Share

บทที่ 1.5

last update publish date: 2026-03-25 15:27:27

อากาศเริ่มหนาวเหน็บเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก ซูเหยียนเล่อส่งบรรดาเด็กๆ กลับบ้านเสร็จก็แต่งตัวให้รัดกุมจากนั้นคว้ามีดกับตะกร้าแบกขึ้นหลัง

นางอยากขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่สักท่อนมาทำราวตากผ้า อันที่มีนางใช้ตากด้านนอก แต่ช่วงหิมะตกจะต้องตากในลานกระท่อม ดังนั้นนางอยากทำอันใหม่ขึ้นมา

มองเห็นเนินเขาดูเหมือนไม่ไกล แต่พอเดินเข้าจริงกลับทำเอาหญิงสาวถึงกับเหนื่อยหอบ ป่าไผ่นี้อยู่ไม่ไกล... ที่บอกไม่ไกลนั่นเพราะความคุ้นชิน สำหรับนาง...มันไกลมาก!!!

ชาวบ้านเดินสวนกับนางสองสามคน หญิงสาวทักทายส่งเสียงทักทาย พวกเขาบอกให้นางระวังรีบไปรีบกลับ เนื่องจากอากาศเย็นมากอีกไม่นานหิมะน่าจะตกแล้ว

ซูเหยียนเล่อรีบเดินจากนั้นตัดไม้ไผ่ที่ต้องการ นางผูกเชือกสำหรับลากไม้ไผ่ลงเขา แต่...หางตากลับเหลือบไปเห็นท่อนขาของคนผู้หนึ่งยื่นออกมาจากพุ่มของดอกหงฮวา

นางตกใจคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้านจึงปราดเข้าไป “ท่านน้าเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ!”

เขา...หน้าตาไม่คุ้นสักนิด เสื้อผ้าที่สวมก็เป็นขนสัตว์ตัดเย็บขึ้น รองเท้าหนังกวางมัดข้อเท้า ผมยาวมัดรวบเป็นหางม้า เชือกที่แขวนคอมีเขี้ยวสัตว์ชนิดหนึ่ง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล

ซูเหยียนเล่อปัดเส้นผมออกจากเสี้ยวหน้าของเขา มองใบหน้าหล่อเหลาแม้ในยามที่ไม่ได้สติ “อื้อหือ...หล่อนะเนี่ย ถ้าอยู่ที่โลกนู้นจะแนะนำให้ไปเป็นดาราเลย”

คิ้วเข้ม ดวงตาปิดสนิทไม่ได้สติ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากบาง แนวกรามคมกริบ ลำคอมีร่องรอยคล้ายเล็บของสตรีที่จิกข่วน?! หรือบางทีนางอาจคิดมากเกินไป... อาจเป็นรอยสัตว์ที่ข่วนเขาเข้า

“นี่...ท่านยังไม่ตายกระมัง”

เขายังมีลมหายใจเพราะหน้าอกยังกระเพื่อมเป็นจังหวะ ชายหนุ่มพยายามลืมตามองนาง “นะ...น้ำ”

ก็นับว่าพูดภาษาเดียวกัน ดังนั้นซูเหยียนเล่อจึงประคองเขาขึ้นนั่ง นำน้ำไปจ่อริมฝีปาก เขาดื่มอย่างตะกละตะกลาม เหลือบมองนางแวบหนึ่ง ทว่าหญิงสาวกลับตกตะลึงเมื่อชักมือที่ช่วยประคองเขากลับมา

ละ...เลือด!!!

ไม่แค่เปื้อนมือและแขนนาง แต่บนพื้นที่เขานอนเลือดแดงฉานส่งกลิ่นคาวคลุ้ง แผ่นหลังของเขาดูเหมือนจะมีแผลลึกมาก

“ท่าน...เดินไหวหรือไม่ หิมะกำลังจะตก”

ปล่อยเอาไว้คงมีแค่ทางตายเท่านั้น เขาไม่มีทางเดินลงเขาไปได้ด้วยตัวเอง ชายหนุ่มส่ายหน้ากลืนน้ำลายจากนั้นมองนาง

สายตาของเขาทำให้นางถอนหายใจ เขาไม่ได้ขอร้องนาง ไม่ได้ส่งเสียง แต่มองนางด้วยสายตาอ้อนวอน

ซูเหยียนเล่อมองสบดวงตาคม ใบหน้าหล่อเหลาล่อลวงนั้นทำให้นางสบถกับตัวเองเบาๆ “เห็นแก่ความหล่อของนาย...”

เห็นคนตายแล้วไม่ช่วยก็ไม่ใช่หญิงสาว ดังนั้นหากจะหาเหตุผลที่ตัวเองช่วยเขา ก็คงเป็นเพราะเขาหล่อเหลานี่ละ!!!

ไม้ไผ่ที่ตัดเอาไว้ถูกทิ้งที่เดิม หญิงสาวเดินไปคว้าไม้ง่ามตัดออกมาแค่พอดียื่นให้เขาถือ “ช่วยตัวเองด้วย ข้าแบกท่านลงเขาไม่ไหวหรอก พร้อมกันนะ หนึ่งสอง สาม!!”

นางให้เขาใช้ไม้ค้ำข้างหนึ่ง ส่วนตัวเองก็ช่วยประคองเขาให้ยืนขึ้น ทุลักทุเลจนเหนื่อยหอบ ในที่สุดก็เดินมาจนถึงครึ่งทาง แต่...หิมะโปรยลงมาแล้ว

“นั่นบ้านของข้า อดทนหน่อยเดินช้าๆ อย่าหยุดเดินเป็นอันขาด”

เสียงหอบของทั้งสองดังประสาน ความเหน็ดเหนื่อย ความหนาวเหน็บกับหิมะที่ตกหนักเรื่อยๆ กระท่อมไม้ไผ่อยู่ข้างหน้าอีกไม่ไกลแล้ว เขาเองก็เดินไปข้างหน้าอย่างอดทน ไม่พูด ไม่ส่งเสียง

เรี่ยวแรงที่มีคล้ายถูกดึงมาใช้จนหมด กระทั่งนางบอกให้นั่งลง เขากลับฟุบลงไปบนแคร่ไม้ไผ่ “นี่!!”

ซูเหยียนเล่ออุทานออกมาด้วยความตกใจ ลมหายใจของเขายังมีอยู่ ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบไปก่อไฟต้มน้ำ ตอนวิ่งกลับมาก็ลอกคราบเขาออก...

จำเป็นจริงๆ เพราะต้องทำแผล นางกระซิบบอกตัวเอง ตาก็เอาแต่เหลือบมองมัดกล้ามหนั่นแน่นของเขาไม่หยุด ชื่นชมว่ารูปร่างของเขาดีมาก ออกกำลังกายอย่างไรจึงสูงใหญ่ทว่าก็ไม่ได้กำยำน่ากลัว มองจากภายนอกเหมือนผอมแห้งด้วยซ้ำ แต่พอถอดเสื้อเขากลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ดูสมส่วน

อะแฮ่ม...กลับมาที่บาดแผลคนเจ็บ!

หญิงสาวใช้น้ำร้อนเช็ดบาดแผลให้เขา แผลที่หลังเลือดออกมาก ล้างแผลเสร็จจำเป็นต้องเย็บ นางไม่เคยหรอกแต่ก็เคยฝึกเย็บผ้ากับท่านป้าหู นางจึง...เย็บแผลที่แผ่นหลังของเขาทั้งแบบนั้น!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.5 จบ

    จวนแม่ทัพเซี่ยแห่งแดนเหนือสร้างเสร็จแล้ว งานมงคลที่เต็มไปด้วยความยินดี ชาวบ้านมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี ท่านลุงและท่านป้าชุยนับเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสพิธีการจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีขันนางชั้นสูง ไม่มีความซับซ้อน ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้นที่คอยชี้แนะ จัดงานแบบชนชาวท้องถิ่นโดยแท้ตอนที่ทุกคนกำลังมองบ่าวสาวไหว้ฟ้าดิน ก็มีคนอัญเชิญราชโองการมาอีกครั้ง “บ่าวสาวรับราชโองการ!”“ด้วยคุณงามความดีของแม่ทัพเซี่ยและฮูหยิน ฝ่าบาททรงมอบหยกมงคลคู่หนึ่งคู่ เงินสองพันตำลึงทอง แพรพรรณจำนวนสิบพับ และ...นามของบุตรในครรภ์ของเซี่ยฮูหยิน หากเป็นบุรุษให้ใช้แซ่เซี่ย นามจิ้นหยวน หากเป็นสตรีแซ่เซี่ย นามจิ่นโซ่ว อีกทั้งยังอนุญาตให้บุตรของแม่ทัพเซี่ยได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวงพร้อมองค์รัชทายาท จบราชโองการ”“บุรุษแซ่หวงผู้เจ้าเล่ห์ ผู้ใดอยากให้บุตรเข้าเรียนสำนักศึกษาหลวงกัน!” ซูเหยียนเล่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ส่งบุตรเข้าเมืองหลวงไปเรียนกับรัชทายาท หากเป็นบุตรชายก็แล้วไป หากเป็นบุตรสาวนี่ไม่ใช่การส่งเนื้อเข้าปากเสื้อหรือไร รับปากนางเสียดิบดีว่าจะไม่บีบบังคับ แล้วนี่อะไร!เซี่ยป๋ออวิ๋นหัวเราะ “เขาเป็นบุตรชายแน่นอน คน

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.4

    ตามราชโองการก็ต้องออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า ทุกอย่างตระเตรียมเอาไว้จนพร้อมแล้ว เซี่ยป๋ออวิ๋นไม่กลับจวนเลยตั้งแต่ได้รับราชโองการ เขาไม่นำสิ่งใดติดตัวไปด้วยนอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับพระราชทาน ตอนออกเดินทางขบวนผ่านหน้าจวนตระกูลเซี่ย ทุกคนออกมายืนรอส่ง เซี่ยฮูหยินคร่ำครวญก้าวออกมาชะเง้อมอง เซี่ยป๋ออวิ๋นขี่ม้านำหน้าขบวน ซูเหยียนเล่อนั่งอยู่ในรถม้าไม่ได้เปิดม่านออกไปมอง“พวกเรากลับบ้านกัน” ท่านป้าชุยตบหลังมือของนางเบาๆ“เจ้าค่ะ พวกเรากลับบ้านกัน”จวนยังไม่ทันสร้างเมืองฉีอี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ดังนั้นซูเหยียนเล่อจึงตัดสินใจไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉิงอินก่อน เซี่ยป๋ออวิ๋นเองก็เห็นด้วย ตอนกลับไปถึงที่หมู่บ้านได้พบชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาเช่นกัน ทุกคนร้องห่มร้องไห้โผเข้ากอดซึ่งกันและกัน คนที่รอดชีวิตมาได้มีไม่ถึงครึ่งหมู่บ้าน เด็กๆ บางคนเองก็หายไป...ตอนทุกคนรู้ว่าเซี่ยป๋ออวิ๋นเป็นแม่ทัพ บางคนถึงกับตบเข่าฉาด “ข้าก็ว่า...ฝีมือเก่งกาจ สังหารเจ้าพวกโจรนั่นตาไม่กะพริบ!”นางได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ ตอนนั้นมิใช่ว่าหวาดกลัวที่เห็นเขาสังหารคน? ทว่าสถานการณ์เปลี่ยนคนก็เปลี่ยน นางยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า...เหล่าทหาร

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.3

    “ข้ามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย ข้ามีบุตรสาว แต่หากเป็นบุตรสาวข้ามีบุตรชาย...”หญิงสาวยกมือขึ้นห้าม... “สัญญาสิเพคะว่าจะไม่ทรงบีบให้มีการแต่งงานโดยไร้ซึ่งความเต็มใจ”เขาเลิกคิ้วสายตาไม่พอใจเล็กน้อย “ไม่ดีตรงไหน”“ให้พวกเขาได้มีโอกาสพานพบ ทำความรู้จัก จากนั้นหากชอบพอจึงทรงสนับสนุน เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ”เขาลังเล... “ก็จริง ได้ เรารับปากเจ้า แต่เรามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย”นางก้มลงมองครรภ์ของตัวเอง “หากเป็นบุตรชาย เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้ฝ่าบาททรงพระราชทานชื่อ”“ได้ ตกลงตามนี้!”หลังคุณชายแซ่หวงจากไปซูเหยียนเล่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ รินชาร้อนส่งให้เซี่ยป๋ออวิ๋น “ท่าน...ไปขอลาออกจากบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาทหรือ”เขามองนาง “เจ้าโกรธหรือไม่”“เรื่องใด”“เรื่องที่อยู่ๆ ก็ทรงมีราชโองการ เพราะเช่นนี้เจ้าคงไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจไปจากข้า ไม่อาจ...”“เซี่ยป๋ออวิ๋น”เขาชะงัก“หากทรงอนุญาตให้ท่านไปจากราชสำนักท่านจะทำอย่างไร หนีไปกับข้า? หากข้าปฏิเสธท่าน ท่านผิดใจกับมารดากับคนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เขาไม่ตอบ...ซูเหยียนเล่อยกชาขึ้นจิบ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมนหม่นหมอง ไร้ซึ่งแสงแห่งด

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.2

    เซี่ยป๋ออวิ๋นรับราชโองการไปแต่ในนั้นว่างเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่มีราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีที่จดอะไรบางอย่างรีบส่งมา ทุกอย่างดูรีบร้อนน่าขบขันยิ่ง ตอนนี้ไม่ต้องเดาแล้วว่าผู้มาคือใคร...“ไม่มีตราประทับ” ชายหนุ่มยังกล่าวเสียงเรียบ“เซี่ยป๋ออวิ๋น! เจ้าจะทำให้เราโมโหให้ได้เลยหรือ! ยอมให้เจ้ารั้งอยู่ที่ชายแดนเหนือ คิดว่าง่ายสำหรับเราหรือไร!!” ไม่พูดเปล่ารับตรามังกรมาประทับต่อหน้าชายหนุ่ม ราชโองการตามใจฮ่องเต้ก็จบลงแบบรวบรัดเช่นนี้...“น้องสะใภ้ ข้าแซ่หวงอยากมาลองชิมหมั่นโถวของเจ้า”“กระหม่อมอายุมากกว่าพระองค์ ต้องเรียกพี่สะใภ้”“เราไม่สน เราบอกน้องสะใภ้ก็น้องสะใภ้สิ! หมั่นโถวเล่า?”ซูเหยียนเล่อถอนหายใจ “คุณชายแซ่หวง?” เกรงว่าคงจะมาจาก...หวงตี้[1]กระมัง หมั่นโถวที่เหลือยังอุ่นอยู่บนเตา ชาร้อนที่ก็ไม่ได้เลิศรสอะไร เซี่ยป๋ออวิ๋นนำมาให้...คุณชายแซ่หวง ท่านลุงกับท่านป้าชุยจึงยกที่เหลือออกมาให้ขันทีและผู้ติดตาม“ไม่มีเต้าหู้เผ็ดหรือ วันนั้นอร่อยมาก ข้าอยากกินอีก”นางเลิกคิ้วมองเซี่ยป๋ออวิ๋น เขาหน้าบึ้ง “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”“เอ่อ...หม่อมฉันจุดเตาทำครู่หนึ่ง หากทรงรอได้หม่อมฉันจะ...

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.1

    ฮูหยินของเซี่ยหัวเจาสะอื้นออกมาเงียบๆ ไม่รู้ว่าสิ้นหวังที่จะโน้มน้าวนาง หรือแท้ที่จริงก็เศร้าใจ เห็นใจ รู้สึกผิด“ในขณะที่เซี่ยป๋ออวิ๋นสู้รบเพื่อบ้านเมือง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พวกท่านที่เพียงรักษาเพื่อบรรดาศักดิ์ ฐานะในราชสำนัก หน้าตาในสังคมชนชั้นสูง กลับโหดร้ายกับสตรีอ่อนแอที่เหลือเพียงคนเดียวบนโลก ท่านคิดจริงๆ หรือว่าน้องชายของท่านจะภูมิใจ จะยินดีในสิ่งที่พวกท่านทำ ทำดีต่อให้ทำถึงร้อยครั้ง ทว่าพวกท่านคิดจริงๆ หรือว่ามันสามารถแลกกับความเลวร้ายเพียงครั้งเดียวที่พวกท่านลงมือกระทำลงไป”“ข้ารู้...เพราะเช่นนี้น้องรองจึง...” เขาไม่ได้พูดต่อแต่เห็นเซี่ยป๋ออวิ๋นมาที่บ้านของนางเมื่อคืน นางก็เข้าใจได้ดีว่าเขาไม่มีทางยอมรับการกระทำของคนตระกูลเซี่ย“พวกท่านมาหาข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่ออะไรหรือ เพื่อให้ข้าหุบปาก? เพื่อให้ข้าอภัยให้? หรือว่ามาเพียงเพราะรู้สึกผิด? บนร่างกายเมื่อเกิดบาดแผล ยิ่งลึกก็ยิ่งทิ้งแผลเป็นชัดเจน ดังคำกล่าวที่ว่างูกัดครั้งหนึ่งกลัวเชือกไปสิบปี ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะทำใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นก้มหน้าเดินกลับเข้าไปในจวนตระกูลเซี่ย แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 5.6

    “เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมรถเข็น” ท่านลุงชุยเองก็ได้แต่ยอมแพ้ช่วงสายวันนั้นซูเหยียนเล่อก็ต้องถอนหายใจให้ตัวเองอีกครั้ง นางนึกไม่ถึงว่าหลายวันมานี้ชีวิตของนางจะวุ่นวายไม่จบสิ้น เมื่อวานเซี่ยฮูหยินมาหานางถึงที่ วันนี้เซี่ยหัวเจากับฮูหยินก็มาหานางถึงแผงขายหมั่นโถวจริงๆ นางไม่รู้จักพวกเขาแต่อาศัยเสียงซุบซิบของชาวบ้านรอบๆ ทำให้รู้ถึงฐานะและสิ่งที่เคยเกิดขึ้น“นั่น...แม่ทัพเซี่ย?”“เรียกแม่ทัพเซี่ยไม่ได้แล้วสิ ต้องเรียกคุณชายใหญ่ เขา...ขาเขาน่ะ เขากลายเป็นคนพิการแล้ว เพราะเช่นนี้น้องชายจึงถูกส่งตัวไปชายแดนกะทันหัน”“ชู่ว...เจ้าเบาเสียงหน่อย ได้ยินมาว่าแม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ไม่ทันได้เปิด แม่นางเล่อเล่อช่างอาภัพนัก ตอนนี้ยังถูกคนตระกูลเซี่ยตามระรานไม่เลิกรา”“เป็นข้า ข้าจะไปให้ไกลจากคนพวกนี้”“แต่นางกำลังตั้งครรภ์ เห็นว่าแม่ทัพเซี่ยเองก็บอกว่าเป็นบุตรของเขา”ที่แท้ตอนนั้นเซี่ยหัวเจาเกิดเรื่องเซี่ยป๋ออวิ๋นจึงถูกสั่งให้ไปชายแดนกะทันหัน... เห็นท่าทางที่เขาเดินก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องซุบซิบเป็นเรื่องจริง ด้านหลังฮูหยินของเขาคอยช่วยประคอง สีหน้าของนางทั้งห่วงใยและเป็นกังวล“น้องสะใภ้” ชายหนุ่มยิ้มใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status