Share

บทที่ 5 เลือกสามีสิ

last update Last Updated: 2026-01-02 15:35:53

ขณะที่กำลังคิดอย่างปวดเศียรเวียนเกล้านั้น ซือกงกงวิ่งกระหืดกระหอบมา พร้อมกับนำพระราชโองการมาด้วย นางที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ต้องรีบมารับราชโองการ

“พระสนมเสิ่นเสียนเฟย กิริยามารยาทงดงาม เพียบพร้อมด้วยกุลสตรี รับสั่งให้รับใช้ใกล้ชิดในห้องทรงพระอักษร จบราชโองการ”

‘ฮะ!! งามพร้อม’ เสียงอุทานในใจของเสิ่นลี่เซียนดังขึ้น แต่ต้องรีบรับราชโองการก่อนจึงกล่าวได้เพียง

“ขอบพระทัยเพคะ”

นางค่อนข้างตกใจกับคำสรรเสริญนั้นเหลือเกิน ‘กิริยามารยาทเรียบร้อย’ นี่สาบานว่าหมายถึงนาง เมื่อคืนจำได้ว่าท่วงท่าปลดเปลื้องความสุข สตรีนางใดในวังหลังไม่มีใครริทำกันยกเว้นนางผู้เดียว เอาสิ่งใดมาเรียบร้อยได้อีกหรือ

นี่เพิ่งรับเทียบเชิญจากฮองเฮามาไว้ หากรู้ว่านางทำให้จักรพรรดิมัวเมาลุ่มหลง นางยังจะมีหัวให้พอตัดหรือไม่

‘หาเรื่องให้ข้าโดนเพ่งเล็งโดยแท้’ นางหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ให้เลือกระหว่างสตรีสองคนกับฮ่องเต้ นางเลือกฮ่องเต้ก็แล้วกัน แม้เมื่อก่อนอยากจะเข้าไปประจบฮองเฮาเสียเต็มประดา แต่นางคิดผิด พิษรักแรงหึงไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะเมียหลวงคงไม่ดีใจนัก หากคนที่ใช้สามีร่วมกันนั่งเผชิญหน้าอยู่ น้ำชาที่เชิญไปดื่มคงใส่ยาพิษเป็นแน่

“พระสนมเตรียมตัวเถิด” ซือกงกงเห็นพระสนมยืนนิ่งไม่ไหวติง จึงเอ่ยเตือน

“ซือกงกง ข้ามีเรื่องลำบากใจ เทียบเชิญนี้ของฮองเฮากับกุ้ยเฟย เชิญข้าไปดื่มน้ำชา ท่านว่าข้าควรตอบรับเช่นไรดี”

ซือกงกงจากยิ้มร่าเปลี่ยนเป็นหุบยิ้มฉับพลัน จนนางก็คิดว่ากงกงเห็นด้วยกับนางว่า อสรพิษสองคนนี้ไม่น่าสมาคม นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วตัดสินใจไม่ไปตามคำเชิญแต่เลือกไปหาสามีดีกว่า อย่างน้อยกำแพงที่บดบังก็สูงใหญ่สักหน่อย

“พระสนมไม่ต้องกังวลใจไป เรื่องนี้ข้าจะนำความไปทูลฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ” ซือกงกงรวบเอาเทียบเชิญที่พระสนมกำลังอึดอัดใจไม่รู้จะไปทางใดดีขึ้นมาแล้วนำไปหารือกับฝ่าบาท

ส่วนนางก็คิดเสียว่าลอยตัวก็แล้วกัน รับใช้ฝ่าบาทย่อมเป็นหน้าที่ของนาง

“เจ้าว่าเช่นใดนะ” อี้ผินฮองเฮาฉุนเชียวยิ่งนัก ไม่คิดว่านางจะเลือกปฏิเสธเทียบเชิญของฮองเฮาอย่างไรไมตรีเช่นนี้ โอหังนัก เช่นนั้นก็คงเลือกข้างแล้วสินะ

‘ไม่ประจบแม่ของแผ่นดินเช่นนางจะประจบผู้ใดอีกเล่า’

“กุ้ยเฟยก็ไม่ได้ไปเช่นกันเพคะ” นางกำนัลที่ยังพูดไม่ทันจบผู้เป็นนายก็โวยวายขึ้นแล้ว แต่เมื่ออีกคำของนางกำนัลหลุดออกจากปาก ทำให้แววเนตรลึกล้ำดวงหน้าอ่านไม่ออกว่าคิดเช่นไรอยู่กันแน่

“แล้วนางไปที่ใด”

“พระราชโองการจากฝ่าบาทให้ไปรับใช้ในห้องทรงอักษรเพคะ” สิ้นเสียงนางกำนัลของฮองเฮา กาชาก็ปลิวลงพื้นอีกอย่าง ทั้งขันทีรับใช้และเหล่านางกำนัลหลับตาปี๋กลัวจะโดนลูกหลงอันใดอีก

‘สนมเสียนเฟยผู้นี้เป็นดวงซวยโดยแท้ กล่าวถึงเมื่อใด ฮองเฮากริ้วเมื่อนั้น จึงทำให้เหล่านางกำนัลในตำหนักกระซิบกระซาบกันว่าห้ามเอ่ยถึงสตรีผู้นี้อีก’

“ฝ่าบาทนะฝ่าบาท ข้ารักภักดีเยี่ยงนี้ไม่เคยชายตามอง พระราชโองการเรียกหาหรือก็น้อยครั้ง ส่วนใหญ่จะบ่ายเบี่ยงอ้างราชกิจ วันนี้มีราชกิจมากก็ยังเรียกนางเข้าไปปรนนิบัติ นี่มันอะไรกัน” ตั้งแต่แต่งตั้งเสิ่นเสียนเฟยข้ามหัวฮองเฮาอย่างนางไป ต่อไปใครยังจะก้มหัวในนางอีกเล่า

ห้องทรงพระอักษร

“ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท” เสิ่นลี่เซียนย่อตัวถวายพระพรองค์จักรพรรดิ แต่ทว่าเขากลับปรี่เข้าหาแล้วพยุงนางไว้ นางชายตามองเขาแล้วสลับไปด้านหลังที่ฎีกากองท่วมเท่าภูเขาก็เข้าใจทันที

“สนมรักไม่ต้องมากพิธี เรากำลังรอเจ้าอยู่” เขาพยุงนางเดินไปยังตั่งที่ประทับของตน แล้วให้นางนั่งเคียงข้างเขา

“ฝ่าบาททรงอยากให้หม่อมฉันรับใช้สิ่งใดเพคะ” นางคิดสยองในใจ ให้อ่านฎีกาพวกนี้นางขอเป็นลมดีกว่า รู้เช่นนี้ตอบรับคำเชิญฮองเฮาไปก็ดี อย่างน้อยก็แค่ปั้นหน้า

“นั่งเป็นกำลังใจให้เราก็พอ วันนี้คงไม่ได้นอนกับเจ้า ข้าจึงให้เจ้ามาหาแทน” นั่นปะไร นางนึกไว้แล้วว่าเขาต้องมีราชกิจมากเสียจนเรียกนางเข้ามาปรนนิบัติในห้องทรงอักษร แต่ห้องนี้มันไม่เหมาะนัก ให้นางนวด ๆ ก็พอกระมัง

“ฝ่าบาทคงจะเมื่อยแล้ว เช่นนั้นให้หม่อมฉันนวดให้ดีกว่าเพคะ” มือเล็กของนางกดลงที่หัวไหล่ พบว่ามันตึงไปหมด เช่นนี้ต้องนวดน้ำมันแล้วกระมัง แต่ว่ากันว่าคนเป็นฮ่องเต้แบกใต้หล้าไว้บนบ่า ทั้งยังต้องจัดการเรื่องวังหลังอีก แค่คิดก็อยากแต่งกับคนธรรมดาแล้ว ต้นตระกูลนางไม่น่าเป็นพระสนมเลย ให้ตายสิ

“อื้อ...เจ้านวดดีนัก อยากให้มานวดทุกวันได้หรือไม่สนมรัก” นั่นไง หาเรื่องให้นางถูกอิจฉาอีกแล้ว เขาช่างเป็นคนที่ไม่น่าคบจริง ๆ

“ฝ่าบาทไม่ทรงไปสำราญที่ตำหนักอื่นบ้างหรือเพคะ” นี่คล้ายผลักไสน้อย ๆ เพราะนางก็อยากพักผ่อนนอนเหมือนคนอื่นสักคืนเหมือนกัน

“ได้ข่าวว่าเทียบเชิญจากตำหนักฉิน กับ ตำหนักเสวียเหมยส่งถึงเจ้า ข้าอยากฟังความคิดเจ้าว่าตัดสินใจอย่างไร” สตรีผู้นี้เรื่องราวบนเตียงเก่งกาจ แต่ไม่รู้เรื่องการเอาตัวรอดในวังจะเก่งหรือไม่ เขากังวลใจนัก ไม่ใช่เรื่องพวกนี้ไม่เกิดมาก่อน มันเกิดอยู่ตลอดเวลา เพราะอำนาจก็หอมหวานและเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ดังนั้นหากนางมีอำนาจขึ้นมาย่อมมีคนที่ไม่ชอบใจ

“หม่อมฉันจะเลือกใครได้เพคะ นอกจากฝ่าบาท” แน่นอนว่านางรู้จักคำว่าประจบ แล้วรางวัลที่เขาให้นางก็เป็นจูบที่ดูดดื่ม แต่นางก็ตอบสนองเขาอย่างดีเช่นกัน

“เจ้าเลือกถูกต้องแล้ว” เสียงหัวเราะร่าของผู้เป็นใหญ่ทำให้นางยิ้มตาม แต่เป็นยิ้มแกน ๆ นะ นางมั่นใจว่าทั้งฮองเฮาและกุ้ยเฟยหาทางกำจัดนางอยู่แน่นอน ในเมื่อเป็นคนโปรดแล้วก็โปรดให้สุดไปเลยก็แล้วกัน

นางทั้งนวดทั้งคีบอาหารป้อนถึงโอษฐ์สร้างความสำราญให้องค์จักรพรรดิเป็นอย่างยิ่ง แต่คืนนี้อย่างไรเขาก็ต้องเสด็จตำหนักอื่นบ้าง เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจ และเป็นกำแพงให้เจ้าสนมตัวเล็กตัวน้อยของเขา

“จุดโคมตำหนักฉิน” ยามห้ายแล้วซือกงกงคิดว่าฝ่าบาทคงจะไม่เสด็จตำหนักใด จึงไม่ได้ส่งคนไปแจ้งก่อน เมื่อฝ่าบาทโปรดเสด็จตำหนักฮองเฮาฉุกละหุกเช่นนี้ ทำเอานางกำนัลขันทีจัดการให้วุ่นวาย

อี้ผินฮองเฮายังไม่บรรทมก็จริง แต่กำลังหาวิธีจัดการเสียนเฟยที่ริเลื่อนขั้นข้ามหน้าข้ามตา ขณะที่กำลังสั่งให้คนไปสืบเรื่องราวของบ้านเดิมที่ส่งนางเข้าวังเป็นมาอย่างไร ขันทีหน้าตำหนักก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมารายงาน

“ฝ่าบาทเสด็จพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทเสด็จ” นางยกมือไล่คนของตัวเองออกไปแล้วหันมาสนใจว่าเหตุใดฝ่าบาทเสด็จกะทันหันไม่บอกไม่กล่าว

“รีบแต่งตัวให้ข้าเร็วเข้า” นางเปลี่ยนเป็นชุดเตรียมเข้านอนแล้ว ไม่นึกว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาเช่นนี้ เหล่านางกำนัลช่วยแต่งตัวเพียงพริบตาก็เรียบร้อย เพียงแต่ไม่ได้ใส่เครื่องหัวให้รกรุงรังเท่านั้น

“ฮองเฮา เจ้าสบายดีหรือไม่ ไม่ได้มาพบเจ้านาน วันนี้ข้าคิดถึงหลังจากออกจากห้องทรงอักษร เพียงใบหน้าเจ้าโผล่ขึ้นมาก็เร่งมาทีเดียว” ถ้อยคำหวานหูเปล่งออกมาทำเอาฮองเฮาหน้าม้านไปทีเดียว ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงคิดถึงนางมากมายเพียงนี้

‘ทรงสงสัยสิ่งใดหรือไม่กันนะ’

“เอ่อ...ฝ่าบาท...ขอบพระทัยเพคะ นึกว่าหลงสตรีอื่นจนลืมหน้าฮองเฮาอย่างหม่อมฉันเสียแล้ว” นางร้ายกาจก็จริง แต่ไม่เคยร้ายต่อหน้าฝ่าบาท ทุกรอยยิ้มของนางมักซ่อนด้วยคมมีด ดังนั้นถ้อยคำที่เปล่งออกมา กึ่งประชดประชัน กึ่งหึงหวงอยู่ในที แล้วมีหรือองค์จักรพรรดิผู้ฝึกตนมาเนิ่นนานเช่นเขาจะไม่รับรู้ถึงข้อนี้

“ตำหนักเจ้าไหน้ำส้มแตกงั้นหรือ กลิ่นถึงได้หึ่งเพียงนี้” ถ้อยคำหยอกเย้าระหว่างสามีภรรยาทำให้เหล่านางกำนัลอมยิ้ม

อี้ผินเมื่อรู้ว่าเอ่ยสิ่งที่ไม่บังควรออกไปแล้ว นางจึงก้มหน้าแล้วขอพระราชทานอภัย “อภัยให้คนโง่เขลาที่เอาแต่คิดถึงพระองค์ด้วยเพคะ”

แม้กระทั่งคำขอโทษ นางยังฉาบน้ำผึ้งมาด้วย เขาจึงรับไมตรีนางไว้ แล้วพานางเข้านอน เพียงนอนเคียงกันด้วยเพราะรู้สึกเหนื่อยไม่อยากขยับกาย เพราะขยับมาสองคืนติด เสียธารน้ำขาวขุ่นไปมากถือว่าวันนี้ได้พักผ่อนก็แล้วกัน

ห้าวันผ่านไปฝ่าบาทไม่เสด็จตำหนักเสียนเฟย แต่ผลัดไปนอนตำหนักโน้นตำหนักนี้ และนั่นก็ไม่มีความกำหนัดใด เพียงแต่อ้างว่าเหนื่อยอยากพักผ่อนแล้วก็หลับไป ทำเอาสนมที่คาดหวังมีคืนวสันต์กับฝ่าบาทผิดหวังตาม ๆ กัน

ส่วนคนที่วางแผนทำบางอย่างเช่นเสิ่นเสียนเฟยนั้น หาทางทำการค้าอยู่ เพราะนางได้ชื่อว่าฝ่าบาทเสด็จตำหนักสองคืนติดย่อมมีความน่าเชื่อถืออยู่ไม่น้อย

“ข้าจะทำน้ำหอมพรมกาย”

“อะไรนะเจ้าคะ” หลันผิงอยากจะเป็นลม นายตนคิดเรื่องพิลึกพิลั่นอีกแล้วแทนที่จะเอาเวลาไปคิดหาทนทางให้ฝ่าบาทกลับมาหาตน

“ไม่สู้เอาอกเอาใจฝ่าบาทดีกว่าหรือเจ้าคะนายหญิง” หลันผิงเอ่ยเตือนอย่างอิดออด

“ไม่มีอะไรมายืนยันได้หรอกว่า โปรดวันนี้วันหน้ายังจะโปรดอยู่ ไม่สู้สร้างความมั่งคั่งในตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ มีรักก็คู่กับหมดรักมันห่างกันเส้นบาง ๆ”

หลันผิงได้ฟังคำพูดที่ปลงราวกับว่าเรื่องที่ฝ่าบาทโปรดพระสนมเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ไม่มีจริงอย่างนั้น

แต่ก็จริงบางตำหนักไม่เคยเสด็จเยือน แม้ตอนแรกจะเสด็จบ่อย พระสนมทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงนี้ต่อไปคงไม่เสียใจใช่หรือไม่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 30 บทส่งท้าย

    เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบี่ไม้โบกไปมาเหมือนที่เขาฝึกเพลงกระบี่ทุกเช้า แม้เขายังเล็กแต่ก็อยากเลียนแบบจนเขาปวดหัวแล้ว เพราะเกิดล้มขึ้นมาก็ลำบากเสด็จแม่อีก“เฟิงหยางพาน้อง ๆ มากินขนมเร็วเข้า” เมื่อเฟิงหลิวกินนมจนอิ่มแล้วหลับไปแล้ว นางก็มาดูแลลูก ๆ อีกสามคน เฟิงผิงนั้นชอบของสวย ๆ งาม ๆ จึงเอาแต่เก็บดอกไม้มาจัดในแจกันอย่างสวยงามอยู่ไม่ไกล และมักจะทะเลาะกับเฟิงอี้เป็นประจำเพราะชอบกลั่นแกล้งพี่สาว“เสด็จแม่...ข้ามาแล้ว” เฟิงอี้หนุ่มน้อยขี้ประจบของนางวิ่งมาเร็วจี๋แล้วโผเข้ากอดนางที่ความสูงแค่เข่าเท่านั้น ทำให้นางเกือบเซไปทีเดียว แต่นางก็ไม่เคยดุลูก ๆ ของนาง“อาอี้...เจ้าอย่าวิ่งชนท่านแม่ประเดี๋ยวจะล้ม” เฟิงหยางที่ปวดหัวกับน้องชายผู้นี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าตอนเกิดเขามีวิญญาณเจ้าลิงเจี๊ยก ๆ เข้าสิงมาด้วยหรือชาติปางก่อนเป็นลิงก

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 29 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใคร เพราะหลีกหนีโทษหากเป็นดั่งที่โดนผู้คนใส่ร้าย จนไม่รู้แล้วว่าชาติกำเนิดนางคือใครมาจากไหนหลังจากกลับเมืองหลวงตระกูลเสิ่นนอกจากถูกทำโทษแล้วยังให้ทั้งตระกูลเป็นได้แค่ชาวบ้านห้ามรับราชการตลอดรัชสมัยของฝ่าบาท ซึ่งนั่นนับว่าปรานีมากแล้ว เพราะการรวมหัวกันกับตระกูลกุ้ยเฟยให้ร้ายพระสนมมีโทษสมควรตายนางเดินลงโดยมีมือของฝ่าบาทจับจูงตลอดเวลา นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนักที่องค์จักรพรรดิทรงห่วงใยสนมอันเป็นที่รักดุจไข่ในหิน แต่เห็นมีเพียงคนผู้เดียวที่พยายามก้มหน้าให้ติดพื้น ก็คืออาเหลียวที่เคยมีเรื่องหมางใจกับนาง นางมองเขาแล้วก็นึกขำ ไม่คิดสินะว่านางจะเป็นสตรีที่ใครก็ห้ามลบหลู่เดินมาได้สักพักนางเห็นกลุ่มทหารแต่งกายมาเหมือนชาวชุยงหนูมุ่งหน้ามาด้านนี้ ในใจคิดถึงบุรุษที่มีไมตรีช่วยเหลือนางหลายครั้ง

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 28 กลับชายแดนอีกครั้ง

    ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม้าเช่นนี้ไม่ก็ละเว้นนางบ้างเลยซ้ำยังเหมือนได้ออกมาพักผ่อน เขาก็เต็มที่ไม่คิดยั้งมือจนคิดว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ปวดบั้นเอวบ้างหรือไงกัน‘โยกกว่ารถม้าก็เอวคนแซ่หวังผู้นี้’“กว่าจะเดินทางถึงชายแดนใช้เวลาตั้งสิบวัน นั่งในรถอย่างเดียวก็เมื่อยขบแย่ ไม่สู้เราได้ทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่ากันหรอกหรือสนมรัก”จมูกของหวังจื่อฮ่าวคลอเคลียร์อยู่กับพวงแก้มนุ่มนิ่มของหวงกุ้ยเฟยไม่ห่าง และดูเหมือนช่วงนี้นางจะอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อยจนนางน่ากลืนกินไปทุกสัดส่วน“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเมื่อยแล้วเพคะ” นางโดนเขากักอยู่แต่บนตักร่างกายเชื่อมประสานไม่ยอมห่างเช่นนี้ อีกอย่างคนที่บังคับรถม้าป่านนี้คงจะนั่งตัวเกร็งไปหมดแล้วกระมัง“เอาไว้คืนนี้ให้เราปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ เพราะเจ้าปรนนิบัติเราแล้ว”นางเข้าใจแล้วว่าคว

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 27 ความสุขที่หาได้ง่าย

    เสิ่นลี่เซียนนอกจากทำเครื่องหอมแล้ว การเลี้ยงลูก ๆ ของนางก็สร้างความสุขได้อีกอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง สวามีทำงานนางอยู่ตำหนักเลี้ยงบุตรชายและองค์หญิงน้อยที่เดี๋ยวนี้ฮองเฮากลับมาอยู่วังหลังแล้ว ก็เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนมาอยู่ตำหนักมิ่งฮวาเช่นเดิม ส่วนเฟิงหยางก็เริ่มหัดเดินเตาะแตะได้แล้ว บางวันฮองเฮาก็โปรดให้นำองค์ชายเฟิงหยางไปเล่นที่ตำหนักฉินเช่นวันนี้“เจ้าลองชานี้ ได้มาจากทางเหนือเด็ดยอดอ่อนชงกับน้ำค้างจากดอกเหมยให้ความสดชื่นดีนัก” อี้ผินฮองเฮานอกจากชื่นชอบการดีดพิน เขียนคำกลอนแล้ว กิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายที่สุดก็คือชงชา และชาที่ตำหนักฉินมีรสโอชาเลื่องชื่อมากกว่าตำหนักใดในวังหลัง แม้ว่าเจ้านายองค์อื่น ๆ ก็ไม่อาจเทียมเทียบฮองเฮาของแคว้นได้เลยเสิ่นลี่เซียนยกขึ้นจิบกลิ่นชาผสมกับกลิ่นดอกเหมยคลุ้งอยู่ในปากทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก“รสชาติดีมากเพคะ” เสิ่นลี่เซียนยิ้มตอบอย่างจริงใจไม่ได้แฝงด้วยเล่ห์กลใดนั่นทำให้อี้ผินฮองเฮารู้สึกสบายใจที่สุดเมื่อก่อนนางแก่งแย่งชิงดีกับหลี่กุ้ยเฟย จนไร้ซึ่งความสุข ทั้งวันเอาแต่คิดวางแผน ยามนี้ปลงเรื่องรักใคร่ชายหญิงแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรอีกเยอะแยะที่สร้างค

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 26 เครื่องหอมตำหนักมิ่งฮวา

    หลายวันมานี้วังหลวงคึกคักมาก เพราะหวงกุ้ยเฟยเสด็จฝ่ายเครื่องหอมทรงคิดเครื่องหอมขึ้นมาเองและปรับใช้ในตำหนักของนาง ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหายใจหายคอไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าพระสนมสูงศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะเข้มงวดมากเท่าฮองเฮาหรือไม่เมื่อได้สัมผัสอุปนิสัยใจคอจริง ๆ กลับพบว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ว่ากันว่าถูกอดีตกุ้ยเฟยใส่ร้ายจนต้องพรากจากวังหลังไปชั่วคราว แต่ฝ่าบาทก็ทรงตามกลับมาเพราะทรงเป็นหนึ่งเดียวในพระทัยฝ่าบาทในยามนี้ ถึงขั้นปลดสนมยกวังหลัง หลังจากกุ้ยเฟยโดนโทษที่ให้ร้ายแล้ว บ้างก็แอบกระซิบว่าฝ่าบาททรงรักกุ้ยเฟยมากทำใจไม่ได้ จึงปลดสนมยกวังเหลือเพียงแต่ฮองเฮาผู้เดียวแต่ที่จริงคนที่เคียงคู่พระทัยของฝ่าบาทเป็นเสิ่นหวงกุ้ยเฟยคนนี้นั่นเอง ทั้งยังคลอดองค์ชายองค์แรกอีกด้วย แบบนี้ไม่เป็นที่รักของฝ่าบาทได้อย่างไร และเหล่าขันทีนางกำนัลรีบประจบหวงกุ้ยเฟยสรรหาแต่ของดีไปถวายแต่คนอย่างเสิ่นลี่เซียนหรือจะเห็นแก่สิ่งขอนอกกาย นางเพียงรับไว้เท่านั้น สิ่งใดที่ไม่จำเป็นนักนางก็ให้นำกลับไม่รับเสีย ทั้งเหล่าขุนนางยังส่งเหล่าภรรยาของตนเองมาสานสัมพันธ์ด้วย แต่นางก็ไม่ได้ตัดรอนน้ำใจเสียที

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 25 พบฮองเฮาครั้งแรก

    เสียงสวดมนต์ไหว้พระดังขึ้นในอารามใหญ่ที่เป็นอารามหลวงหรือวัดหลวงของวังหลัง เนื้อที่ด้านหลังทอดยาวไปจุดสุดภูเขาด้านหลัง ภายในมีต้นไม้ร่มรื่น มีพระองค์ใหญ่ที่แกะสลักจากหินตั้งอยู่ในอาคาร กลิ่นควันธูปหอมลอยอวลไปทั่วบริเวณสร้างความน่าเสื่อมใสให้แก่อารามหลวงแห่งนี้ด้านล่างเป็นบันไดหินทอดตัวยาวขึ้นไปถึงด้านบน ราวกับจะวัดความศรัทธาของนางว่าจะก้าวไปถึงด้านบนโดยไม่ล้มเลิกไปกลางคันหรือไม่ ใบหน้าหวงกุ้ยเฟยซีดลงถนัดตารับรู้แล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่อยากให้องค์หญิงน้อยผู้นี้มาพบมารดาผู้ให้กำเนิด ถ้ามาลำพังตกบันไดคอหักตายพอดีสูงขนาดนี้“หวงกุ้ยเฟยกลัวความสูงหรือ” เด็กน้อยหันมาทำตาใสถามอย่างเป็นห่วงตัวแค่นี้รู้จักห่วงนางแล้ว น่ารักเสียจริง“เปล่าหรอกเพคะองค์หญิงเดินระวังหน่อยนะเพคะ” สุดท้ายคนที่อวดดีไม่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยก็เป็นนางที่ต้องรับกรรมนี้ไปสินะนางอายุเท่าไหร่เองจะย่อท้อไม่ได้ ในเมื่อสัญญากับองค์หญิงน้อยไว้แล้วนางก็ต้องทำให้ได้สิเมื่อเด็กน้อยเห็นว่านางคือความหวัง นางจึงจูงมือขององค์หญิงขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อถึงกลางทางก็หยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปอย่างไม่เร่งร้อนนักสาบานว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status