Share

บทที่ 2 จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

last update Last Updated: 2026-01-02 14:15:09

แรงเคลื่อนสอดประสานเข้าหาบุปผาอย่างมั่นคงและเพียงครั้งเดียวก็ลึกสุดใจ คนที่ตั้งใจจะเสพสุขในตอนแรกกรีดร้องอย่างเจ็บปวด แต่ทว่าเขากลับไม่เบาแรง

‘มารดามันเถอะ ไหนบอกจะเบาอย่างไรเล่า!’

เมื่อนางหายปวด เปลี่ยนเป็นความรู้สึกวาบหวาม จึงจัดการแท่งมังกรจักรพรรดิหนุ่มด้วยการหนีบขาเป็นการเอาคืน

 “อ๊ะ!”

เสียงเขาร้องพร้อมกับสีหน้าเบ้ทำให้นางสะใจลึก ๆ

‘นึกว่าจะทำข้าเจ็บเป็นอย่างเดียวรึ’

สองขานางหนีบที่บั้นเอวเขาแล้วแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อม ดวงตาของนางทอประกายความแค้นแล้วจัดการขย่มสุดแรง แม้แจะเสียดเสียวใจกลางบุปผา แต่ว่าเขาต้องได้รับการสั่งสอนจากนาง

“ดะ...เดี๋ยว” จักรพรรดิหนุ่มตอนนี้เปลี่ยนเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ แล้วนางก็ควบเขาดุจม้าอาชาไนย แรงที่ถอดถอนออกและยัดเข้าทำให้เขาเหมือนยืนอยู่ปลายเหวแล้วมองไปยังท้องน้ำเบื้องล่าง มันเสียวปลาบวาบไปทั้งลำ

เมื่อตั้งสติได้เสิ่นลี่เซียนที่เป็นฝ่ายรับก็อยากกลับมารุก จึงเอ่ยเสียงหวานขึ้น

“หม่อมฉันจะมอบความสำราญให้พระองค์เองเพคะ”

เคยอ่านหนังสือเมื่อโลกก่อน บอกว่าเมื่อผู้หญิงถ้าได้ขึ้นเองแล้วจะฟิน เช่นนั้นก็จัดการให้อยู่หมัดเสียตั้งแต่คืนนี้เถิด

ต้นตระกูลข้าต้องมีความสุข!

ร่างกายเล็กพลิกขึ้นคร่อมแล้วจัดการขย่มตามแรงที่ตัวเองมี จนจักรพรรดิร้องโหยหวน

“เจ้าเบาหน่อย...ข้า...อื้อ” หวังจื่อฮ่าวโดนนางขย่มแบบไม่ลืมหูลืมตาพยายามจะจับเอวนางให้เคลื่อนช้าลง เพื่อจะได้รับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม แต่ดูเหมือนนางจะกลั่นแกล้งเขา ยามที่เขาจับเอวนางแรงบีบรัดที่หัวมังกรกับกลีบบุปผาแน่นจนเขาต้องกรีดร้อง มันทั้งเสียวและเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน 

ใจจะขาด!

“ฮึก...อื้อ” สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายปล่อยให้นางย่ำยีเขาไปเรื่อย ๆ จนสายธารขาวขุ่นพุ่งพรวดออกมาฉีดเข้าไปในท้องนางในที่สุด นางถึงหยุดซบกับหน้าอกที่กำลังหายใจอย่างรุนแรง แต่ว่าแรงบีบรัดของนางยังอยู่ในจุดเชื่อมประสาน ไอ้มังกรที่มันคอพับคออ่อนไปแล้วก็ตื่นขึ้นอีก แล้วนางที่กำลังนอนพังพาบบนร่างเขาเชิดหน้าขึ้น แล้วขย่มด้วยสะโพกเพียงอย่างเดียว รอยยิ้มเปล่งประกายไปถึงดวงตาของสนมรักคืนนี้ จนเขาเข้าใจว่านางชอบในการร่วมรักกับเขาถึงขนาดมีความสุขจนเยิ้มทั้งใบหน้าไม่พอ ส่วนบุปผาก็ยังฉ่ำด้วยน้ำแห่งความรักอีกด้วย

โอ๊ย...สนมรัก...ข้าจะไม่ไหวแล้ว!!!

ด้านนอกเหล่าขันทีที่ติดตามต่างก้มหน้างุด ทำเหมือนหูหนวกตาบอด ทั้งที่ดวงตาเห็นเงาสะท้อนกับแสงตะเกียงเป็นรูปบุรุษโดนสตรีขึ้นควบเคล้ากับเสียงกรีดร้อง แทนที่จะเป็นพระสนมไฉนกลับกายเป็นจักรพรรดิหนุ่มของพวกเขาไปเสียได้ที่โดนตอกตรึงอย่างน่าหวาดเสียว

‘เสียทีอยู่เหนือใต้หล้า แต่กับอยู่ใต้สตรีนางเดียว’ ซื่อกงกงส่ายหน้าไปมาอย่างยอมรับว่าผู้เป็นนายตนเพลี้ยงพล้ำให้กับจริตนางสนมนางนี้เข้าแล้ว

ใบหน้าของเหล่านางกำนัลแดงก่ำก้มหน้าแทบติดพื้น ฟังจากเสียงก็รับรู้แล้วว่าฝ่าบาททรงสำราญเพียงใด พระสนมก็เก่งกาจนักทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าถึงกับร้องขอชีวิต นี่มันท่าพิสดารอันใดกัน แล้วพระสนมร่ำเรียนมาจากที่ใด

จวบจนถึงยามโฉ่ว (ราวใกล้ตีสาม) เสียงทุกอย่างก็เงียบงันลงเปลี่ยนเป็นเสียงกรนของจักรพรรดิแทน

ครอก...Zzzzฟี้Zzzz คร่อก!

เห้อ...!

เหล่าขันทีนางกำนัลต่างถอนหายใจโล่งอก แล้วก็เข้าไปนอนพักรอปรนนิบัติฝ่าบาทในตอนเช้า

เสิ่นลี่เซียนเองก็เพลียมาก กว่าจะปราบจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ คิดว่าเขาน่าจะพอใจ ตอนนี้นางเป็นกุ้ยเหริน เลื่อนขึ้นไปขั้นผิน จะได้เงินสองร้อยตำลึง และหากเป็นขั้นเฟยจะได้เงินสามร้อยตำลึง แค่คิดว่าจัดการปราบพยศหัวมังกรวันเดียวได้เงินเดือนเพิ่มมากมายขนาดนี้นับว่าคุ้มค่า จากนั้นก็ประคองตัวไม่ให้วุ่นวายกับใคร ทำเครื่องหอมขายในวังเท่านี้ก็รวยอื้อแล้ว

แต่ว่านางจะประมาทไม่ได้ ศัตรูตัวฉกาจของนางยังมีและ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากอี้ผินฮองเฮาตำหนักฉิน กับ หลี่กุ้ยเฟยหรือหลี่หวนตำหนักเสวียเหมย

‘พวกนางรวมหัวกันปล่อยข่าวข้าเป็นโรคลม หากท้องจะถึงแก่ชีวิต’ นั่นทำให้ฮ่องเต้ที่มีมโนธรรมเต็มเปี่ยมกลัวสนมรักเช่นนางจะเสี่ยงชีวิตเพราะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงไม่มาหานางอีกเลย

รอยยิ้มเหี้ยมในความมืดคิดแผนขั้นต่อไปจนผล็อยหลับไปทั้งยังคิดไม่จบด้วยความเพลีย ‘แต่ว่าคืนนี้จักรพรรดิค้างคืนกับนางเชียวนะว่าไม่ได้’

รุ่งเช้าซือกงกงปลุกฝ่าบาทตั้งแต่รุ่งสาง ปกติฝ่าบาทไม่ทรงโปรดที่จะค้างคืนตำหนักใดเมื่อสำราญใจแล้วจะกลับไปพักที่ห้องบรรทมจักรพรรดิ หรือตำหนักคุนหนิงกง

แต่คืนนี้แปลกไป ฝ่าบาทไม่เคยรู้จักกระทั่งชื่อพระสนม แต่กลับสำราญใจจนลืมธรรมเนียมเดิมของตน คือจะค้างคืนเฉพาะตำหนักฉินของฮองเฮา กับตำหนักเสวียเหมยของกุ้ยเฟย แต่ซือกงกงก็ไม่กล้าทักท้วง เนื่องจากอยากยังอยากมีเงาหัวบนบ่า จึงปล่อยเลยตามเลย

หวังจื่อฮ่าวรู้สึกสดใสกว่าทุกวัน ใบหน้าแช่มชื่นแม้ว่าจะสูญเสียสายธารแห่งความสุขไปมาก และนั่นเขาชื่นชอบ

ปกติสนมที่ถวายการรับใช้ของฝ่าบาทจะเป็นคนแต่งตัวให้ แต่วันนี้สนมรักของเขานอนยังไม่ตื่นและเขาก็ไม่กล้าทำลายความสุขแห่งการพักผ่อนของนาง จึงเรียกขันทีมาปรนนิบัติแทน และไม่ลืมหันมองเลือดพรหมจรรย์ของหญิงสาวผู้นั้นด้วยความรู้สึกแช่มชื่น

“ซือกงกงสั่งห้องเครื่องเอารังนกตุ๋นโสมมาบำรุงเราหน่อยและส่งให้นางด้วย” เขารู้สึกว่าต้องบำรุงกำลังให้มาก หากจะจัดการสนมรักนามว่าผู้นี้

หลังจากฝ่าบาทเสด็จออกว่าราชการ หลันถิงก็รีบเข้ามาดูนายหญิงของตนเองไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งเห็นว่าผ้าปูที่นอนเปื้อนด้วยเลือดพรหมจรรย์ ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางกำนัลวัยปักปิ่นแดงเรื่อ นางรออยู่ครึ่งชั่วยามกว่าที่นายหญิงจะตื่น

“หลันถิงยามใดแล้ว” เมื่อลืมตาขึ้นเห็นนางกำนัลตัวน้อยของตัวเองนั่งคุกเข่าพิงกับเตียงรอนาง จึงเอ่ยถามขึ้น นางไม่รู้ว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นกลับไปเมื่อใด รู้แต่ว่าเมื่อคืนนางฉ่ำด้วยความสุขหลายครั้งหลายครา แต่ไม่รู้ว่าหัวมังกรองค์จักรพรรดิถลอกหรือไม่ แค่คิดนางก็ยิ้มอย่างพอใจ

“นายหญิงปรนนิบัติจนฝ่าบาทลืมกลับตำหนักบรรทมเลยนะเจ้าคะ” แววตาหยอกล้อผู้เป็นนายเปล่งประกายออกมาจากนางกำนัลคนสนิท

‘ลืมกลับตำหนัก!’ นางนี่นะทำให้เขาลืมกลับตำหนัก หรือว่าความจำนางเลอะเลือนเกี่ยวกับเขา

“โธ่...นายหญิงทำเป็นลืม กฎที่ฝ่าบาทตั้งมา จะค้างแค่สองตำหนักเจ้าค่ะ คือตำหนักฉินของฮองเฮา กับตำหนัก

เสวียเหมยของกุ้ยเฟย ตำหนักอื่นเพียงสำราญใจแล้วจะกลับไปค้างที่ตำหนักคุณหนิงกง ที่บรรทมของฝ่าบาท”

เมื่อได้ฟังนางกำนัลตัวเองสาธยายให้ฟังก็พอจะเข้าใจได้ ‘ข้ามันแซ่บไง’ นางชื่นชมตัวเองด้วยรอยยิ้ม แล้วก็หุบยิ้มฉับพลัน เรื่องริษยาในวังหลวงมีแต่ไหนแต่ไร นางคิดว่าคราวซวยนางคงใกล้มาเยือนแล้วสินะ

“ข้าต้องตั้งรับให้ดี”

“ตั้งรับอันใดเจ้าคะ” หลันถิงไม่เข้าใจนายหญิง ตั้งรับสิ่งใดอีก ในเมื่อฝ่าบาทโปรดเพียงนี้

“ข้าไม่ได้อยู่จุดสูงสุด ดังนั้นย่อมมีคนที่อยากใช้ข้าเป็นตัวงัดกับฮองเฮา และกำจัดข้าในที่สุด” เหมือนดังที่เสิ่นกุ้ย

เหรินในอดีตโดนละเลย

ไม่ได้การละนางต้องรีบจัดการ

“เจ้ารีบไปตามหมอหลวงให้มาตรวจร่างกายข้า” นางต้องชิงตัวหมอหลวงมาตรวจก่อนที่คนเหล่านั้นจะซื้อตัวไป

หลังจากว่าราชกิจประจำวันกับฎีกามากมายในวันนี้ อย่างไม่มีสมาธิเลยสักนิด ใจจักรพรรดิหนุ่มนึกถึงแต่ที่สตรีโยกเย้าควบเขาค่อนคืน แม้เขาจะพยศอย่างไรก็ถูกนางปราบสิ้น จนอยากให้ถึงเวลาพลิกป้ายคืนนี้เร็ว ๆ

ซือกงกงได้นำราชองค์การแต่งตั้งเสิ่นกุ้ยเหรินเป็นเสิ่นเสียนเฟย เรียกได้ว่าก้าวกระโดดไปสองขั้นทำให้เหล่าขันทีช่างประจบรีบนำของกำนัลมาร่วมยินดีกับเสิ่นเสียนเฟย แต่ทว่าเมื่อมาถึงท่านหมอหลวงกลับกำลังตรวจร่างกายของเสิ่นเสียนเฟยอยู่ ซือกงกงจึงอยู่รอฟังว่ามีความผิดปกติใดหรือไม่ เพื่อจะนำมากราบทูลจักรพรรดิเมื่อได้เรื่องจึงรีบกลับมารายงานทันที

“ซือกงกง ที่ข้าให้จัดการเรียบร้อยดีหรือไม่”

“เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ แล้วก็มีข่าวดีคือพระสนมเสิ่นเสียนเฟย ร่างกายแข็งแรงพร้อมตั้งครรภ์โอรสให้ฝ่าบาทไม่มีโรคลม ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ”

หวังจื่อฮ่าวสงสัยทำไมต้องรีบรายงานเรื่องนี้ ส่วน

ซือกงกงก็ไม่รับทราบเช่นกัน เพียงแต่พระสนมเสิ่นเสียนเฟยให้นำคำหมอหลวงมาทูลก็ทำ คงเพราะจะคุยกันเมื่อคืนหลังเสร็จ...เอ่อหมายถึงหลังทรงพระสำราญแล้ว จึงเรียกให้หมอหลวงไปตรวจหรือไม่ก็ไม่ทราบได้ แต่เมื่อไม่เห็นฝ่าบาททักท้วงเขาจึงเงียบเสีย

“อื้อ...ข้ารู้แล้ว” หวังจื่อฮ่าวรับรู้แล้วว่านางแข็งแรง เขาเองก็แข็งแรงเช่นกัน ดังนั้นคืนนี้ก็คง...

“คืนนี้ไปตำหนักเสิ่นเสียนเฟย” หวังจื่อฮ่าวไม่พลิกป้ายแต่เจาะจงว่าอย่างไรก็ต้องตำหนักของเสิ่นเสียนเฟยเท่านั้น ก็ทำให้ขันทีผู้ติดตามฝ่าบาทมานานถึงกับกุมขมับ

‘มีสตรีใดกันที่ฝ่าบาทไปสองคืนติดเช่นนี้ หากไม่ใช่สตรีที่ทรงโปรดมาก แล้วเหล่าสนมอื่นจะคิดเยี่ยงไร’

“ฝ่าบาทจะไม่ให้ทรงพักเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ” อันที่จริงขันทีเป็นห่วงสุขภาพฝ่าบาทต่างหาก เพราะเหมือนฝ่าบาทจับส่วนมังกรหลายครั้งคล้ายกับเจ็บปวดเล็ก ๆ แต่ไม่กล้าปริปากให้เขารับรู้เมื่อเข้าไปถวายงาน

“ข้าแข็งแรงดี” เสียงแอ้มตอบออกไป

ที่จริงก็ไม่แข็งแรงหรอก เพียงแต่ว่านางเป็นคนทำ เขาจึงอยากให้นางรับผิดชอบต่างหาก ถ้ามังกรของเขาไม่ผงาดอีกก็ต้องเป็นหน้าที่นางที่จะต้องรักษามัน และเขาก็อยากชม วิธีรักษาของนางเหลือเกิน ว่าจะดุดันแบบเมื่อคืนหรือไม่

“แต่ว่าฝ่าบาท!!!” เสียงยืดยานคล้ายไม่เห็นด้วยของ

ซือกงกงเรียกสีหน้าทะมึนขององค์จักรพรรดิ

“กระหม่อมคิดว่าจะไม่เป็นการดีกับเสิ่นเสียนเฟยนะ

พ่ะย่ะค่ะ วันนี้แต่งตั้งเลื่อนยศ ทั้งยังไปค้างคืนที่ตำหนักเสียนเฟยอีก ความริษยาในวังยากแท้หยั่งถึงนะพ่ะย่ะค่ะ”

แต่ความหวังดีของซือกงกงทำให้จักรพรรดิทรงกริ้ว

“นี่เจ้าเป็นฮ่องเต้หรือข้าเป็นฮ่องเต้!”

และจากนั้นซือกงกงก็หัวหดทันที ไม่อาจต้านทานความใคร่ของฝ่าบาทได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 30 บทส่งท้าย

    เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบี่ไม้โบกไปมาเหมือนที่เขาฝึกเพลงกระบี่ทุกเช้า แม้เขายังเล็กแต่ก็อยากเลียนแบบจนเขาปวดหัวแล้ว เพราะเกิดล้มขึ้นมาก็ลำบากเสด็จแม่อีก“เฟิงหยางพาน้อง ๆ มากินขนมเร็วเข้า” เมื่อเฟิงหลิวกินนมจนอิ่มแล้วหลับไปแล้ว นางก็มาดูแลลูก ๆ อีกสามคน เฟิงผิงนั้นชอบของสวย ๆ งาม ๆ จึงเอาแต่เก็บดอกไม้มาจัดในแจกันอย่างสวยงามอยู่ไม่ไกล และมักจะทะเลาะกับเฟิงอี้เป็นประจำเพราะชอบกลั่นแกล้งพี่สาว“เสด็จแม่...ข้ามาแล้ว” เฟิงอี้หนุ่มน้อยขี้ประจบของนางวิ่งมาเร็วจี๋แล้วโผเข้ากอดนางที่ความสูงแค่เข่าเท่านั้น ทำให้นางเกือบเซไปทีเดียว แต่นางก็ไม่เคยดุลูก ๆ ของนาง“อาอี้...เจ้าอย่าวิ่งชนท่านแม่ประเดี๋ยวจะล้ม” เฟิงหยางที่ปวดหัวกับน้องชายผู้นี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าตอนเกิดเขามีวิญญาณเจ้าลิงเจี๊ยก ๆ เข้าสิงมาด้วยหรือชาติปางก่อนเป็นลิงก

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 29 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใคร เพราะหลีกหนีโทษหากเป็นดั่งที่โดนผู้คนใส่ร้าย จนไม่รู้แล้วว่าชาติกำเนิดนางคือใครมาจากไหนหลังจากกลับเมืองหลวงตระกูลเสิ่นนอกจากถูกทำโทษแล้วยังให้ทั้งตระกูลเป็นได้แค่ชาวบ้านห้ามรับราชการตลอดรัชสมัยของฝ่าบาท ซึ่งนั่นนับว่าปรานีมากแล้ว เพราะการรวมหัวกันกับตระกูลกุ้ยเฟยให้ร้ายพระสนมมีโทษสมควรตายนางเดินลงโดยมีมือของฝ่าบาทจับจูงตลอดเวลา นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนักที่องค์จักรพรรดิทรงห่วงใยสนมอันเป็นที่รักดุจไข่ในหิน แต่เห็นมีเพียงคนผู้เดียวที่พยายามก้มหน้าให้ติดพื้น ก็คืออาเหลียวที่เคยมีเรื่องหมางใจกับนาง นางมองเขาแล้วก็นึกขำ ไม่คิดสินะว่านางจะเป็นสตรีที่ใครก็ห้ามลบหลู่เดินมาได้สักพักนางเห็นกลุ่มทหารแต่งกายมาเหมือนชาวชุยงหนูมุ่งหน้ามาด้านนี้ ในใจคิดถึงบุรุษที่มีไมตรีช่วยเหลือนางหลายครั้ง

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 28 กลับชายแดนอีกครั้ง

    ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม้าเช่นนี้ไม่ก็ละเว้นนางบ้างเลยซ้ำยังเหมือนได้ออกมาพักผ่อน เขาก็เต็มที่ไม่คิดยั้งมือจนคิดว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ปวดบั้นเอวบ้างหรือไงกัน‘โยกกว่ารถม้าก็เอวคนแซ่หวังผู้นี้’“กว่าจะเดินทางถึงชายแดนใช้เวลาตั้งสิบวัน นั่งในรถอย่างเดียวก็เมื่อยขบแย่ ไม่สู้เราได้ทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่ากันหรอกหรือสนมรัก”จมูกของหวังจื่อฮ่าวคลอเคลียร์อยู่กับพวงแก้มนุ่มนิ่มของหวงกุ้ยเฟยไม่ห่าง และดูเหมือนช่วงนี้นางจะอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อยจนนางน่ากลืนกินไปทุกสัดส่วน“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเมื่อยแล้วเพคะ” นางโดนเขากักอยู่แต่บนตักร่างกายเชื่อมประสานไม่ยอมห่างเช่นนี้ อีกอย่างคนที่บังคับรถม้าป่านนี้คงจะนั่งตัวเกร็งไปหมดแล้วกระมัง“เอาไว้คืนนี้ให้เราปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ เพราะเจ้าปรนนิบัติเราแล้ว”นางเข้าใจแล้วว่าคว

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 27 ความสุขที่หาได้ง่าย

    เสิ่นลี่เซียนนอกจากทำเครื่องหอมแล้ว การเลี้ยงลูก ๆ ของนางก็สร้างความสุขได้อีกอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง สวามีทำงานนางอยู่ตำหนักเลี้ยงบุตรชายและองค์หญิงน้อยที่เดี๋ยวนี้ฮองเฮากลับมาอยู่วังหลังแล้ว ก็เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนมาอยู่ตำหนักมิ่งฮวาเช่นเดิม ส่วนเฟิงหยางก็เริ่มหัดเดินเตาะแตะได้แล้ว บางวันฮองเฮาก็โปรดให้นำองค์ชายเฟิงหยางไปเล่นที่ตำหนักฉินเช่นวันนี้“เจ้าลองชานี้ ได้มาจากทางเหนือเด็ดยอดอ่อนชงกับน้ำค้างจากดอกเหมยให้ความสดชื่นดีนัก” อี้ผินฮองเฮานอกจากชื่นชอบการดีดพิน เขียนคำกลอนแล้ว กิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายที่สุดก็คือชงชา และชาที่ตำหนักฉินมีรสโอชาเลื่องชื่อมากกว่าตำหนักใดในวังหลัง แม้ว่าเจ้านายองค์อื่น ๆ ก็ไม่อาจเทียมเทียบฮองเฮาของแคว้นได้เลยเสิ่นลี่เซียนยกขึ้นจิบกลิ่นชาผสมกับกลิ่นดอกเหมยคลุ้งอยู่ในปากทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก“รสชาติดีมากเพคะ” เสิ่นลี่เซียนยิ้มตอบอย่างจริงใจไม่ได้แฝงด้วยเล่ห์กลใดนั่นทำให้อี้ผินฮองเฮารู้สึกสบายใจที่สุดเมื่อก่อนนางแก่งแย่งชิงดีกับหลี่กุ้ยเฟย จนไร้ซึ่งความสุข ทั้งวันเอาแต่คิดวางแผน ยามนี้ปลงเรื่องรักใคร่ชายหญิงแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรอีกเยอะแยะที่สร้างค

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 26 เครื่องหอมตำหนักมิ่งฮวา

    หลายวันมานี้วังหลวงคึกคักมาก เพราะหวงกุ้ยเฟยเสด็จฝ่ายเครื่องหอมทรงคิดเครื่องหอมขึ้นมาเองและปรับใช้ในตำหนักของนาง ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหายใจหายคอไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าพระสนมสูงศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะเข้มงวดมากเท่าฮองเฮาหรือไม่เมื่อได้สัมผัสอุปนิสัยใจคอจริง ๆ กลับพบว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ว่ากันว่าถูกอดีตกุ้ยเฟยใส่ร้ายจนต้องพรากจากวังหลังไปชั่วคราว แต่ฝ่าบาทก็ทรงตามกลับมาเพราะทรงเป็นหนึ่งเดียวในพระทัยฝ่าบาทในยามนี้ ถึงขั้นปลดสนมยกวังหลัง หลังจากกุ้ยเฟยโดนโทษที่ให้ร้ายแล้ว บ้างก็แอบกระซิบว่าฝ่าบาททรงรักกุ้ยเฟยมากทำใจไม่ได้ จึงปลดสนมยกวังเหลือเพียงแต่ฮองเฮาผู้เดียวแต่ที่จริงคนที่เคียงคู่พระทัยของฝ่าบาทเป็นเสิ่นหวงกุ้ยเฟยคนนี้นั่นเอง ทั้งยังคลอดองค์ชายองค์แรกอีกด้วย แบบนี้ไม่เป็นที่รักของฝ่าบาทได้อย่างไร และเหล่าขันทีนางกำนัลรีบประจบหวงกุ้ยเฟยสรรหาแต่ของดีไปถวายแต่คนอย่างเสิ่นลี่เซียนหรือจะเห็นแก่สิ่งขอนอกกาย นางเพียงรับไว้เท่านั้น สิ่งใดที่ไม่จำเป็นนักนางก็ให้นำกลับไม่รับเสีย ทั้งเหล่าขุนนางยังส่งเหล่าภรรยาของตนเองมาสานสัมพันธ์ด้วย แต่นางก็ไม่ได้ตัดรอนน้ำใจเสียที

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 25 พบฮองเฮาครั้งแรก

    เสียงสวดมนต์ไหว้พระดังขึ้นในอารามใหญ่ที่เป็นอารามหลวงหรือวัดหลวงของวังหลัง เนื้อที่ด้านหลังทอดยาวไปจุดสุดภูเขาด้านหลัง ภายในมีต้นไม้ร่มรื่น มีพระองค์ใหญ่ที่แกะสลักจากหินตั้งอยู่ในอาคาร กลิ่นควันธูปหอมลอยอวลไปทั่วบริเวณสร้างความน่าเสื่อมใสให้แก่อารามหลวงแห่งนี้ด้านล่างเป็นบันไดหินทอดตัวยาวขึ้นไปถึงด้านบน ราวกับจะวัดความศรัทธาของนางว่าจะก้าวไปถึงด้านบนโดยไม่ล้มเลิกไปกลางคันหรือไม่ ใบหน้าหวงกุ้ยเฟยซีดลงถนัดตารับรู้แล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่อยากให้องค์หญิงน้อยผู้นี้มาพบมารดาผู้ให้กำเนิด ถ้ามาลำพังตกบันไดคอหักตายพอดีสูงขนาดนี้“หวงกุ้ยเฟยกลัวความสูงหรือ” เด็กน้อยหันมาทำตาใสถามอย่างเป็นห่วงตัวแค่นี้รู้จักห่วงนางแล้ว น่ารักเสียจริง“เปล่าหรอกเพคะองค์หญิงเดินระวังหน่อยนะเพคะ” สุดท้ายคนที่อวดดีไม่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยก็เป็นนางที่ต้องรับกรรมนี้ไปสินะนางอายุเท่าไหร่เองจะย่อท้อไม่ได้ ในเมื่อสัญญากับองค์หญิงน้อยไว้แล้วนางก็ต้องทำให้ได้สิเมื่อเด็กน้อยเห็นว่านางคือความหวัง นางจึงจูงมือขององค์หญิงขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อถึงกลางทางก็หยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างไม่เร่งร้อนนักสาบานว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status