Masukเช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีตามที่เขาได้กล่าวไว้กับเธอก่อนหน้านี้ “ขออนุญาตค่ะ” “เชิญ” “ข้าววางไว้ตรงนี้นะคะ” พร้อมกับวางแก้วไว้บนโต๊ะทำงานที่มีกองแฟ้มเอกสารกองอยู่ “อืม ขอบคุณครับ เอ่อวันศุกร์นี้ทางบริษัทจะพาพนักงานไปพักผ่อนที่เกาะสมุยข้าวเตรียมตัวไปด้วยนะ รถออก 7 โมงเช้า คุณไปกับผม” “แต่ว่า....” “ไม่มีแต่ครับ เพราะความจริงแล้วคุณฟ้าต้องไปด้วยแต่เธอไม่สะดวกเลยเหลือแค่ข้าวกับผม โอเคมั้ย” พร้อมกับเดินอ้อมมากอดเธอทางด้านหลัง “จะไม่มีใครสงสัยเหรอค่ะ” “ไม่หรอกครับ คนที่ไม่สะดวกไปผมก็มีโบนัสให้ต่างหากเผื่อใครอยากไปผักผ่อนกับครอบครัว” “ค่าท่านประธานนนน” เธอโดนเขาจุ๊ฟเข้าที่แก้มทันทีด้วยความหมั่นไส้ในความน่ารัก โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมเข้าถึงได้หลงเธอขนาดนี้ เธอเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่ยอมให้เขาแกล้ง เอาเปรียบได้อยู่ตลอดเวลาด้วยความยินยอม “แก้มยังหอมขนาดนี้ ปากจะหอมขนาดไหนน้า ไหนดมหน่อย” “บ้า...!! เดี๋ยวคนเข้ามาเห็นค่ะ“ “ฮ่าาาาา โอเคผมติดไว้ก่อนก็ได้” เธอรีบวิ่งออกจากอ้อมกอดของเขาทันที เดินยิ้มอย่างมีความสุขไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง จนคุณเลขาฟ้ามองอย่างสงสัย พลางคิดในใจ “มันต้องมีอะไรในก่อไผ่แน่ๆ” แต่ก็เก็บความคิดนั่นไว้ในใจ ต้นข้าวรีบปรับสีหน้าให้ปกติแม้ภายในใจจะตึกตักมากมายก็ตาม ทางด้านพาทต้าก็ยิ้มอย่างพอใจในแผนการของตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำให้ใครอีกคนหนึ่งจะต้องทุกข์ทรมานจากแผนการในครั้งนี้ และอาจจะนำความทุกข์ และความผิดมากมายมายังตัวเขาเองในอนาคต สักพักเสียงเตือนไลน์ก็ดังขึ้น วาริน/ที่รัก คุณไม่ตอบไลน์วารินบ้างเลยนะ/ พาทต้า/ผมกำลังตอบนี่ไงงง/ วาริน/ไม่ต้องเลย ทำให้ว่ารินสงสัยอีกแล้วนะ แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยที่ไหนหรือเปล่าเนี้ยะ อย่าให้รู้นะ ฮื้มมมม น่าดู/ พาทต้า/ผมไม่มีใครจริงๆ งานยุ่งมากวารินก็รู้/ วาริน/วารินล้อเล่นค่ะ แต่ไม่มีแน่นะคะ/ พาทต้า/แน่ครับ งั้นเย็นนี้มาทานข้าวที่บ้านผมนะ เดี๋ยวต้าไปรับ/ วาริน/ก็ได้ค่ะ วารินอยากเจอคุณลุงกับคุณป้าพอดี ไม่ได้เจอนานแล้ว/ พาทต้า/งั้นผมทำงานก่อนะที่รัก เย็นนี้เจอกันครับ/ วาริน/ส่งสติกเกอร์ยิ้ม/ พักเที่ยง ต้นข้าวมารอพาทต้าที่ลานจอดรถตามที่เขาได้ไลน์บอกไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นเขาก็เดินตามมาและทั้งคู่ก็พากันขึ้นรถออกไปยังร้านอาหารแถวๆชานเมืองเพราะห่างไกลจากสายตาคนรู้จักเป็นอย่างดี โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งของบางคนจ้องด้วยความสงสัย “คุณจะพาข้าวไปไหนค่ะ เราออกมาไกลไปแล้วนะเดี๋ยวตอนบ่ายข้าวกลัวเข้างานไม่ทัน” “ผมบอกเลขาไว้แล้วว่าผมจะพาข้าวมาคุยกับลูกค้าเรื่องการออกแบบรถด้วย ไม่มีใครสงสัยหรอกน่า” เขาบอกเธอให้คลายกังวล “แล้ว...” เธอเอ่ยไม่ทันจบเขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องถามเธอขึ้นมาทันที “ข้าวชอบทานอะไรเป็นพิเศษมั้ย?” “ข้าวชอบทาน ผัดไทยกุ้งค่ะ อร่อยดี ข้าวมีร้านโปรดด้วยนะ คุณอยากลองทานมั้ย?” “ไว้คราวหลังดีกว่านะ วันนี้ผมอยากพาข้าวไปร้านนี้มากกว่า” เขาแพ้กุ้งและไม่ชอบกินผัดไทยเอามากๆ จึงรีบบ่ายเบี่ยงทางอ้อมๆ พอรถมาจอดร้านอาหารร้านหนึ่งแถวๆ นครนายกนี่เขาพามาไกลขนาดนี้เลยอ่อ เธอคิดในใจ ร้านนี้เป็นร้านบรรยากาศสบายๆ กลางทุ่งแบบเศรษฐกิจพอเพียงและยังห่างไกลจากผู้คน เขาพาเธอไปยังโต๊ะมุมสุดของร้านชั้น 2 ที่ล้อบรอบไปด้วยกระจกใสมองเห็นบรรยายกาศรอบๆร้านโดยที่เธอไม่สงสัยอะไรเลย เขาสั่งอาหาร 3-4 อย่างมาทาน ไม่นานพนักงานของร้ายนก็นำอาหารมาเสิร์ฟจนครบทุกเมนูตบท้ายด้วยน้ำส้มคั้นสำหรับหญิงสาว ส่วนเขาดื่มแค่น้ำเปล่า “อร่อยจังเลยค่ะ ข้าวขอบคุณคุณต้ามากๆเลยนะคะที่ดีกับข้าวมากขนาดนี้” “ผมบอกแล้วไงถ้าข้าวมีความสุขผมก็ดีใจ และมีความสุขด้วย” “อ่ะ คุณต้าทานเยอะๆนะคะ อันนี้ก็อร่อย” ทั้งคู่ต่างพากันสลับตักนู้นตักนี่ให้กัน ช่างเหมาะสมกันยิ่งหนักและเป็นภาพที่น่ารักเหมือนคู่รักทั่วๆไป พอทานเสร็จเขาก็บ่นกับเธอว่าง่วงและอยากพักสายตา โดยที่เธอไม่รู้ว่าเขามีแผนร้ายในสมอง “ข้าวขับรถไม่เป็น พักปั๊มแถวนี้ก่อนมั้ยค่ะ” “มันร้อน ผมมีบ้านพักตากอากาศเย็นๆ อยู่แถวนี้พอดี” “มันจะดีเหรอค่ะ” “คุณกลัวผมเหรอ ฮืมมมม” พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือต้นข้าวมาจุ๊ฟที่หลังมือเบาๆ หญิงสาวยิ้มจนตาหยี่ด้วยความเขินอาย อย่างมีความสุข “ก็ได้ค่ะ” เมื่อต้นข้าวอนุญาต เขาจึงรีบพาเธอตรงไปยังบ้านพักตากอากาศของครอบครัวตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่ทั้งคู่อยู่ทันทีโดยไม่รอช้า Mercedes ได้เคลื่อนตัวมาจอดยังบริเวณที่จอดรถหน้าบ้านพักตากอากาศขนาดกลางสุดหรูท่ามกลางทุ่งกว้างสีเขียวชอุ่ม ฉากหลังเป็นเทือกเขาสลับกันจนสุดลูกหูลูกตา เมื่อเปิดประตูเข้าไปบ้านยังคงสะอาดอยู่เสมอเพราะทางครอบครัวของเขาได้จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 วันระหว่างที่ไม่มีคนเข้ามาพัก บ้านพักแบ่งออกเป็น 2 ชั้น เขาพาเธอมานั่งยังห้องรับแขกที่มีโซฟาแอนตัวแอลวางอยู่ เขารีบเอาหนุนตักเธอแทนหมอนโดยที่เธอก็ยินยอมเพราะเข้าใจว่าเขาคงเหนื่อยจากการขับรถไกลๆ มาเกือบชั่วโมงจริงๆ “ผมขอพักสักชั่วโมงนะ ถ้าข้าวไม่นอนปลุกผมด้วย” “ตามสบายค่ะ เดี๋ยวข้าวเฝ้า” เขาแกล้งหลับตาลงไม่ถึง 10 นาที เธอก็เอื้อมมือไปลูบไล้จมูกโด่งด้วยความรักที่ก่อขึ้นภายในใจของหญิงสาวในเวลาเพียงไม่ถึงเดือนเธอก็ตกหลุมรักเขาไปแล้ว ช่างเป็นอะไรที่ไม่คู่ควรเลย เขาช่างอยู่สูงยิ่งหนัก เธอเป็นแค่ผู้ธรรมดาๆ เธอแอบคิดอย่างน้อยใจ เธอก็ต้องตกใจเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาดื้อๆ และดึงใบหน้าหวานลงมาจูบอย่างดูดดื่ม ไล้แสลงลิ้นไปจนทั่วโพรงปากหวานฉ่ำจนเธอหายใจแถบไม่ทัน “เดี๋ยวมีคนมาเห็นค่ะคูรต้า พอก่อน” “ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกถ้าผมไม่อนุญาต” มือของเขานั้นก็เลื่อยไปตามแผ่นหลังและเอื้อมไปใต้เสื้อเชิร์ตสีขาวและปลดตะขอชั้นในของเธออย่างชำนาญ เลิกเสื้อเธอขึ้นจนเห็นหยอดปทุมถันสีชมพูหวาน ไม่รอช้ารีบย้ายปากมาดูดดื่มเหมือนเด็กน้อยดูดนมแม่ทันทีเสียงดังจ๊วบๆ ด้วยความกระหาย เสียงหวานครางรับเบาๆ ตามจังหวะอารมณ์ที่เขาเป็นคนเริ่มขึ้น “อื่อออ อ่า ข้าวเจ็บนะเบาๆหน่อยค่ะ” “อืมมม ผมขอโทษก็ข้าวน่ากินขนาดนี้ใครจะอดใจไหวละ หื้อออ” เขาเอามือกลุมหน้าเธอเอาไหว้ตาจ้องตาไม่นานก็ไฟราคะของทั้งคูก็เริ่มขึ้นอย่าเร้าร้อน เขารีบถอดกางเกงชั้นในของหญิงสาวออกช้าๆ และรีบถอดกางเกงทั้งนอกและในของตัวเอง เมื่อเขาจับที่กลางลำตัวของหญิงสาวเริ่มมีน้ำใสๆ และพร้อมสำหรับตัวตนของเขาแล้วจึงรีบดันตัวตนที่ขยายตัวพร้อมรบเต็มที่เข้าไปในในกลางเธอทันที “โอ้ยยย อื่อออ” เธอครางออกมาเบาๆ เพราะยังไม่ชินกับขนาดที่ใหญ่โตเกินชายไทยของเขา แม้จะเคยมีอะไรกันมาแล้วก็ตาม “ข้าวฟิตมากเลยรู้ตัวมั้ย อย่าเกร็งสิครับ ค่อยหายใจลึกๆ” “อื่อออ อ่า อะ อะ” เธอแค่พยักหน้าและครางเบาๆ ตามจังหวะที่เขากระแทรกเข้ามาจากช้าๆ เป็นเร็วขึ้นๆ ๆ ๆ สลับกันไปมาตามจังหวะ เขาพลิกเธอไปมาจัดท่าให้ตามอำเภอใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อของทั้งคู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องงงง “ข้าวรู้สึกๆๆ อ่า เหมือนหายใจไม่ออกก อะ” จนในที่สุดเธอก็รู้สึกเหมือยจะหายใจไม่ออก หัวใจเต้นแรงถี่หยิบ ภายในกลางใจสาวเต้นตุ้มๆ กระตุกสองสามครั้งน้ำใสๆก็ไหลออกมาตามช่องรัก เหงื่อก็ผุดออกตามใบหน้าและไรผมมองดูช่างเซ็กซี่ในสายตาเขา “ไม่รอกันเลยนะ หื้มมมม” เขารีบกระแทกตัวตนเข้าออกจนลุกสุดลำสองสามครั้งก็ตามเธอไปติดๆ ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเต็มช่องรักของหญิงจนเลอะไหลย้อนออกมาตามขาขาวเนียนเต็มไปหมด เขาไม่ได้คิดความปลอดภัยใดๆเลย เพราะมัวแต่หลงใหลในกามรมณ์ของตัวเอง เขาไม่ได้พาเธอขึ้นไปห้องของเขาข้างบนเพราะห้องนั้นมีไหวให้วารินแฟนเขาเท่านั้น สำหรับเธอเป็นแค่ของเล่นจะเอาตรงไหนก็ได้เขาบอกตัวเองเช่นนั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็แอบกลัวป้ามะลิคนดูแลบ้านที่ครอบครัวเขาจ้างไว้มาเห็นเนื่องจากเขาได้นำรถมาจอดเกือบสองชั่วโมงแล้ว จึงรีบพาหญิงสาวไปทำความสะอาดภายในห้องน้ำชั้นล่าง เพราะเธอแถบเดินไม่ไหว “ข้าวไหวมั้ย?” “บ้า คุณต้าเบาๆกับข้าวบ้างไม่ได้เหรอ” เธอบอกเขาด้วยท่าทางเขินอาย เขารู้ว่าตลอดว่าเขาคือคนแรกของเธอ ดังนั้นจึงแอบด่าตัวเองในใจที่รุนแรงกับเธอเกินไปจริงๆ แต่ก็ช่างเถอะความคิดด้านลบก็แย้งมาว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมผู้ชายที่รู้จักกันไม่ถึงเดือนมีอะไรด้วยหรอกท่าไม่หวังจับเขา เพราะเหตุนี้เขาจึงต้องรีบจัดการเธอให้จบเกม เพื่อจะได้เขี่ยเธอทิ้งไวๆ จากนั้นเขาก็ขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง และรีบไปรับแฟนสาวของตัวเองเพื่อไปทานข้าวกับพ่อแม่ของเขาเองที่บ้านอย่างรวดเร็ว **พระเอกเลวมากกกก ไม่รู้เมื่อไหร่นางเอกคนซื่อของเราจะรู้ความจริงสักทีเน่อะ TT **ไลค์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ไรท์จะได้รู้ว่ามีคนอ่าน และจะได้รีบปั่นมาอัพให้ไวไว ส่วนคนที่ไลค์ให้แล้ว ไรท์ก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ติดตามผลงานนะ“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







