"หา! เรื่องแค่นี้นะจะไล่ออก" ใบหน้าสวยหวานกลายเป็นบูดเบี้ยวขึ้นมาทันที เพราะการขู่ว่าจะไล่เธอออกต่อหน้าลูกน้องคนอื่นมันออกจากหยามเกียรติกันไปหน่อยนะ นี่มันคือการไม่ไว้หน้ากันอย่างชัดเจน
"ท่านพูดแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ" พนักงานสาวตอกย้ำความต้องการของท่านประธาน
"โอเคค่ะ ๆ กลับไปทำงานเถอะ ขอบคุณมากค่ะ" เมื่อเธอได้ยินดังนั้นจึงรีบก้มหัวให้เอวาลินและเดินจากไปทันที
คราวนี้ก็เหลือแต่เอวาลินที่ยืนหัวจะปวดกับบรรดาก้อนขนมปังที่นอนอืดอยู่ในตู้เย็น แล้วอีขนมปังที่อยากจะกินมันก้อนไหนล่ะ เธอจะรู้ไหม แถมพนักงานคนนั้นก็ไปแล้วด้วย
"เหอะ มาสิ แค่นี้ทำอะไรเอวาไม่ได้หรอก!" คนหน้าสวยให้กำลังใจตัวเอง พลางสุ่มหยิบก้อนขนมปังออกมาหั่นเป็นชิ้นและโยนเข้าเครื่องไมโครเวฟไป และในขณะเดียวกันกาน้ำร้อนก็ขึ้นขีดแจ้งเตือนว่าน้ำเดือดพอดี เธอเลยเดินไปกดน้ำร้อนลงใส่ในแก้วที่เทกาแฟดำทิ้งไว้รอแล้ว
หญิงสาวคนกาแฟจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันพลางวางแก้วลงบนจานรองอย่างสวยงาม ก่อนจะหันมาจัดการกับขนมปังในไมโครเวฟที่ดังติ๊งพอดี เพราะผ่านไปสามสิบวินาทีแล้ว
"กินได้ก็กิน..." มือเรียวใช้ที่คีบขนมปังมาวางเรียงลงบนจานขนาดเล็กและถือแก้วกาแฟพร้อมจานขนมปังอันร้อนจัดทั้งสองเดินไปอย่างระมัดระวังไม่ให้หก
พอเดินมาจนใกล้ถึงประตูห้องทำงาน พนักงานสาวคนเดิมก็รีบกุลีกุจอมาเปิดประตูช่วยเธอทันที ซึ่งนั่นคือการกระทำที่น่ารักมาก วันหลังต้องพาไปเลี้ยงข้าวหน่อยแล้ว...
"มาแล้วค่า" เอวาลินเสิร์ฟกาแฟและขนมปังลงบนโต๊ะทำงานของท่านประธานหนุ่มอย่างทันเวลาเป๊ะ ๆ ไม่มีขาดมีเกิน
"เกือบได้ไล่คนออกตั้งแต่ทำงานได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วเชียว" ไท่หมิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมทั้งมองมายังคนตัวเล็กที่มีเหงื่อซึมที่ขมับน้อยแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
"ไม่มีทางให้ไล่หรอกค่ะ ขอตัวไปทำงานต่อนะคะคุณไท่หมิง" เธอยิ้มและแกล้งก้มหัวลงต่ำสุด ๆ ให้คนอายุมากกว่าเป็นสัญลักษณ์ว่า 'ได้เลยค่า แล้วแต่คุณท่านจะบัญชา'
"...เอาล่ะ เริ่มได้" พอกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเองเอวาลินก็ประมวลผลในหัวว่าต้องเคลียร์อะไรบ้างให้เสร็จทันเวลาที่กำหนดไว้และลงมือทำทันที
1 ชั่วโมงต่อมา
เอวาลินจดจ่ออยู่กับตัวเลขและตัวหนังสือมากมายจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอใช้ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า หญิงสาวแทบไม่เงยหน้าจากกองเอกสารและคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่นิด เธอขุดทุกสกิลที่มีติดตัวสมัยเรียนที่อังกฤษมาใช้และตรวจเช็กข้อมูลให้ถูกทุกจุดไม่มีบกพร่อง และจัดเตรียมรายงานให้เสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด
ติ๊ง!
เสียงนาฬิกาปลุกบ่งบอกถึงเวลา 11.55 ที่เอวาลินตั้งไว้ดังขึ้นได้ดั่งใจพอดิบพอดี เพราะเธอจัดการย่อยเนื้อหาจากเอกสารกองมหึมาเสร็จเรียบร้อยแล้วแถมเสร็จก่อนเวลาตั้งห้านาทีอีกด้วย
"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณไท่หมิง" เอวาลินเดินถือแฟ้มที่สรุปข้อมูลทั้งหมดไปให้เขาที่โต๊ะทำงาน เธอนั่งลงไขว่ห้างและเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างท้าทาย
เมื่อไท่หมิงเห็นว่าเธอเดินมาเขาก็เงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์และหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เพราะเขาก็แอบชื่นชมในใจอยู่เช่นกันที่เอวาลินทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้
"โตขึ้นเยอะเลยนะครับ ไม่เด็กอย่างเมื่อก่อนแล้ว" คนตัวสูงปิดแฟ้มลงและเปลี่ยนความสนใจมาที่คนตรงหน้า เขาจงใจเอื้อมไปจับมือบางและลูบไล้ไปมาเพื่อยั่วโมโหเธอ โดยที่สายตาของทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันอย่างไม่ลดละ
"...คนเราก็ต้องพัฒนาขึ้นแหละค่ะ" แม้จะถูกคนพี่ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ด้วยความ 'สู้คน' เธอจึงไม่แม้แต่จะชักมือคืน แต่กลับวางมือน้อยทับลงไปที่หลังมือใหญ่อย่างอวดดี แม้ว่าลึก ๆ ในใจจะแอบรู้สึกปั่นป่วนจากสัมผัสร้อนที่ห่างหายกันไปนาน
"ชอบจังเลย 'สู้มือ' ตลอดเลยนะเอวา" คำพูดกำกวมของเขาทำเอาใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้น แม้จะเพียงไม่กี่วินาทีที่เธอแสดงออกถึงความเขินอาย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขากระตุกยิ้มออกมาอย่างสะใจที่ได้แกล้งคนสวยเข้า
เขาน่ะมีความสุขตั้งแต่รู้ว่าเอวาลินจะต้องมาฝึกงานที่นี่แล้ว พอได้ยินบิดาเอ่ยถึงชื่อเธอเขาก็หูผึ่งและรีบตอบตกลงทันที...ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกว่ายัยน้องจะยอมกลับมาวนเวียนในวงโคจรของเขาอีก เพราะเธอก็ฝ่ายทิ้งเขาไปเอง แต่พอเห็นที่ลุงลู่ห่าวถึงขนาดส่งเรซูเม่มาให้ มันก็พอบ่งบอกได้ว่าสองพ่อลูกตระกูลหยางกำลังทำดีลลับให้เอวาลินแลกกับอะไรบางอย่างแน่ ๆ เธอถึงต้องมาเป็นเลขาจำเป็นกับประธานหนุ่มสุดเนี้ยบแบบเขา
ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาน่ะเป็นคนเนี้ยบมาก ใช่ว่าใครก็จะผ่านง่าย ๆ โดยเฉพาะคุณหนูแบบเอวาลินที่เคยมีความหลังกัน อย่าคิดว่าเขาจะให้เธอผ่านเพราะความพิศวาสส่วนตัวบอกเลยว่าไม่มีทาง! เพราะการที่เธอต้องมาอยู่ใต้บัญชาของเขานั้นมันน่าสนุกเสียยิ่งกว่าสมัยเป็นคู่นอนของกันและกันอีก แค่คิดว่าจะแกล้งอะไรเธอบ้างก็ยิ้มได้แล้ว
แถมความสงสัยและแอบเสียหน้าเล็ก ๆ ที่เคยโดนเธอเทยิ่งเป็นชนวนการกลั่นแกล้งที่ดีที่สุด รับรองได้เลยว่าต่อจากนี้ชีวิตของเอวาลินจะโดนเขาปั่นประสาทจนต้องร้องไห้กลับบ้านไปเลย!
'อยากจะรู้จริง ๆ ว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ!' แม้จะคิดแบบนั้นแต่เขาก็หมายถึงตัวเองด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะอดทนต่อการยั่วยุของเรือนกายร้อนแรงของเธอได้แค่ไหน เพราะงานนี้ใครตบะแตกก่อนเท่ากับแพ้
"สู้ได้มากกว่านี้อีกค่ะ เฮียไท่ เอ๊ย คุณไท่หมิงก็รู้นี่คะว่าเอวาสู้มือแค่ไหน...แต่ยังไงก็อย่าลืมตรวจเอกสารอีกรอบด้วยแล้วกันนะคะ" เธอตบลงไปที่หลังมือใหญ่เบา ๆ สองทีพร้อมทั้งฉีกยิ้มหวานหยดให้ไท่หมิงที่จ้องเธอตาเป็นมันก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง ขนาดว่าเดินหันหลังอยู่ยังรับรู้ได้ถึงสายตาที่จาบจ้วงในทุกก้าวเดินเลย ผู้ชายคนนี้ยิ่งแก่ยิ่งอันตรายจริง ๆ
"ไม่ตรวจหรอกเพราะรู้อยู่แล้วว่าเอวาเก่ง ไปหาอะไรกินดีกว่า คนสวยก็อย่าลืมกินอะไรด้วยนะ" ประธานหนุ่มเลื่อนแฟ้มเอกสารของเธอไปกองไว้บริเวณขอบโต๊ะและเตรียมจะลุกออกไปจากห้องพร้อมทั้งยักคิ้วให้อย่างกวน ๆ
'แล้วจะให้รีบทำงานหาพระแสงอะไร!' อุตส่าห์เร่งคีย์ข้อมูลให้จนเล็บเจลแทบหลุดแต่กลับทิ้งให้แฟ้มเอกสารนอนโง่อยู่บนโต๊ะเฉยเลย แบบนี้มันเป็นการประกาศศึกอย่างยิ่งใหญ่สินะ ก็ดี จะได้รู้กันไปเลยว่าใครจะหลุดก่อนกัน เธอรู้ดีว่าคนลามกและมักมากในกามแบบเขาน่ะทนต่อความร้อนแรงของเธอไม่ได้นานหรอก...
"เดี่ยวค่ะ..." เอวาลินรีบเดินไปขวางทางก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกไป แล้วเอื้อมมือน้อยไปขยับเนกไทให้อย่างยั่วยวน เธอจงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อร้อนของเขา
"แค่จะดูเฉย ๆ ค่ะว่าคุณไท่หมิงแต่งตัวเรียบร้อยดีไหม" สายตาหยาดเยิ้มสบกับนัยน์ตาคมกริบที่มองเธอด้วยสีหน้าข่มอารมณ์ เธอรู้ว่าแค่แตะนิดหน่อยเขาก็สวิตช์ขาดได้ง่าย ๆ แล้ว
หมับ!
"อ๊ะ..." ระหว่างที่หญิงสาวกำลังจะเดินหลบทางให้เขา มือใหญ่ก็จับเอวบางดึงเข้ามาจนเซถลาไปใกล้กัน ด้วยความที่เขาตัวสูงราว ๆ ร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้แม้ว่าเอวาลินจะสวมรองเท้าส้นสูงอยู่ แต่ก็ยังตัวเตี้ยแค่ระดับไหล่ของเขาเท่านั้น
เขาดึงร่างของเอวาลินเข้ามาใกล้มากจนเกือบจะทำให้หน้าอกอิ่มของเธอเกือบจะบดเบียดไปกับร่างกายท่อนบนของเขาอย่างร้อนแรง ดวงหน้าหวานเงยขึ้นไปสบกับสายตาพราวเสน่ห์ราวกับหมาป่าของเขา
เธอพยายามขับตัวออกและดันตัวเขาออกไปแต่ดูเหมือนว่าไท่หมิงจะไม่ยอมง่าย ๆ เพราะยิ่งผลักไสเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกกกอดเธอไว้แน่นขึ้นเท่านั้น
"ปล่อยค่ะ"
"ไหนว่าอยากดูว่าเฮียแต่งตัวเรียบร้อยไหมไง ดูให้ทีสิว่าเฮียรูดซิบแล้วหรือยัง" ไม่พูดเปล่าแต่เขายังจับมือน้อยให้ลากไล้ผ่านหน้าท้องแข็งตึงไปจนถึงขอบกางเกง