต่รองแม่ทัพไม่ฟังทั้งยังอุ้มนางไปส่งที่จวนอย่างที่พูดไว้ไม่มีผิด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 3 เข้าใจผิด

    ไม่นานนัก พวกเขาได้มาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ มู่หลิงอวิ๋นเห็นลูกน้องอุ้มบุตรสาวมาก็นึกกระวนกระวายใจรีบพรวดพราดออกมารับหน้าประตู“เซียวเอ๋อร์ เจ้าไม่สบายหรือ” เขาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปบอกคนใช้ในจวน “ไปตามหมอมาเร็วเข้า”“ท่านพ่อ ข้าแค่เวียนหัวนิดหน่อยเจ้าค่ะ หากได้นอนพักสักงีบ อาการคงจะค่อย ๆ ดีขึ้น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อแต่ไม่วายดิ้นรนอยากออกจากอ้อมกอดหยางเสวี่ยเฟย “รองแม่ทัพ ขอบคุณน้ำใจของเจ้ายิ่งนัก ถึงจวนข้าแล้วเจ้าค่ะ”หากแต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเพราะในใจกำลังคิดว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาและอาการทั้งหมดที่คนเล่าลือว่าความทรงจำบางส่วนขาดหายเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพดวงตาสีทับทิมมึนงงมองเขาเพราะไม่เข้าใจ “จะไปส่งข้าถึงในเรือนหรือเจ้าคะจึงไม่ยอมปล่อย”ครั้นเห็นเขาขยับขาก็รีบมองหน้าบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือทันที“รองแม่ทัพไม่ต้องทำถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ถึงอย่างไรเรือนของคุณหนูก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้าไปคงไม่งามนัก” เซี่ยหลานเฟิง มือขวาแม่ทัพใหญ่ที่อายุเท่าหยางเสวี่ยเ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

    เช้าวันต่อมามู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้วเจ้าค่ะ”มารดาโอบกอดนางด้วยความห่วงใย ลูบแผ่นหลังเบา ๆ “แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ไม่เป็นอันใดก็ดีมากแล้วแต่ว่าเมิ่งเซียงบอกว่ายังมีบางสิ่งที่เจ้ายังจำไม่ได้ใช่หรือไม่”มู่หรงเซียวพยักหน้าตอบไปตามตรง ต่อให้อ่านนิยายจนจำได้ขึ้นใจแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำบรรยายในหนังสือ ป่านนี้แล้วนางยังนึกหน้าหยางเสวี่ยเฟยไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไร เหตุใดบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงได้หลงใหลมากเพียงนั้น“อย่างน้อยเจ้าจำพ่อกับแม่ได้ก็พอแล้วเซียวเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความโล่งใจ หญิงสาวยิ้มให้พวกเขาทั้งสองพลางทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรก น่าแปลกนักที่นางรู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ปกติ ทั้งคำพูด กิริยาท่าทาง ลักษณะนิสัย ไม่มีใครสงสัยเลยว่านางไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 1 วิญญาณฉัน... ร่างใคร

    จื่อเถิงฮวา ตำหนักขององค์หญิงเยว่หลิงกำลังมีงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิเหมือนอย่างทุกปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและสดใสไม่แพ้ดอกจื่อเถิงที่ผลิบานส่งกลิ่นหอมอบอวลในสวนกว้างใหญ่“คุณหนูจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียง สาวใช้วัยสิบหกปีของบุตรสาวสกุลมู่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านาย “อืม… ข้ารู้สึกเวียนหัว” นางตอบอีกฝ่าย สีหน้าอิดโรยเล็กน้อยไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด สายตามองไปยังทางออกแต่เพราะมีผู้คนยืนออกันหนาแน่นจึงเลี่ยงไปทางริมสระน้ำเพื่อที่จะได้กลับจวนเร็วขึ้นกว่าเดิม“คุณหนู ทางนี้…” เมิ่งเซียงยังพูดไม่ทันจบ มัวแต่มองทางข้างหน้าเพื่อพาเจ้านายออกไปโดยเร็ว หันกลับมาอีกทีจึงได้เห็นแต่ร่างบางที่กำลังลอยเคว้งตกสระบัวตู้ม น้ำใสแจ๋วกระจายเป็นวงกว้างในขณะที่ตัวคนพยายามตะเกียกตะกายเพราะว่ายน้ำไม่เป็น“คุณหนู!” สาวใช้ร้องลั่นรีบขอให้คนช่วยแต่บริเวณนั้นกลับมีแต่บุตรสาวขุนนางไฉนจะว่ายน้ำเป็นกัน จึงหยิบท่อนไม้ยาวยื่นไปหาเจ้านายพร้อมตะโกนไม่หยุด “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ!!!”ทว่า เพียงพริบตาเดียว ร่างบางกลับหมดแรงลงดื้อ ๆ เพราะปวดหัวเป็นทุนเดิม สายตาที่มองมายังเมิ่งเซียงราวกับจะบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างไรอย่างนั้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status