LOGINจักรพรรดิหนุ่มสุขสมครั้งแล้วครั้งเล่า จวบจนค่อนคืนเรี่ยวแรงของมังกรคะนองศึกถึงหลับปุ๋ย เล่นเอานางเมื่อยขบไปทั้งตัว เพราะรูดรั้งไม่รู้เท่าไหร่ จนเขาปล่อยธารน้ำขุ่นถึงสามรอบ แม้ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมในโพรงกลีบบุปผา แต่ว่ามันทำให้เขาได้สุขกายก็เพียงพอแล้ว
นางยกมือขึ้นปาดเหงื่อพร้อมกับถอนหายใจ ดีที่วันนี้หลอกล่อเขาให้ตามใจนางได้ ไม่เช่นนั้นบุปผางามที่กำลังช้ำอยู่จะไม่หายง่าย
“หลันถิงให้คนเตรียมน้ำ ข้าจะแช่น้ำ” เขาพริ้มตาหลับไปแล้ว นางจึงเดินมากระซิบนางกำนัลที่หลบอยู่ด้านนอก คงได้ยินได้เห็นการกระทำของนางแล้ว เชื่อว่าพรุ่งนี้นางคงเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่าสนมขี้อิจฉาเป็นแน่
วันนี้ประกาศแต่งตั้งหลายตำหนักยังไม่ทันตั้งตัว แต่พรุ่งนี้ไม่ใช่ นางคงต้องเตรียมตัวตั้งรับการสอพลอให้ดีแล้ว
จักรพรรดิหนุ่มค้างคืนที่ตำหนักมิ่งฮวา อันที่จริงนางก็ไม่ได้มีชื่อตำหนักอะไร เพียงแต่เมื่อวานขันทีให้เอาป้ายมาติด นอกจากหลงนางไม่พอแค่เลื่อนขั้นเป็นสนมขั้นเฟย ยังประทานชื่อตำหนัก พร้อมทั้งส่งเหล่าทหารมาปรับปรุงตำหนักให้สวยงามขึ้นอีก นับว่าดีต่อนางไม่น้อย ไม่ต้องอยู่ตำหนักเก่าทรุดโทรม
หลังจากฝ่าบาทเสด็จกลับไปแล้วในวันนี้ เหล่าข้าวของเครื่องประดับกำไลหยกถูกส่งมายังตำหนักมิ่งฮวาของนางอีกหีบใหญ่
“เรียนพระสนมเสียนเฟย นี่เป็นรางวัลที่ฝ่าบาทประทานให้พ่ะย่ะค่ะ” ซือกงกงจัดการให้คนเปิดคลังสมบัติจักรพรรดิจัดเครื่องใช้ เครื่องประดับต่าง ๆ ส่งไปยังตำหนักมิ่งฮวาทันที ยิ่งเห็นสีหน้าดีใจของพระสนมเขาก็ยิ่งวางใจ
“ขอบคุณกงกง” นางยิ้มให้แม้ว่าที่จริงอยากได้เงินกับทองก็ตาม ของพวกนี้มีไปก็รกรุงรัง ข้าอยู่แต่ในวังหลวง จะแต่งให้ใครเชยชมกัน นอกจากจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่มีองค์เดียวแล้วต้องแบ่งกับสตรีนับพันในวังหลัง
“นายหญิง ท่านเป็นที่โปรดปรานแล้วนะเจ้าคะ” คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นหลันถิง นางเข้าวังมาก็ถูกส่งมาอยู่กับพระสนมกุ้ยเหริน ที่ไม่มีอำนาจทางบ้านเกื้อหนุนเหมือนเหล่าสนมอื่น ๆ จนในที่สุดคำอ้อนวอนของนางก็เป็นจริง เมื่อพลิกป้ายเป็นพระสนมของนาง ย่อมมีข่าวดีเรื่อยมา จนตอนนี้นางเป็นนางกำนัลขั้นหนึ่งของพระสนมขั้นเฟยแล้ว
“เจ้าก็อย่าดีใจไป ข้าเห็นมานักต่อนักแล้ว ข้าไม่ใช่จะอยู่ยั้งยืนยงหรอก แค่อำนาจชั่วคราว ข้าอยากทำบางสิ่งที่เป็นกิจการของข้า” แน่นอนว่านางมาจากยุคสองพันยี่สิบสาม เรื่องการหาเงินนั้นนางถนัด โดยเฉพาะหาเงินกับผู้หญิงในวังหลวง
ฝ่าบาทโปรดก็เป็นเรื่องของโชคชะตา แต่ถ้านางทำเครื่องหอมไปหลอกขายเหล่าสนมและนางในทั้งหมด คิดดูว่าข้าจะร่ำรวยปานใด
ฮ่า ฮ่า ฮ่า....!!!
‘ฮ่องเต้จะต้องตะลึงในความมั่งคั่งของข้า’
“เสียนเฟยเพคะ มีนางกำนัลส่งมาเพิ่มเพคะ” นางคิดดูแล้วตามกฎของวังต้องห้าม ที่สนมขั้นเฟยจะมีนางกำนัลติดตามถึงหกคน นางคงจะปวดหัวแค่จำชื่อก็หมดเวลาแล้ว แต่เงินสามร้อยตำลึงเมื่อไหร่จะมาถึงกัน นางอยากได้เงินทุนไปทำเครื่องหอมและเครื่องประทินโฉม
“ให้พวกนางรับใช้ด้านนอกก็แล้วกัน ถามพวกนางดูว่าถนัดสิ่งใด” วันนี้นางอยากพักผ่อนจึงสั่งให้หลันถิงดูแลตำหนักแทนนาง หากตำหนักใดส่งของกำนัลมาก็ให้หลันถิง จดไว้ก็แล้วกัน เดี๋ยวนางจะเลือกพวกกำไลที่ได้จากองค์จักรพรรดิตอบแทนพวกนางไป
อี้ผินฮองเฮารับรู้เรื่องที่ฝ่าบาทเสด็จตำหนักมิ่งฮวาสองวันติดก็รู้สึกพิโรธนัก ฝ่าบาทไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกันมา แม้ไม่ได้โปรดนาง แต่ว่าก็ให้เกียรตินางไม่ไปค้างตำหนักใด เว้นไว้เพียงสองตำนักคือ ตำหนักฉิน ที่แปลกว่าสายพิณ เพราะนางเล่นพิณเก่ง กับตำหนักเสวียเหมยของกุ้ยเฟย
ยิ่งอยู่ ๆ จะมาเปลี่ยนไปจากธรรมเนียมที่เคยปฏิบัตินั้นเหมือนนางถูกหยามน้ำหน้าเล็กน้อย ต่อให้หลงปานใดก็ไม่เคยค้างคืน และให้โปรดเพียงใด พระองค์ก็เก็บอาการไม่เคยซ้ำตำหนัก นี่ให้จุดโคมที่ตำหนักมิ่งฮวาสองคืนติด อำนาจฮองเฮาของนางยังจะมีอยู่หรือไม่...
“ส่งน้ำแกงห้ามครรภ์ไปหรือไม่” ปกติหากฮองเฮาไม่ได้ตั้งครรภ์จะส่งน้ำแกงห้ามครรภ์ให้เหล่าพระสนมที่ถวายงาน แต่บัดนี้นางตั้งครรภ์และคลอดเป็นองค์หญิงตัวน้อยวัยสองหนาว ไม่รู้ว่ากรมหมอหลวงละเลยเรื่องนี้ไปหรือยัง
“เอ่อ...ฝ่าบาททรงให้ยกเลิกส่งยาห้ามครรภ์ตั้งแต่พระองค์คลอดองค์หญิงเพคะ” นางกำนัลคนสนิทของฮองเฮารายงาน
เพล้ง!!!
เสียงถ้วยชาแตกละเอียด เมื่อรับรู้ว่ากฎที่นางตั้งถูกจักรพรรดิยกเลิกไม่ปรึกษานางเลย นี่คงไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจยึดอำนาจนางหรอกนะ
“ดี...ดีจริง ๆ”
ปากบอกว่าดี แต่มือของนางกำแน่นสนิท ราวกับอยากให้กำปั้นนี้ไปอยู่บนหัวใครสักคนให้หายแค้นฝ่าบาทนัก
“ส่งเทียบเชิญดื่มน้ำชาไป” เมื่อไม่อาจทำสิ่งใดได้ เช่นนั้นก็อยากยลโฉมนักว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร ถึงฝ่าบาทโปรดปรานจนสนมทั้งวังริษยารวมทั้งนางเองก็ด้วย
“เพคะฮองเฮา”
นอกจากตำหนักฉินแล้วที่ร้อนรน ตำหนักเสวียเหมยของหลี่กุ้ยเฟยก็ไม่น้อยหน้ากัน ทั้งสืบความเรื่องที่มาของสนมที่กุมพระทัยฝ่าบาทในตอนนี้ว่าเป็นใครมาจากที่ใด
“ได้เรื่องแล้วเพคะ นางมาจากตระกูลเสิ่นที่ไม่คิดสนับสนุน เพราะตำแหน่งของนางคือสนมระดับล่าง เมื่อตอนนี้เลื่อนขั้นขึ้นมาเหล่าครอบครัวเดิมก็แปลกใจเพคะกุ้ยเฟย”
“หึ...คนชั้นต่ำพรรค์นั้นหรือคู่ควรให้ฝ่าบาทโปรด” หลี่กุ้ยเฟยแสยะยิ้ม แล้วก็สั่งการนางกำนัลตัวเองต่อ
“ส่งเทียบเชิญดื่มน้ำชาไป”
“เอ่อ..กุ้ยเฟยเพคะ ข้าน้อยรู้มาว่าฮองเฮาเองก็อยากเชื่อมไมตรีด้วยเพคะ” เท่านั้นก็เหมือนได้ยินเสียงไม่พอใจออกจากลำคอพระสนมกุ้ยเฟยหนึ่งคำ ‘เหอะ!’
“เจ้าคิดว่านางอยากสร้างไมตรีงั้นรึ อย่างนางน่ะหรืออยากสร้างไมตรี หากสร้างศัตรูยังพอเป็นไปได้”
เพราะฮองเฮาทำให้นางมีลูกยากจนทุกวันนี้ เดิมนางและฮองเฮาแต่งเข้ามาพร้อมกัน แต่ว่านางได้เป็นแค่กุ้ยเฟย แต่ว่ากันว่ากุ้ยเฟยคือสนมที่ฝ่าบาทโปรด แน่นอนว่ายามพลิกป้ายนางย่อมได้รับการเลือกมากกว่าอี้ผินที่เป็นฮองเฮา แต่เมื่อหลังหลับนอนกับฝ่าบาท น้ำแกงห้ามครรภ์ก็ถูกส่งมาทุกคืน เพื่อให้ฮองเฮาตั้งครรภ์ก่อน
นางเฝ้าสาปแช่งทุกวัน ขอให้นางไม่ได้โอรสแล้วมันก็จริงอย่างปากนางแช่ง ประสูติครรภ์แรกได้เป็นองค์หญิงน้อย ฝ่าบาทจึงสั่งแบบลับ ๆ ให้เลิกส่งยาห้ามครรภ์ให้สนมทุกคนกิน นั่นทำให้นางดีใจยิ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายในการรับเลือกให้ปรนนิบัติฝ่าบาท เพราะมีสนมอีกมากมายที่รอคอยวันคืนแสนสุขนี้ด้วยเช่นกัน
แล้วนางก็ไม่ตั้งครรภ์เสียที แต่ที่เจ็บใจนักเพราะหมอหลวงวินิจฉัยว่าเพราะนางดื่มยาห้ามครรภ์มากเกินไปทำให้การตั้งครรภ์ยากยิ่ง นับแต่นั้นฮองเฮาคือศัตรูตัวร้ายของ
หลี่กุ้ยเฟยมาตลอด“ส่งไปให้นางเลือกเอง ว่าจะอยู่กับฮองเฮาตัวร้ายที่สุดในวังหลัง หรือจะเลือกกุ้ยเฟยแสนดีเช่นข้า” นางไม่สนใจใครจะส่งเทียบเชิญไปจิบน้ำชา นางสนเพียงว่าสตรีผู้นั้นเลือกข้างไหนต่างหาก
แล้วเทียบเชิญสองตำหนักก็วางอยู่ตรงหน้าของเสียนเฟย นางเอามือกุบขมับแล้ว วันและเวลาเดียวกันเช่นนี้ จงใจให้นางเลือกชัด ๆ แม้ว่านางจะเลือกยากไปสักหน่อยก็เถอะ แต่ว่านางไม่อยากเข้าถ้ำเสือตัวเมียสักถ้ำ เพราะเสือตัวผู้มาเฝ้าถ้ำของนางหลายวันแล้ว เสือตัวเมียคงร้อนรนคันตูดยิบ ๆ อยากให้นางไปพบ
“ข้าแกล้งป่วยดีหรือไม่” เสิ่นลี่เซียนถามกับนางกำนัลตัวเอง
“แต่พระสนมให้หมอหลวงไปตรวจแล้วนี่เจ้าคะ แถมหมอหลวงยืนยันประกาศรอบวังอีกต่างหาก” ได้ฟังเหตุผลคนของตัวเองแล้วก็กลุ้มใจ หากต้องเลือกนางขอนอนดีกว่า ไปให้เสือตัวเมียทั้งสองตะปบเอา
เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบี่ไม้โบกไปมาเหมือนที่เขาฝึกเพลงกระบี่ทุกเช้า แม้เขายังเล็กแต่ก็อยากเลียนแบบจนเขาปวดหัวแล้ว เพราะเกิดล้มขึ้นมาก็ลำบากเสด็จแม่อีก“เฟิงหยางพาน้อง ๆ มากินขนมเร็วเข้า” เมื่อเฟิงหลิวกินนมจนอิ่มแล้วหลับไปแล้ว นางก็มาดูแลลูก ๆ อีกสามคน เฟิงผิงนั้นชอบของสวย ๆ งาม ๆ จึงเอาแต่เก็บดอกไม้มาจัดในแจกันอย่างสวยงามอยู่ไม่ไกล และมักจะทะเลาะกับเฟิงอี้เป็นประจำเพราะชอบกลั่นแกล้งพี่สาว“เสด็จแม่...ข้ามาแล้ว” เฟิงอี้หนุ่มน้อยขี้ประจบของนางวิ่งมาเร็วจี๋แล้วโผเข้ากอดนางที่ความสูงแค่เข่าเท่านั้น ทำให้นางเกือบเซไปทีเดียว แต่นางก็ไม่เคยดุลูก ๆ ของนาง“อาอี้...เจ้าอย่าวิ่งชนท่านแม่ประเดี๋ยวจะล้ม” เฟิงหยางที่ปวดหัวกับน้องชายผู้นี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าตอนเกิดเขามีวิญญาณเจ้าลิงเจี๊ยก ๆ เข้าสิงมาด้วยหรือชาติปางก่อนเป็นลิงก
การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใคร เพราะหลีกหนีโทษหากเป็นดั่งที่โดนผู้คนใส่ร้าย จนไม่รู้แล้วว่าชาติกำเนิดนางคือใครมาจากไหนหลังจากกลับเมืองหลวงตระกูลเสิ่นนอกจากถูกทำโทษแล้วยังให้ทั้งตระกูลเป็นได้แค่ชาวบ้านห้ามรับราชการตลอดรัชสมัยของฝ่าบาท ซึ่งนั่นนับว่าปรานีมากแล้ว เพราะการรวมหัวกันกับตระกูลกุ้ยเฟยให้ร้ายพระสนมมีโทษสมควรตายนางเดินลงโดยมีมือของฝ่าบาทจับจูงตลอดเวลา นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนักที่องค์จักรพรรดิทรงห่วงใยสนมอันเป็นที่รักดุจไข่ในหิน แต่เห็นมีเพียงคนผู้เดียวที่พยายามก้มหน้าให้ติดพื้น ก็คืออาเหลียวที่เคยมีเรื่องหมางใจกับนาง นางมองเขาแล้วก็นึกขำ ไม่คิดสินะว่านางจะเป็นสตรีที่ใครก็ห้ามลบหลู่เดินมาได้สักพักนางเห็นกลุ่มทหารแต่งกายมาเหมือนชาวชุยงหนูมุ่งหน้ามาด้านนี้ ในใจคิดถึงบุรุษที่มีไมตรีช่วยเหลือนางหลายครั้ง
ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม้าเช่นนี้ไม่ก็ละเว้นนางบ้างเลยซ้ำยังเหมือนได้ออกมาพักผ่อน เขาก็เต็มที่ไม่คิดยั้งมือจนคิดว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ปวดบั้นเอวบ้างหรือไงกัน‘โยกกว่ารถม้าก็เอวคนแซ่หวังผู้นี้’“กว่าจะเดินทางถึงชายแดนใช้เวลาตั้งสิบวัน นั่งในรถอย่างเดียวก็เมื่อยขบแย่ ไม่สู้เราได้ทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่ากันหรอกหรือสนมรัก”จมูกของหวังจื่อฮ่าวคลอเคลียร์อยู่กับพวงแก้มนุ่มนิ่มของหวงกุ้ยเฟยไม่ห่าง และดูเหมือนช่วงนี้นางจะอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อยจนนางน่ากลืนกินไปทุกสัดส่วน“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเมื่อยแล้วเพคะ” นางโดนเขากักอยู่แต่บนตักร่างกายเชื่อมประสานไม่ยอมห่างเช่นนี้ อีกอย่างคนที่บังคับรถม้าป่านนี้คงจะนั่งตัวเกร็งไปหมดแล้วกระมัง“เอาไว้คืนนี้ให้เราปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ เพราะเจ้าปรนนิบัติเราแล้ว”นางเข้าใจแล้วว่าคว
เสิ่นลี่เซียนนอกจากทำเครื่องหอมแล้ว การเลี้ยงลูก ๆ ของนางก็สร้างความสุขได้อีกอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง สวามีทำงานนางอยู่ตำหนักเลี้ยงบุตรชายและองค์หญิงน้อยที่เดี๋ยวนี้ฮองเฮากลับมาอยู่วังหลังแล้ว ก็เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนมาอยู่ตำหนักมิ่งฮวาเช่นเดิม ส่วนเฟิงหยางก็เริ่มหัดเดินเตาะแตะได้แล้ว บางวันฮองเฮาก็โปรดให้นำองค์ชายเฟิงหยางไปเล่นที่ตำหนักฉินเช่นวันนี้“เจ้าลองชานี้ ได้มาจากทางเหนือเด็ดยอดอ่อนชงกับน้ำค้างจากดอกเหมยให้ความสดชื่นดีนัก” อี้ผินฮองเฮานอกจากชื่นชอบการดีดพิน เขียนคำกลอนแล้ว กิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายที่สุดก็คือชงชา และชาที่ตำหนักฉินมีรสโอชาเลื่องชื่อมากกว่าตำหนักใดในวังหลัง แม้ว่าเจ้านายองค์อื่น ๆ ก็ไม่อาจเทียมเทียบฮองเฮาของแคว้นได้เลยเสิ่นลี่เซียนยกขึ้นจิบกลิ่นชาผสมกับกลิ่นดอกเหมยคลุ้งอยู่ในปากทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก“รสชาติดีมากเพคะ” เสิ่นลี่เซียนยิ้มตอบอย่างจริงใจไม่ได้แฝงด้วยเล่ห์กลใดนั่นทำให้อี้ผินฮองเฮารู้สึกสบายใจที่สุดเมื่อก่อนนางแก่งแย่งชิงดีกับหลี่กุ้ยเฟย จนไร้ซึ่งความสุข ทั้งวันเอาแต่คิดวางแผน ยามนี้ปลงเรื่องรักใคร่ชายหญิงแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรอีกเยอะแยะที่สร้างค
หลายวันมานี้วังหลวงคึกคักมาก เพราะหวงกุ้ยเฟยเสด็จฝ่ายเครื่องหอมทรงคิดเครื่องหอมขึ้นมาเองและปรับใช้ในตำหนักของนาง ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหายใจหายคอไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าพระสนมสูงศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะเข้มงวดมากเท่าฮองเฮาหรือไม่เมื่อได้สัมผัสอุปนิสัยใจคอจริง ๆ กลับพบว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ว่ากันว่าถูกอดีตกุ้ยเฟยใส่ร้ายจนต้องพรากจากวังหลังไปชั่วคราว แต่ฝ่าบาทก็ทรงตามกลับมาเพราะทรงเป็นหนึ่งเดียวในพระทัยฝ่าบาทในยามนี้ ถึงขั้นปลดสนมยกวังหลัง หลังจากกุ้ยเฟยโดนโทษที่ให้ร้ายแล้ว บ้างก็แอบกระซิบว่าฝ่าบาททรงรักกุ้ยเฟยมากทำใจไม่ได้ จึงปลดสนมยกวังเหลือเพียงแต่ฮองเฮาผู้เดียวแต่ที่จริงคนที่เคียงคู่พระทัยของฝ่าบาทเป็นเสิ่นหวงกุ้ยเฟยคนนี้นั่นเอง ทั้งยังคลอดองค์ชายองค์แรกอีกด้วย แบบนี้ไม่เป็นที่รักของฝ่าบาทได้อย่างไร และเหล่าขันทีนางกำนัลรีบประจบหวงกุ้ยเฟยสรรหาแต่ของดีไปถวายแต่คนอย่างเสิ่นลี่เซียนหรือจะเห็นแก่สิ่งขอนอกกาย นางเพียงรับไว้เท่านั้น สิ่งใดที่ไม่จำเป็นนักนางก็ให้นำกลับไม่รับเสีย ทั้งเหล่าขุนนางยังส่งเหล่าภรรยาของตนเองมาสานสัมพันธ์ด้วย แต่นางก็ไม่ได้ตัดรอนน้ำใจเสียที
เสียงสวดมนต์ไหว้พระดังขึ้นในอารามใหญ่ที่เป็นอารามหลวงหรือวัดหลวงของวังหลัง เนื้อที่ด้านหลังทอดยาวไปจุดสุดภูเขาด้านหลัง ภายในมีต้นไม้ร่มรื่น มีพระองค์ใหญ่ที่แกะสลักจากหินตั้งอยู่ในอาคาร กลิ่นควันธูปหอมลอยอวลไปทั่วบริเวณสร้างความน่าเสื่อมใสให้แก่อารามหลวงแห่งนี้ด้านล่างเป็นบันไดหินทอดตัวยาวขึ้นไปถึงด้านบน ราวกับจะวัดความศรัทธาของนางว่าจะก้าวไปถึงด้านบนโดยไม่ล้มเลิกไปกลางคันหรือไม่ ใบหน้าหวงกุ้ยเฟยซีดลงถนัดตารับรู้แล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่อยากให้องค์หญิงน้อยผู้นี้มาพบมารดาผู้ให้กำเนิด ถ้ามาลำพังตกบันไดคอหักตายพอดีสูงขนาดนี้“หวงกุ้ยเฟยกลัวความสูงหรือ” เด็กน้อยหันมาทำตาใสถามอย่างเป็นห่วงตัวแค่นี้รู้จักห่วงนางแล้ว น่ารักเสียจริง“เปล่าหรอกเพคะองค์หญิงเดินระวังหน่อยนะเพคะ” สุดท้ายคนที่อวดดีไม่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยก็เป็นนางที่ต้องรับกรรมนี้ไปสินะนางอายุเท่าไหร่เองจะย่อท้อไม่ได้ ในเมื่อสัญญากับองค์หญิงน้อยไว้แล้วนางก็ต้องทำให้ได้สิเมื่อเด็กน้อยเห็นว่านางคือความหวัง นางจึงจูงมือขององค์หญิงขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อถึงกลางทางก็หยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างไม่เร่งร้อนนักสาบานว่า







