LOGINริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้
“โอเค...คุณออกไปได้!”
อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม
“คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที
ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!!
“แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”
ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี
“เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...”
“แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...”
“เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้”
“ห๊ะ!!!”
“ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ”
“ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์”
“ยังไง?”
“นายอินทัชชอบแก...น่าจะรักแกด้วยซ้ำ ฉันฟันธง!”
“จะเป็นไปได้ยังไง เขาไม่เคยบอกรักฉันเลยท็อป”
“เขาอาจจะรอจังหวะอยู่ก็ได้ แต่แกดันมาต่อต้าน ฉันบอกแกว่าไง...ให้แกลองเปิดใจ ลองโอนอ่อนกับเขาบ้างสิ ไม่ใช่ทำตัวแข็งกระด้างแบบนี้ แกจะต่อต้านไปทำไมวะเดียร์ ในเมื่อแกมีแต่เสียกับเสียแบบนี้ ฉันว่าแกลองจับเขาดีกว่ามั้ย และอีกอย่าง...ฉันลืมถามแกไป...ว่าแกกับนายอินทัชได้ป้องกันหรือเปล่า?”
“...”
“เงียบแบบนี้แสดงว่า ไม่! ล่ะสิ”
“ใช่!” เปมิกาพยายามนึกทบทวนบทรักระหว่างเขากับเธอ ไม่มีช่วงไหนเลยที่เขาจะใส่เครื่องป้องกัน ‘เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้เลย’
“เพราะฉะนั้น...แกเองยิ่งต้องรีบจับเขาไว้...แกรู้มั้ย! ทำไมคนอย่างนายอินทัชถึงไม่ป้องกันตัวเองกับแก...”
“เพราะอะไร...แกก็พูดมาสิ จะมาถามเพื่อ? ฉันร้อนใจอยู่”
“เพราะว่านายอินทัช...คิดจะจริงจังกับแกน่ะสิ...ถ้าแกท้อง ก็เข้าทาง...แกเชื่อฉัน!! ฉันเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานได้เลย...และต่อไปนี้ถ้าฉันได้มีโอกาสมีเข้าถึงคุณอติญาล่ะก็ ฉันก็จะทำเหมือนกัน เธอจะได้จอดสนิทที่ฉันคนเดียว...”
“ท็อป! นี่แกจะบ้าไปแล้ว แกทำอะไรรู้ตัวหรือเปล่า”
“รู้! ครั้งที่แล้วฉันก็ไม่ใส่...เพราะฉันห้ามเธอไม่ทัน แต่เธอนี่สิร้อนแรงที่สุด”
“ท็อป! แกนี่มันจริงๆ เลย”
“^<>^”
...................
@ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง...
“นี่ไหมจะทำอะไร...แม่กับพ่อไม่ได้ป่วยอะไรสักหน่อย ทำไมต้องมาหาหมอ”
กาญจนามองหน้าลูกสาววัย 22 ปีด้วยความงุนงง กับสิ่งที่ลูกสาวเธอรบเร้าให้เธอกับสามีมาที่นี่
“เอาแบบตรงๆ มั้ยคะคุณแม่...คุณพ่อ?”
วาริศาได้รับแรงบันดาลใจนี้มาจากเปมิกาพี่เลี้ยงของวาริศา บวกกับความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และชอบชายหนุ่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าหมอหนุ่มจะไม่เคยชายตามองเธอเลยก็ตาม ‘ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ’
“พูดมาเลย...พ่ออยากรู้ว่าเพราะอะไรลูกถึงอยากให้พ่อกับแม่มาโรงพยาบาลนี่นัก ทั้งที่พ่อกับแม่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
ศักดิ์ดามองบุตรสาวอันเป็นที่รัก ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนและเป็นลูกคนเดียวของเขาและกาญจนา
“ไหมแก้ว...ชอบพี่หมอในโรงพยาบาลนี้ค่ะคุณพ่อ”
พี่เลี้ยงของเธอบอกว่าจะต้องเชิงรุก เพราะหมอหนุ่มคนนี้ชอบคนขี้อ้อน และเธอก็เชื่อฟังพี่เลี้ยงที่น่ารักของเธอเป็นอย่างดี
“อะไรนะ! ยัยไหม...ลูกพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า เรียนหนังสือก็ยังไม่จบ แล้วจะมีแฟนเนี่ยนะ!”
“นั่นสิ...ถ้าลูกอยากจะมีแฟน ทำไมลูกจะต้องให้พ่อแม่มาช่วยลูกด้วย...ถามพ่อหรือยังว่าอยากให้ลูกของพ่อมีแฟนมั้ย...”
“ก็ลูกชอบนี่คะ...พ่อกับแม่เห็นลูกเคยมีแฟนมั้ยคะ มีหนุ่มมาตามจีบลูกกันเยอะแยะ ลูกก็ไม่เคยสนใจใครสักคน แต่กับพี่หมอคนนี้ลูกกลับตกหลุมรักอย่างจังเลยค่ะ...นะ...นะคะคุณพ่อคุณแม่ แกล้งป่วยให้ลูกหน่อยนะคะ คุณพ่อกับคุณแม่ต้องป่วยเป็นโรคหัวใจ หรือเจ็บหน้าอกอะไรประมาณนี้นะคะ เพราะพี่ธามเป็นศัลยแพทย์หัวใจ (Cardiac Surgeon) ค่ะ ^<>^”
“โอย...ลูกฉัน”
“ก็ลูกชอบนี่คะ หรือคุณพ่อกับคุณแม่อยากให้ชอบหนุ่มๆ จิ๊กโก๋ข้างทางหรือไงคะ...น่า...นะคะ...ช่วยลูกด้วยนะคะ”
“เขาเป็นหมอ...อืม...แล้วทำไมลูกไม่เรียนหมอหรือพยาบาลตั้งแต่แรก แล้วมาเรียนเป็นเชฟทำอาหารเนี่ยนะ...”
“ใครจะรู้ล่ะคะคุณพ่อ ว่าเนื้อคู่ของลูกจะเป็นหมอ ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก ลูกก็เรียนไปตั้งนานแล้ว และอีกอย่างครอบครัวเราก็รวยล้นฟ้าอยู่แล้ว ต่อให้ลูกไม่เรียนหนังสือ ลูกก็ใช้มรดกของคุณพ่อไม่หมดอยู่ดี...”
“งั้นเหรอ...ลูกสาวพ่อนี่มันเจ๋งจริงๆ คิดเอง...เออเองเสร็จสรรพ ไปถามเขาหรือยัง ว่าเขาจะชอบลูกหรือเปล่า หรือเขาอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ได้”
“ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ลูกเคยเจอเขาแล้วค่ะคุณพ่อ เขาเป็นพี่ชายของพี่เลี้ยงฝึกงานของลูกเอง...ไม่แน่นะคะคุณพ่อ ถ้าลูกได้แต่งงานกับพี่หมอคนนี้ล่ะก็ ลูกอาจจะปั๊มหลานให้คุณพ่อคุณแม่สักสองสามคนก็ได้นะคะ คุณพ่อจะได้ไม่เหงาไงคะ”
“งั้นเชียว...น่าสนเหมือนกันนะ”
“อย่าบอกนะว่าคุณจะเห็นด้วยกับลูก ให้ลูกเรียนจบก่อนมั้ยค่อยคิดเรื่องนี้”
“ลูกเรียนจบปีนี้แล้วนะคะ...และอีกอย่างถ้าลูกไม่รีบจีบพี่ธามล่ะก็...มือดีอาจจะคว้าไปก็ได้นะคะคุณแม่”
วาริศาแชทปรึกษาเปมิกาพี่เลี้ยงของเธอตลอด หลังจาก วันนั้น วาริศาก็ไม่อยู่นิ่งอีกต่อไป เธอจะต้องเดินเข้าหาเขาเท่านั้น!
“โอเค...งั้นวันนี้พ่อจะเริ่มจากหัวใจเต้นผิดปกติดีกว่านะ อืม...จะได้สมจริง...เอาวะ...เพื่อลูกเขย...และเพื่อหลานตัวน้อยของพ่อ...พ่อจะช่วยลูกรักของพ่อเอง”
“เย้!!!!! คุณพ่อน่ารักที่สุดเลยค่ะ”
วาริศาดีใจเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกความหวังของเธอเปล่งประกายขึ้นมาทันที แผนอันชาญฉลาดของเธอจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว สมัยนี้ใครเขารอผู้ชายมาจีบกันเล่า ผู้หญิงก็จีบผู้ชายก่อนได้ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ถ้าตกผู้ชายหล่อ อ่อนโยน แบบหมอธามได้ วาริศาก็คิดว่าคุ้มอย่างที่สุด
“พ่อลูกคู่นี้ ต้องบ้ากันไปแล้วแน่ๆ”
...................
@ คลินิกหมอธีรุตม์... “ตอนนี้ร่างกายของคนไข้ปกติแล้วนะครับ หลังจากที่หมอให้ยาบำรุงไปทาน ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นปกติครับ แต่จะมีเพียงค่าของกรดยูริก (Uric Acid) สูงขึ้นมาเล็กน้อย หมอแนะนำให้งดทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และที่สำคัญยอดผักต่างๆ ซึ่งจำพวกนี้จะมีกรดยูริกสูงครับ” “ครับ” ชนาธิปตั้งใจฟังหมอหนุ่มอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ชนาธิปพาแม่มาตามนัดอีกครั้ง “โดยรวมการรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยนะครับ ถ้าควบคุมแล้ว ร่างกายก็จะแข็งแรงปกติครับ” “ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับ”สายตาคมเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เต็มตื้นในหัวใจ จนแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางอย่างอัตโนมัติ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ”ธีรุตม์ตอบกลับออกไปขณะที่กำลังจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนุ่มคนนี้ น้อยนักที่จะอ่อนโยนและดูแลบุพการีได้ดีขนาดนี้ “ขอบคุณอีกครั้งครับหมอ...”ชนาธิปยกมือไหว้ พร้อมกับเตรียมจะลุกขึ้น... “เดี๋
ริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้ “โอเค...คุณออกไปได้!”อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม “คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!! “แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี “เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...” “แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...” “เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้” “ห๊ะ!!!” “ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ” “ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์” “ยังไง?” “นายอินทัชช
@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ “วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ” “ค่ะเจ้” “เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ? “ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม “แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน “เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์
“ดิฉันศึกษารายละเอียดมาทั้งหมดแล้วค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ระยะเวลาในการตรวจของวิศวกรแต่ละคน ควรเท่ากันนะคะ...พวกคุณตรวจสี่คนใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเกือบห้าวัน ดิฉันคนสุดท้ายเหลือแค่วันเดียว อยากจะรู้ค่ะว่ามาตรฐานความเท่าเทียมอยู่ตรงไหนคะ”กุลจิราสาดวาจาใส่พวกเขาออกไปเช่นกัน เธอก็พยายามที่จะนับหนึ่งถึงร้อย พวกผู้ชายพวกนี้ดูจะเหยียดเธอเป็นพิเศษ ดูจากสายตาของแต่ละคน บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก กุลจิราจะต้องผ่านบททดสอบนี้ให้ได้ “คุณพึ่งจะมาทำงานไม่ถึงเดือน คงไม่รู้กฎระเบียบที่นี่สินะ...บริษัทนี้ความสวยไม่สามารถเบิกทางคุณมาได้นะครับ”วิศวกรคนเดิมยังไม่ถอย กลับพูดจาเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ถึงดิฉันจะพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงตามที่คุณบอก แต่ดิฉันก็พอจะรู้จักกาลเทศะพอสมควรค่ะ ไม่เอาใครมาด้อยค่าในที่ประชุมแบบนี้หรอกค่ะ คนเราต้องดูที่ความสามารถค่ะ ดิฉันทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็จริง แต่คนเราควรได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองหน่อยสิคะ” “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” “โอเค...เอาล่ะ พอได้แล้วครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจในสปิริตของแต่ละคนครับ
“อืม...แต่เมื่อกี้ฉันยังบอกแกไม่หมดเลยนะท็อป ทำไมฉันถึงคิดว่ามันแค่เซ็กส์รู้มั้ย...ก็เพราะว่าเราไม่ได้รักกันไง เขากับฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เขาเคยข่มขืนฉัน เขาพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำฉัน เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และสุดท้ายเขาก็ทำกับฉัน แกจะให้ฉันคิดยังไงวะท็อป ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีอะไรเลย ต่างคนต่างมีความสุขงั้นเหรอ ฉันยอมรับนะโว้ย ว่าร่างกายฉันมีความสุข ซึ่งฉันเองก็บังคับมันไม่ได้เลย และแกจะให้ฉันทำยังไง” “แกทำไม ไม่บอกเขาตรงๆ ล่ะ ว่าเรามาคบกันดูมั้ย แกพูดกับเขาไปหรือเปล่า แกถามเขาไปหรือยัง ว่าที่มีอะไรกับแกเพราะอะไร ทำไมต้องเลือกแก ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมเขาถึงไม่เลือก จะซื้อกี่คนก็ได้ ทำไมถึงต้องเป็นแก...” “...” “แสดงว่าแก ก็ไม่ได้ถามใช่มั้ย และแกก็คิดเอง สุดท้ายก็เดินออกมา...และมาเสียใจคิดว่าเขาอยากได้แค่ร่างกายของแกงั้นหรือเดียร์” “ฉันไม่รู้...ฉันคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายฉันแค่นั้น และตอนนี้เขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันด้วย...ถ้า...เอ่อ...เขาต้องการฉันเมื่อไหร่ เขาเรียก...ฉันก็ต้องไป” “ฉันว่านายอินทัช...ไม่ได้ต้องการแค่ร่
“คุณอินทัช...ตื่นได้แล้ว ฉันต้องกลับบ้านค่ะ” “จะรีบไปไหน...เดียร์”ร่างหนาพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาสนิทอยู่แบบนั้น “ฉันจะกลับบ้านค่ะ” เปมิกาพยายามใจเย็นกับเขาอีกครั้ง “...” อินทัชลืมตาขึ้นทันที “ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินมั้ยคะ” “คุณตื่นนานแล้วหรือ”สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่ร่างบาง ก็พบว่าเธอนั้นกำลังนั่งมองเขาอยู่ “นานแล้ว...ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ”เปมิกาสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ของเขาที่เธอพยายามเลือกตัวที่เล็กที่สุดที่เธอจะสามารถใส่ได้ เพราะชุดของเธอนั้นขาดจนไม่สามารถที่จะใส่มันได้อีกแล้ว “บอกเหตุผลของคุณมาซิเดียร์ ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน...ระหว่างคุณกับผมนั้น คุณคิดยังไง”อินทัชรู้สึกไม่พอใจ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรเหมือนกับเขาเลย อินทัชคิดว่าเธอจะรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ทางร่างกายของเขาและเธอ อินทัชรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองต้องการที่จะขอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง หลังจากที่คราวครั้งก่อนนั้นถูกปฏิเสธ มาครั้งนี้อินทัชคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่ทุกอย่าง