Masukธีรุตม์อดที่จะเหน็บคู่กัดตลอดกาลของเขาไม่ได้
“แต่ฉันว่านายสิเวย์ ที่ไม่เปลี่ยนไปเลย...”
“อะไรของนาย??”
“รสนิยมไง...ฮ่า ฮ่า ขนาดนายเป็นหมอเต็มตัวขนาดนี้ เจอพยาบาลสาวสวยเยอะแยะ นายก็ยังไม่เปลี่ยนไปชอบเลย...”
“นี่! ตกลงนายจะแขวะฉันเรื่องเดียวใช่มั้ยกันต์ ถ้าดูจากหน้าแต่ละคนสามคนเนี่ยนะ ฉันว่านายหน้าแก่สุด เพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะว่านายเสพสาวๆ เยอะเกินไปสาวพวกนั้นสูบพลังนายจนดูโทรมอย่างนี้”
“อ่าว...นายพูดแบบนี้ก็เท่ากับว่าไม่รู้เรื่องฉันจริงนี่หว่า...เดือนหนึ่งเต็มๆ ที่ผู้หญิงไม่ตกถึงท้องเลยสักคน ที่ฉันโทรมก็เพราะฉันออกไปคุมงานที่บริษัท ฉันเป็นวิศวกรและเจ้าของบริษัทนะโว้ยภาระเยอะขึ้นเลยต้องทำงานหนักหน่อยดิวะ”
“ต่อให้ผ่านไปกี่ปี นายสองคนก็ทะเลาะกันตลอดเลยนะ ฉันว่าจริงๆ แล้วเราสามคนไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย”
“นึกถึงสมัยเรียนแล้ว แมร่งอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกว่ะ ฉันโคตรชอบเลย สาวๆ ไม่ขาดมือ”
“ชีวิตตอนนั้นของนาย ฉันบอกได้คำเดียวเลยกันต์ ว่าเลวมาก! ถ้าไม่ติดที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก และพ่อแม่เรารู้จักกันนะ ฉันว่า...ฉันคงไม่คบนายแน่ๆ”
“อืม...ฉันยอมรับ ไม่เถียง เมื่อก่อนฉันเลวจริง เออ ว่าแต่พวกนายจำเรื่องของอินทัชได้มั้ยวะ...เรื่องของน้องมอ-ปลายน่ะ”
“ฉันจำได้”
เสียงของอินทัชเอ่ยขึ้นแทรกทันที ราวกับว่ามันอยู่ในใจของเขาอยู่ก่อนแล้ว อินทัชไม่เคยลืมเหตุการณ์วันนั้นเลย ภาพความทรงจำต่างๆ ยังติดอยู่ในใจเขาตลอด ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยมา 8 ปีแล้วก็ตาม
“เฮ้ย! นายจำได้ด้วยเหรอวะ ฉันนึกว่าพวกสาวผมทองทำให้นายลืมน้องมอ-ปลายไปแล้ว นายนี่สุดจริง อินทัช”
“ดูนายจะภูมิใจมากเลยนะกันต์ ที่พาเพื่อนทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น วันนั้นฉันไปด้วย แต่ก็ยังพลาดจากแผนของนายได้ ถ้าไม่งั้นน้องมอ-ปลายคงไม่ต้องโดนอินทัชทำแบบนั้นหรอก...”
“ตอนนี้น้องเค้าจะเป็นยังไงบ้างวะ หลังจากวันนั้นพวกเราไปตามหาเธอที่โรงเรียนก็ไม่เจอ ไม่เจอน้องอีกเลย ตอนแรกฉันคิดว่าน้องจะไปแจ้งความซะอีก แต่เธอแมร่งใจโคตรได้ว่ะ”
“ฉันก็พยายามตามหาเธอ...ฉันรู้สึกผิดมากที่ทำแบบนั้น...และยังไม่เคยลืมเธอเลย”
“จริงหรือวะ...เฮ้ย...น้องเค้าจะมีอิทธิพลกับนายขนาดนั้นเลยเหรอวะ นายมีคู่หมั้นแล้วนะโว้ย อินทัช...น้องรดาสวยด้วยดิ แกลืมน้องมอ-ปลายไปเถอะ รายนั้นอาจจะแต่งงานมีลูกมีผัวแล้วก็ได้”
“ถามจริงกันต์...นายไม่รู้สำนึกถึงความผิดของตัวเองบ้างเลยเหรอ...ที่พาเพื่อนไปทำแบบนั้นน่ะ”
“รู้สึก! แต่ไม่สำนึก เมื่อก่อนฉันอายุแค่ 21 ยังเป็นหนุ่มเลือดร้อนวัยคะนองทำอะไรไม่รู้จักคิดหรอก แต่หลังจากกรณีของอินทัชแล้วฉันก็ไม่ได้ทำแบบนั้นอีกแล้วนี่... ”
“จะโทษไอ่กันต์คนเดียวก็ไม่ถูก จริงๆ ตัวฉันเองก็เลวพอๆ กับไอ่กันต์นั่นแหละเวย์ อย่าไปโทษไอ่กันต์เลย...”
อินทัชเป็นผู้ใหญ่มีความคิดที่สุขุม และด้วยวัย 29 ปีทำให้เขารู้จักอะไรมากมาย ทำให้เขามีเวลาตกผลึกความคิดมากขึ้น เรื่องที่เขาทำเมื่อ 8 ปีก่อนก็เช่นกัน เขาคิดมาจวบจนกระทั่งตอนนี้ เขาไม่เคยลืมเธอคนนั้นได้เลย...ความผิดที่เป็นเหมือนเงาตามตัวเขาตลอดเวลา...
...................
@ คฤหาสน์หลังใหญ่...
“พี่รออินทัชทั้งคืนเลยรู้มั้ย นึกว่าอินทัชจะรีบกลับมาซะอีก เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจพี่ซะทีนะอินทัช...”
อติญาบ่นน้องชายต่างสายเลือด ในสายของอีกวัน เธอจ้องมองน้องชายตั้งแต่หัวจรดเท้า อินทัชเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะพอสมควร รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเครื่องหน้าที่ชัดเจน กรอบหน้าได้มุมดวงตาคมใต้เรียวคิ้วเข้มหนาที่โก่งรับกับจมูกโด่งเป็นสัน อติญาอดที่จะชื่นชมน้องชายตัวเองไม่ได้เลย ถ้าเป็นดาราน้องเธอคงเป็นดาราระดับแถวหน้าแน่นอน!
“ขอโทษครับ...พอดีเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยครับ”
“อีก 3 วันจะเปิดตัวประธานบริษัทคนใหม่แล้วนะ อินทัช”
“ทำไมต้องรีบเปิดตัวผมครับ จริงๆ พี่แพรก็บริหารต่อได้นี่ครับ ผมยังต้องเรียนรู้งานอีกเยอะครับ”
เหตุผลที่อินทัชไปอยู่ต่างประเทศ 4 ปีทั้งที่เรียนจบแล้วแต่เขาก็ยังไม่กลับมา ก็คืออินทัชเสียใจอย่างที่สุดที่พ่อกับแม่เขามาด่วนจากเขาไปอย่างกระทันหัน และช่วงอายุ 25 ปีของเขาก็ยังไม่สามารถที่จะแบกรับการสืบทอดกิจการต่างๆ ได้อินทัชเลยเลือกที่จะไปเรียนต่อและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ในต่างแดน
“รอไม่ได้หรอกอินทัช...มีบางอย่างไม่ปกติ เธอก็รู้นี่ว่าสาเหตุการตายของพ่อกับแม่มันแปลกๆ คุณอาชนัศชัยก็ยังอยากเข้ามาควบคุมกิจการต่างๆ พี่ไม่สบายใจเลย พี่อยากให้อินทัชมาบริหารงานอย่างเต็มตัวซะที”
“เรื่องของพ่อกับแม่ ผมเองก็ตามสืบคดีอยู่นะครับ เพียงแต่เรายังขาดหลักฐานชิ้นสำคัญไปครับ ตอนนี้คนของผมได้ความคืบหน้าบ้างแล้วครับ คงอีกไม่นาน พี่แพรสบายใจได้ครับ ผมไม่ยอมให้พ่อกับแม่ตายฟรีแน่ๆ ครับ”
“พี่ดีใจนะอินทัช ที่ได้ยินแบบนี้พี่สงสารพ่อกับแม่มากที่ด่วนจากพวกเราไปเร็วและกะทันหันแบบนี้ ถ้าคุณพ่อยังอยู่ล่ะก็็คุณอาชนัศชัยก็คงไม่ต้องคอยมาบงการเรื่องทุกอย่างแบบนี้”
“เรื่องทั้งหมดเดี๋ยวผมจะจัดการเองครับ พี่แพรไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
“ก่อนที่จะเปิดตัวเธอ พี่ได้วางแผนและเตรียมข้อมูลทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอไม่ต้องห่วงนะอินทัช พี่เชื่อว่าเธอจะต้องดูแลกิจการของเราต่อไปได้อย่างแน่นอน”
“แต่พี่คงไม่ปล่อยผมทำคนเดียวหรอกนะครับ”
อินทัชมองพี่สาวต่างสายเลือด ถึงแม้ว่าอติญาจะไม่ใช่พี่สาวของเขาจริงๆ แต่เขากับเธอก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก พี่สาวคนนี้รักเขามากดูแลเขามาตลอด แม้กระทั่งเธอแต่งงานและเลิกลาไปแต่พี่สาวคนนี้ก็ทำแต่งาน จนไม่มีเวลาที่จะใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเองเลย อินทัชรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ในวัยหนุ่มเขานั้นไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือพ่อแม่และพี่สาวเขาเลย ได้แต่เสเพลไปวันวัน
“พี่ไม่ทิ้งเธอหรอกอินทัช แต่พี่อยากให้เธอมารับผิดชอบหน้าที่ต่อจากพี่เท่านั้น พี่จะช่วยเธอนะ”
อีกนัยหนึ่งของอติญาก็คือ เธอจะให้อินทัชมาแบ่งเบาภาระของเธอนั่นเอง มีอินทัชเข้ามาบริหารงาน อติญาก็อุ่นใจสบายใจ เธอคงมีเวลาที่จะใช้ชีวิตในแบบของตัวเองบ้าง วัย 34 ปีที่ผ่านมาเธอยังไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นของเธอเลย แต่ตอนนี้มันกลับเลยช่วงนั้นมาแล้ว อย่างน้อยขอใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายสุดของเธอก็ยังดี
“ขอบคุณครับพี่แพร...”
“อืม...วันนี้อินทัชต้องเข้าไปเรียนรู้งานกับพี่ก่อนนะ เพราะรอไม่ได้เลย เหลือเวลาอีกแค่สามวัน เธอต้องรีบเรียนรู้หน่อยนะ ไปวันนี้เลยละกันพี่จะแนะนำส่วนต่างๆ ของโรงแรมและภัตตาคารของกิจการหลักของเราก่อน”
“ครับ”
....................
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะสนใจเธอ?” “ดูสายตาของคุณแพรที่มองผมก็รู้แล้วครับ” “...” คนถามหน้าแดงทันที ‘เด็กคนนี้รู้ทันเธอหรือนี่’ “ฉันต้องจ่ายเธอเท่าไหร่ ไหนลองบอกมาซิ ว่าบริการของเธอจะแพงไหม? หนุ่มน้อย” “คุณเป็นคนเปิดคนแรก...ฟรีครับ ทั้งคืน จนกว่าคุณจะหมดแรงครับ” ‘กรี๊ดดดด!!!’ เสียงกรีดร้องที่อยู่ในใจของอติญา มันจะระเบิดออกมาเพราะคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้ “เธอกล้ามากหนุ่มน้อย” “ถึงผมจะเป็นหนุ่มน้อยอย่างที่คุณเรียก แต่อย่างอื่นผมไม่น้อยนะครับคุณแพร...ผมหมายถึงความสามารถน่ะครับ” “อะไรนะ!!!!” อติญาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีกับคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้ เลือดในกายของเธอแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างของเธอ อติญาชักจะทนไม่ไหวกับคำพูดอันล่อแหลมนี้แล้ว!!! อีกฝากฝั่งของเหตุการณ์ห้วงเวลาเดียวกัน ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสมาร์ทโฟนของเปมิกาดังขึ้น “เบอร์ใครกัน??”เปมิกาแปลกใจเป็นอย่างมาก ปกติเบอร์ที่เธอรู้จักเธอจะ *เมมชื่อไว้ตลอด แต่นี่คือเบอร์ของใคร? หรือว่ามิจฉาชีพ แต่นี่เวลาดึกขนาดนี้ไม่น่าจะใช่ “รับสิเดี
@ คลับหรูแห่งหนึ่ง... “ฉันว่านะอินทัช เธอคงจะกลัวนายก็ได้ เมื่อแปดปีที่แล้ว นายเล่นเธอไปกี่ยกกัน เธอถึงกลัวนายขนาดนั้น”ชนกันต์ยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่ม พร้อมกับเริ่มบทสนทนาในคลับหรูที่เจ้ามือก็คืออินทัชนั่นเอง “ถามน่าเกลียดมากกันต์ นายนี่เมื่อไหร่จะลดบ้างเรื่องนี้”ธีรุตม์หมั่นไส้เพื่อนเต็มทน เขาอดที่จะต่อว่าไม่ได้ “ไม่รู้สิ ฉันจำไม่ได้ว่ากี่ยก แต่รู้ว่าถ้าวันนั้นฉันไม่ป้องกัน เธอก็คงจะท้องแล้วมั้ง”อินทัชนึกถึงบทรักที่เขาทำกับเธอวันนั้น มันร้อนแรงจนตราตรึงในใจของเขาจนถึงทุกวันนี้ “เฮ้อ...นายก็อีกคนอินทัช ฉันว่านายต้องชอบเธอมากแน่ๆ เธอทำให้นายเสียทรงขนาดนี้เลยเหรอ” “อ่าว...เวย์...นายไปว่าเพื่อนทำไม...นายเองยังคงไม่เจอคนที่ใช่น่ะสิ...ถึงพูดได้...ฉันว่าถ้านายเจอคนที่ใช่เมื่อไหร่ บางทีจะมากกว่าอินทัชมันก็ได้นะ” “คงไม่มีวันนั้นหรอก...ดูจากวงจรชีวิตการทำงานของฉัน มันเจอแค่หมอกับพยาบาล และก็พวกนายแค่นั้นแหละ พวกLGBTQ อย่างฉันหายากที่จะเจอคนที่ใช่และจริงใจ” “โอ...พูดซะน่าสงสารเลยว่ะเวย์ หัวใจไอ่กันต์กระตุกวาบเลยล่ะทีนี้ ฉันว่
“เมื่อก่อนฉันชอบนาย...น่ะใช่! แต่ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจตัวฉันเองแล้ว ว่าผู้ชายบ้าๆ แบบนายเหรอวะที่ฉันเคยชอบ สงสัยเมื่อก่อนฉันคงตาบอดน่ะ ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว” “ฮ่า ฮ่า ถูกใจอีเจ้นักแล...ปอนด์น่ารักมากวันนี้ พูดได้ดีมากเลยนะลูกสาวแม่...” “เออ...เข้าไปกันเถอะ ไม่อยากคุยแล้ว”เพลย์บอยหนุ่มทนการโดนรุมในบทสนทนาไม่ไหวจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องทันควัน อีกด้านหนึ่ง... “วันนี้นายเลี้ยงเมาฉันได้แล้วนะอินทัช ฉันได้ข้อมูลทุกอย่างมาให้นายหมดแล้ว สรุปเธอโสดไม่ได้มีใครอย่างที่นายคิด สบายใจได้หรือยัง”บทสนทนาผ่านทางวีดีโอคอลของสามหนุ่มเกิดขึ้น ชนกันต์ทวงสัญญาจากอินทัชทันที เมื่อเขาได้ไปสืบข้อมูลของเด็กมอ-ปลายคนนั้นให้กับเพื่อนของเขาเรียบร้อยพร้อมรายงาน “ไม่ได้เห็นแก่กินเลยนะกันต์”เสียงของธีรุตม์เหน็บเพื่อนขึ้นโดยอัตโนมัติ “ใช่! เพราะเข้าเดือนที่สองแล้วที่ฉันห่างหายจากสิ่งพวกนี้ ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสังสรรค์กับพวกนายเลยว่ะ” “งั้นวันนี้ที่เดิมของเรานะ...เต็มที่” “ต้องอย่างนี้สิ...เพื่อนฉัน!” “ฉันขอบายนะวันนี้”
@ คลินิกยามเย็น... “คิวที่ 22 เชิญด้านในเลยค่ะ”เสียงใสๆ ของพยาบาลหน้าห้องร้องเรียกคนไข้ที่นั่งรอหน้าห้องตรวจ “ผมขอเข้าไปกับคุณแม่ได้ไหมครับคุณพยาบาล” “เข้าไปได้ค่ะ เชิญค่ะ” “ขอบคุณครับ” แกร๊ก! ประตูห้องตรวจถูกเปิด “สวัสดีครับคุณอมรรัตน์ วันนี้มาพบหมอมีอะไรเอ่ย”เสียงของธีรุตม์เอ่ยทักคนไข้ด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวลน่าฟัง พร้อมกับเงยขึ้นจากการก้มดูเอกสารประวัติของคนไข้ ธีรุตม์เปิดคลินิกเป็นของตัวเอง และเป็นหมอสังกัดในโรงพยาบาลเอกชนอีกเวลาหนึ่งด้วย “ป้ารู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ค่ะคุณหมอ วันนี้เลยให้ลูกชายลองพามาที่คลินิกหมอ ได้ยินว่าที่นี่รักษาดีค่ะ” “อ่อ ครับ เดี๋ยวขอหมอตรวจก่อนนะครับ”ธีรุตม์พูดกับคนไข้วัยกลางคน พร้อมกับเหลือบมองลูกชายที่คนไข้บอก และเขาก็พบว่าตัวเองถูกจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว “ผมขอฟังรายละเอียดคุณแม่ด้วยนะครับ”ชนาธิปเอ่ยขออนุญาตกับหมอหนุ่ม ปกติญาติของคนไข้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องตรวจด้วยเขาเลยต้องเอ่ยปากขึ้น “ครับ...ดีเลยครับญาติคนไข้จะได้รับฟังและช่วยดูแลไปด้วยคร
@ แผนกห้องครัวโรงแรม... “วันนี้มีเด็กฝึกงานสองคน เข้ามาฝึกงานที่แผนกของเรานะ ใครจะรับเด็กสองคนนี้ไปเทรนด์อาสามาเร็ว” “ผม...ขอบายครับไม่มีเวลาเทรนด์ใครครับ” “เอาตัวรอดตลอดเลยนะแก...ท็อป” “ผมรับหนึ่งคนครับเจ้”ชนาธิปอาสาทันที เขานึกถึงตัวเองตอนสมัยเป็นเด็กฝึกงาน เคยเจอประสบการณ์ที่ไม่ดี เขาเองก็ไม่อยากให้เด็กฝึกงานพวกนี้เจอแบบเขาเลย “อืม...ดีมากปอนด์...ไปเมวิกาเธอไปอยู่กับเชฟปอนด์...ส่วนวาริศาเธอไปอยู่กับเชฟเดียร์แล้วกันนะ”หัวหน้าเชฟจัดแจงทุกอย่างให้ลูกน้องสุดที่รักของเธอนั้น ได้หัดเป็นครูฝึกบ้างจะได้รู้ว่าต้องใช้ความอดทนขนาดไหนที่จะฝึกเด็กพวกนี้ได้ “ค่ะเจ้...มาวาริศามาอยู่กับพี่”เปมิกาเรียกเด็กฝึกงานเข้าไปหาเธอ ดูหน่วยก้านเธอคนนี้ไม่เหมาะที่จะเรียนทำอาหารเลย แบบเด็กคนนี้น่าจะไปเป็นดารานางแบบซะมากกว่า “สวัสดีค่ะคุณเชฟเดียร์”เด็กฝึกงานยกมือไหว้ครูฝึกของตัวเองอย่างนอบน้อม “ไม่ต้องเรียกพี่คุณหรอก เรียกพี่ว่า พี่เดียร์ก็ได้ กันเอง น้องอายุเท่าไหร่คะ มีชื่อเล่นไหม” เปมิกามองเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนนี้อย่างชื่นชม
“พี่ว่าเราต้องใจเย็นๆ บ้างนะครีม เราจะเปลี่ยนงานบ่อยแบบนี้ไม่ได้ และพี่บอกแล้วว่าอย่าเรียนวิศวะ เป็นไงงานนี้มันค่อนข้างทำได้ยากเลยนะสำหรับผู้หญิง ถ้าหน้าตาเราขี้เหร่ก็ว่าไปอย่าง...” “พี่ธามจะบอกว่าน้องสาวของพี่สวยงั้นสิ ^^” “สวยสิครีม เดียร์เองเป็นผู้หญิงยังมองว่าครีมสวยมากเลยนะ...ความสวยของครีมเป็นเหตุให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เดียร์ว่าครีมต้องใจเย็นอย่างที่พี่ธามบอกนะ เราจะเปลี่ยนงานบ่อยไม่ได้นะ เสียประวัติหมด” “แล้วเดียร์มีวิธีจัดการมั้ยล่ะ ที่ทำงานของเดียร์ไม่ได้เป็นแบบครีมนี่ ส่วนใหญ่ถ้ามีคนมาจีบเดียร์ก็มีท็อปคอยกันเดียร์ได้ แต่นี่ครีมไม่รู้จะทำยังไงนี่คะ” “พี่ว่าเราใจเย็นคือดีที่สุด พี่เห็นเราใจร้อนทุกครั้ง เราทำงานกับคนหลายคนเราต้องเข้าใจนะครีม มันก็มีบ้างแหละที่ผู้ชายเขาจะมองผู้หญิงสวย มากกว่าความสามารถที่มี เพราะงั้นครีมเองก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นสิ ว่าครีมมีความสามารถพอๆ กับความสวย...” “พี่ธามพูดถูกนะครีม เดียร์เห็นด้วย” “อือ...ครีมจะพยายามจะทำงานที่นี่ให้นานที่สุดแล้วกัน” “สู้ๆ นะครีมว่างๆ ก็แวะมาหาเดียร์







