Share

บทที่ 1.3

last update Tanggal publikasi: 2026-03-25 15:27:20

ห้าสิบตำลึงเงินก็ซ่อมบ้านได้แล้ว?? หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง นึกถึงถุงเงินที่มีหากจำไม่ผิดเงินโบราณ...หนึ่งตำลึงทองจะเท่ากับสิบตำลึงเงิน

หนึ่งตำลึงเงินจะแลกได้เงินเหรียญหนึ่งพวง

ในหนึ่งพวงเงินจะมีเงินอีแปะซึ่งเป็นเหรียญผสมทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญ[1]

“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ที่ทำได้ก็คือ...อยู่ที่นี่ไปก่อน” นางพึมพำกับตัวเองจากนั้นมองเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกับฮูหยินเดินตรงเข้ามา ที่รู้ก็เพราะคนในหมู่บ้านที่ยืนซุบซิบกันพูดเสียงดัง

เอาละ...ได้เวลาเล่นละครฉากใหญ่แล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ร่ำไห้ออกมาแล้วเป็นลมล้มพับไป!!!

ชาวบ้านกรูกันเข้ามาช่วยด้วยความตกใจ ความเห็นใจพรั่งพรู ความสงสารเต็มเปี่ยม ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือ...ขอความสงสารและความเห็นใจ จากนั้นค่อยทำความคุ้นเคย ผูกมิตร...

เสียงซ่อมแซมบนหลังคาดังประสานเสียงตะโกน อีกด้านหนึ่งในครัวเสียงฮูหยินของบ้านแต่ละหลังกำลังสนทนากัน คนหนึ่งสอนซูเหยียนเล่อก่อไฟ คนหนึ่งอธิบายเรื่องหุงหาอาหาร อีกคนสอนนางเรื่องการทำความสะอาด บางคนสอนนางเรื่องการซักผ้า ที่เหลือช่วยนางทำกับข้าวหุงหาอาหารไว้เลี้ยงคนที่มาช่วยซ่อมบ้าน

เพราะรู้ว่าหญิงสาวเป็นสตรีที่เติบโตมาในห้องหอ ไม่เคยลำบาก ไม่เคยต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ดังนั้นย่อมไม่มีใครสงสัยว่านางคือซูเหยียนเล่อตัวจริงหรือไม่...

เพื่อความปลอดภัยหญิงสาวฝังกล่องไม้ที่นางใช้เก็บเงินเอาไว้อย่างดี นำออกมาเฉพาะเครื่องประดับ คนในหมู่บ้านรู้อยู่แล้วว่าสาวใช้ของหญิงสาวขโมยข้าวของของนางไป หญิงสาวในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่ามีของมีค่าอยู่เท่าไหร่ แต่เพราะต้องซ่อมบ้านดังนั้นจึงต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง

ท่านลุงชุยหัวหน้าหมู่บ้านพาหญิงสาวนั่งรถเทียมม้าเข้าไปในเมือง จำนำเครื่องประดับทั้งหมดได้เงินมาถึงแปดสิบตำลึงเงิน ที่ได้มากหน่อยเป็นกำไลหยกม่วงแดงดังที่นางคาด เงินนั้นเพียงพอทั้งค่าซ่อมบ้านและค่าอาหารกับของใช้จำเป็นหลายๆ อย่าง

มองกำไลหยกงดงามต้องถูกจำนำหญิงสาวรู้สึกเสียดายไม่น้อย แต่ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องมีเงิน มีเงินจึงจะสามารถเอาตัวรอดในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีชีวิตอยู่ต่อไปในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และตัวนางนับจากนี้สมควรเดินไปในทิศทางใด

หญิงสาวเสนอให้ชาวบ้านมาช่วยซ่อมแซม แปดสิบตำลึงเงินนั้นก็แบ่งสันปันส่วนออกไป กระจายให้ทุกๆ คนอย่างทั่วถึง ที่ได้มากหน่อยก็คือช่างฝีมือที่ทำงานหลักอย่างปีนหลังคา ตัดไม้ และต่อเติมตัวบ้านให้มั่นคง

เหลือจากค่าอาหาร ค่าข้าวสาร บวกกับของใช้จำเป็น ซูเหยียนเล่อยังมีเงินเหลืออีกกว่ายี่สิบตำลึงเงินโดยที่นางยังไม่ได้แตะต้องเงินที่มีอยู่ก่อนแล้ว

“ท่านป้าทั้งหลาย คือ...”

“เล่อเล่อมีอะไรก็พูดมาเถิด พวกเราก็นับว่าเป็นคนกันเองแล้ว”

“ข้า...ไม่ได้มองพวกท่านเป็นอื่น ดังนั้นข้าจะพูดตามตรงนะเจ้าคะ ข้า...มีเสื้อผ้าพวกนี้”

แพรพรรณงดงามล้ำค่าพวกนี้ นอกจากไม่เหมาะกับการสวมในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ยังให้ความอบอุ่นไม่มากพอ ไม่เหมือนกับชุดที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายของท่านลุงท่านป้าเหล่านี้ นางจึงอยากขอแลกกับเสื้อผ้าที่พวกเขามี

“ข้าเห็นว่าท่านป้าหูมีบุตรสาว ท่านป้าหลิวก็มีหลานสาวรูปร่างพวกนางไม่ต่างจากข้ามากนัก...”

ชุดที่เหลืออยู่มีมากกว่าหกชุด นางอยากเปลี่ยนเป็นชุดของหญิงสาวชาวบ้านให้ได้มากที่สุด จะเก่าหน่อยก็ไม่เป็นไร

“ข้าเอาชุดนี้ จะไปเอาชุดของหลานสาวข้ามาให้เจ้าสัก...สามชุดเป็นอย่างไร”

“ได้เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าแลกด้วย เสี่ยวหัวต้องชอบแน่ๆ นางกำลังจะออกเรือน สีนี้ก็แล้วกัน ข้าไปเอาชุดของเสี่ยวหัวมาให้เจ้าสักสามชุด”

“ข้าด้วย”

“ข้าก็เอา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.5 จบ

    จวนแม่ทัพเซี่ยแห่งแดนเหนือสร้างเสร็จแล้ว งานมงคลที่เต็มไปด้วยความยินดี ชาวบ้านมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี ท่านลุงและท่านป้าชุยนับเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสพิธีการจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีขันนางชั้นสูง ไม่มีความซับซ้อน ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้นที่คอยชี้แนะ จัดงานแบบชนชาวท้องถิ่นโดยแท้ตอนที่ทุกคนกำลังมองบ่าวสาวไหว้ฟ้าดิน ก็มีคนอัญเชิญราชโองการมาอีกครั้ง “บ่าวสาวรับราชโองการ!”“ด้วยคุณงามความดีของแม่ทัพเซี่ยและฮูหยิน ฝ่าบาททรงมอบหยกมงคลคู่หนึ่งคู่ เงินสองพันตำลึงทอง แพรพรรณจำนวนสิบพับ และ...นามของบุตรในครรภ์ของเซี่ยฮูหยิน หากเป็นบุรุษให้ใช้แซ่เซี่ย นามจิ้นหยวน หากเป็นสตรีแซ่เซี่ย นามจิ่นโซ่ว อีกทั้งยังอนุญาตให้บุตรของแม่ทัพเซี่ยได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวงพร้อมองค์รัชทายาท จบราชโองการ”“บุรุษแซ่หวงผู้เจ้าเล่ห์ ผู้ใดอยากให้บุตรเข้าเรียนสำนักศึกษาหลวงกัน!” ซูเหยียนเล่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ส่งบุตรเข้าเมืองหลวงไปเรียนกับรัชทายาท หากเป็นบุตรชายก็แล้วไป หากเป็นบุตรสาวนี่ไม่ใช่การส่งเนื้อเข้าปากเสื้อหรือไร รับปากนางเสียดิบดีว่าจะไม่บีบบังคับ แล้วนี่อะไร!เซี่ยป๋ออวิ๋นหัวเราะ “เขาเป็นบุตรชายแน่นอน คน

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.4

    ตามราชโองการก็ต้องออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า ทุกอย่างตระเตรียมเอาไว้จนพร้อมแล้ว เซี่ยป๋ออวิ๋นไม่กลับจวนเลยตั้งแต่ได้รับราชโองการ เขาไม่นำสิ่งใดติดตัวไปด้วยนอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับพระราชทาน ตอนออกเดินทางขบวนผ่านหน้าจวนตระกูลเซี่ย ทุกคนออกมายืนรอส่ง เซี่ยฮูหยินคร่ำครวญก้าวออกมาชะเง้อมอง เซี่ยป๋ออวิ๋นขี่ม้านำหน้าขบวน ซูเหยียนเล่อนั่งอยู่ในรถม้าไม่ได้เปิดม่านออกไปมอง“พวกเรากลับบ้านกัน” ท่านป้าชุยตบหลังมือของนางเบาๆ“เจ้าค่ะ พวกเรากลับบ้านกัน”จวนยังไม่ทันสร้างเมืองฉีอี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ดังนั้นซูเหยียนเล่อจึงตัดสินใจไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉิงอินก่อน เซี่ยป๋ออวิ๋นเองก็เห็นด้วย ตอนกลับไปถึงที่หมู่บ้านได้พบชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาเช่นกัน ทุกคนร้องห่มร้องไห้โผเข้ากอดซึ่งกันและกัน คนที่รอดชีวิตมาได้มีไม่ถึงครึ่งหมู่บ้าน เด็กๆ บางคนเองก็หายไป...ตอนทุกคนรู้ว่าเซี่ยป๋ออวิ๋นเป็นแม่ทัพ บางคนถึงกับตบเข่าฉาด “ข้าก็ว่า...ฝีมือเก่งกาจ สังหารเจ้าพวกโจรนั่นตาไม่กะพริบ!”นางได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ ตอนนั้นมิใช่ว่าหวาดกลัวที่เห็นเขาสังหารคน? ทว่าสถานการณ์เปลี่ยนคนก็เปลี่ยน นางยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า...เหล่าทหาร

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.3

    “ข้ามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย ข้ามีบุตรสาว แต่หากเป็นบุตรสาวข้ามีบุตรชาย...”หญิงสาวยกมือขึ้นห้าม... “สัญญาสิเพคะว่าจะไม่ทรงบีบให้มีการแต่งงานโดยไร้ซึ่งความเต็มใจ”เขาเลิกคิ้วสายตาไม่พอใจเล็กน้อย “ไม่ดีตรงไหน”“ให้พวกเขาได้มีโอกาสพานพบ ทำความรู้จัก จากนั้นหากชอบพอจึงทรงสนับสนุน เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ”เขาลังเล... “ก็จริง ได้ เรารับปากเจ้า แต่เรามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย”นางก้มลงมองครรภ์ของตัวเอง “หากเป็นบุตรชาย เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้ฝ่าบาททรงพระราชทานชื่อ”“ได้ ตกลงตามนี้!”หลังคุณชายแซ่หวงจากไปซูเหยียนเล่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ รินชาร้อนส่งให้เซี่ยป๋ออวิ๋น “ท่าน...ไปขอลาออกจากบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาทหรือ”เขามองนาง “เจ้าโกรธหรือไม่”“เรื่องใด”“เรื่องที่อยู่ๆ ก็ทรงมีราชโองการ เพราะเช่นนี้เจ้าคงไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจไปจากข้า ไม่อาจ...”“เซี่ยป๋ออวิ๋น”เขาชะงัก“หากทรงอนุญาตให้ท่านไปจากราชสำนักท่านจะทำอย่างไร หนีไปกับข้า? หากข้าปฏิเสธท่าน ท่านผิดใจกับมารดากับคนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เขาไม่ตอบ...ซูเหยียนเล่อยกชาขึ้นจิบ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมนหม่นหมอง ไร้ซึ่งแสงแห่งด

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.2

    เซี่ยป๋ออวิ๋นรับราชโองการไปแต่ในนั้นว่างเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่มีราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีที่จดอะไรบางอย่างรีบส่งมา ทุกอย่างดูรีบร้อนน่าขบขันยิ่ง ตอนนี้ไม่ต้องเดาแล้วว่าผู้มาคือใคร...“ไม่มีตราประทับ” ชายหนุ่มยังกล่าวเสียงเรียบ“เซี่ยป๋ออวิ๋น! เจ้าจะทำให้เราโมโหให้ได้เลยหรือ! ยอมให้เจ้ารั้งอยู่ที่ชายแดนเหนือ คิดว่าง่ายสำหรับเราหรือไร!!” ไม่พูดเปล่ารับตรามังกรมาประทับต่อหน้าชายหนุ่ม ราชโองการตามใจฮ่องเต้ก็จบลงแบบรวบรัดเช่นนี้...“น้องสะใภ้ ข้าแซ่หวงอยากมาลองชิมหมั่นโถวของเจ้า”“กระหม่อมอายุมากกว่าพระองค์ ต้องเรียกพี่สะใภ้”“เราไม่สน เราบอกน้องสะใภ้ก็น้องสะใภ้สิ! หมั่นโถวเล่า?”ซูเหยียนเล่อถอนหายใจ “คุณชายแซ่หวง?” เกรงว่าคงจะมาจาก...หวงตี้[1]กระมัง หมั่นโถวที่เหลือยังอุ่นอยู่บนเตา ชาร้อนที่ก็ไม่ได้เลิศรสอะไร เซี่ยป๋ออวิ๋นนำมาให้...คุณชายแซ่หวง ท่านลุงกับท่านป้าชุยจึงยกที่เหลือออกมาให้ขันทีและผู้ติดตาม“ไม่มีเต้าหู้เผ็ดหรือ วันนั้นอร่อยมาก ข้าอยากกินอีก”นางเลิกคิ้วมองเซี่ยป๋ออวิ๋น เขาหน้าบึ้ง “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”“เอ่อ...หม่อมฉันจุดเตาทำครู่หนึ่ง หากทรงรอได้หม่อมฉันจะ...

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.1

    ฮูหยินของเซี่ยหัวเจาสะอื้นออกมาเงียบๆ ไม่รู้ว่าสิ้นหวังที่จะโน้มน้าวนาง หรือแท้ที่จริงก็เศร้าใจ เห็นใจ รู้สึกผิด“ในขณะที่เซี่ยป๋ออวิ๋นสู้รบเพื่อบ้านเมือง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พวกท่านที่เพียงรักษาเพื่อบรรดาศักดิ์ ฐานะในราชสำนัก หน้าตาในสังคมชนชั้นสูง กลับโหดร้ายกับสตรีอ่อนแอที่เหลือเพียงคนเดียวบนโลก ท่านคิดจริงๆ หรือว่าน้องชายของท่านจะภูมิใจ จะยินดีในสิ่งที่พวกท่านทำ ทำดีต่อให้ทำถึงร้อยครั้ง ทว่าพวกท่านคิดจริงๆ หรือว่ามันสามารถแลกกับความเลวร้ายเพียงครั้งเดียวที่พวกท่านลงมือกระทำลงไป”“ข้ารู้...เพราะเช่นนี้น้องรองจึง...” เขาไม่ได้พูดต่อแต่เห็นเซี่ยป๋ออวิ๋นมาที่บ้านของนางเมื่อคืน นางก็เข้าใจได้ดีว่าเขาไม่มีทางยอมรับการกระทำของคนตระกูลเซี่ย“พวกท่านมาหาข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่ออะไรหรือ เพื่อให้ข้าหุบปาก? เพื่อให้ข้าอภัยให้? หรือว่ามาเพียงเพราะรู้สึกผิด? บนร่างกายเมื่อเกิดบาดแผล ยิ่งลึกก็ยิ่งทิ้งแผลเป็นชัดเจน ดังคำกล่าวที่ว่างูกัดครั้งหนึ่งกลัวเชือกไปสิบปี ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะทำใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นก้มหน้าเดินกลับเข้าไปในจวนตระกูลเซี่ย แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 5.6

    “เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมรถเข็น” ท่านลุงชุยเองก็ได้แต่ยอมแพ้ช่วงสายวันนั้นซูเหยียนเล่อก็ต้องถอนหายใจให้ตัวเองอีกครั้ง นางนึกไม่ถึงว่าหลายวันมานี้ชีวิตของนางจะวุ่นวายไม่จบสิ้น เมื่อวานเซี่ยฮูหยินมาหานางถึงที่ วันนี้เซี่ยหัวเจากับฮูหยินก็มาหานางถึงแผงขายหมั่นโถวจริงๆ นางไม่รู้จักพวกเขาแต่อาศัยเสียงซุบซิบของชาวบ้านรอบๆ ทำให้รู้ถึงฐานะและสิ่งที่เคยเกิดขึ้น“นั่น...แม่ทัพเซี่ย?”“เรียกแม่ทัพเซี่ยไม่ได้แล้วสิ ต้องเรียกคุณชายใหญ่ เขา...ขาเขาน่ะ เขากลายเป็นคนพิการแล้ว เพราะเช่นนี้น้องชายจึงถูกส่งตัวไปชายแดนกะทันหัน”“ชู่ว...เจ้าเบาเสียงหน่อย ได้ยินมาว่าแม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ไม่ทันได้เปิด แม่นางเล่อเล่อช่างอาภัพนัก ตอนนี้ยังถูกคนตระกูลเซี่ยตามระรานไม่เลิกรา”“เป็นข้า ข้าจะไปให้ไกลจากคนพวกนี้”“แต่นางกำลังตั้งครรภ์ เห็นว่าแม่ทัพเซี่ยเองก็บอกว่าเป็นบุตรของเขา”ที่แท้ตอนนั้นเซี่ยหัวเจาเกิดเรื่องเซี่ยป๋ออวิ๋นจึงถูกสั่งให้ไปชายแดนกะทันหัน... เห็นท่าทางที่เขาเดินก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องซุบซิบเป็นเรื่องจริง ด้านหลังฮูหยินของเขาคอยช่วยประคอง สีหน้าของนางทั้งห่วงใยและเป็นกังวล“น้องสะใภ้” ชายหนุ่มยิ้มใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status