Masuk@ ห้องครัวของโรงแรม
“หยุด! แกวางของลงก่อนท็อป...”
“มีอะไรวะเดียร์ ฉันต้องรีบทำอาหารนะเว้ย อีกตั้งหลายรายการแกจะมาเล่นตอนนี้ไม่ได้นะ”
“แกลืมใส่ถุงมืออีกข้างนึง...ฉันเตือนแก! และก่อนที่แกจะโดนเตือนครั้งที่สามจากเจ้เอม...”
“อ่าว...อุ้ย! ฉันลืมว่ะ ขอบใจมากเดียร์ ฉันรีบไปหน่อย”
“อาหารที่นี่ความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่งท่องไว้”
เปมิกาพูดอย่างภาคภูมิใจ จริงๆ การเป็นเชฟนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยตั้งแต่แรก แต่พอได้มาสัมผัสแล้ว เธอกลับหลงรักอาชีพนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว ความตั้งใจแรกของเธอก็คือการเป็นหมอ แต่เมื่อเหตุการณ์อันโชคร้ายของเธอทำให้เด็กหญิงวัย 16 ปีที่อ่อนต่อโลก หลงกลพวกคนใจร้ายทำให้ชีวิตของเปมิกาเปลี่ยนไปตลอดกาล...
“เดียร์...เมนูฟลามิช (Flamiche) ของแกใกล้เสร็จหรือยัง ช่วยฉันทำสลัดนิชัวส์ (Nicoise salad) หน่อยสิ ลูกค้าฝรั่งเศสมากันเป็นกรุ๊ปเลย เมนูแต่ละอย่างใช้เวลากันทั้งนั้น ฉันทำไม่ทัน”
“อืม...ของฉันเสร็จแล้ว เตรียมจัดใส่จาน เดี๋ยวฉันทำช่วยแกต่อเลยปอนด์...”
เปมิกามีความใฝ่ฝันจะไปทำงานต่อที่ออสเตรเลีย ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะสอบใบประกอบวิชาชีพ เพื่อยื่นขอวีซ่าไปทำงานเป็นเชฟในต่างประเทศ ซึ่งอย่างน้อยเธอต้องมีประสบการณ์การทำงานเป็นพ่อครัวหรือทำอาหารไม่น้อยกว่า 3 ปี
“ขอบใจมากเดียร์ ฉันขอท็อปช่วยหลายครั้งก็ไม่เคยจะช่วยฉันสักครั้ง...”
ชนาธิปบ่นอย่างน้อยใจ ถึงแม้ว่าเขาจะชอบธนวันต์มากขนาดไหน และธนวัฒน์เองจะไม่ชอบหน้าเขา แต่การทำงานนั้นเขาแยกออกอยู่แล้ว แต่กลับธนวันต์ไม่ใช่ การไม่ชอบของธนวันต์มักแสดงออกจากสีหน้าและท่าทางอย่างชัดเจน
“เออ...แกต้องเข้าใจมันหน่อยนะปอนด์ นิสัยมันเป็นแบบนั้นแหละ แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้มีอะไรหรอก มันเป็นคนดีฉันเป็นเพื่อนกับมันมาเกือบ 20 ปี ฉันรู้...”
เปมิการู้สึกเห็นใจชนาธิปเป็นอย่างมาก เรื่องแบบนี้บังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว ชอบกับไม่ชอบเปมิกาก็ได้แต่ให้กำลังใจ
“ถ้ามันเข้าใจอย่างเดียร์ก็ดีสิ...”
“เออ...น่าอย่าไปถือสามันเลย...ท็อปมันเพี้ยนไม่ค่อยจะเต็มคนสักเท่าไหร่...”
“นินทาอะไรฉันวะเดียร์ นี่ฉันแค่เดินไปเลือกวัตถุดิบของฉันแค่15นาที...มีบทสนทนาถึงฉันแล้วเหรอวะ”
ธนวันต์เหลือบตามองเพื่อนอีกคนอย่างอดไม่ได้ บรรยากาศในการทำงานระหว่างเขากับชนาธิปค่อนข้างจะอึดอัด เหตุมันเกิดมาจากตัวเขาเอง
เมื่อเดือนที่แล้ว ธนวันต์สติหลุดเผลอด่าชนาธิปด้วยความโมโห เขาไม่พอใจที่ชนาธิปมาชอบเขา เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลกเวลาที่คนอื่นมอง และแซวเขาเล่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตัวของธนวันต์ยังชอบและต้องการผู้หญิงร่างกายของเขาก็ยังบอกอยู่อย่างนั้น
“แค่เอ่ย...ไม่ได้นินทาอย่าเข้าใจผิดดิท็อป...”
“เฮอะ! เดี๋ยวนี้แกลืมเพื่อนรักแกไปแล้วเหรอวะเดียร์!”
“อะไรของแกท็อป แกอย่าพาลดิ ใครเขานินทาแกกัน เขาแค่เอ่ยถึงแกแค่นั้น...”
“วงสนทนาบ้าบอนี่เมื่อไหร่จะเลิกสักที...เกาะกลุ่มเม้าท์กันอีกแล้วนะ พวกเธอไม่มีงานทำกันหรือไง...ห๊า!”
เสียงหัวหน้าเชฟสาวสวยขาโหดดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดลงมาตรงกลางกระบาล
“เอ่อ ขอโทษค่ะเจ้...”
“ครับเจ้...”
“พวกแกคงลืมกฎเหล็กของเชฟที่ดีไปแล้วสิ...สอนไม่จำสักที...เวลาทำงานใครเขาคุยกันยะ นู่น! เลิกงานพวกแกจะพากันคุยยันสว่างก็ไม่มีใครว่าพวกแกกันหรอก...”
“ครับ, ค่ะ”
อีกด้านหนึ่งของโรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์
“โรงแรมอินเตอร์เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว และติดหนึ่งในสิบของโลกที่มีห้องพักสุดหรูบริการสุดพรีเมี่ยม แขกที่เข้ามาพักส่วนใหญ่พิเศษระดับ Frist Class ที่สำคัญอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของวัดอรุณ และโรงแรมเรายังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและมีหลากหลายประเทศ สังเกตได้จากการรีวิวของแขกที่มาพักที่นี่ด้วยครับ...”
ผู้จัดการโรงแรมกำลังทำหน้าที่ในการพรีเซ้นต์ขอบเขตของกิจการโรงแรมและภัตตาคารให้กับว่าที่ ‘ท่านประธานคนใหม่’ ที่เดินทางมาแบบกระทันหัน แต่ด้วยการทำงานในระดับมืออาชีพ เขาเลยนำเสนอได้อย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด
“ต้องขอโทษผู้จัดการด้วยนะคะ พอดีแพรเองก็พึ่งจะติดต่อตาอินทัชได้ กลับจากออสเตรเลียเมื่อวาน อีกสามวันเราก็จะเปิดตัวท่านประธานคนใหม่ต่อคณะกรรมการบริหารด้วยค่ะ เลยต้องกะทันหัน รบกวนผู้จัดการด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ จริงๆ ผมทำงานที่นี่ตั้งแต่รุ่นของคุณเมฆีแล้ว สิบกว่าปี ที่นี่ก็เหมือนกับบ้านหลังหนึ่งของผมเหมือนกันครับ ว่าแต่คุณอินทัชฟังผมอธิบายพอจะโอเคหรือเปล่าครับ”
‘ชยพล’ ผู้จัดการหนุ่มวัย 38 ปีมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชมและยินดี ดูจากรูปร่างหน้าตาและทรงแล้ว ทายาทของคุณเมฆีคนนี้น่าจะบริหารงานได้ดีอย่างแน่นอน อาจจะดีกว่าคุณชนัศชัยด้วยซ้ำ รายนั้นหวังผลกำไรอย่างเดียวไม่เน้นการพัฒนา ซึ่งไม่ตรงใจเขามากนักในฐานะผู้จัดการที่เคยทำงานที่นี่มานาน
“ครับ...ต้องขอโทษคุณชยพลด้วยนะครับ ยังไงผมก็ต้องรบกวนคุณช่วยแนะนำหลายๆ อย่างด้วยนะครับ...”
อินทัชสืบข้อมูลทุกอย่างก่อนที่จะตัดสินใจบินกลับมา ถึงแม้เขาจะอยู่ต่างประเทศหลายปีแต่อินทัชก็ไม่เคยคิดที่จะทิ้งทุกอย่างไปเสียทีเดียว
ในวัย 25 ปีในตอนนั้นเขาอาจจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ทำให้เขาตัดสินใจอะไรแบบนั้นไป หนีความเสียใจในการจากไปแบบกะทันหันของพ่อแม่เขา เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ ที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิตเขา
“ยินดีครับคุณอินทัช หนุ่มไฟแรงอย่างคุณอินทัชทำได้แน่นอนครับ...โอเค...เดี๋ยวเราจะไปเยี่ยมชมหัวใจสำคัญของโรงแรมกับภัตตาคารของเราแล้วนะครับ ตรงนี้สำคัญที่สุดและได้รับการรีวิวจากแขกมากที่สุดเลยครับ...แผนกห้องครัวของเรา...เชิญครับ”
อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์
ปึก! ปึก! เสียงฝีเท้าของผู้ช่วยเชฟวิ่งเข้ามา
“เชฟเอมครับ มีเรื่องด่วนครับ คือว่าผู้จัดการให้ผมมาบอกเชฟเอมครับ ว่าเดี๋ยวอีกประมาณ 10 นาทีคุณอติญาและน้องชายที่พึ่งกลับจากออสเตรเลียจะเข้ามาดูงานในแผนกนี้ครับ ผู้จัดการให้คุณเตรียมนำเสนอการต้อนรับครับ ตอนนี้กำลังตรวจด้านหน้าของโรงแรมอยู่ครับ”
“อุ้ยตาย! ทำไมไม่แจ้งก่อนล่วงหน้าก่อน! แบบนี้ใครจะไปจัดเตรียมทันเนี่ย!!! โอย...จะทำยังไงดี”
“ผู้จัดการฝากบอกอีกครับ ถ้าเชฟเอมบ่นล่ะก็ ให้ผมบอกเชฟไปว่าพวกเขาก็ไม่ทราบเรื่องนี้เหมือนกันครับ...เขาก็รับแบบกะทันหัน แบบเชฟเอมแหละครับ”
“อืม...รู้ดีไปอีกอีตาผู้จัดการ!...โอเค ขอบใจมาก”
พรลภัสปรับตัวกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อยู่แล้ว เพราะเหตุการณ์พวกนี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้หนักสุด เวลาแค่สิบนาทีเนี่ยนะ ‘อีตาผู้จัดการบ้า’
แปะ! แปะ! เสียงปรบมือของหัวหน้าเชฟดังขึ้น
“ทุกคน! วางภารกิจห้านาที มารวมตัวกันตรงนี้ เจ้มีเรื่องแจ้งด่วน!”
“ครับ , ค่ะ”
.......................
สามเดือนต่อมา... “เร็วสิคะคุณพ่อ คุณแม่ไหมจะไม่ทันงานแล้วนะคะ”เสียงใสๆ ร้องอย่างตื่นเต้นและกำลังชุลมุนวุ่นวาย “ก็แล้วทำไมพ่อกับแม่ต้องไปงานแต่งงานนี้ด้วยล่ะ ไหมแก้วไปคนเดียวไม่ได้เหรอลูก” “ไม่ได้ค่ะ...งานแต่งงานของพี่เดียร์ และพี่เขาก็เชิญคุณพ่อกับคุณแม่มาด้วย เห็นมั้ยคะการ์ดของพี่เดียร์นี่ไง อีกอย่างคุณพ่อกับคุณแม่ของพี่ธามก็ชวนมาด้วยนะคะ พ่อกับแม่ต้องไปเจอพ่อแม่พี่ธามไงคะ จะไม่ไปได้ยังไงคะ...” “โอย...ลูกของพ่อนี่มันร้ายจริงๆ เป็นสาวเป็นนางไม่ต้องรอให้ผู้ชายมาจีบ ลูกพ่อจีบเองเลย...” “แม่...ก็หัวจะปวด! เพราะคุณนั่นแหละที่คอยยุยงส่งเสริมลูกดีนัก เป็นยังไงคะ” “พ่อกับแม่ไม่ต้องทะเลาะกันค่ะ ไปค่ะเร็วขึ้นรถค่ะ” “ไอ่ลูกคนนี้...จริงๆ เล้ย!!” @ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์…บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ภายในโรงแรมสุดหรู แขกผู้มีเกียรติถูกรับเชิญเข้าร่วมมาเป็นสักขีพยานรักของคนทั้งสองหลายร้อยชีวิต เสียงผู้คนกึกก้องกันอย่างยินดี เสียงแก้วกระทบกันเพื่อแสดงความยินดีกับคนทั้งสองท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด
“ฉันว่านายต้องรอเธอสักพักนะกันต์...ถ้าพูดตรงๆ ก็คงจะต้องรอปาฏิหาริย์มั้ง รอเธอท้องแล้วทุกอย่างอาจจะลงตัว ฉันเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอกนะ ประสบการณ์เมื่อ 8 ปีที่แล้วของฉัน มันก็คล้ายๆ กับนายนี่แหละ แต่ต่างกันนิดหน่อย” >อินทัชกำลังนึกถึงใบหน้าสวย หวานใจของอินทัช ‘ป่านนี้คงรอเขานานแล้วแน่ๆ เลย’ “อย่างที่อินทัชมันพูดก็ถูกนะ ในเมื่อนายทำมาทุกอย่างแล้ว เธอก็ยังไม่สนใจนายอีก เป็นไงล่ะ มั่นใจตัวเองสูง ว่าใช้ยากับเขารวบหัวรวบหางแล้ว ตื่นเช้ามาคิดว่าเขาจะยอมสิ...คิดผิด! ฉันอยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้แล้วสิ เธอสามารถทำให้นายเป็นได้ขนาดนี้...” “เธอสวย...สวยมาก และตอนนี้ฉันก็หวงมาก แต่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เธอปิดฉันทุกทาง แม้กระทั่งโทรศัพท์ ฉันจะเจอเธอได้ก็เฉพาะเวลาเธอมาทำงานเท่านั้น ฉันกลุ้มใจ...พวกนายจะหัวเราะเยาะฉันแบบไหนก็เชิญ...หัวเราะเสร็จแล้วก็คิดหาวิธีช่วยฉันหน่อยดิวะ...” “ตอนนี้ช่วยได้อย่างเดียวกันต์...ช่วยปลอบใจนายเท่านั้น เรียนผูกแล้ว นายก็ต้องเรียนแก้เองนะ ฉันช่วยอะไรนายไม่ได้แล้ว เอ่อ ฉันจะต้องรีบกลับแล้วนะ งั้นนายอยู่กับอินทัชสองคนแล้วกัน”ธีรุตม์นึกถึง
ในหัวของรินรดาตอนนี้กลับมีชายหนุ่มอีกคน ที่เธอกำลังวางแผนที่จะจับเขาอยู่ หนุ่มไฮโซหล่อ พึ่งหย่าขาดกับภรรยาไฮโซที่ไม่ได้สวย แต่แต่งงานเพราะธุรกิจ รินรดาคิดว่าแผนการของเธอกำลังจะสำเร็จในไม่ช้านี้แน่นอน “แล้วลูกจะปล่อยอินทัชไปอย่างนี้น่ะเหรอรดา” “ค่ะคุณแม่...รดามีเป้าหมายใหม่แล้วค่ะ เราคงไม่ต้องขายกระเป๋าแล้วนะคะคุณแม่” “จริงเหรอ...ตายจริงลูกแม่นี่ฉลาดสุดๆ” “งั้นเรามาเก็บของออกจากบ้านนี้กันเถอะค่ะคุณแม่ ไปอยู่เพนท์เฮ้าส์กันก่อน พอเรื่องเบาลง เราค่อยวางแผนซื้อบ้านกันนะคะคุณแม่” “ลูกแม่น่ารักที่สุด...” อีกด้านหนึ่ง ณ สนามบิน... “คุณชนัศชัยเชิญทางนี้ครับ คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ ตอนนี้เราอายัดทุกอย่างของคุณไว้หมดแล้วครับ”เสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยขึ้น เมื่อกำลังเกือบสิบนายเข้าล้อมจับกุมอย่างอุกอาจ “คุณจะมาจับผมเรื่องอะไรคุณตำรวจ ผมทำผิดอะไรครับ กับอีแค่เรื่องที่หลานชายกล่าวหาผม เรื่องยักยอกนั่นเหรอครับ” “ไม่ใช่ครับ วันนี้ผมมาในเรื่องคดีของคุณเมฆีพี่ชายของคุณครับ ตอนนี้เรามีหลักฐานที่โยงทุกอย่างมาหา
“ครีมไม่เป็นไรค่ะ...ถ้าครีมท้องเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีนะคะ เรื่องมันผ่านไปแค่คืนเดียวเองนะคะ ไม่แน่ครีมอาจจะไม่ท้องก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณหายห่วงค่ะ” “ทำไมคุณถึงไม่อยากให้ผมรับผิดชอบครับ ทั้งที่คุณเป็นฝ่ายเสียหายนะครับ หรือคุณมีแฟนอยู่หรือเปล่าครับ”ใจของชนกันต์กระตุกวาบขึ้นมาทันที เมื่อนึกมาถึงจุดนี้ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผู้หญิงเป็นร้อยเป็นพันที่เขาเคยคบมา ไม่เคยเป็นแบบเธอคนนี้เลยสักคน ส่วนใหญ่จะเกาะหนึบกับเขา บางคนก็ขอเงินเป็นข้อแลกเปลี่ยน “ครีมไม่มีใครค่ะ...ที่ไม่ได้ให้คุณรับผิดชอบก็เพราะว่า มันไม่จำเป็นค่ะ ครีมว่าตัวเองก็มีความสุขกับเซ็กส์เมื่อคืนนะคะ เราสองคนก็มีความสุขอยู่แล้วค่ะ ครีมไม่ติดใจเอาความอะไรกับคุณค่ะ เพราะฉะนั้นคุณเองไม่ต้องคิดมาก ถึงแม้ว่าครีมจะท้อง มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรนะคะ พ่อแม่ครีมท่านเข้าใจได้ค่ะ ครีมโตมาแบบสบายๆ เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้วค่ะ โอเคนะคะ...” “แต่ผมจะรับผิดชอบคุณครับ”ชนกันต์พยายามตื้อ เกิดมาเขาก็ยังไม่เคยเจอ ‘มีแบบนี้ด้วยเหรอ?’ “ไม่ต้องค่ะ!”กุลจิรายังยืนยันคำเดิม เธอคิดว่าคนเราไม่มีความรักเป็นพื้
“ผมไม่ได้กล่าวหาอาโดยไร้ข้อมูล...ในเอกสารสั่งซื้อวัตถุดิบนำเข้าของโรงแรมกับภัตตาคารของเรามันเป็นชื่อของอาอนุมัติครับ วันนี้ผมแค่ให้อาลองชี้แจงในที่ประชุม ถ้าอาโปร่งใส อาเองก็ไม่จำเป็นจะต้องโกรธนี่ครับ” “จะไม่ให้อาโกรธได้ยังไง ที่หลานทำมันเท่ากับหักหน้าอานะ จริงๆ เรื่องนี้เราคุยกันส่วนตัวก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องเอาอามาประจานในที่ประชุม!” “ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยให้เลขานำเอกสารทั้งหมดให้อาไปแล้ว และให้ทางอาชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมานี่ครับ ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว อาก็ไม่เห็นตอบกลับ ผมในนามประธานของบริษัท ต้องทำตามหน้าที่ครับอา เรื่องพี่น้องหรือว่าเครือญาติคงต้องเอาไว้ทีหลังครับอา...” ปึ่ง! เสียงฝ่ามือทุบโต๊ะดังสนั่นอีกครั้ง! “อาไม่ชี้แจงอะไรทั้งนั้น ขอบอกอีกครั้งถ้ายังไม่หยุดที่จะดูถูกอาล่ะก็ อาจำเป็นจะต้องใช้กฎหมายคุยกัน!”ชนัศชัยชี้นิ้วอย่างเกรี้ยวกราด อารมณ์ของเขาตอนนี้เดือดสุดๆ ในสมองของเขาตอนนี้มีอย่างเดียวคือ ‘หาวิธีเก็บมัน!’ “ครับ...งั้นดีเลยครับ ผมเองก็กำลังจะเชิญอาไปให้ปากคำ เกี่ยวกับคดีของคุณพ่อคุณแม่อยู่พอดีเลยครับ น่าจะอีกสักสองวันคร
“คะ-คุณกันต์! อ๊ะ!”หญิงสาวร้องออกมา เมื่อมีแท่งใหญ่กดถูไล้ไปมาตรงช่องทางรักของเธอ ความปวดหนึบผสมกับความซ่านสยิวกำลังโจมตีเธออย่างหนัก เธอต้องการให้สิ่งนั้นเข้าไปในร่างกายของเธอ! ได้โปรด! “คะ-ครับ...ที่รัก!” มังกรใหญ่กดถูกไปมา สันกรามของเขาขบกันแน่น เพื่อบังคับความกระสันที่มันแล่นไปจุกที่ปลายดุ้นมังกรใหญ่ของเขา สวบ!! แท่งเหล็กใหญ่กดเข้าไปยังช่องทางรัก! แต่! “กรี๊ดดดดดดดด” ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เมื่อสิ่งแปลกปลอมนั้นกดแทรกเข้ามายังช่วงล่างของเธอ ความซ่านสยิวหายไปในพริบตา! ความเจ็บปวดเข้ามาแทนที่! ร่างบางดิ้นพล่าน! เธอพยายามขืนร่างของตัวเองออก! “โอวว์ นะ-แน่นเหลือเกิน อื้ม...ซี๊ดดด”ชนกันต์ร้องครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด ช่องทางรักของเธอคับแคบเหลือเกิน ร่างหนาหยุดนิ่งทุกการกระทำ ความปวดหนึบกระแทกเข้ามายังร่างกำยำ มังกรใหญ่แช่คาไว้อย่างนั้น เขาไม่สามารถที่จะแทรกเข้าไปได้ มือหนาพยายามกดร่างนั้นไว้ จูบซับไปที่ริมฝีปากบางอย่างปลอบประโลม “อื้ออออ” กุลจิราพยายามสะบัดใบหน้าตัวเองออก เธอเจ็บปวดเหลือเกิน กุลจิราไม่ไหวแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ไปทั่วร่างของเธ
“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม” “เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้” “อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้” “เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่
“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า” “ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”เสียงท
“งั้นรดายืนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะเดินดูเอง” “เอ่อ พี่อินทัชทำไมต้องไปด้วยคะ งั้นรดาไปด้วยก็ได้ค่ะ” “เชิญค่ะ”พรลภัสเบะปากมองบนตอนหันหลังเดินนำคนทั้งสองไป ‘นิสัยผู้หญิงคนนี้แย่ชะมัด ไม่รู้คุณอินทัชไปถูกใจได้ยังไง’ หัวหน้าเชฟอธิบายแต่ละแผนกของห้องครัว โดยมีประธานหนุ่ม
“...” เปมิกานิ่ง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าคมเข้มอย่างชั่งใจ และกำลังรวบรวมความกล้าของตัวเอง ‘ถ้าเธอไม่พูดกับเขาตรงๆ เรื่องนี้ก็คงจะต้องอีกยาวแน่ๆ’ “โอเคค่ะ...เมื่อคุณอยากจะรู้ความจริง...ดิฉันก็จะบอกคุณตามตรงเลยล่ะกัน...ดิฉันคือคนที่คุณข่มขืนเมื่อแปดปีที่แล้วค่ะ สาเหตุที่ดิฉันไม่แจ้งควา







