LOGIN“พี่ว่าเราต้องใจเย็นๆ บ้างนะครีม เราจะเปลี่ยนงานบ่อยแบบนี้ไม่ได้ และพี่บอกแล้วว่าอย่าเรียนวิศวะ เป็นไงงานนี้มันค่อนข้างทำได้ยากเลยนะสำหรับผู้หญิง ถ้าหน้าตาเราขี้เหร่ก็ว่าไปอย่าง...”
“พี่ธามจะบอกว่าน้องสาวของพี่สวยงั้นสิ ^<>^”
“สวยสิครีม เดียร์เองเป็นผู้หญิงยังมองว่าครีมสวยมากเลยนะ...ความสวยของครีมเป็นเหตุให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เดียร์ว่าครีมต้องใจเย็นอย่างที่พี่ธามบอกนะ เราจะเปลี่ยนงานบ่อยไม่ได้นะ เสียประวัติหมด”
“แล้วเดียร์มีวิธีจัดการมั้ยล่ะ ที่ทำงานของเดียร์ไม่ได้เป็นแบบครีมนี่ ส่วนใหญ่ถ้ามีคนมาจีบเดียร์ก็มีท็อปคอยกันเดียร์ได้ แต่นี่ครีมไม่รู้จะทำยังไงนี่คะ”
“พี่ว่าเราใจเย็นคือดีที่สุด พี่เห็นเราใจร้อนทุกครั้ง เราทำงานกับคนหลายคนเราต้องเข้าใจนะครีม มันก็มีบ้างแหละที่ผู้ชายเขาจะมองผู้หญิงสวย มากกว่าความสามารถที่มี เพราะงั้นครีมเองก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นสิ ว่าครีมมีความสามารถพอๆ กับความสวย...”
“พี่ธามพูดถูกนะครีม เดียร์เห็นด้วย”
“อือ...ครีมจะพยายามจะทำงานที่นี่ให้นานที่สุดแล้วกัน”
“สู้ๆ นะครีมว่างๆ ก็แวะมาหาเดียร์บ้างนะ เดียร์ไม่ได้ทำงานออกพื้นที่อย่างครีมไม่ค่อยได้ไปไหนเลย”
“ถึงครีมไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเดียร์ แต่ก็มีใครบางคนไปเยี่ยมเดียร์บ่อยนะ...”
“เราจะหมายถึงพี่ใช่มั้ยยัยตัวแสบ...”
“รู้ตัวก็ดีแล้วนี่คะ...พี่ธามเป็นห่วงเดียร์มากกว่าครีมอีกนะคะเนี่ย...” กุลจิราแกล้งหยอกพี่ชาย
“จริงๆ พี่ธามห่วงครีมมากกว่านะ เพราะครีมทำงานค่อนข้างหนักกว่าเดียร์ มันจะเป็นไปได้ยัง เดียร์ไม่ได้เป็นน้องสาวแท้ๆ ซะหน่อยเดียร์แค่คนอาศัยแค่นั้นเอง”
“อุ้ย! ครีมไม่ได้ตั้งใจที่จะหมายถึงแบบนั้นนะเดียร์...ครีมขอโทษ คือครีมแค่แกล้งหยอกพี่ธามเอง”
“เราก็เป็นซะอย่างนี้แหละ”
“เปล่า เดียร์ไม่ได้คิดมากอะไรหรอกครีม ความเป็นจริงแล้ว ทั้งพี่ธามและครีมก็รักเดียร์เหมือนพี่น้องแหละ...ใช่มั้ยคะพี่ธาม”
เปมิกาหันไปทางพี่ชายของเธอ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นแววตาอีกชนิดหนึ่งที่เปมิกาเองก็อ่านไม่ออกเช่นกัน
“ครับ” กิตติพันธ์ตอบน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความลำบากใจ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดเลยสักนิด เขาไม่ได้คิดกับเธอแบบน้องสาวเลย เมื่อไหร่เธอจะรู้ตัวสักที
“แหม...พี่ธามตอบเสียงเบาเลยนะคะ อืม...พี่ธามไม่ได้อยากเป็นพี่ชายของเดียร์แล้วมั้งคะ”
“ครีมหมายความว่ายังไงเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกเดียร์ ยัยครีมน่ะเพ้อเจ้อตลอด มากินกันเถอะ...อาหารเย็นหมดแล้ว...ว่าแต่คืนนี้กลับบ้านพร้อมพี่เลยมั้ย พรุ่งนี้วันเสาร์แล้ว”
“ค่ะ เดียร์เตรียมกระเป๋ามาด้วยแล้วค่ะ คิดถึงป้าอรลุงเรศจะแย่อยู่แล้วค่ะ...แล้วครีมล่ะกลับด้วยกันไหม”
“กลับสิ...คิดถึงกับข้าวของแม่ที่สุด”
“โอเค...งั้นวันนี้กลับด้วยกันสามคนนี่แหละ”
@ คลับหรูใจกลางเมืองกรุง...
“ฉันไม่เจอเธอนานมากเลยนะแพร อยู่ดีๆ นัดฉันมาเจอ...ฉันงงกับเธอมากเลยนะ”
“ไม่ต้องงงหรอก ช่วงนี้ฉันมีเวลาแล้ว น้องชายฉันกลับมารับช่วงทำงานต่อ ฉันสบายใจเลยหาความสุขใส่ตัวซะหน่อย อีกหกปีก็จะสี่สิบแล้วฉัน...”
อติญานัดเพื่อนสาวของเธอ ที่มีเพียงคนเดียวมาพบปะกับเธอในคืนนี้ เธอเป็นคนไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไหร่ เหตุผลน่ะเหรอ เธอทำงานหนักจนไม่มีเวลาที่จะเที่ยวส่วนตัวเลย หลังจากที่พ่อแม่เธอเสียชีวิตลง ช่วงเวลานั้นมันหนักหนาสำหรับเธอเป็นอย่างมาก
“อืม...ก็อาจจริงนะ ฉันชวนเธอทีไรบอกไม่ว่างสักที ฉันดีใจด้วยนะแพรที่เธอปลีกตัวเองออกมาได้แล้ว ตอนนี้มีเวลาหาหนุ่มๆ แล้วสิ”
“คงยังหรอกเกรช ฉันยังเข็ดกับความรักอยู่ ไม่อยากเจ็บปวดอีก”
อติญาผ่านมรสุมช่วงนั้นมาก็นับว่าโชคดีเท่าไหร่แล้ว ทั้งพ่อกับแม่เสียชีวิต และสามีมีเมียน้อย ทุกอย่างเทเข้ามาอย่างจัง เธอไม่มีเวลาฟูมฟายกับความเสียใจมาก อติญาต้องแบกรับโรงแรมและภัตตาคารที่มีมูลค่ามหาศาลนั้นไว้เพียงผู้เดียว
“อย่าปิดตัวเองเลยแพร อายุอย่างเรานี่มากขึ้นทุกวันนะ ดูฉันสิ...ไม่อยากมีเป็นตัวเป็นตน ก็เลยหาซื้อกินเป็นประจำ เลือกได้ตามใจเรา หล่อ ล่ำแค่ไหนก็เลือกได้เสมอ ยิ่งเปย์เท่าไหร่บริการก็ถูกใจเท่านั้น”
“ฉันทำแบบเธอได้ก็ดีสิ”
อติญานึกถึงเด็กหนุ่มนั่นทันที เธอแปลกใจกับร่างกายของเธอมากๆ วันนั้นแค่เธอถูกมองจากสายตาของเด็กนั่น เธอแทบทรุดเลยทีเดียว เป็นเพราะอะไร? หรือเป็นเพราะว่าเธอห่างหายจากเรื่องนี้มานาน ใช่! มันนานมาก! สี่ปีเกือบห้าปีไม่ใช่น้อยๆ เลย
“ทำไมเธอจะทำไม่ได้ล่ะ เธอมีเงินรับรองฉันว่าเธอซื้อหนุ่มๆ ได้เยอะเลยแหละ เธอไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดซะว่าเราซื้อความสุขให้กับตัวเอง ผู้หญิงอย่างเราผ่านการหย่าร้างมาแล้ว หาผู้ชายจริงใจยาก นอกจากจะหวังอยู่กับเราเพราะเงินเท่านั้นแหละ”
“อืม...มันก็จริงอย่างที่เธอพูดนะเกรช พอฉันเริ่มมีเวลา ฉันก็เริ่มรู้สึกเหงา อยากใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นบ้าง แต่เวลานั้นมันไม่ได้กลับมาอีกแล้วนี่สิ อายุก็ปาไป 34 แล้ว...เฮ้อ”
“เธอสวยขนาดนี้ อายุ 34 ไม่แก่หรอก เชื่อฉันเถอะแพรหาความสุขใส่ตัวเธอบ้างนะ เหงาก็เที่ยว เปลี่ยวก็ซื้อกิน แต่เลือกกินหน่อยนะสมัยนี้มีแบล็คเมล์กันเยอะมาก”
“นั่นสิ...เธอเคยโดนบ้างมั้ยเกรชแบบนั้น”
“ฉันไม่เคยโดนหรอก เพราะฉันซื้อกินไม่ไกล ลูกน้องในร้านฉันแหละ เธอคงลืมไปแล้วสิ...ว่าฉันเปิดบาร์โฮสอยู่”
“ใช่!...ฉันลืมไปเลยเกรช...สี่ปีที่ฉันไม่ค่อยได้ติดต่อเธอ ทั้งที่อยู่ไม่ไกลกันเลย ฉันกลับไม่มีเวลาอัพเดทเพื่อนเลยเกรช ฉันขอโทษจริงๆ ชีวิตฉันถึงแม้จะมีเงินนะ แต่ก็ลำบากน่าดูเลย”
“ตอนนี้เธอไม่ลำบากแล้วนี่ ใช้ชีวิตให้เต็มที่เลย คิดจะหาใครสักคนเป็นคู่ ก็ต้องดูดีๆ นะแต่ถ้ายังไม่คิดก็ลองแวะไปเที่ยวที่บาร์ฉันได้นะ ยินดีเสมอเธออยากได้แบบไหนฉันคัดสรรให้เธอได้นะแพร”
“อุ้ย! จริงเหรอ...พูดซะอยากลองแล้วสิ สี่ปีที่ห่างหายของฉัน ป่านนี้คงหาทางเข้าไม่เจอแล้วมั้ง ^<>^”
“นั่นสิ...จัดเลยมั้ยคืนนี้ฉันมีเด็กรอสแตนด์บายเยอะแยะ แค่ต่อสายเท่านั้นแหละ บริการถึงที่”
“ยังก่อนจ้า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก วันนี้ฉันแค่ออกมารีแล็กซ์แค่นั้นเอง คิดถึงเธอด้วยไม่ว่าผ่านไปกี่ปี เธอก็ยังเป็นเพื่อนฉันเสมอนะเกรช ฉันขอบคุณเธอมากเลยที่ยังคบฉันอยู่”
“อะไรกันเธอ เราไม่ใช่เด็กประถมกันแล้วนะยะ ที่จะงอนกันไม่คบกันน่ะ เราน่ะวัยรุ่นตอนปลายแล้วนะ อิอิ ไม่ใช่สิจะว่าวัยรุ่นตอนปลายก็ไม่ใช่ทีเดียวหรอก หายห่วงนะแพรเธอต้องการเมื่อไหร่ก็บอกฉันล่ะกัน ยินดีเสมอ”
“โอเค...แล้วฉันจะใช้บริการนะจ๊ะ”
....................
“ห๊ะ! นายหมายความว่ายังไงวะอินทัช” “อย่าบอกนะ ว่านายจะทำชั่วๆ แบบที่กันต์มันเคยทำให้นายอีก...อินทัช” “อืม...” “นายจะบ้าเหรอวะ...อินทัช เธอไม่ใช่เด็กมอ-ปลายคนนั้นแล้วนะโว้ย...นายจะไปฉุดเธอและข่มขืนเธอแบบเดิมไม่ได้แล้ว นายชักจะเป็นเอามากนะ” “นั่นสิ...ถูกอย่างที่เวย์มันพูดนะอินทัช ฉันว่านายหาสาวคนใหม่เถอะ อีกอย่างนายก็มีคู่หมั้นแล้ว นายควรคิดให้ดีนะโว้ย” “ฉันชอบเธอ...หาคนอื่นแทนไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่คิดจะบอกให้นายทำหรอกกันต์ ครั้งที่แล้วฉันปล่อยเธอไป แต่ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอแน่นอน อยากจะรู้นักว่าถ้าเธอเป็นเมียฉันแล้ว เธอยังจะมีสิทธิ์ไปคบใครได้อีก”สายตาคมจับจ้องไปที่เธอด้วยเพลิงโทสะร้อนแรงและเจิดจ้าในนัยน์ตาคู่นั้น “เวรล่ะ...นายบ้าไปแล้วหรือไงอินทัช นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะโว้ย นายไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุ 21 เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ นายจะ 30 แล้ว และอีกอย่างนายเป็นถึงประธานใหญ่เจ้าของโรงแรมและภัตตาคารเชียวนะโว้ย...” “เธอเป็นลูกน้องนายด้วยนะอินทัช”ธีรุตม์พยายามเตือนสติเพื่อน “แล้วไง...ถ้าฉันอยากไ
อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ “เดียร์...”กิตติพัทธ์จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างชั่งใจ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องสารภาพกับเธอให้จงได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรเขาเตรียมใจมาแล้ว “คะ? พี่ธาม”เปมิกาเงยหน้าขึ้นประจวบเหมาะกับสายตาของเธอนั้นกวาดไปเห็นใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคุ้นตาเปมิกาเป็นอย่างดี ‘วันนี้เธอพึ่งจะเจอเขากับคู่หมั้น’ “เดียร์รู้มั้ยว่าวันนี้ ทำไมพี่ถึงพาเดียร์มาที่นี่” “...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเธอเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะปกตินัก เขาจ้องเธอเขม็งราวกับว่าเปมิกานั้นไปทำอะไรให้กับเขางั้นแหละ “เดียร์” “คะ?? พี่ธาม”หัวใจของเธอกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้นตกใจจนแทบจะกระโดดออกมากองนอกอก ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ไม่ว่าจะหันไปครั้งใด เปมิกาก็พบกับสายตาที่ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา “พี่คิดว่า...พี่เองอยากจะบอก...เอ่อ...”เอาเข้าจริงๆ กิตติพัทธ์กลับพูดไม่ออก ทั้งที่เขาเตรียมคำสารภาพทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว ‘ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกแบบที่เขารู้สึก...เขาอาจต้องเสียเธอไปก็ได้...หร
“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม” “เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้” “อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้” “เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่จะชวนเราไปทานข้าวเย็น”กิตติพัทธ์พยายามที่จะรุกมากขึ้น โดยเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับเพื่อนเขาแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมที่จะเปิดใจ น้องสาวต่างสายเลือดของเขาก็ไม่รู้ตัวสักที ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ “ว่างค่ะ...พี่ธามจะเลี้ยงเดียร์หรือคะ ดีจังสบายกระเป๋าไปอีกมื้อ” “งั้นเดี๋ยวสักประมาณทุ่มนึงพี่มารับเดียร์นะครับ” “เดี๋ยวเดียร์ไปเจอพี่ธามดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมารับหรอกค่ะ” “...” บุคคลที่สามมองหนุ่มสาวสองคนสลับไปมา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด “งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” “ค่ะ”“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ธาม สวัสดีค่ะ”เด็กสาวล่ำลาแบบออกอาการเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน สงสัยเธอต้องกิน*แห้วซะแล้ว “สวัสดีครับ” “เอ่อ...
“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า” “ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”เสียงทุ้มอันแหบแห้งของธนวันต์เอ่ยขึ้นครั้งแรก เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง เลยได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ “แกเป็นอะไรของแกวะท็อป อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา เจ้เริ่มสงสัยแล้วสิ...คืนนั้นแกหายไป แล้ววันนี้มาทำงานแบบคนไร้วิญญาณ เจ้ว่ามันแปลกไปนะ” “นั่นสิ...เดียร์ก็สงสัยเหมือนกันเจ้...แกเป็นอะไรไปท็อป” “ไม่มีอะไร...เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง” “นี่คืออาการของคนนอนน้อยจริงๆ ใช่มั้ย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมท็อป”เปมิกาสังเกตอาการของเพื่อนเธอ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ เดี๋ยวค่อยถามเวลาเลิกงาน “ไม่มีอะไรจริงๆ” @ บริษัทเอนเตอร์ไพรส์ ชนกันต์... “จะให้ดิฉันเซ็นโดยไม่ตรวจสอบเอ
“งั้นรดายืนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะเดินดูเอง” “เอ่อ พี่อินทัชทำไมต้องไปด้วยคะ งั้นรดาไปด้วยก็ได้ค่ะ” “เชิญค่ะ”พรลภัสเบะปากมองบนตอนหันหลังเดินนำคนทั้งสองไป ‘นิสัยผู้หญิงคนนี้แย่ชะมัด ไม่รู้คุณอินทัชไปถูกใจได้ยังไง’ หัวหน้าเชฟอธิบายแต่ละแผนกของห้องครัว โดยมีประธานหนุ่ม และคู่หมั้นสาวที่เดินตามอย่างไม่เต็มใจมากนัก “พี่เดียร์คะ...ท่านประธานหล่อจังเลยนะคะ”วาริศาเด็กฝึกงานเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่มรูปงาม ที่ดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างมาก “อือ”เปมิกาก้มหน้าก้มตาทำอาหาร โดยไม่สนใจในสิ่งที่เด็กฝึกงานพูดเลยสักนิด ‘เพราะเธอไม่อยากจำเรื่องราวของเขาอีกต่อไป...ไม่ว่าจะยังไงเปมิกาจะต้อง*มูฟออนเรื่องนี้ให้ได้’ “นั่นคงจะเป็นคู่หมั้นเค้านะคะพี่เดียร์ ดูสวย แต่ไหมว่าเธอน่าจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยแหละ พี่เดียร์ดูสิคะ...ท่าทางเธอ*ยี้ตลอดที่เดินผ่านพนักงานแต่ละคน”วาริศายังคงพรรณนาต่อไม่หยุด “ไหมแก้ว...พี่ว่าหยุดดูเขาได้แล้ว มาช่วยพี่จัดจานเมนูนี้หน่อยค่ะ...”เปมิกาตัดบท ‘เธอไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวของเขาเลยสักนิด’ “ค่ะพี
“โอเค...ครับ ผมเข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแค่นี้นะครับ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่คุณอุตส่าห์เรียกใช้บริการจากผม จริงๆ แล้วผมไม่ได้ไปทำงานที่บาร์นั่นหรอกครับ ผมตั้งใจที่จะไปดักรอพบคุณแค่นั้นเองครับ ที่ทำงานผมก็คือการเป็นเชฟในโรงแรมของคุณ และเป็นลูกน้องหรือเด็กในสังกัดของคุณครับ...ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง คุณสบายใจได้ครับ...คุณอติญา”ธนวันต์พูดจบก็ลุกขึ้นก้าวลงจากเตียง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และเดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองเธออีกเลย... “ดะ-เดี๋ยวก่อน...”อติญาร้องเรียกเด็กหนุ่ม แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ‘นี่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ’ ดูเหมือนเด็กหนุ่มนั่นจะไม่พอใจ ตอนนี้อติญากำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เธอชอบบทรักนั่น และเธอเองก็มีความสุข แต่ทว่าอีกทางหนึ่งนั้น มันไม่ถูกต้องเอาเสียเลยที่เธอมีอะไรกับเด็กในสังกัดของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือ สมภารกับไก่วัดนั่นเอง!@ เช้าวันจันทร์ “เจ้ว่าบรรยากาศวันนี้มันดูแปลกๆ มั้ยปอนด์”หัวหน้าสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอรู้สึกไม่คุ้นกับสถานการณ์เงียบๆ แบบนี้เลย “ปกติครับเจ้...มาทำงานครบ”ชนาธิปเหลือบมองเพื







