Partager

ข่าวดังสะท้านวงการ

last update Date de publication: 2025-10-04 20:00:00

บทที่ 6

ข่าวดังสะท้านวงการ

              เช้าวันถัดมา หลังค่ำคืนอันสะเทือนสังคมแฟชั่นและวงการมาเฟีย แผงหนังสือเต็มไปด้วยนิตยสาร ช่องข่าวซุบซิบในโซเชียลและหนังสือพิมพ์พาดหัวตัวโตๆ ถึงเหตุการณ์สุดร้อนแรงในงานเดินแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ของลอเรน คราสโต

              “อลิเซีย – ภรรยาสุดร้อนแรงของมาฟียหนุ่ม ดานเต้! เปิดตัวในฐานะราชินีในชุดฟินนาเร่”

              “จากนางร้ายพลิกบทสู่นางพญาแห่งวงการ : จุมพิตที่ทำให้โลกตะลึง”

              “นางเอกสุดใส อักษรย่อ ม. ถูกแย่งซีนกลางงานแฟชั่นโชว์จนล้มไม่เป็นท่า”

              เว็บไซต์ข่าวบันเทิงดันขึ้น Breaking news ตลอดทั้งวัน วิดีโอการจุมพิตถูกแชร์ซ้ำแล้วซ้ำอีกในโซเชียล เสียงวิจารณ์แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างร้อนแรง

ฝั่งหนึ่งคลั่งไคล้และชื่นชมในหญิงสาว

อีกฝั่งตราหน้าว่า “นางร้ายสวมบัลลังก์ แย่งผู้ชาย”

อลิเซียนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหรูในห้องรับแขก มือถือบนโต๊ะยังสั่นไม่หยุดตั้งแต่เช้า เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ แววตาเย็นสงบ

จ้องมองวิวสวยของบ้านอย่างสบายใจ

              ดานเต้ เดินเข้ามาในบ้านพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ เขาทอดสายตามองภาพจุมพิตที่พาดหัวข่าวเต็มหน้า ริมฝีปากนั้นยังตราตรึงอยู่ในใจของเขาด้วยไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเย็น

              “เธอนี่...เปลี่ยนเกมได้ทั้งกระดานเพียงชั่วข้ามคืนสินะ” เขาโยนหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าเธอ ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตานั้นแฝงไปด้วยความชอบใจบางอย่าง อลิเซียเงยหน้ามองชายหนุ่มพลางยกคิ้ว มองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน

              “ก็แค่...จุมพิตปลอมๆ ครั้งเดียว ก็ดึงสายตาคนทั้งโลกให้เชื่อได้แล้วว่า ฉันคือตัวจริง”

              “เธอนี่ไม่ทำให้เคยฉันผิดหวังจริงๆ แต่...ที่รัก” ดานเต้เดินเข้ามาใกล้เธอก่อนจะรั้งร่างบางมากอดไว้แน่น กลิ่นของน้ำหอมผสมกับซิก้าลอยแตะจมูกของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

              “ระวังให้ดี...เกมนี้เธออาจต้องเดิมพันด้วยหัวใจ” จมูกโด่งของเขาซุกไซ้ที่ซอกคอของหญิงสาวราวกับจะเล้าโลมร่างบางให้อ่อนละทวย อลิเซียใช้มือบางลูบไล้บริเวณแก่นกายใหญ่ของชายหนุ่มที่ใหญ่จนตุงล้นกางเกงออกมา

              “ก็เอาสิ...ถ้าฉันจะชนะเกมนี้ได้” เธอประโคมจูบไปตามซอกคอและบดริมฝีปากของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำอีก จากที่เขาเป็นฝ่ายจะเริ่มเธอกลับเป็นฝ่ายรุกแรงขึ้นเสียเอง หญิงสาวประทับริมฝีปากแดงดูดดื่มพลางแลกลิ้นอุ่นๆ ดูดเลียริมฝีปากของดานเต้อย่างหิวกระหาย เขาผละเล็กน้อยที่เห็นเธอในท่าทีที่แปลกไป เธอในตอนนี้เหมือนเสือที่พร้อมจะตะคลุบเหยื่อไว้

              “เธอเล่นเกมเก่งนะ แต่ในโลกใบนี้เกมแบบนี้มันอันตรายกว่าที่คิด” ดานเต้หัวเราะในลำคอ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

              “ราชินีไม่ยอมให้ใครทำลายได้ง่ายๆ หรอก...ไม่ว่าคุณรึนางโง่นั่น” อลิเซียตอบกลับอย่างเฉียบคม มือบางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของดานเต้ออกทีละเม็ดทีละเม็ด ชายหนุ่มยิ้มอย่างถูกใจ มือหนาลูบไล้เรือนผมเงาสลวยของหญิงสาว บรรยากาศเต็มไปด้วยไฟปะทะ ความแค้นผสมแรงดึงดูดและความต้องการจนทั้งคู่ก็ไม่อาจต้านทานได้

              ทันใดนั้นเองเสียงของดรีมก็ทำให้เธอและดานเต้ตื่นจากภวังค์สวาทนั้น ดานเต้หันกลับไปมองผู้จัดการส่วนตัวของอลิเซียอย่างหงุดหงิด ก่อนจะปรายตามองอลิเซียแล้วพูดเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความโกรธและความขัดใจ

              “ฉันไปทำงานก่อน” ดานเต้ลุกขึ้นและเดินไปยังห้องทำงานข้างๆ ห้องโถงใหญ่

              ดรีมรีบวิ่งเข้ามายังทีวีก่อนจะเปิดข่าวที่ทำให้อลิเซียรู้สึกโกรธมากจนจะระเบิด อลิเซียกัดบดริมฝีปากบางอย่างโกธา ดวงตาวาววับจ้องมองภาพงานแถลงข่าวในทีวีไม่วางตา

              “นังนี่มันไม่หยุด!” เสียงของเธอเรียบแต่เต็มไปด้วยความโกรธเกี้ยว

              “โมนิก้า...ออกแถลงข่าวเมื่อ 10 นาทีก่อน ในแถลงบอกจะพูดเรื่องการแต่งงานสายฟ้าแลบของเธอกับดานเต้”

              “อะไรนะ! มันมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องการแต่งงานของฉัน” อลิเซียลุกขึ้นยืน จ้องโมนิก้าในทีวีตาเขม็ง

              “ฉันโทรบอกทนายแล้ว เขาบอกว่าถ้ามีการเอ่ยเรื่องการแต่งงานเรามีสิทธิ์ฟ้องได้ค่ะ”

              “ดี...ฉันจะฟ้องให้นังโง่นี่มันหมดตัวเลย” อลิเซียนั่งลงบนโซฟา ใบหน้าขบคิดถึงเรื่องราวที่กำลังเผชิญอยู่ เธอเลือกจะปิดทีวีและเดินเข้าไปหาดานเต้ที่ห้องทำงานแทน

              อลิเซียโยนแท๊บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานของดานเต้ ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความโกรธ ดวงตาสั่นวาว ริมฝีปากถูกขบแน่น เธอพยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพร่านนั้นให้ได้มากที่สุด

              “นังโง่นี่มันกล้าดียังไง!” ดานเต้เงยหน้าขึ้นมองเธอสลับกับข่าวในแท๊บเล็ต แววตาที่มองเธอในขณะนี้อ่านไม่ออกถึงความหมายที่แท้จริงในความรู้สึก

              “แล้วมันไม่จริงตรงไหน?” คำพูดนั้นเหมือนกริชแหลมที่แทงทะลุหัวใจของเธอ ใช่...ความจริงคือเธอยอมแต่งงานกับเขาเพราะวาเรนไทน์ติดหนี้คราสโตไว้จำนวนมาก จากการบริหารเงินโง่ๆ และเอาปราสาทไปจำนองไว้ของเดล ช่วงที่เธอไปเรียนต่อแฟชั่นที่ปารีส การแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการคงสถานภาพทางสังคมของเธอไว้และเพื่อรักษาชีวิตของแม่เธอ

              “ถ้าคุณอยากทำลายฉันขนาดนี้ คุณจะคงสถานะทางสังคมให้ฉันด้วยการแต่งงานทำไม!”

              “ฉันอยากให้เธอนึกถึงชีวิตของแม่เธอเยอะๆ ก่อนจะพูดอะไรเกินเลยนะอลิเซีย” อลิเซียกัดริมฝีปากแน่น น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

              “ฉันจะไม่ยอมให้โมนิก้าหรือใคร เอาเรื่องบ้าๆ นี่มาเหยียบฉัน...” อลิเซียกระชากแท๊บเล็ตก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ต้องชะงัก

              “เก็บกระเป๋าซ๊ะ...พรุ่งนี้เธอต้องไปเลคโคโมกับฉัน”

              “แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ...”

              “ก็รอดูข่าวประกาศล้มละลายของตระกูลวาเรนไทน์ได้เลย” น้ำเสียงเขาเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่จะสั่งเป็นสั่งตายเธอได้ อลิเซียกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนยากจะเอ่ย เธอพงักหน้าและรีบเดินออกจากห้องไปในทันที

              รถหรูจอดสนิทที่หน้าปราสาทของตระกูลวาเรนไทน์ อลิเซียเดินหน้านิ่งแววตาหม่นเข้าไปยังในบ้าน เธอกลับมาเพื่อมาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกเดินทางไปกับดานเต้ ร่างบางเดินผ่านห้องทำงานที่เคยเป็นห้องโปรดของเอลริส วาเรนไทน์ คุณพ่อแท้ๆ ของเธอ เธอจึงเปิดประตูและเดินเข้าไปยังห้องทำงานนั้นเงียบๆ

              เบื้องหน้าคือโต๊ะทำงานทรงโรมันที่พ่อของเธอมักใช้นั่งทำงานในตอนที่เธอเด็กๆ รูปภาพสีเก่าๆ ยังวางโชว์ไว้ในกรอบรูป มีเธอมีพ่อและแม่กอดกันด้วยรอยยิ้มสดใส ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตตอนที่เธออายุได้เพียง 12 ปีเท่านั้น อลิเซียนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานนิ่มๆ ที่เธอเคยใฝ่ฝันจะได้นั่งโต๊ะนี้เพื่อบริหารกิจการในเครือวาเรนไทน์ แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างถูกขโมยไปโดยน้องชายของพ่อและเขาก็ขายมันทอดตลอด จนไม่เหลือสมบัติสักแดงเดียวให้เธอและแม่ ความโชคดีเดียวที่เธอและแม่มีอยู่คือมรดกก้อนสุดท้ายและปราสาทหลังนี้ที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็นของแทนใจยามคิดถึง แต่ก็ถูกทำลายลงเพราะพ่อเลี้ยงโง่ๆ ของเธออยู่ดี

              “พ่อคะ...ลูกขอโทษที่ดูแลทุกสิ่งที่พ่อให้ไว้ไม่ได้สักอย่าง” เธอน้ำตารื้อ มองกรอบรูปนั้นด้วยสายตาเหนื่อยล้าจนเกินจะเอ่ย หลายต่อหลายอย่างในชีวิตมันยากมากขึ้นตั้งแต่วันที่พ่อจากไป อลิเซียเอื้อมมือหยิบสมุดบันทึกที่พ่อเคยเขียนไว้ขึ้นมาอ่าน สมุดบันทึกที่จดเรื่องราวของเธอตั้งแต่แบเบาะจนโตขึ้น ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในลูกสาวของตน

              “คุณหนู...นั่งทำอะไรมืดๆ คะ” เอมม่าแง้มประตูและพูดเสียงเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งนิ่งน้ำตาอาบหน้าอยู่ เธอรีบเอื้อมมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมา

              “มาเก็บของน่ะ พอดีมีไปดูงานต่างประเทศ”

              “ขอโทษค่ะที่ฉันเข้ามากวน พอดีเห็นประตูห้องเปิดอยู่ ห้องนี้ปิดไว้นานมากแล้ว” เอมม่าเดินเข้ามาในห้อง แววตาของหญิงแก่ดูห่วงใยอลิเซียอย่างยากจะเอ่ย

              “ไม่เป็นไร...อีกเดี๋ยวฉันคงจะไปแล้ว”

              “คุณหนูคงคิดถึงคุณท่านมาก..ถ้าคุณท่านยังอยู่ คุณหนูคงไม่ต้องเจอข่าวและกระแสทางสังคมที่รุนแรงขนาดนี้” เอมม่าเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวอย่างอ่อนโยน อลิเซียเงยหน้าขึ้นมองหญิงแก่พลางยิ้มจางๆ เสียงหนึ่งดังขัดจังหวะขึ้นที่หน้าห้อง ก่อนที่ร่างชายแก่จะปรากฏแก่สายตา

              “กลับมาทำไมที่นี่ เธอควรอยู่ดูแลผัวของเธอให้ดีเพื่อตัวเธอและแม่ของเธอนะอลิเซีย” เสียงแก่ทำให้อลิเซียเม้มปากแน่น แววตาลุกวาวด้วยความโกรธอีกครั้ง

              “หุบปากเดล เพราะแก...ตระกูลของฉัน แม่ฉันถึงต้องมามีสภาพแบบนี้”

              “ฮ่าๆ เพราะฉันเหรอ ที่ฉันเอาปราสาทนี้ไปจำนองกับคราสโต ก็เพราะอาการป่วยของแม่เธอ” เดลยกมือขึ้นชี้หน้าอลิเซีย ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นจ้องมองเธออย่างเยาะเย้ยและดูถูก

              “แกมีสิทธิ์อะไรเอาโฉนดของปราสาทนี้ไปจำนอง จนฉันต้องเป็นเมียคราสโตเพื่อแลกกับเงินพวกนี้”

              “เพราะเธอมันไม่ได้เรื่องไงอลิเซีย ถ้าเธอมีรายได้สร้างธุรกิจได้ แม่เธอ ปราสาทหลังนี้คงปลอดภัย อย่ามาโทษฉันที่พยายามตามล้างตามเช็ดปัญหาให้เธอ!”

              เคล้งงง!

              เสียงจานรองก้นบุหรี่กระแทกเข้าที่ฝาผนังห้อง แตกกระจายเต็มพื้น อลิเซียโกรธมากร่างกายเธอหอบด้วยความโกรธที่ไม่สามารถควบคุมได้จนกลัวว่า อาการหอบหืดของเธอจะกำเริบ จานรองนั้นเฉี่ยวร่างของเดลไปเพียงฝ่ามือเดียว เอมม่ารีบเข้าไปกอดร่างที่สั่นเทาเพราะความโกรธเกินลิมิตของอลิเซียไว้แน่นและพยายามปลอบโยนเธอ

              “ออกไป!!!! ออกไปให้พ้น ไอ้หมาขี้เรื้อน!!!” อลิเซียตวาดเสียงกร้าว เธอชี้หน้าเดลใบหน้าคมสวยในตอนนี้แดงกร่ำด้วยความโกรธ ตัวเธอร้อนจี๋ราวกับคนมีไข้ เดลยืนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องไป

              “คุณหนูพอแล้วค่ะ เดี๋ยวอาการหอบจะกำเริบเอานะคะ” เอมม่าพยายามกอดปลอบเธอ ในขณะที่น้ำตาของหญิงสาวค่อยๆ ไหลมาเป็นทาง

              “แม่เอาผู้ชายคนนี้เข้ามาทำร้ายพวกเราทำไม...มันไม่เคยรักแม่จริงด้วยซ้ำ ฮื่อๆ” เสียงสะอื้นของเธอดังลั่นห้อง เธอร้องไห้หอบตัวโยนอยู่ในอ้อมแขนของหญิงแก่ เอมม่ากอดเธอแน่นเพราะรู้ถึงความอ่อนแอที่หญิงสาวซ่อนไว้ดี อลิเซียหยิบเอากรอบรูปครอบครัวมากอดไว้แน่นในอก น้ำตาไหลเอ่อออกมาเป็นทางยาวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมีเพียงเสียงสะอื้นกังวานอยู่ในห้องนั้น

              บางครั้งชีวิตก็เล่นตลกให้เราต้องเข้าไปพัวพันในเกมชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือ “เล่นต่อให้จบเกม”

              กระเป๋าเดินทางถูกจัดไว้พร้อมสำหรับการเดินทางในรุ่งเช้า อลิเซียนั่งนิ่งมองฟ้าที่ดำมืดในยามค่ำคืน แสงดาวดวงเล็กๆ ส่งประกายระยิบระยับราวกับกำลังปลอบโยนหญิงสาว ลมหนาวพัดผ่านใบหน้าขาวเนียนสวยนั้นอย่างอ่อนโยน ค่ำคืนนี้กับความรู้สึกเจ็บปวดกินเวลายาวนานไปเกือบครึ่งคืน จนรถของดานเต้จอดนิ่งอยู่ที่หน้าบ้านแล้วอลิเซียถึงได้เดินเข้ามาในห้องนอนของเธอ เพียงไม่นานนักก็เผลอหลับไปบนเตียงนอนอย่างอ่อนล้าด้วยเผชิญเรื่องราวปวดใจมากมายในวันนี้

              แอ๊ดดดด

              เสียงประตูห้องหญิงสาวถูกแง้มออกอย่างเบามือที่สุด ร่างสูงในชุดสูทดำเดินคล้ายย่องเข้ามายังเตียงนอนสีขาวสะอาด เขาหยุดยืนนิ่งเมื่อเห็นร่างบางซุกตัวหลับพริ้มอยู่ใต้ผ้าห่ม ใบหน้าสวยคมนั้นเหลือคราบความอ่อนล้าไว้มากมายคล้ายจะบอกว่า วันนี้เป็นวันที่หนักมากสำหรับเธอ

              ดานเต้ค่อยๆ นั่งลงบนเตียงนุ่ม เขาโน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่หว่างคิ้วของร่างเล็ก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็น ก่อนที่มือหนาจะรั้งเอาไรผมที่คลอเคลียแก้มขาวออกอย่างแผ่วเบาด้วยกลัวคนตัวเล็กจะสะดุ้งตื่น เมื่อเห็นว่าเธอยังหลับสนิทเขาจึงจ้องมองใบหน้าสวยคมที่หลับพริ้มอยู่ท่ามกลางความมืด

              “ถ้าเธอยังอยู่กับคราสโต...ฉันสัญญาว่าเธอจะมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด เธอเป็นสมบัติของฉันเจ้าหญิงน้อย...”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3แสงแดดยามเช้าสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สายลมพัดเอากลิ่นหญ้าและน้ำเข้ามาเบาๆ เข้าช่วงหน้าหนาวของปีแล้วอากาศเย็นขึ้นเป็นพิเศษ คฤหาสห์ริมทะเลสาบที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงข่าว มีแค่เสียงหัวเราะเบาๆ ของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ที่สวน อลิเซียนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่ระเบียงไม้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวม ใบหน้าฉาบรอยยิ้มหวานอ่อนโยน ผมปล่อยยาวตามธรรมชาติในอ้อมแขนของเธอ ‘แคทเธอรีน’ หลับตาพริ้ม อีกฝั่งหนึ่ง ‘คัลแลน’ กำลังกำลังตั้งไข่ ล้มบ้าง ลุกบ้าง โดยมีเอมม่าช่วยประคองดูแลอย่างใกล้ชิด“ช้าๆ สิคะ” เธอพูดเบาๆ เสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนประตูบ้านเปิดออก ดานเต้เดินออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสบายๆ เขาอุ้มลูกชายขึ้นมาแบบยังเก้ ๆ กัง ๆ“เขาไม่ยอมฟังฉันเลย” อลิเซียหัวเราะเบา ๆ“ลูกชายคนนี้เหมือนเธอเกินไป” เขามองลูกแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นในห้องประชุม“ช่วงบ่ายพ่อกับแม่จะมา แม่เธอด้วย” ดานเต้หยิบ “กำไลหิน” ออกมา เส้นเดิมที่เคยขาดและเคยถูกซ่อม เขาคุกเข่าลงเบาๆ ต่อหน้าลูกสาวที่หลับพริ้ม แล้วใส่มันที่ข้อมือเล็กๆ นั้นอย่างเบามือ“ครั้ง

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ประตูกระจกบานสูงถูกเปิดออกจนมองเห็นแสงดาวกราดเกลื่อนบนฟากฟ้า สายลมกลางคืนพัดเอากลิ่นดอกไม้ขาวลอยมาเบาๆ เสียงดนตรีในฮอลล์ยังดังคลอชวนให้หวั่นไหว แต่ห่างออกไปพอให้เหลือเพียงความเงียบระหว่างสองคน อลิเซียยืนพิงราวระเบียงหินอ่อน ชุดราตรีสีทองแชมเปญสะท้อนแสงไฟสวนยิ่งขับผิวของร่างบางให้สว่าง ผมของเธอปลิวพริ้วเบาๆ ตามแรงลม ดานเต้เดินออกมาด้านหลังเธอพลางโอบกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ลมหายใจของเขารดรินอยู่ข้างๆ หูของเธอพอให้ใจสั่นด้านหน้า เมืองสว่างไสวราวกับดาวอีกผืนหนึ่งบนพื้นดิน เสียงนับถอยหลังจากในฮอลล์เริ่มดังขึ้นสิบ… เก้า… แปด…อลิเซียหันไปมองเขาเล็กน้อย“คุณคิดว่าเราบ้าไหม” เขาเลิกคิ้วบาง ๆ“ที่เปลี่ยนเจ้าบ่าวกลางงาน?” เธอพยักหน้าเบาๆ เขายิ้ม“ฉันคิดว่าเรากล้าพอมากกว่า...ที่จะทำตามเสียงหัวใจ” เสียงนับถึงศูนย์พลุลูกแรกพุ่งขึ้นฟ้า แสงสีทองแตกกระจายเหนือศีรษะเป็นวงกว้างเกือบครึ่งท้องฟ้าสะท้อนในดวงตาของเธอ อลิเซียเบิกตากว้างกับพลุที่แตกกระจายสว่างไสวนั้น สวยงามมากกว่าพลุทุกลูกในชีวิตของเธอ เธอเงยหน้ามองให้ชัด ใบหน้าอาบด้วยประกายไฟและรอยยิ้มกว้าง ดานเต้ไม่ได้มองพลุเลยดวงตาของเขามองเ

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 ฮอลล์จัดเลี้ยงถูกตกแต่งด้วยโทนดำทอง โต๊ะยาวปูผ้ากำมะหยี่สีเข้ม เทียนสีทองอร่ามถูกวางเรียงทุกสองที่นั่งจนทำให้งานทั้งงานดูมีมนต์วิเศษ จอ LED ขนาดยักษ์ฉายภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลสลับกับภาพมหาวิหารเมื่อครู่ เมนูอาหารระดับมิชลินเริ่มทยอยเสิร์ฟ ไวน์ปีเก่าหายากถูกวางเตรียมไว้สำหรับแขก รวมถึงของหวานที่ประดับประดาด้วยทองคำเปลวเวทีกลางถูกยกสูงมีวงออร์เคสตราเต็มรูปแบบ อลิเซียเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสีทองแชมเปญ ไหล่เปิด โชว์ความสง่าเต็มที่ ร่างบางเรียวระหงเดินฉิดฉายไปทั่วงานเลี้ยง ดานเต้ในชุดสูทสีดำสนิทจับมือเธอขึ้นเต้นบนฟลอร์เต้นรำเพื่อเปิดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้แสงไฟสาดลงตรงกลางฟลอร์กับเสียงดนตรีที่ลอยนุ่มลึก ทั้งสองหมุนตัวอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนภาพในเทพนิยาย อลิเซียมองหน้าดานเต้อย่างสงสัย จนเขาเผลอขำออกมา“ฉันว่า ฉันคุ้นจังหวะการเต้นนี่”“ดีใจที่เธอจำได้...” ดานเต้ยิ้มละมุนกับความน่ารักของภรรยาคนสวย“อย่าบอกว่า งานเลี้ยงที่ปราสาทไวท์แฮริสวันนั้น...”“ก็ฉันคิดถึงเธอน่ะ มากจน...”“นี่ปลอมตัวเข้ามาในงานเลี้ยงวันนั้นเหรอเนี่ย?” อลิเซียทำหน้าแบบเหลือในเชื่อก่อนจะหมุนตัวตามจังหวะเพลง“ฉ

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   คำตัดสินสุดท้ายของความรัก

    บทที่ 69คำตัดสินสุดท้ายของความรักเสียงฮือฮาดังแผ่วๆ ไปทั่วงาน ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง ดานเต้เงยหน้ามองเธอจากระดับต่ำกว่า จ้องมองใบหน้าของอลิเซียที่ดูตกใจกับท่าทีของมาเฟียหนุ่ม เธอไม่คิดว่าคนที่เคยใช้อำนาจบังคับเธอเข้าสู่เกมลวงรักและเงื่อนไขต่างๆ จะยอมแพ้ลงต่อหน้าเธอในวันนี้“ฉันขอโทษ....” ไม่มีคำอธิบายยืดยาวก่อนหน้านั้น“ฉันขอโทษที่คิดว่าฉันมีสิทธิ์ ทั้งที่ฉันทำร้ายเธอและทำให้เธอต้องเจ็บมาตลอด” สายตาเขาไม่หลบ“ดานเต้ ลูกขึ้น”“ฉันแต่งงานกับเธอเพื่อเกมแก้แค้น ฉันข่มขู่เธอทำให้เธอรู้สึกไร้อำนาจ ทั้งที่เธอในความจริงคือ ราชินีที่ทรงอำนาจจริงๆ” อลิเซียหายใจแรง มือกำช่อดอกไม้แน่น เขาพูดต่อ“ฉันทำให้เธอรักฉัน ยอมเจ็บตัวแทนฉันแต่ฉันไม่เคยพูดเลยว่า ฉันรักเธอ” เสียงเริ่มแตก“แม้แต่วันที่เธอต้องการฉันมากที่สุด ฉันกลับลืมเธอและขอคนอื่นแต่งงาน” คำพูดนั้นหนักพอจะทำให้หลายคนในลานเบือนหน้าหนี มาเฟียหนุ่มผู้แข็งกร้าว เย็นชาบัดนี้กำลังลดทุกศักดิ์ศรีเพื่อผู้หญิงที่เขารักจริงๆ“ฉันไม่ได้คุกเข่าเพื่อขอเธอยกโทษให้” เขากลืนน้ำลาย หยดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาข้างหนึ่ง ความเจ็บปวดที่พยายามจะรับผิดชอบความผิดของต

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   คำคัดค้านที่มาช้า

    บทที่ 68คำคัดค้านที่มาช้ามหาวิหารถูกเนรมิตให้สวยงามราวกับพระราชวังยุโรปยุคเรอเนสซองส์ ประตูไม้โอ๊กสูงสิบเมตรถูกเปิดออกช้าๆ พรมสีแดงเข้มฉลุทองที่ขอบผ้าทอดยาวจากบันไดหินอ่อนลงมาถึงถนน ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์เรียงรายเต็มสองฝั่งทางเดิน สลับกับเทียนแก้วคริสตัลที่สูงระดับเอวเพดานมหาวิหารถูกประดับด้วยช่อดอกไม้แขวนลอย กุหลาบขาว ไลเซนทัส และกล้วยไม้สีเงิน ไล่ระดับเหมือนเมฆลอย โคมไฟคริสตัลห้อยลงมาตรงกลางสะท้อนแสงเทียนหลายร้อยเล่ม กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ผสมกลิ่นไม้หอมซีดาร์ที่อบอวลไปทั่วทั้งโถงด้านบน กระจกสีสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนเกิดประกายทอง แดง น้ำเงิน ลงบนพื้นหินอ่อนลายโมเสก เสียงวงออร์เคสตราบรรเลงสด เครื่องสายไวโอลิน ไวโอลา เชลโล ไล่ระดับกันอย่างนุ่มลึก จังหวะช้า สง่า และทรงพลัง นี่ไม่ใช่งานแต่งธรรมดาแต่นี่คือ งานของราชินีบรรยากาศงานรายล้อมไปด้วยนักธุรกิจระดับประเทศ ตระกูลเก่าแก่ สื่อมวลชนชั้นสูงล้วนอยู่ในงานนี้ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ภาพรวมในงาน เหมือนงานเฉลิมฉลองของตระกูลไวท์แฮริสที่เก่าแก่ที่ได้กลับมาทรงอำนาจอีกครั้ง งานนี้จึงไม่ใช่แค่งานแต่งธรรมดาแต่นี่คืองานที่ถูกคาดหวังและถูกพูดถึงล่วงหน

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   นาทีสุดท้าย

    บทที่ 67นาทีสุดท้าย แสงแดดยามเช้าสีทองส่องผ่านหน้าต่างห้องพักฟื้นคนไข้ วันนี้เงียบสงัดจนผิดปกติ ดานเต้นั่งอยู่คนเดียวสายตามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง กำหนดการงานแต่งถูกเปิดทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะมหาวิหารเวลา 16:00 น.มือของเขายังถือหินกำไลแน่น เขาปิดตาลงแล้วบางอย่างก็เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงลม แต่กลับเป็นภาพที่ชัดเจน ที่ระเบียงคฤหาสน์แห่งหนึ่ง เงาของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอกำลังยืนหันหลังให้เขาก่อนที่เขาจะโผลกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวคนตรงหน้าจะหายไป เขากระซิบเสียงแผ่ว“ฉัน…คิดถึงเธอ…” แสงสีขาวสว่างวาบในจิต ภาพเปลี่ยนอีกครั้งเป็นห้องประชุม เธอยืนอยู่ตรงกลางโต๊ะและประกาศก้องว่า ไม่รับการพิทักษ์จากเขา ดานเต้กระพริบตาไล่ความทรงจำเพียงครู่ภาพก็เปลี่ยนอีกครั้ง เธอยืนอยู่ด้วยแววตาที่เศร้าก่อนจะพูดว่า“แต่วันนี้ทั้งที่ฉันยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คุณกลับไม่คิดถึงฉันแล้ว”หัวใจเขากระตุกแรงและเต้นแรงถี่ สมองฉายภาพสุดท้ายของความทรงจำ เขาเห็นเธอกำลังถูกปืนของมาร์โกจ่ออยู่เร็วกว่าความคิดเขาพุ่งตัวเข้าไปรับกระสุนแทนเธอ ความรู้สึกเจ็บที่แขนขวาจากการถูกยิง ศีรษะของเขากระแทกกับพื้นอย่างจังเสียงเธอกรีดร้องเรียก

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   เจ้าหญิงน้อย

    บทที่ 7เจ้าหญิงน้อย แสงสีขาวสาดส่งมายังลานสนามเด็กเล่น เด็กหญิงกำลังนั่งกินไอติมอยู่บนม้าหมุน ในขณะที่เด็กชายอีกคนกำลังวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ร่างเล็กของเด็กหญิงใส่ชุดกระโปรงบานสีขาวฟูฟ่อง บนผมของเธอสวมมงกุฏราวกับเจ้าหญิงน้อยๆ ในเทพนิยาย เธอหยิบไม้คฑาขึ้นมาแกว่งไปมา สักพักเด็กชายอีกคนที่สว

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   ทำตามเสียงหัวใจ

    บทที่ 14ทำตามเสียงหัวใจ อลิเซียเดินลงจากรถเข้าสู่ปราสาทลาเซลเวอร่าอย่างรีบร้อน เมื่อเดินทางห้องจัดเลี้ยงก็กุลีกุจอเดินหยิบโน่นจัดนี่ตามแบบใน แพลนงานเลี้ยงที่ดานเต้ให้ข้อมูลไว้ ทุกโต๊ะถูกจัดวางด้วยก

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   พลิกเกมนางร้าย

    บทที่ 5พลิกเกมนางร้ายกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นผ้าไหมใหม่เอี่ยมและเครื่องสำอางค์ราคาแพงหรูหราส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แสงไฟเจิดจรัสสะท้อนเงาหญิงสาวที่ยืนมองภาพสามีตัวเองกำลังโอบกอดร่างบางในอ้อมแขน ดานเต้เงยหน้ามองอลิเซียอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ต่างจากสายตาของทีมงานอีก 4-5 คน และลอเรนที่

  • เกมลวงรัก ราชินีนางร้ายของมาเฟีย   เกมเปิดฉาก

    บทที่ 4เกมเปิดฉาก เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงบทเพลงเคล้าคลอเบาๆ ในห้องโถงหรูหราของงานเลี้ยง อลิเซียเดินผ่านพรมแดงเข้ามายังงานเปิดตัวคอลเลคชั่นของลอเรนอย่างสง่างาม ทุกสายตาจับจ้องที่หญิงสาวทันทีที่เธอย่างกรายมาบนพรมแดงหรูหรา แสงแฟลชสาดใส่ร่างบางนับไม่ถ้วนอลิเซียไม่ลืมที่จะหันไปโพสท่าอย่างคุ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status