LOGIN@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์
“วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ”
“ค่ะเจ้”
“เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”
พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ?
“ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”
เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม
“แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”
ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน
“เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์ ที่พูดไปแบบนั้น เขาคงอยากจะชิมฝีมือเธอหรือเปล่า เอาล่ะทำให้สุดฝีมือแล้วกันนะ เจ้เอาใจช่วย...ในฐานะที่วันนั้นเธอตอกกลับยัยคู่หมั้นของคุณอินทัชจนหน้าหงายกลับไปเลย”
“อะไรกันเจ้? เดียร์เครียดมากเลยนะคะ...ทำไมต้องมาอยากกินอะไรตอนนี้ด้วยเล่า”
“แกทำไปเหอะเดียร์...จำที่ฉันบอกได้มั้ย...ถ้าจำได้ก็รีบทำซะจะได้เสร็จๆ เดี๋ยวเย็นนี้เราไปเที่ยวกันดีกว่า ที่เดิม...ไปมั้ย”
ธนวันต์มีเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน หลังจากที่ทำตามแผนตัวเองที่วางไว้ ถ้าเพื่อนเขารู้คงต้อง*ว้ากใส่เขาแน่ๆ ที่เขาไปสมัครทำงานพาร์ทไทม์ที่บาร์โฮส ^<>^ เพื่อที่จะได้เจอกับนางฟ้าของเขาอีกครั้ง!
“ไม่ไปหรอก...ดูเมนูวันนี้ก็เหนื่อยแล้ว แกไม่คิดจะช่วยฉันบ้างเหรอท็อป”
“เอ๊า...ก็เรื่องของแกเองนี่ ดันสร้างปัญหาวาทะกรรมเอาไว้ ก็ต้องรับผิดชอบเองสิครับ คุณอินทัชอยากชิมฝีมือแกแล้วนี่ รีบทำไปเสิร์ฟสิ...อย่าช้าล่ะ เดี๋ยวเขาโมโหหิวนะ”
“นี่แกสองคนพูดเรื่องอะไรกัน แปลกๆ ชอบกล มีอะไรที่เจ้ไม่รู้มั้ย...เจ้ตกข่าวช่วงไหนไปหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอกครับเจ้...วันนี้ไอ่เดียร์ไม่ไป เจ้ไปกับผมหรือเปล่า ไปตามล่าหนุ่มๆ น่ะ”
“ไม่อ่ะ...วันนี้เจ้ไม่ว่าง...มีนัดแล้ว”
“แอ๊ะ!! เจ้มีนัด...”
“อะไรของแกท็อป...ฉันก็มีนัดของฉันบ้างสิ”
“ฮั่นแน่! ใช่นัดกับหนุ่มในโรงแรมนี้หรือเปล่า...เอ...หรือว่าจะเป็นผู้จัดการนะ...เห็นเขาพึ่งคุยโอ่ไปเมื่อกี้ ว่ามีนัดกับหวานใจ”
“ท็อป!” พรลภัสหน้าแดงทันที เมื่อความลับของเธอถูกเปิดเผย จากลูกน้องสุดแสบของเธอ
“เขารู้กันไปหมดแล้วเจ้...ไม่ต้องปิดหรอก...ขนาดเด็กฝึกงานยังรู้เลย”
“เอ๊า! แกก็รู้เหรอปอนด์...นี่ฉันทำพลาดตรงไหนเนี่ย ทำไมข่าวนี้ถึงได้ถึงพวกแกแบบนี้”
“แล้วเจ้จะปิดทำไมก่อน? คุณชยพลเขาก็โสด เจ้ก็โสด จะคบกันก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่คะ ดีซะอีก ทำงานที่เดียวกัน เห็นกันมานาน รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว”
“แต่มันดูไม่ดีย่ะ...ที่คนแก่แบบฉันมามีความรักตอนนี้”.
“ใครเขาแคร์กันเจ้ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะเจ้ ชีวิตคนเราแสนสั้นนัก ดูอย่างท็อปสิ มีความเป็นตัวของตัวเอง อยากทำอะไรก็ No สน No แคร์”
“เมื่อไม่กี่วันฉันเห็นนายเศร้าอยู่นะท็อป ตอนนี้นายหายแล้วเหรอ...” ชนาธิปอดที่จะเหน็บเพื่อนไม่ได้
“หายแล้ว...แล้ววันนี้นายไปกับฉันมั้ยปอนด์ ไปบาร์นั่นกันเถอะ ฉันจะพาแกไปเปิดโลกอีกครั้ง รับรองแกเจอเนื้อคู่แน่”
“ให้ฉันไปกับนายเนี่ยนะ พอสักพักนายก็หนีไปอีก แล้วฉันจะกลับกับใครล่ะ”
“จะยากอะไร แท็กซี่ออกเต็มเมือง นายเป็นผู้ชายนะปอนด์ จะกลัวอะไร”
“ไปเถอะปอนด์ บางครั้งทำตัวแบบไอ่ท็อปก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อยากทำก็ทำเลย”
“อืม...โอเค...กี่ทุ่มดี”
“เวลาเดิมเหมือนวันนั้นแหละ”
“โอเค...”
เวลา 11.30 น. ณ ห้องทำงานท่านประธาน...
ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูห้องถูกรบกวน
“เข้ามา...”
แกร๊ก! ประตูถูกเปิด
“ดิฉันนำอาหารมาเสิร์ฟค่ะ”
สุ่มเสียงแสนจะแผ่วเบาแฝงไปด้วยความไม่มั่นใจของเจ้าของร่าง ที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับรถเข็นอาหาร
“วางไว้เลย...”
เสียงของเขาขรึมลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องไปที่ร่างบางเขม็ง
เวลาผ่านไปราวห้านาที...
“เอ่อ...ดิฉันจัดเตรียมพร้อมทานเรียบร้อยแล้วค่ะ...มีอะไรขาดตกบกพร่องก็โทรสั่งได้นะคะ...ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ”
เปมิกาเตรียมหันหลังกลับ
“คืนนี้ไปหาผมที่เพนท์เฮ้าส์...บอกรปภ.ได้เลย ถ้าผมยังไม่ไปถึง...”
“คะ??” เปมิกาหันควับ! ทันที
“ฟังไม่ผิดหรอก...ผมเรียก คุณก็ต้องมา จำไม่ได้หรือไง”
“ตะ-แต่...” เปมิกาชะงักกับประโยคของเขา ชาติที่แล้วเธอไปทำกรรมอะไรกับเขาไว้หนักหนา ชาตินี้เขาถึงได้แกล้งเธอไม่เลิกแบบนี้
“แต่อะไร!”
ดวงตาคมเหลือบขึ้นมองเธอ แววตาคู่นั้นแฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดที่อ่านยากดูโหดเหี้ยมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“คุณจะแกล้งฉันไปถึงไหนคะ”
เปมิการะบายลมหายใจออกมาเบาๆ ข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้
“ผมไม่ได้แกล้ง...แต่ผมสั่ง! คุณต้องมา”
เปลวไฟในดวงตาของเขาลุกโชน แผดเผาให้หัวใจของเธอเจ็บปวด
“ฉันไม่เต็มใจ! ทำไมคุณต้องบังคับฉันด้วยคะ”
ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกลงไปในตาเขา พยายามสะกดกลั้นความขมขื่นในหัวใจ
“แล้วยังไง...ผมอยากได้คุณ...คุณก็ต้องมาบริการผมสิ ผมไม่ได้ให้คุณบริการฟรีๆ หรอกนะ”
วาจาแสบร้อนที่สุดสาดใส่เธอเข้าไปสุดแรง อินทัชอยากจะรู้ ว่าถ้าเธอโดนกระทำแบบนี้บ้าง ตัวเธอจะยังมีความรู้สึกหรือเปล่า เขายอมเป็นคนใจร้ายที่ทำแบบนี้
“ฉัน...ฉันจะแจ้งความ...คุณล่วงละเมิดฉัน”
เปมิกาไม่รู้จะสรรหาคำไหนที่จะมาต่อกรกับเขาได้อีกแล้ว นอกจากคำขู่นี้
“เอาสิ...แจ้งเลย...อย่าลืมนะว่าเพนท์เฮ้าส์ของผมมีกล้องติดไว้หลายตัว...ผมจะเอาเปิดให้ตำรวจดูก็ได้ ว่าผมล่วงละเมิดคุณ โดยที่คุณไม่เต็มใจเลย!”
ความผิดหวังและความน้อยใจพุ่งเข้ามาฉีกกระชากวิญญาณของเขาอย่างเหี้ยมโหด ในดวงตาของเขาฉายแววความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง อินทัชไม่ได้คิดเล่นๆ กับเธอเลยสักครั้ง ทุกครั้งเขาจริงใจกับเธอมาตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วถึง 8 ปีก็ตาม อินทัชยังไม่เคยลืมเธอเลยสักครั้ง แต่เธอสิคิดอะไรบ้าง คิดอยากจะมีเขาบ้างไหม
“คุณมันบ้าที่สุด! ฉันเกลียดคุณ!”
@ คลินิกหมอธีรุตม์... “ตอนนี้ร่างกายของคนไข้ปกติแล้วนะครับ หลังจากที่หมอให้ยาบำรุงไปทาน ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นปกติครับ แต่จะมีเพียงค่าของกรดยูริก (Uric Acid) สูงขึ้นมาเล็กน้อย หมอแนะนำให้งดทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และที่สำคัญยอดผักต่างๆ ซึ่งจำพวกนี้จะมีกรดยูริกสูงครับ” “ครับ” ชนาธิปตั้งใจฟังหมอหนุ่มอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ชนาธิปพาแม่มาตามนัดอีกครั้ง “โดยรวมการรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยนะครับ ถ้าควบคุมแล้ว ร่างกายก็จะแข็งแรงปกติครับ” “ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับ”สายตาคมเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เต็มตื้นในหัวใจ จนแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางอย่างอัตโนมัติ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ”ธีรุตม์ตอบกลับออกไปขณะที่กำลังจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนุ่มคนนี้ น้อยนักที่จะอ่อนโยนและดูแลบุพการีได้ดีขนาดนี้ “ขอบคุณอีกครั้งครับหมอ...”ชนาธิปยกมือไหว้ พร้อมกับเตรียมจะลุกขึ้น... “เดี๋
ริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้ “โอเค...คุณออกไปได้!”อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม “คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!! “แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี “เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...” “แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...” “เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้” “ห๊ะ!!!” “ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ” “ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์” “ยังไง?” “นายอินทัชช
@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ “วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ” “ค่ะเจ้” “เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ? “ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม “แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน “เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์
“ดิฉันศึกษารายละเอียดมาทั้งหมดแล้วค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ระยะเวลาในการตรวจของวิศวกรแต่ละคน ควรเท่ากันนะคะ...พวกคุณตรวจสี่คนใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเกือบห้าวัน ดิฉันคนสุดท้ายเหลือแค่วันเดียว อยากจะรู้ค่ะว่ามาตรฐานความเท่าเทียมอยู่ตรงไหนคะ”กุลจิราสาดวาจาใส่พวกเขาออกไปเช่นกัน เธอก็พยายามที่จะนับหนึ่งถึงร้อย พวกผู้ชายพวกนี้ดูจะเหยียดเธอเป็นพิเศษ ดูจากสายตาของแต่ละคน บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก กุลจิราจะต้องผ่านบททดสอบนี้ให้ได้ “คุณพึ่งจะมาทำงานไม่ถึงเดือน คงไม่รู้กฎระเบียบที่นี่สินะ...บริษัทนี้ความสวยไม่สามารถเบิกทางคุณมาได้นะครับ”วิศวกรคนเดิมยังไม่ถอย กลับพูดจาเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ถึงดิฉันจะพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงตามที่คุณบอก แต่ดิฉันก็พอจะรู้จักกาลเทศะพอสมควรค่ะ ไม่เอาใครมาด้อยค่าในที่ประชุมแบบนี้หรอกค่ะ คนเราต้องดูที่ความสามารถค่ะ ดิฉันทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็จริง แต่คนเราควรได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองหน่อยสิคะ” “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” “โอเค...เอาล่ะ พอได้แล้วครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจในสปิริตของแต่ละคนครับ
“อืม...แต่เมื่อกี้ฉันยังบอกแกไม่หมดเลยนะท็อป ทำไมฉันถึงคิดว่ามันแค่เซ็กส์รู้มั้ย...ก็เพราะว่าเราไม่ได้รักกันไง เขากับฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เขาเคยข่มขืนฉัน เขาพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำฉัน เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และสุดท้ายเขาก็ทำกับฉัน แกจะให้ฉันคิดยังไงวะท็อป ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีอะไรเลย ต่างคนต่างมีความสุขงั้นเหรอ ฉันยอมรับนะโว้ย ว่าร่างกายฉันมีความสุข ซึ่งฉันเองก็บังคับมันไม่ได้เลย และแกจะให้ฉันทำยังไง” “แกทำไม ไม่บอกเขาตรงๆ ล่ะ ว่าเรามาคบกันดูมั้ย แกพูดกับเขาไปหรือเปล่า แกถามเขาไปหรือยัง ว่าที่มีอะไรกับแกเพราะอะไร ทำไมต้องเลือกแก ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมเขาถึงไม่เลือก จะซื้อกี่คนก็ได้ ทำไมถึงต้องเป็นแก...” “...” “แสดงว่าแก ก็ไม่ได้ถามใช่มั้ย และแกก็คิดเอง สุดท้ายก็เดินออกมา...และมาเสียใจคิดว่าเขาอยากได้แค่ร่างกายของแกงั้นหรือเดียร์” “ฉันไม่รู้...ฉันคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายฉันแค่นั้น และตอนนี้เขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันด้วย...ถ้า...เอ่อ...เขาต้องการฉันเมื่อไหร่ เขาเรียก...ฉันก็ต้องไป” “ฉันว่านายอินทัช...ไม่ได้ต้องการแค่ร่
“คุณอินทัช...ตื่นได้แล้ว ฉันต้องกลับบ้านค่ะ” “จะรีบไปไหน...เดียร์”ร่างหนาพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาสนิทอยู่แบบนั้น “ฉันจะกลับบ้านค่ะ” เปมิกาพยายามใจเย็นกับเขาอีกครั้ง “...” อินทัชลืมตาขึ้นทันที “ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินมั้ยคะ” “คุณตื่นนานแล้วหรือ”สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่ร่างบาง ก็พบว่าเธอนั้นกำลังนั่งมองเขาอยู่ “นานแล้ว...ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ”เปมิกาสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ของเขาที่เธอพยายามเลือกตัวที่เล็กที่สุดที่เธอจะสามารถใส่ได้ เพราะชุดของเธอนั้นขาดจนไม่สามารถที่จะใส่มันได้อีกแล้ว “บอกเหตุผลของคุณมาซิเดียร์ ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน...ระหว่างคุณกับผมนั้น คุณคิดยังไง”อินทัชรู้สึกไม่พอใจ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรเหมือนกับเขาเลย อินทัชคิดว่าเธอจะรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ทางร่างกายของเขาและเธอ อินทัชรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองต้องการที่จะขอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง หลังจากที่คราวครั้งก่อนนั้นถูกปฏิเสธ มาครั้งนี้อินทัชคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่ทุกอย่าง







