Masukหลังฮ่องเต้มู่หรงตรัสเกริ่นเข้าเรื่องให้ผู้คนในงานคาดเดากันไปได้พักใหญ่ ก็ทรงมีพระดำรัสเอ่ยต่อไป
“คุณหนูสามหานจินเยว่รูปโฉมงดงาม มากความสามารถ บัดนี้ถึงวัยเหมาะสมออกเรือนได้แล้ว”
“ข้าในฐานะพี่เขยนางจึงอยากแบ่งเบาความกังวลใจของกุ้ยเฟย ให้น้องสาวนางที่ข้าเองก็รักเอ็นดูดั่งเช่นน้องสาวแท้ๆผู้หนึ่งได้สร้างครอบครัว ลงหลักปักฐานกับบุรุษที่น่าเชื่อถือไว้วางใจได้”
“เอาล่ะ เยว่เอ๋อในงานวันนี้เจ้ามีบุรุษใดที่ถูกตาพึงใจบ้างหรือไม่ บอกพี่เขยของเจ้าให้รู้ทีเถอะ แล้วข้าจะจัดการเป็นพ่อสื่อให้สักครั้ง” ฮ่องเต้มู่หรงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มใจดี
จินเยว่หันไปมองฮ่องเต้และหานกุ้ยเฟยพี่สาวตนซึ่งพยักหน้าส่งสัญญาณมาให้นางเลือกบุรุษที่พึงใจ ที่รู้แน่อยู่แล้วว่าเป็นผู้ใด ก่อนจะหันไปทางพ่อแม่ของนางที่นั่งโต๊ะถัดไป
เสนาบดีหานกับหานฮูหยินมองมาที่จินเยว่ด้วยสีหน้ารักใคร่เอ็นดู พร้อมตามใจบุตรสาวทุกอย่าง ก่อนที่จินเยว่จะหันไปมองทางจื่อหาน จวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่อยู่เยื้องออกไปในฝั่งตรงข้าม
เขาจ้องมองมาที่นางตาเขม็ง ด้วยสายตาประหนึ่งกระบี่อันแหลมคมพร้อมจะฟาดฟันนาง หากกล้าเอ่ยชื่อเขาขึ้นมาท่ามกลางงานเลี้ยงในครั้งนี้
จินเยว่กลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่งอย่างยากเย็นเมื่อเห็นแววตาหมายหัว มุ่งร้ายต่อนางเช่นนั้น
“ว่าอย่างไรเล่าเยว่เอ๋อ เจ้าเอ่ยออกมาเถอะว่าพึงใจบุรุษใดในที่นี้” ฮ่องเต้มู่หรงทรงตรัสถามนางอีกครั้ง จินเยว่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากออกไป
“ไม่มีเพคะ หม่อมฉันไม่คิดพึงใจบุรุษใดในที่นี้เลย”
คำตอบของจินเยว่ทำให้เกิดเสียงซุบซิบขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ครอบครัวนางต่างก็ยกคิ้วแปลกใจไปตามๆกัน
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนจินเยว่ยังมาร้องไห้คร่ำครวญขอให้หานกุ้ยเฟยช่วยให้นางสมหวังกับจวิ้นอ๋องอยู่เลย ตอนนี้ฝ่าบาททรงเปิดทางให้นางแล้วด้วยซ้ำ เหตุใดนางกลับไม่ฉวยคว้าโอกาสนี้เอาไว้เล่า
ต่อให้ทุกคนต่างรู้ดีว่าจวิ้นอ๋องไม่ได้รักใคร่ชอบพอในตัวนาง แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธพระบัญชาของฮ่องเต้เสด็จพี่ของเขามาก่อน ดังนั้นจินเยว่ย่อมต้องสมหวังได้สมรสกับท่านอ๋องแน่
ขณะที่จวิ้นอ๋องได้ฟังคำตอบของจินเยว่แล้ว ทำเพียงยกมุมปากและจ้องมองไปที่นางด้วยสายตาดุขรึม
ดูสีหน้าแววตาท่านอ๋องหนุ่มเหมือนยังคงโกรธขึ้งแต่สหายอย่างป๋อเหรินรู้ดีว่าเขาค่อนข้างพอใจในคำตอบของแม่นางน้อย ซึ่งลดทอนอารมณ์คุกรุ่นลงไปได้เสี้ยวหนึ่ง
“เยว่เอ๋อ เจ้าแน่ใจรึว่ามิมีบุรุษใดที่เจ้าพึงพอใจอยู่ณ.ที่นี้แม้นแต่คนเดียว” ฮ่องเต้มู่หรงตรัสถามย้ำน้องสาวสนมรักอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปทางจื่อหานพระอนุชาแวบหนึ่ง
‘อืม สีหน้าแววตาท่าทางราวกับจะแล่เนื้อเถือหนังผู้อื่นเช่นนั้น ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงจริงๆนั่นแหละ’ ฮ่องเต้มู่หรงทรงคิดในใจเมื่อเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของพระอนุชาจ้องมองไปยังจินเยว่
“ฝ่าบาทเพคะ เห็นทีเยว่เอ๋อคงกลัวจวิ้นอ๋องไม่น้อยเลยจึงไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดออกมา”
หานกุ้ยเฟยที่เห็นสีหน้าท่าทางของจื่อหานที่จ้องมองน้องสาวนางเช่นนั้นจึงขอความช่วยเหลือจากฮ่องเต้มู่หรงอีกแรง
‘ถึงอย่างไร พี่สาวเช่นนางต้องหาหนทางให้น้องสาวสมหวังในความรักจนได้นั่นแหละ’ หานกุ้ยเฟยทรงคิดในใจ ขณะที่จินเยว่ผู้เป็นน้องสาวทำสีหน้าท่าทางลำบากใจ
“เอาล่ะ เราเข้าใจแล้วเยว่เอ๋อ เจ้าเป็นสตรีย่อมต้องสำรวมกิริยาท่าที เช่นนั้นเราจะเป็นผู้เลือกบุรุษที่เหมาะสมให้แก่เจ้าเองแล้วกัน” ฮ่องเต้มู่หรงทรงตัดสินพระทัย
‘จวิ้นอ๋องพระอนุชาของเขาถึงวัยอันควรแก่การสมรสได้แล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะมองสตรีนางใด หรือรับสนมนางในเข้าตำหนักมาก่อน ทำให้ตัวเขากับเสด็จแม่ห่วงกังวลไม่น้อย’
‘จินเยว่น้องสาวกุ้ยเฟย สนมเอกของเขารักใคร่ชอบพอพระอนุชามานาน อีกทั้งยังเป็นบุตรีขุนนางใหญ่ มีความรู้ความสามารถ นับว่าเพียบพร้อมเหมาะสม’
‘แม้นฮองเฮาของเขา ตู้หนิงเหอบุตรีเสนาบดีกรมคลังจะคิดหมายให้น้องสาวของตนตู้เมิ่งเหยาได้ครองคู่กับจื่อหานเช่นกัน แต่ด้วยอำนาจในมือของสกุลตู้เวลานี้ไม่ควรส่งเสริมให้เพิ่มพูนทบทวีขึ้นอีก’
‘ดังนั้นเพื่อจะคานอำนาจของเสนาบดีกลาโหมบิดาของฮองเฮาเอาไว้ การจับคู่พระอนุชากับหานจินเยว่น้องสาวพระสนมเอกเหมาะสมที่สุดแล้ว’ ฮ่องเต้มู่หรงทรงคิดตรึกตรอง
“เยว่เอ๋อเป็นอย่างไรบ้าง ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ” จื่อหานเข้ามานั่งข้างกายภรรยาที่ยามนี้นั่งพิงหัวเตียงมีสีหน้าท่าทางอ่อนล้าไม่น้อย“ลูกของเราน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนักเพคะ” จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ก่อนหันไปมองทางญาติพี่น้อง สหายครอบครัวใหญ่ซึ่งมองมาที่นางด้วยสีหน้าท่าทางยินดีจากนั้นก็หันไปชื่นชมฝาแฝดตัวน้อยชายหญิงที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาเป็นหงส์มังกรคู่โชคดีสองชั้น“หลานข้าหน้าตาน่าเอ็นดูยิ่งนัก” เสนาบดีหานเอ่ยน้ำตาซึม“นั่นสิน่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้ไท่จื่อพระโอรสของฮองเฮากับฝ่าบาทเลยเพคะ”หานฮูหยินเอ่ยเสริมขึ้นอีกคน“หน้าตาเช่นนี้เป็นบุตรจวิ้นอ๋องกับพระชายาไม่ผิดแน่”“ปากนิดจมูกหน่อย จิ้มลิ้มน่าเอ็นดูนัก โตขึ้นมาต้องรูปโฉมงดงามไม่แพ้มารดากับบิดา” จื่อหยางกล่าว“นั่นสิหล่อเหลาและงดงามได้พ่อได้แม่มาจริงๆ” ป๋อเหรินเสริม“น่ายินดีนัก ยามนี้ข้าก็มีหลานชายหลานสาวด้วยกันถึงสามคนแล้ว มีความสุขจริงๆ ขอบใจมากนะฮองเฮา ขอบใจมากนะพระชายา” ซ่งไท
เพียงไม่นานหมอหลวงก็มาถึงพร้อมจับชีพจรจินเยว่โดยไม่รอช้า หมอหลวงนั่งนิ่งพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก็เผยรอยยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย“ว่าอย่างไรหมอหลวงถัง ครรภ์ของพระชายาข้าเป็นเช่นไร”จื่อหานถาม หลังหมอหลวงถังตรวจชีพจรให้จินเยว่เสร็จแล้ว“ยินดีกับจวิ้นอ๋องและพระชายาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาทรงครรภ์มีซื่อจื่อหรือท่านหญิงน้อยถึงสองคนด้วยกัน” หมอหลวงถังกล่าวเรียกรอยยิ้มยินดีบนสีหน้าทุกคน โดยเฉพาะจวิ้นอ๋อง“จริงรึ น่ายินดียิ่งนัก น่ายินดีจริงๆ”จื่อหานเอ่ย ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มมีความสุขไม่ต่างกับหานฮองเฮา ฮ่องเต้มู่หรงในขณะที่จินเยว่เหงื่อตกเมื่อรู้ว่าตนเองได้ลูกแฝด‘ยุคโบราณลูกแฝดเช่นนี้ จะคลอดยากหรือไม่ จะอันตรายไหมนะ’ จินเยว่คิดกังวลสีหน้าซีดเซียวลง“เยว่เอ๋อ เป็นอะไรไปน่ะ”หานฮองเฮาเห็นสีหน้าซีดเผือดของน้องสาวจึงถามด้วยความห่วงใย“พี่หญิง..มีลูกแฝดเช่นนี้จะคลอดยากหรือไม่เจ้าคะ ลูกของข้าจะปลอดภัยใช่ไหม”จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสี
“ยินดีกับท่านอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาตั้งครรภ์ได้ราวเดือนกว่าแล้ว” หมอหลวงรายงานพร้อมแสดงความยินดี‘พอดีเป๊ะเว่อร์’ จินเยว่คิด ก่อนจะทอดถอนใจยาวออกมาอีกครั้ง“เยว่เอ๋อ ดียิ่งนักเรามีเจ้าตัวน้อยด้วยกันแล้ว อายุไล่เลี่ยกับบุตรของเสด็จพี่ ต่อไปจะได้เติบโตเป็นเพื่อนเล่นกันได้อย่างไรล่ะ” จื่อหานดีใจตรงเข้ามาโอบกอดร่างแบบบางของพระชายาไว้“ฮึ เจ้าค่ะ” จินเยว่เอ่ยสั้นๆ“เยว่เอ๋อเป็นอะไรไป เจ้าไม่ดีใจงั้นหรือ” จื่อหานเห็นท่าทีนิ่งเฉยของพระชายารักจึงเอ่ยถามออกไป“จื่อหาน ท่านเนี่ย เมื่อก่อนรังเกียจข้ามาก ไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากพบเจอได้ยินเสียงกันด้วยซ้ำ ผ่านไปไม่ถึงปีเหตุใดท่านจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า” จินเยว่ถามออกมาอย่างเหลืออด“ข้าเป็นเช่นใดงั้นหรือ” จื่อหานถามย้อนกลับไปตาใส“ก็กลายเป็นบุรุษหน้าด้านไร้ยางอาย เจ้าแผนการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองข้า ทั้งยังทำให้ข้าตั้งครรภ์บุตรของท่านในคืนเดียว รวดเร็วเกินไปไหม”“ใจเย็นก่อนสิเยว่เ
ตู้ฮองเฮาได้รับพระราชทานสุราพิษ ส่วนสกุลตู้ถูกสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรรวมทั้งรั่วเหรินด้วยเสิ่นเจียอีมารดารั่วเหรินเมื่อรู้ข่าวก็รับไม่ไหวหมดสติขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งจินเยว่คาดเดาว่านางน่าจะเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้วจึงได้เกิดเหตุน่าสลดเช่นนี้ตระกูลตู้ถูกกวาดล้างภายในชั่วเวลาเพียงหนึ่งเดือน เนื่องจากฮ่องเต้และจวิ้นอ๋องทยอยชะล้างกำจัดคนเลวมานานแล้ว เหลือเพียงตัวหลักๆที่เนื้อหนังหนาเก็บเอาไว้ประหารต่อหน้าชาวเมืองเพียงไม่กี่คนหลังจากเสร็จเรื่องกวาดล้างขุนนางชั่ว ก็มาถึงเรื่องมงคลเมื่อจวิ้นอ๋องขอเร่งเวลางานสมรสให้เร็วขึ้นจากที่เหลือเวลาสามเดือนเป็นเดือนหน้า“เหตุใดท่านจึงต้องเร่งรีบถึงเพียงนั้นเล่าเจ้าคะ ข้ายังไม่อยากรีบแต่งเสียหน่อย” จินเยว่ถามจื่อหานซึ่งหลังเสร็จเรื่องสกุลตู้กับเหล่าขุนนางชั่วก็ดูจะว่างงานขึ้นเยอะ วันนี้เลยตามมาเฝ้านางที่เรือนหลิงฮวา“จะให้ข้าไม่เร่งรีบได้อย่างไรกัน ไม่แน่ว่าในท้องเจ้ายามนี้อาจจะมีเชื้อสายราชวงศ์ตัวน้อยอยู่ในนั้นแล้วก็ได้” จื่อหานเอ่ยออกมาตามตรง“ทะท่าน นี่ท่านน..” จินเ
จินเยว่นอนหลับใหลร่างกายเหนื่อยล้าอยู่บนเตียงกว้างจนถึงปลายยามเฉิน(07:00 – 09:00) จื่อหานไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวนนางด้วยรู้ดีว่าเขาเคี่ยวกรำจินเยว่หนักหน่วงเพียงใดทั้งยังส่งให้คนไปนำตัวถงเหยาสาวใช้คนสนิทจากจวนเสนาบดีตู้มารอรับใช้พระชายาอย่างรู้ใจ“โอยย..ปวดเมื่อยไปหมดอย่างกับถูกรถบรรทุกทับมางั้นแหละ”จินเยว่ตื่นขึ้นมาพร้อมร่างกายเมื่อยล้าหนักอึ้ง เพราะฝีมือคู่หมั้นตัวดีที่กลายเป็นสามีเพียงชั่วข้ามคืน“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ถงเหยาที่นั่งเฝ้าผู้เป็นนายอยู่เอ่ยด้วยสีหน้ายินดี“เหยาเหยา เป็นเจ้าเองหรือช่างดียิ่งนัก” จินเยว่เอ่ยอย่างพอใจ“คุณหนู ท่านอ๋องให้คนไปรับตัวข้ามาปรนนิบัติดูแลท่านเจ้าค่ะ”“ดี..นับว่ายังรู้จักเอาอกเอาใจผู้อื่น” จินเยว่เอ่ย รู้สึกหมั่นไส้จื่อหานไม่น้อย“คุณหนูข้าเตรียมน้ำให้ท่านอาบแช่ตัวไว้แล้ว คุณหนูไปแช่ตัวให้ผ่อนคลายเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”“ดีเหมือนกัน ได้แช่น้ำอุ่นๆจะได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้า เจ้าเอาน้ำมันหอมของข้าติดต
จื่อหานถาโถมลงไปจุมพิตร่างบาง พร้อมฝ่ามือร้อนหนาที่ลูบไล้คลึงเคล้นไปทั่วกายสาว เสียงลมหายใจหอบกระชั้นกับทุกสัมผัสที่มอบให้กันอย่างเร่าร้อนทำให้จินเยว่แทบหลอมละลายลงไปตรงนั้นเสียงบทเพลงพิณแว่วหวานถูกบรรเลงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงร้องอย่างสุขสม ร่างงามของจินเยว่ยามนี้มีรอยจ้ำสีชมพูอมแดงขึ้นอยู่เต็มไปหมดจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างใดๆ‘โอย..แทบสำลักความสุขตายอยู่แล้ว สามีนางช่างอึดถึกทนยิ่งนัก อีกทั้งยังมีพละกำลังล้นเหลือไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจริงๆ’จินเยว่คิดได้เพียงนั้นก็ถูกจื่อหานกลืนกินไปอีกรอบกว่าบทเพลงพิณเร่าร้อนจะสิ้นสุดลงได้ก็ผ่านไปกว่าครึ่งค่อนคืนแล้ว สองหนุ่มสาวหลับใหลอิงแอบแนบซบอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างเหนื่อยล้ายามเหม่า(05:00 – 07:00) จินเยว่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยล้าแต่สุขสมอิ่มเอมใจยิ่งนัก นางลืมตามองเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างออกไปเพียงคืบส่วนร่างกายกำยำสมส่วนก็แนบชิด โอบกอดร่างบางของนางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย จินเยว่ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาราวสวรรค์
รั่วเหรินตามติดจินเยว่เข้าไปในสถานศึกษา พร้อมคอยสอดส่อง ชะเง้อคอมองหาเผื่อจะได้พบเจอบุรุษที่นางหมายปองไปด้วย“พี่จื่อหยางข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” จิ่นเยว่ทักทายญาติผู้พี่“เยว่เอ๋อมาแล้วเหรอ ข้าสอนลูกศิษย์เสร็จพอดี เราไปพูดคุยธุระกันเถอะ อ้าวแล้วนั่น..เหตุใดนางจึงมากับเจ้
จินเยว่มาเข้าเฝ้าพระสนมกุ้ยเฟยพี่สาวของนางที่ตำหนักในพร้อมนำสินค้าใหม่จากกิจการร้านค้าครอบครัวนำมาถวายแก่นางด้วย“เยว่เอ๋อ สินค้าเหล่านี้เจ้าเป็นคนทำเองงั้นหรือ” หานกุ้ยเฟยถามน้องสาวด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจและตื่นเต้นกับสินค้าใหม่มากมายที่จินเยว่นำมาให้“ใช่เจ้าค่
หานฮูหยินมองรายการสินค้าใหม่ แผนการเสนอสินค้า การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง รวมทั้งวิธีบริหารจัดการร้านค้าที่บุตรีบันทึกและนำมาให้อย่างตกตะลึง“เยว่เอ๋อ เจ้ามีความสามารถมากเพียงนี้เลยรึ เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถจับจุดเด่นและข้อด้อยของแต่ละกิจการ เขียนชี้แนะได้อย่างละเอียดชัดเจน ทั้งยังเห
หลังเปิดเผยกลุ่มศัตรูคู่อาฆาตของจินเยว่ให้สาวใช้คนสนิทได้รับทราบเอาไว้เพื่อช่วยกันระแวดระวังภัยแล้ว จินเยว่ก็ขอติดตามหานฮูหยิน มารดานางในชาตินี้ไปดูการบริหารกิจการร้านค้าต่างๆด้วย“เยว่เอ๋อ ปกติเจ้าไม่เห็นจะสนใจกิจการค้าขายของเราเลย วันนี้นึกอะไรจึงติดตามแม่มาดูงานได้เล่า” หานฮ







