Mag-log inเวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล
“ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง “ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถือจานอาหารมายังที่โต๊ะที่เธอนั่งอยู่ “ไม่เลยค่ะ นั่งด้วยกันมั้ยค่ะ?” “งั้นผมไม่ปฏิเสธแล้วนะครับ” พร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหญิงสาว “ผมเคมีนะ คุณล่ะ?” “ต้นข้าวค่ะ เรียกข้าวเฉยๆก็ได้ คุณเป็นเพื่อนกับท่านประธานเหรอค่ะ” “ครับพอดีช่วงนี้ว่างๆ เลยขอมาเที่ยวกับมันด้วย” “อ่อค่ะ แล้วคุณไม่ไปนั่งทานกับเพื่อนๆ คุณเหรอค่ะ” “ไม่ล่ะ ผมอยากนั่งกับสาวๆมากกว่า 55555” เคมีพูดติดตลก จริงๆ เขาชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอในผับล่ะ ติดที่ไม่ทันไอ้ต้า เพื่อนของเขาที่คาบนางฟ้าไปครอบครอง พาทต้า เวฟ และนิลทัศน์ นั่งทานอาหารอยู่โต๊ะตรงกันข้ามห่างไป 2-3 โต๊ะ สายตาของพาทต้าจ้องไปที่ร่างบางอย่างไม่วางตา “ไอ้เคมีนิไวใช่ย่อย” เวฟกล่าว “หึ แรด” พาทต้าสบทออกมาเบาๆ “มึงหึง?” “กูให้มึงพูดใหม่ไอ้เวฟ” “55555 เอ่อๆ ปากแข็งไปเถอะมึงกูจะรอดู” เมื่อถึงเวลา ทุกคนต่างพากันมาที่ชายหาดและทยอยขึ้นเรือใหญ่ขนาดประมาณ 200 ที่นั่งซึ่งพอเหมาะกับจำนวนพนักงานภายใต้การดูแลของท่านประธานใหญ่อย่างพาทต้าที่พ่อของเขาไว้วางใจมอบให้บริหารตั้งแต่เรียนจบ และยังเป็นที่ยอมรับของเหล่าคณะผู้ถือหุ่น และลูกค้าของทางบริษัทด้วย ทุกคนต่างนั่งประจำที่ของตัวเองก่อนที่เรือใหญ่จะแล่นสู่ท้องทะเลตามกำหนดการที่ทางรีสอร์ทได้จัดไว้ คนที่นั่งตื่นเต้นด้วยความดีใจคงหนีไม่พ้นต้นข้าวที่ได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพียงลำพัง แต่มีสายตาคมคอยจ้องเป็นระยะ และแอบยิ้มตามด้วยความลืมตัว ในความดีใจที่ไม่มีการเก็บอาการของหญิงสาวแต่อย่างใด “เอาละเราจะจอดเรือตรงนี้ ใครที่อยากลงดำน้ำเชิญทางด้านท้ายเรือได้เลยนะครับจะมเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรายละเอียดและดูแลความปลอดภัยของเราอยู่ตรงนั้น” กัปตันเรือได้แจ้งรายละเอียดไว้ก่อนเดินหายเข้าไปประจำตำแหน่งเดิมด้านในตัวเรือ “นี่เธอ ถ้าไปลงก็หลบสิ เกะกะ” เมย์ที่เดินมากับฝนได้กล่าวออกมาหลังจากที่เห็นต้นข้าวยืนบื้ออยู่ใกล้ๆทางลงไปยังบริเวณที่ดำน้ำ “ไปเถอะ ยัยเมย์เสียเวลา” ทั้งสองแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบต้นข้าว เธอไม่ได้โต้ตอบอะไร ได้ยืนมองคนอื่นลงเล่นและดำน้ำกันอย่างสนุกสนาน เนื่องจากเธอว่ายน้ำไม่เป็นจึงไม่กล้าลงไป ทันใดนั้นสายตาก็เลื่อนไปเห็นพาทต้า นั่งดื่มไวน์ตรงระเบียงกับเพื่อนๆของเขาอย่าสนุกสนาน โดยไม่สนใจ หรือมองมาทางเธอเลย คิดแล้วก็แอบน้อยใจที่เขาทำเป็นไม่รู้จัก ไม่พูด ไม่คุย กับเธอต่อหน้าคนอื่นๆ เลยตั้งแต่มาถึงที่เกาะ “ไอ้ต้า มึงไม่ชวนลูกไก่ของมึงมานั่งด้วยเหรอวะ เมื่อกี้เธอมองมึงตาแป๋วเลย” เวฟกล่าว “แล้วไง” พาทต้าตอบแบบไม่ใส่ใจ เคมีลุกขึ้นและเดินไปทางต้นข้าว โดยไม่สนใจบทสนทนาของเพื่อนของเขาทั้งสองคนที่กำลังกล่าวถึงหญิงสาว “ทำไรอยู่ครับ ไม่ลงไปเล่นน้ำกับพวกเขาเหรอ” “ข้าวว่ายน้ำไม่เป็นค่ะ เลยไม่ลงไปดีกว่า” “งั้นไปนั่งกับพวกผมทางนั้นมั้ย?” “ข้าวอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ เชิญคุณเคมีตามสบายเลยนะคะ” “โอเคครับ ถ้าเปลี่ยนใจก็ตามมาได้เสมอนะ” พูดจบเคมีก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม “ไงมึง คิดจะเคลมต่อจากกูอ่อ” พาทต้าถามตามสิ่งที่ตนเองคิด “เธอไม่ใช่สิ่งของ” เคมีตอบกลับไปอย่างจริงจัง “หึ หลงเสน่ห์ยัยนั่นแล้วเหรอไอ้เค” “พอๆ ทั้งคู่เลยมึง จะทะเลาะกันทำเหี้ยไรวะ” เวฟรีบห้ามสงครามระหว่างทั้งคู่ ผ่านไปสักพักก็มีเสียงกระโกนโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นทางจุดที่ลงดำน้ำ “มีคนตกน้ำ ๆ ตรงนั้นค่ะๆ” เมย์กระโกนเสียงดัง “เมย์ผ่านมาแล้วเห็นเธอยืนทำอะไรไม่รู้ตรงขอบๆเรืออะค่ะ” เธอรีบบอกคนอื่นๆ ทันไดนั้นก็มีเสียงคนกระโดดน้ำลงไปด้วยความรวดเร็ว พาทต้าพยายามดำลงไปควานหาร่างบางที่ดิงลงไปใต้ท้องทะเลด้วยความร้อนรน แม้น้ำจะไม่ค่อยลึก แต่กระแสน้ำข้างใต้มีความเชี่ยวพอสมควร จึงอยากต่อการดึงตัวของเธอขึ้นมา “ต้นข้าวๆๆ” เขารีบคว้าคอเธอไว้และว่ายดึงเธอขึ้นมายังเรือที่มีคนมุงดูอยู่ด้วยความตกใจ เขารีบวางเธอลงกับพื้น และทำการ CPR เบื้องต้นเพื่อให้เธอพื้นจากการหมดสติ ผ่านไป 2-3 นาทีก็ยังไม่เป็นผล เขาจึงก้มเอาปากประกบปากของเธอทันทีเพื่อทำการฝายปอดให้เธอ เขาสูดลมเข้าปากตัวเองและก้มลงไปเป่าอีก 2-3 ครั้ง เธอก็สำลักน้ำออกมา “แฮ่ก ๆ ๆ ๆ” “เป็นยังไงบ้าง” เขาแสดงความเป็นห่วงต่อเธอโดยที่ไม่รู้ตัว “ค่ะ แฮ่ก ๆ ๆ” เพราะสำลักน้ำจนน้ำหูน้ำตาไหล เธอจึงตอบเขาไม่ค่อยเต็มเสียงหนัก เขาจึงรีบอุ้มเธอไปยังห้องพยายาบาลภายในเรือโดยไม่สนใจต่อสายตาของเพื่อนๆ และเหล่าพนักงานของเขาเลย ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของฝนตลอดเวลามือข้างหนึ่งของเธอถือโทรศัพท์บันทึกวิดิโอและกดส่งไปยังไลน์ของวาริรินทร์ทันที “หึ ฉันจะคอยดูเธอค่อยๆโดนเขี่ยทิ้งยัยต้นข้าว” เธอยิ้มอย่างร้ายกาจ ห้องพยาบาลภายในเรือ... “รู้ว่าว่ายน้ำไปเป็นยังไม่ระวังตัวเองอีก” เขากล่าวออกมาเมื่อเห็นเธอรู้สึกตัว และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ “ข้าวโดนผลักค่ะ” “เอาละ ต่อไปข้าวต้องระวังให้มากกว่านี้ โอเคมั้ย หืมม” เขาลูบหัวเธอเบาๆ เธอจึงพยักหน้ารับ “ผมขอตัวออกไปข้างนอกก่อนนะ ข้าวพักผ่อนในนี้ละกัน เดี๋ยวถึงจะให้นิลทัศน์มาเรียก” เขาก้มลงไปหอมแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป “ขอบคุณที่ช่วยข้าวนะคะ” เธอบอกเขาพร้อมกับเอนตัวลงนอนเอาผ้ามาห่มเนื่องจากหนาวเพราะไม่ได้เปลี่ยนชุด เมื่อเรือมาจอดเทียบหน้าหาดบริเวณที่พักทุกคนก็ต่างทยอยกันไปอาบน้ำพักผ่อนตามอัธยาศัยเนื่องจากเหนื่อยกับการเล่นน้ำดำดูปะการังกันอย่างสนุกสนาน “คุณข้าวครับ เรือถึงที่พักแล้วครับ” นิลทัศน์มาปลุกต้นข้าวที่กำลังหลับตาพริ้ม ตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม “ถึงแล้วเหรอค่ะ” นิลทัศน์ช่วยประคองตัวหญิงสาวลงจากเรืออย่างระมัดระวัง เนื่องจากเธออาการยังไม่ค่อยดี 100% เมื่อถึงหน้าห้องพักของหญิงสาวจึงกล่าวขอบคุณและขอตัวเข้าไปพักผ่อนเพราเพลียอยากอาบน้ำนอนมาก ขาของต้นข้าวก้าวเข้ามายังในห้องได้เพียง 1 ข้าง เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น “สำออย” ต้นขาวไม่สนใจรีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไป และออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็เห็นฝนเก็บข้าวของใส่กระเป๋า “คุณฝนจะไปไหนค่ะ” ต้นข้าวถาม “ฉันไม่อยากนอนร่วมห้องคนที่ไม่รู้จักเจียมตัว” “คุณไม่พอใจอะไร คุณก็บอกฉันตรงๆได้นะคะ คุณฝน” “ไม่ชอบคือไม่ชอบ ฉันไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบายให้คนอย่างเธอฟัง หลีกไปป!!” ฝนเดินกระแทกไหล่ของต้นข้าวเดินออกไปทันที “เห้อออ ช่างเถอะ นอนคนเดียวก็สบายใจดีออก” ต้นข้าวถอนหายใจพร้อมบอกกับตัวเองเบาๆ พาทต้าที่นั่งดื่มกับเพื่อนๆ ของเขา อยู่บริเวณลานกว้างด้านข้างของที่พักอยู่นั่นได้มองเห็นฝนบุคลากรสาวถือของพรุงพรังเดินผ่านมาทางเขา เนื่องจากตรงที่เขานั่งอยู่ติดกับทางเดินไปมาระหว่างห้องพักพอดี “อ่าวคุณฝน จะขนกระเป๋าไปไหนเหรอครับ” เวฟถามออกไป ซึ่งเขารู้จักฝนเนื่องจากตนเองมาหาพาทต้าที่บริษัทบ่อยๆ และต้องผ่านบุคลากรก่อนเสมอ “พอดีฝนจะย้ายไปขอนอนกับเมย์ค่ะ” ตอบเวฟแต่สายตามองไปยังพาทต้าเจ้านายหนุ่มของเธอ “ทำไมละครับ” “พอดีรูมเมทไม่ค่อยยินดีที่ฝนอยู่ร่วมห้องด้วยอะคะ อละเพื่อความสบายใจของเธอฝนเลยออกมาดีกว่า ฝนขอตัวก่อนนะคะ” เธอใส่ร้ายต้นข้าวแล้วเดินจากไป “หึ เป็นไงละ คนน่าสงสารของมึงไอ้เค” พาทต้ากล่าว “อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ มึงอย่าเพิ่งสรุป” เคมี่ตอบกลับทันที เวลาผ่านไปได้สักพักท้องฟ้าก็เริ่มมีสีดำมืดเข้ามาปกคลุม หลายคนต่างทยอยกันออกมาจากห้องพักเพื่อมาหาของกินบ้าง นั่งล้อมวงดื่มบ้าง เล่นการไผ่บ้างตามประสา บางคนก็รองเพลง ปรบมือกันอย่างสนุกสนาน พาทต้าได้กวาดสายตามองหาต้นข้าวแต่ก็ไม่เจอ จึงหารเรื่องปลีกตัวออกไปจากกลุ่มเพื่อน “กูไปหาที่ดูดบุหรี่นะ ไม่ต้องตามถ้าไม่กลับมาพวกมึงดื่มกันไปเลย” พาทต้าอ้างพร้อมกันลุกเดินออกไปจากกลุ่มเพื่อน “เอ่อๆ ไปเหอะๆ”เวฟกล่าว ส่วนเคมีได้แต่มองตามโดยไม่พูดอะไร ต้นข้าวที่นอนหลับอยู่ด้วยความอ่อนเพลียจึงไม่รู้ตัวว่ามีคนถือโอกาสแอบปีนหน้าต่างทางด้านหลังระเบียงห้องพักของหญิงสาวที่มีแค่ชั้นเดียวจึงไม่เป็นอุปสรรค์ของพาทต้าเลย เขายืนมองเธอที่หลับตาพริ้มนอนหลับอย่างสบายใจในชุดนอนกระโปรงสีขาวมีกระดุมฝ่ากลาง พาทต้าจึงไม่รอช้ารีบพาตัวเองสอดไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เขาจึงใช้มือลูปไล้ไปตามเรียวขา ขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบ ขึ้นมายังทรวงออกที่ใหญ่พอดีมืออันนุ่มนิ่ม พอเธอเริ่มรู้สึกตัวก็ตกใจที่มีคนมาลวนลามร่างกายเธอ เธอกำลังจะกรีดร้องแต่ด้วยความไว พาทต้ารีบประกบปากหนากับปากบางของเธอทันทีและพาลิ้นหนาเข้าไปควานหาความหมายจากริมฝีปากสาวจนนานหลายนาที เธอรู้ทันทีว่าจูบแบบนี้ต้องเป็นเจ้านายเจ้าเล่ห์ของเธอแน่นอนจึงไม่ขัดขืนและยอมเขาด้วยความเต็มใจ มือปลาไหลก็ทำหน้าทีนวดคลึงหน้าอกของหญิงสาวอย่างเมามันส์ ไม่นานเสื้อผ้าของทั้งสองก็หลุดออกไปจากร่างกายเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าทั้งคู่ พาทต้าเริ่มแยกขาสวยอ้าออกจากกันและพาตัวเองเข้าไปตรงกึ่งกลางเธอและพาตัวตนของตนเองที่พร้อมรบถูไปมาตรงกลีบดอกไม้สีหวานสองสามที และดันเข้าไปจนจุนโคนในทีเดียว “อื่ออออ เบาๆหน่อยค่ะ ข้าวจุก” “อ่าส์ ฟิตมากข้าวจ๋า” “อะ อ่ะ อะ อื่ออออ” เธอครางออกมาอย่างต่อเนื่องตามแระกระแทกของเขา เขาเริ่มขยับเข้าออกตามจังหวะๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ พับ พับ พับ เสียงเนื้อกระทบเนื้อผสมกับเสียงครางของทั่งคู่ดังลั่นทั่วห้องโดยที่ไม่กลัวว่าจะมีคนมาได้ยิน สักพักก็พลิกจับร่างบางให้หันหลัง และจับน้องชายที่พร้อมสู้อยู่แล้วเข้าไปและเริ่มขยับรัวๆ จนหญิงสาวให้มือทั้งสองข้างจิกไปยังผ้าปูที่นอนเพื่อระบายความเสียวซ่าน “คุณต้าค่ะ อะ อะ ข้าวไม่ไหวแล้ว อื่อออ” เธอบอกเขาอย่างเหนื่อยหอบจากแรงกระแทกที่รุนแรงของเขา เขาไม่สนใจเลยว่าต้นข้าวจะเจ็บมั้ย ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จึงเพียงแค่ต้องการปลดปล่อยอารมณ์ไคล่ที่เก็บไว้มาหลายวันเท่านั้น และยิ่งคิดถึงตอนที่เธอไปอ่อยคนนั่นคนนี้เขายิ่งอยากให้เธอได้จดจำรสชาติครั้งนี้ของเขาเอาไว้ “อ่าส์ ผมก็ไม่ไหวแล้ว ว พร้อมกันนะ” ปึก ปึก ปึก เขาไม่ออมแรงกระแทกตัวตนใส่เธออย่างสุดแรง มือก็ทำหน้าที่ขย่ำหน้าอกเธอจนแดงเถียงทั้งสองเต้า แผ่นหลัง ลำคอ ก็เต็มไปด้วยรอยรักสีแดง ไม่นานเข้าก็ปล่อยสายธารแห่งชีวิตเข้าไปในร่องรักของเธอทุกหยาดหยดจนไหลเหยิ้มเต็มเรียวขาขาว และตัวตนของเขา “อ่ะ อื่ออออออ” เธอพุบหน้าลงไปกับหมอนด้วยความเหนื่อยล้า “ขอต่อนะ” เขารีบจับเธอเปลี่ยนท่าและรังแกเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนพอใจ จนเธอหลับไปในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขาด้วยความเหนื่อยล้าจากไฟราคะที่เพิ่งจบลงจนเกือบเช้า….. **พาทต้าใจร้ายยยมาก สงสารต้นข้าวววววว** ***อยากให้มาต่อช่วยคอมเม้นท์ และติดตามให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆๆๆนะ ที่เข้ามาอ่านกัน รักมากมาย“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







