Share

บทที่ 3 สนมรัก

last update Last Updated: 2026-01-02 15:34:59

วันนี้นางกำนัลจากตำหนักฝ่าบาทมาจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องราวกับเอานางไปเล่นงิ้ว ใบหน้าของนางขาวเพราะถูกถมด้วยแป้งเกรด...เอ่อ...เกรดในอดีตก็แล้วกัน นางกังวลเหลือเกินว่าจะเป็นสิว หากเป็นเช่นนั้นจะรักษายาก คราวนี้นางได้เป็นสตรีขี้เหร่ที่สุดในวังเป็นแน่

หลังจากเหล่านางกำนัลรุ่นป้ากลับไป เสิ่นลี่เซียนก็เรียก

หลันถิงทันที

“หลันถิงมีผ้าฝ้ายหรือไม่” นางต้องจัดการเอาน้ำเช็ดการถมยิ่งกว่าปูนซีเมนต์นี้ออกเสียก่อน และผ้าที่นุ่มสุดน่าจะเป็นผ้าฝ้ายแล้วกระมังเหมาะกับผิวบอบบางของนาง

เมื่อวานเหล่านางกำนัลไม่ได้ใส่ใจพวกนางนัก เพียงให้นางแต่งตัวลำพัง จึงเผยผิวกระจ่างใสให้หวังจื่อฮ่าวได้ยล วันนี้นางจะเป็นนางเอกงิ้วไม่ได้

‘ให้ตายเถอะ’

“เอ่อ...จะดีหรือเจ้าคะนายหญิง”

“ดี!”

เมื่อได้ผ้าฝ้ายมานางเอาชุบน้ำเช็ด ๆ แล้วก็เอาแป้งทาบาง ๆ ให้พอหน้าไม่มันตามด้วยถ่านเขียนคิ้วให้ได้รูปสวยคมชัดขึ้น เอากลีบดอกเหมยกุ้ยสีแดงสดมาตำ ๆ บด ๆ จนเป็นน้ำแล้วทาที่แก้ม

เท่านี้ความงามยุคสองพันยี่สิบสามก็ปรากฏแก่สายตาองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้ว

“นายหญิงท่านคือพระสนมคนแรกที่ฝ่าบาทเรียกหาถึงสองคืนติดเลยนะเพคะ”

ไม่รู้นี่คือคำแช่งหรือคำชมกันแน่ แต่นางจะคิดว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน แม้ว่ามันไม่ค่อยดีกับตัวนางก็เถอะ เพราะอีกไม่นานหรอก ไม่ฮองเฮาก็กุ้ยเฟยได้ยื่นหนังสือสั่งตายมาให้นางแน่นอน

เพียงข้ามคืนจากกุ้ยเหรินกระโดดข้ามไปขั้นเฟย เท่านี้นางก็ขออยู่อย่างสงบสุขแล้ว ไม่เอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

“ฮ่องเต้เสด็จ....”

เสียงขันทีตะโกนมาตั้งแต่ประตูหน้าให้นางเตรียมตัว นางจึงออกมาในชุดเหมือนปกติที่นางใส่ เพียงแค่เป็นชุดอวดเนินเนื้ออวบอูมหน่อยก็เท่านั้นเอง ดังนั้นต่อให้ไม่ใช่ชุดทางการยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามันทำให้องค์จักรพรรดิขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“ซือกงกง เจ้าลืมเอาชุดให้นางหรือ” เขาอุตส่าห์อยากเห็นนางใส่ชุดสวยงามดั่งนางสนมอื่น ทั้งกำชับนางกำนัลของตนให้ดูแลการแต่งกายของนางให้ดี แต่ไหนเลยนางยังแต่งในชุดสีชมพูตัวบางอีกเล่า แม้ว่ามันจะงดงาม แต่เขาไม่ได้ขาดแคลนขนาดสตรีที่โปรดปรานจะยากไร้ใส่แต่ชุดเดิม ๆ

เสิ่นลี่เซียนเลิ่กลั่กแล้ว นี่มันชุดแบบบูเช็คเทียนถวายงานเลยนะ อุตส่าห์อวดเนินนมอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง เหตุใดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของนางไม่พอพระทัยเสียเล่า

‘ข้าทำสิ่งใดผิด!’

เมื่อเห็นซือกงกงกำลังทำสีหน้าเหมือนปลาดุกกำลังจมน้ำ นางจึงเดินเข้าไปกระซิบข้างพระกรรณฝ่าบาท

“จะเสียเวลาใส่ให้เยอะทำไมเล่าเพคะ จะได้ไม่เสียเวลาถอด”

ลมปากกระทบเข้ารูพระกรรณสร้างความเสียวสะท้านไปถึงหัวมังกรที่มันขัดลำสงบเงียบมาทั้งวัน เมื่อได้ใกล้ชิดนางเพียงแค่ลมหายใจ จักรพรรดิหนุ่มก็คึกคักขึ้นทันที

“นี่เจ้า!”

“ไปเถิดเพคะ ห้องเครื่องส่งรังนกตุ๋นโสมมาให้เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อน” มือของเสิ่นเสียนเฟยกุมมือชายผู้เป็นที่หมายปองของสตรีทั้งวังหลัง เข้าไปในห้องแล้วปิดประตูห้ามคนอื่นเข้ามา

วันนี้ที่จริงนางก็ยังปวดร้าวบั้นเอวอยู่ แต่ว่าไม่ใช่ส่วนอื่นข้าจะใช้การไม่ได้เสียเมื่อไหร่ ในเมื่อจักรพรรดิอยากทรงพระสำราญข้าจะงัดกระบวนท่าอีกสักท่ามาสนองก็แล้วกัน

เมื่อพาเขามานั่งลงบนเก้าอี้นางจึงตักรังนกตุ๋นโสมเพื่อบำรุงพระวรกายของฝ่าบาททันที เขายิ้มรอนางป้อนมีหรือที่นางจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดไปเสีย

เมื่อกินได้หนึ่งคำ เขาก็ก้มลงมาหอมแก้มนางเป็นรางวัล

ฟอด!

กลิ่นกายเสียนเฟยของเขาหอมกรุ่นดุจมวลผกาในสวนบุปผาอุทยานหลวงสี่ฤดูก็ไม่ปาน กลิ่นนางไม่ฉุนเหมือนสนมผู้อื่นที่ทั้งประโคมเครื่องหอมจนบางทีเขาก็เวียนหัว จึงร่วมรักให้จบ ๆ และไม่ได้รู้สึกอยากเลยสักนิด

แต่กับนางไม่เหมือนสตรีใดในวังหลัง เขามั่นใจ!

นี่ก็ใกล้ฤดูร้อนแล้ว แต่นางไม่มีกลิ่นตัวเลยสักนิด พาให้อยากกลืนกินนางอีกแล้ว แต่เขายังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่บ้างเล็กน้อย แต่จะยอมให้นางดูแคลนไม่ได้

“สนมรักเจ้าก็เสียเหงื่อไปมากเมื่อคืน บำรุงหน่อยดีหรือไม่”  เมื่อคำต่อไปนางยกช้อนขึ้นด้วยความเอียงอาย เขาจึงผลักให้นางได้ชิมของบำรุงร่างกายนี้บ้าง

“ฝ่าบาทชิมคำนี้อีกคำสิเพคะ” นางช้อนสายตาหวานฉ่ำขึ้นมองยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพื่อจะได้ชิมรังนกตุ๋นโสมชั้นดีของห้องเครื่องในแบบที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ต้องตะลึง

เมื่อฝ่าบาทชิมอีกคำนางวางช้อนแล้วรั้งต้นคอพระองค์โน้มมาใกล้จูบกลืนเอารังนกในโอษฐ์นุ่มทันทีก่อนที่เขาจะกลืนกินไปหมด เรียวลิ้นเล็กกวาดเอารังนกทั้งหมดที่ป้อนไว้มากลืนกินเสียเอง

หวังจื่อฮ่าวคิดไม่ถึงว่าสนมรักของเขาจะมีวิธีกินที่พิสดารชวนให้รัญจวนใจเช่นนี้ เขาจับถ้วยรังนกขึ้นซดมันเข้าปากแล้วรั้งรอให้สนมรักได้กินรังนกนั้นอีก พร้อมกับยักคิ้วขึ้นลงเป็นเชิงบอกว่ากินอีกสิ

เสิ่นลี่เซียนก้มขำเล็กน้อย แต่ก็มอบจูบอันดูดดื่มแล้วผลักรังนกในปากของฝ่าบาทให้กลืนกินลงไป

เมื่อถอนจูบออกมานางก็กระซิบเพียงเบา ๆ ว่า

“พระองค์ควรดื่มให้มาก คืนนี้พระองค์ย่อมต้องใช้แรงอีกเยอะ สายธารของท่านต้องหลั่งอีกหลายหน”

เส้นเลือดในกายของหวังจื่อฮ่าวสูบฉีดรุนแรง จนทำให้รู้สึกถึงเหงื่อผุดเป็นเม็ดเล็กที่หน้าผาก เมื่อสนมรักของเขาเห็นจึงล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ากลิ่นหอมจาง ๆ ขึ้นมาซับให้ เขาก็ไม่รั้งรออีกรั้งนางขึ้นเตียงรอคอยการปรนนิบัติอย่างลึกล้ำให้เขา

นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้มักมากในกามที่สุด

“เจ้า...ทำแบบเมื่อคืนอีกได้หรือไม่” แม้จะปวดแสบแต่เขาจะกัดฟันทน

“ชอบหรือเพคะ” นางผลักเขานอนลงและช่วยปลดเปลื้องอาภรณ์สีทองออกจากวรกายองอาจ หากไม่ฝึกหมัดมวย รำกระบี่ก็คงออกกำลังกายอย่างอื่นอยู่เป็นนิจแน่นอน ลอนกล้ามเป็นลูกเรียงสวยขนาดนี้ ช่างกร้าวใจสนมที่เพิ่งย้อนยุคมาอย่างนางเสียเหลือเกิน

“ชอบ เราชอบมาก” เขาพูดอย่างไม่ปิดบัง แต่เมื่อร่างกายเหลือเพียงชั้นในขายาวเพียงตัวเดียว นางกลับไม่ถอดสิ่งใดออกจากตัวซ้ำยังอยู่ครบชิ้นอีกด้วย

“เจ้าไม่ถอดหรือ...”

“ฝ่าบาทเห็นหมดจะทรงตื่นเต้นได้อย่างไรเพคะ” เสิ่นลี่เซียนจะทำให้เขารู้ว่าแม้อาภรณ์อยู่ครบเขาก็เสพสุขได้อย่างไม่รู้เบื่อ

นางกระตุกกางเกงของฝ่าบาทออก เห็นหัวมังกรมันกำลังคอพับแล้วค่อย ๆ โงหัวขึ้นมาทีละนิด ทีละนิด

“มันบาดเจ็บหรือเปล่าเพคะ”

“ไม่...ไม่เจ็บ” นางเห็นรอยแดง ๆ คล้ายกับกลีบปุบผาของนางที่กำลังบวมอลึ่งฉึ่งทำไมจะไม่รู้ว่ามันตรากตรำทำงานหนักเมื่อคืน ทั้งบีบทั้งรัดรึงทำให้เขาเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ความสุขไม่เข้าใครออกใคร คงอยากจะทำให้เหมือนเมื่อคืนอีก หรือพูดง่าย ๆ คือมาตอกย้ำซ้ำ ๆ ให้ชินและชาน่ะสิ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็คงเบื่อนางไปแล้ว นางจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด 

“วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวานแน่นอนเพคะ” มือเล็กของนางลูบที่หัวมังกรขึ้นและลงอย่างเบามือ จนเมื่อเริ่มตื่นเต็มตา นางจึงปลดเอี๊ยมตัวบนออกเผยให้เห็นดอกปทุมที่กำลังชูช่ออวดความงามอยู่เบื้องหน้า ที่เหลือเพียงผ้าแพรผืนบางเห็นเป็นเงาวับ ๆ แวม ๆ สร้างจิตนาการอย่างหวามไหวให้องค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

นางนวดสองลูกมังกรแล้วก็รูดขึ้นลงรั้งให้หัวมังกรสีแดงโผล่ออกมายิ้มให้นาง ปลายหัวมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาราวกับตาน้ำผุดในป่า

“พระองค์เป็นเทพพิรุณหรือไม่เพคะ ถึงได้ผลิตน้ำออกมาไม่หยุด” นางแกล้งเยินยอสร้างความภูมิใจในความแข็งแรงขององค์จักรพรรดิ แล้วมันก็ได้ผล มังกรตัวใหญ่ของเขาผงาดขึ้นเป็นลำเส้นเลือดที่เปล่งตึงรอบมังกรตัวเขื่อง ทำให้รู้ว่าเขาอยากปลดปล่อยแล้วสินะ

นางโน้มอกลงเข้าไปหามังกรตัวใหญ่แล้วควักดอกปทุมแสนงดงามที่ผลิเกสรชูชันออกมาให้เห็นเต็มสองตา ใช้มันโอบรัดมังกรของจักรพรรดิเอาไว้แล้วขยับให้ขึ้นลง

เสียงกรีดร้องของเขาดังออกไปข้างนอกอีกแล้ว คราวนี้ขันทีนางกำนัลไปยืนหน้าตำหนักไกล ๆ แล้วก็ปิดประตูนอกตำหนักเสียเลย เพราะไม่อาจทนฟังเสียงโหยหวนขององค์จักรพรรดิต่อไปได้

‘เสียนเฟยของข้าร้ายกาจยิ่ง!’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 30 บทส่งท้าย

    เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบี่ไม้โบกไปมาเหมือนที่เขาฝึกเพลงกระบี่ทุกเช้า แม้เขายังเล็กแต่ก็อยากเลียนแบบจนเขาปวดหัวแล้ว เพราะเกิดล้มขึ้นมาก็ลำบากเสด็จแม่อีก“เฟิงหยางพาน้อง ๆ มากินขนมเร็วเข้า” เมื่อเฟิงหลิวกินนมจนอิ่มแล้วหลับไปแล้ว นางก็มาดูแลลูก ๆ อีกสามคน เฟิงผิงนั้นชอบของสวย ๆ งาม ๆ จึงเอาแต่เก็บดอกไม้มาจัดในแจกันอย่างสวยงามอยู่ไม่ไกล และมักจะทะเลาะกับเฟิงอี้เป็นประจำเพราะชอบกลั่นแกล้งพี่สาว“เสด็จแม่...ข้ามาแล้ว” เฟิงอี้หนุ่มน้อยขี้ประจบของนางวิ่งมาเร็วจี๋แล้วโผเข้ากอดนางที่ความสูงแค่เข่าเท่านั้น ทำให้นางเกือบเซไปทีเดียว แต่นางก็ไม่เคยดุลูก ๆ ของนาง“อาอี้...เจ้าอย่าวิ่งชนท่านแม่ประเดี๋ยวจะล้ม” เฟิงหยางที่ปวดหัวกับน้องชายผู้นี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าตอนเกิดเขามีวิญญาณเจ้าลิงเจี๊ยก ๆ เข้าสิงมาด้วยหรือชาติปางก่อนเป็นลิงก

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 29 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใคร เพราะหลีกหนีโทษหากเป็นดั่งที่โดนผู้คนใส่ร้าย จนไม่รู้แล้วว่าชาติกำเนิดนางคือใครมาจากไหนหลังจากกลับเมืองหลวงตระกูลเสิ่นนอกจากถูกทำโทษแล้วยังให้ทั้งตระกูลเป็นได้แค่ชาวบ้านห้ามรับราชการตลอดรัชสมัยของฝ่าบาท ซึ่งนั่นนับว่าปรานีมากแล้ว เพราะการรวมหัวกันกับตระกูลกุ้ยเฟยให้ร้ายพระสนมมีโทษสมควรตายนางเดินลงโดยมีมือของฝ่าบาทจับจูงตลอดเวลา นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนักที่องค์จักรพรรดิทรงห่วงใยสนมอันเป็นที่รักดุจไข่ในหิน แต่เห็นมีเพียงคนผู้เดียวที่พยายามก้มหน้าให้ติดพื้น ก็คืออาเหลียวที่เคยมีเรื่องหมางใจกับนาง นางมองเขาแล้วก็นึกขำ ไม่คิดสินะว่านางจะเป็นสตรีที่ใครก็ห้ามลบหลู่เดินมาได้สักพักนางเห็นกลุ่มทหารแต่งกายมาเหมือนชาวชุยงหนูมุ่งหน้ามาด้านนี้ ในใจคิดถึงบุรุษที่มีไมตรีช่วยเหลือนางหลายครั้ง

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 28 กลับชายแดนอีกครั้ง

    ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม้าเช่นนี้ไม่ก็ละเว้นนางบ้างเลยซ้ำยังเหมือนได้ออกมาพักผ่อน เขาก็เต็มที่ไม่คิดยั้งมือจนคิดว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ปวดบั้นเอวบ้างหรือไงกัน‘โยกกว่ารถม้าก็เอวคนแซ่หวังผู้นี้’“กว่าจะเดินทางถึงชายแดนใช้เวลาตั้งสิบวัน นั่งในรถอย่างเดียวก็เมื่อยขบแย่ ไม่สู้เราได้ทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่ากันหรอกหรือสนมรัก”จมูกของหวังจื่อฮ่าวคลอเคลียร์อยู่กับพวงแก้มนุ่มนิ่มของหวงกุ้ยเฟยไม่ห่าง และดูเหมือนช่วงนี้นางจะอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อยจนนางน่ากลืนกินไปทุกสัดส่วน“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเมื่อยแล้วเพคะ” นางโดนเขากักอยู่แต่บนตักร่างกายเชื่อมประสานไม่ยอมห่างเช่นนี้ อีกอย่างคนที่บังคับรถม้าป่านนี้คงจะนั่งตัวเกร็งไปหมดแล้วกระมัง“เอาไว้คืนนี้ให้เราปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ เพราะเจ้าปรนนิบัติเราแล้ว”นางเข้าใจแล้วว่าคว

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 27 ความสุขที่หาได้ง่าย

    เสิ่นลี่เซียนนอกจากทำเครื่องหอมแล้ว การเลี้ยงลูก ๆ ของนางก็สร้างความสุขได้อีกอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง สวามีทำงานนางอยู่ตำหนักเลี้ยงบุตรชายและองค์หญิงน้อยที่เดี๋ยวนี้ฮองเฮากลับมาอยู่วังหลังแล้ว ก็เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนมาอยู่ตำหนักมิ่งฮวาเช่นเดิม ส่วนเฟิงหยางก็เริ่มหัดเดินเตาะแตะได้แล้ว บางวันฮองเฮาก็โปรดให้นำองค์ชายเฟิงหยางไปเล่นที่ตำหนักฉินเช่นวันนี้“เจ้าลองชานี้ ได้มาจากทางเหนือเด็ดยอดอ่อนชงกับน้ำค้างจากดอกเหมยให้ความสดชื่นดีนัก” อี้ผินฮองเฮานอกจากชื่นชอบการดีดพิน เขียนคำกลอนแล้ว กิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายที่สุดก็คือชงชา และชาที่ตำหนักฉินมีรสโอชาเลื่องชื่อมากกว่าตำหนักใดในวังหลัง แม้ว่าเจ้านายองค์อื่น ๆ ก็ไม่อาจเทียมเทียบฮองเฮาของแคว้นได้เลยเสิ่นลี่เซียนยกขึ้นจิบกลิ่นชาผสมกับกลิ่นดอกเหมยคลุ้งอยู่ในปากทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก“รสชาติดีมากเพคะ” เสิ่นลี่เซียนยิ้มตอบอย่างจริงใจไม่ได้แฝงด้วยเล่ห์กลใดนั่นทำให้อี้ผินฮองเฮารู้สึกสบายใจที่สุดเมื่อก่อนนางแก่งแย่งชิงดีกับหลี่กุ้ยเฟย จนไร้ซึ่งความสุข ทั้งวันเอาแต่คิดวางแผน ยามนี้ปลงเรื่องรักใคร่ชายหญิงแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรอีกเยอะแยะที่สร้างค

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 26 เครื่องหอมตำหนักมิ่งฮวา

    หลายวันมานี้วังหลวงคึกคักมาก เพราะหวงกุ้ยเฟยเสด็จฝ่ายเครื่องหอมทรงคิดเครื่องหอมขึ้นมาเองและปรับใช้ในตำหนักของนาง ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหายใจหายคอไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าพระสนมสูงศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะเข้มงวดมากเท่าฮองเฮาหรือไม่เมื่อได้สัมผัสอุปนิสัยใจคอจริง ๆ กลับพบว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ว่ากันว่าถูกอดีตกุ้ยเฟยใส่ร้ายจนต้องพรากจากวังหลังไปชั่วคราว แต่ฝ่าบาทก็ทรงตามกลับมาเพราะทรงเป็นหนึ่งเดียวในพระทัยฝ่าบาทในยามนี้ ถึงขั้นปลดสนมยกวังหลัง หลังจากกุ้ยเฟยโดนโทษที่ให้ร้ายแล้ว บ้างก็แอบกระซิบว่าฝ่าบาททรงรักกุ้ยเฟยมากทำใจไม่ได้ จึงปลดสนมยกวังเหลือเพียงแต่ฮองเฮาผู้เดียวแต่ที่จริงคนที่เคียงคู่พระทัยของฝ่าบาทเป็นเสิ่นหวงกุ้ยเฟยคนนี้นั่นเอง ทั้งยังคลอดองค์ชายองค์แรกอีกด้วย แบบนี้ไม่เป็นที่รักของฝ่าบาทได้อย่างไร และเหล่าขันทีนางกำนัลรีบประจบหวงกุ้ยเฟยสรรหาแต่ของดีไปถวายแต่คนอย่างเสิ่นลี่เซียนหรือจะเห็นแก่สิ่งขอนอกกาย นางเพียงรับไว้เท่านั้น สิ่งใดที่ไม่จำเป็นนักนางก็ให้นำกลับไม่รับเสีย ทั้งเหล่าขุนนางยังส่งเหล่าภรรยาของตนเองมาสานสัมพันธ์ด้วย แต่นางก็ไม่ได้ตัดรอนน้ำใจเสียที

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 25 พบฮองเฮาครั้งแรก

    เสียงสวดมนต์ไหว้พระดังขึ้นในอารามใหญ่ที่เป็นอารามหลวงหรือวัดหลวงของวังหลัง เนื้อที่ด้านหลังทอดยาวไปจุดสุดภูเขาด้านหลัง ภายในมีต้นไม้ร่มรื่น มีพระองค์ใหญ่ที่แกะสลักจากหินตั้งอยู่ในอาคาร กลิ่นควันธูปหอมลอยอวลไปทั่วบริเวณสร้างความน่าเสื่อมใสให้แก่อารามหลวงแห่งนี้ด้านล่างเป็นบันไดหินทอดตัวยาวขึ้นไปถึงด้านบน ราวกับจะวัดความศรัทธาของนางว่าจะก้าวไปถึงด้านบนโดยไม่ล้มเลิกไปกลางคันหรือไม่ ใบหน้าหวงกุ้ยเฟยซีดลงถนัดตารับรู้แล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่อยากให้องค์หญิงน้อยผู้นี้มาพบมารดาผู้ให้กำเนิด ถ้ามาลำพังตกบันไดคอหักตายพอดีสูงขนาดนี้“หวงกุ้ยเฟยกลัวความสูงหรือ” เด็กน้อยหันมาทำตาใสถามอย่างเป็นห่วงตัวแค่นี้รู้จักห่วงนางแล้ว น่ารักเสียจริง“เปล่าหรอกเพคะองค์หญิงเดินระวังหน่อยนะเพคะ” สุดท้ายคนที่อวดดีไม่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยก็เป็นนางที่ต้องรับกรรมนี้ไปสินะนางอายุเท่าไหร่เองจะย่อท้อไม่ได้ ในเมื่อสัญญากับองค์หญิงน้อยไว้แล้วนางก็ต้องทำให้ได้สิเมื่อเด็กน้อยเห็นว่านางคือความหวัง นางจึงจูงมือขององค์หญิงขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อถึงกลางทางก็หยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างไม่เร่งร้อนนักสาบานว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status