INICIAR SESIÓN“ก่อนหน้านี้ข้าหูตามืดบอดไปเองที่เห็นบุรุษน่ากลัว ร้ายกาจเช่นจวิ้นอ๋องหล่อเหลาน่าชื่นชม ถึงขั้นคิดแต่งงานเป็นพระชายาเขา เฮ้อ...ช่างไร้สาระสิ้นดี” จินเยว่เอ่ยกับสาวใช้คนสนิท
Ver másณ.งานเลี้ยงวันพระราชสมภพของหานกุ้ยเฟย พระสนมเอกแห่งฮ่องเต้ฉินมู่หรง ผู้คนมากมายต่างมาร่วมงานฉลองอวยพรวันเกิดให้แก่สตรีที่ผู้คนต่างรู้ดีว่าเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทมากเพียงไร
รวมทั้งครอบครัวหานกุ้ยเฟยซึ่งบิดาเป็นเสนาบดีกรมคลังนามว่าหานตงจื่อ มารดาพระสนมนามว่ากู้ไห่ถังบุตรีพ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่งร่ำรวยแห่งเมืองหลวงและน้องสาวของนางหานจินเยว่มาร่วมงานด้วย
“ขอบใจพวกท่านทุกคนมากที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองอวยพรวันเกิดให้แก่กุ้ยเฟยของเรา” ฮ่องเต้มู่หรงทรงเกริ่นขึ้น
“วันนี้เป็นวันดี วันมงคลที่หานกุ้ยเฟยมีความสุขมากที่สุดวันหนึ่ง และเป็นวันที่นางร้องขอให้เราสร้างเรื่องมงคลชั้นที่สองให้แก่น้องสาวของนางหานจินเยว่ด้วย”
หลังฮ่องเต้มู่หรงตรัสจบก็มีเสียงผู้คนพูดคุยกันไปมา คิดคาดเดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องการจับคู่สมรสให้แก่บุตรีคนรองของเสนาบดีหานเป็นแน่
“อาหาน เห็นทีแม่นางน้อยจินเยว่นั่นต้องขอร้องพระสนมกุ้ยเฟยพี่สาว ช่วยให้นางสมหวังในความรักแล้วกระมัง”
เฉินป๋อเหรินหรือเฉินซื่อจื่อ บุตรชายแม่ทัพใหญ่รักษาเมืองหลวงหรือเฉินหนานโหวที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ กล่าวกับสหายซึ่งเป็นพระอนุชาคนที่สองของฮ่องเต้มู่หรง
มีบรรดาศักดิ์เป็นจวิ้นอ๋อง นามฉินจื่อหาน องค์ชายองค์ที่สามแห่งราชวงศ์ฉินซึ่งเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มากความสามารถทั้งด้านบุ๋นและบู๊
ที่สำคัญยังไม่เคยรับสนมนางในหรือมีสตรีใดมาใกล้ชิดเกี่ยวข้องด้วยมาก่อน ทำให้จวิ้นอ๋องหนุ่มเป็นที่หมายปองของสตรีมากมายในเมืองหลวง รวมทั้งหานจินเยว่น้องสาวของหานกุ้ยเฟยด้วย
จินเยว่หลงรักจวิ้นอ๋องหนุ่มมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่พี่สาวของนางหานชิงหยูยังไม่ได้เข้าวังเป็นพระสนมของฝ่าบาท
เนื่องจากจินเยว่เคยมีโอกาสพบจวิ้นอ๋องที่สถานศึกษาเฉินจื่อของสกุลโจว ตระกูลฝั่งน้าเขยของนางที่มีตำแหน่งเป็นราชครูของฮ่องเต้และตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์
ยามนั้นจินเยว่กับพี่สาวของนางศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาเฉินจื่อด้วยกัน ส่วนจวิ้นอ๋องเป็นสหายของลูกพี่ลูกน้องนางนามโจวจื่อหยาง ญาติผู้พี่ซึ่งสืบทอดสถานศึกษาแห่งนี้ต่อจากน้าเขยของนาง
จินเยว่ตกหลุมรักในรูปโฉมและท่วงท่าอันสง่าผ่าเผยของจวิ้นอ๋องทันทีที่ได้พบเจอกันครั้งแรก นางพยายามเสาะหาโอกาสทำทุกทางเพื่อให้ได้เข้าเฝ้าท่านอ๋องหนุ่ม
ไม่ว่าจะพยายามติดตามญาติผู้พี่เพื่อไปพบกับเขา หรืออาศัยข่าวจากจื่อหยางว่าจวิ้นอ๋องหนุ่มจะเสด็จไปที่ใดบ้าง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเขา
จนผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าคุณหนูสามสกุลหานรักใคร่ชอบพอจวิ้นอ๋องหนุ่มมากเพียงใด
แต่จวิ้นอ๋องกลับไม่ใส่ใจที่จะเหลียวมองดูนางเลยสักครั้ง ยิ่งจินเยว่พยายามเข้าใกล้ เอาตัวเข้าหาเขาก็ดูจะยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจในตัวนางมากขึ้นเท่านั้น
“นางอยากหาคู่แล้วเกี่ยวอันใดกับข้า” จื่อหานหรือจวิ้นอ๋องเอ่ยกับเฉินซื่อจื่อสหายสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าเรียบเฉย
“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรกัน เจ้าไม่คิดว่าเสด็จพี่ของเจ้าจะทรงช่วยเหลือตามคำร้องขอของสนมรัก จับคู่ให้เจ้ากับนางหรืออย่างไรเล่า”
“ผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าคุณหนูสามสกุลหานหมายปองในตัวเจ้ามานานเพียงใดแล้ว อาหยางก็เคยบอกเจ้าแล้วนี่”
เฉินซื่อจื่อตอบกลับไปโดยเอ่ยอ้างถึงโจวจื่อหยางสหายบัณฑิตของพวกเขา ญาติผู้พี่ของจินเยว่
“แล้วอย่างไรล่ะ ข้าบอกไปชัดเจนแล้วว่าข้าไม่ชอบสตรีน่ารำคาญเช่นคุณหนูสามหานนั่น อาหยางเองก็มิได้เซ้าซี้หรือเอ่ยอะไรอีก”
“มีแต่เจ้านั่นแหละป๋อเหริน พูดมากอยู่ได้” จื่อหานเอ่ยอย่างไม่ใคร่พอใจนัก เพราะในใจลึกๆแล้วคิดไม่ต่างจากการคาดเดาของสหาย ซึ่งแน่ใจว่าฮ่องเต้มู่หรงเสด็จพี่ต้องจับคู่ให้เขากับจินเยว่แน่
“เจ้ามาทำดุดันใส่ข้าเช่นนี้ย่อมไม่มีประโยชน์อะไร ข้าว่ายามนี้เจ้าควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์เบื้องหน้าก่อนเถอะ”
“หากฝ่าบาททรงคิดจับคู่เจ้ากับคุณหนูสามหานจริง เจ้าจะทำอย่างไร” ป๋อเหรินถามกลับไป
“ฮึ ก็ให้รู้ไปสิว่าข้าจะปฏิเสธนางไม่ได้” จื่อหานเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สีหน้าแววตาดูดุดันยิ่งนักขณะจ้องมองไปยังหานจินเยว่ สตรีน่ารำคาญที่คอยตามตื๊อตอแยเขาตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้
“เยว่เอ๋อเป็นอย่างไรบ้าง ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ” จื่อหานเข้ามานั่งข้างกายภรรยาที่ยามนี้นั่งพิงหัวเตียงมีสีหน้าท่าทางอ่อนล้าไม่น้อย“ลูกของเราน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนักเพคะ” จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ก่อนหันไปมองทางญาติพี่น้อง สหายครอบครัวใหญ่ซึ่งมองมาที่นางด้วยสีหน้าท่าทางยินดีจากนั้นก็หันไปชื่นชมฝาแฝดตัวน้อยชายหญิงที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาเป็นหงส์มังกรคู่โชคดีสองชั้น“หลานข้าหน้าตาน่าเอ็นดูยิ่งนัก” เสนาบดีหานเอ่ยน้ำตาซึม“นั่นสิน่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้ไท่จื่อพระโอรสของฮองเฮากับฝ่าบาทเลยเพคะ”หานฮูหยินเอ่ยเสริมขึ้นอีกคน“หน้าตาเช่นนี้เป็นบุตรจวิ้นอ๋องกับพระชายาไม่ผิดแน่”“ปากนิดจมูกหน่อย จิ้มลิ้มน่าเอ็นดูนัก โตขึ้นมาต้องรูปโฉมงดงามไม่แพ้มารดากับบิดา” จื่อหยางกล่าว“นั่นสิหล่อเหลาและงดงามได้พ่อได้แม่มาจริงๆ” ป๋อเหรินเสริม“น่ายินดีนัก ยามนี้ข้าก็มีหลานชายหลานสาวด้วยกันถึงสามคนแล้ว มีความสุขจริงๆ ขอบใจมากนะฮองเฮา ขอบใจมากนะพระชายา” ซ่งไท
เพียงไม่นานหมอหลวงก็มาถึงพร้อมจับชีพจรจินเยว่โดยไม่รอช้า หมอหลวงนั่งนิ่งพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก็เผยรอยยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย“ว่าอย่างไรหมอหลวงถัง ครรภ์ของพระชายาข้าเป็นเช่นไร”จื่อหานถาม หลังหมอหลวงถังตรวจชีพจรให้จินเยว่เสร็จแล้ว“ยินดีกับจวิ้นอ๋องและพระชายาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาทรงครรภ์มีซื่อจื่อหรือท่านหญิงน้อยถึงสองคนด้วยกัน” หมอหลวงถังกล่าวเรียกรอยยิ้มยินดีบนสีหน้าทุกคน โดยเฉพาะจวิ้นอ๋อง“จริงรึ น่ายินดียิ่งนัก น่ายินดีจริงๆ”จื่อหานเอ่ย ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มมีความสุขไม่ต่างกับหานฮองเฮา ฮ่องเต้มู่หรงในขณะที่จินเยว่เหงื่อตกเมื่อรู้ว่าตนเองได้ลูกแฝด‘ยุคโบราณลูกแฝดเช่นนี้ จะคลอดยากหรือไม่ จะอันตรายไหมนะ’ จินเยว่คิดกังวลสีหน้าซีดเซียวลง“เยว่เอ๋อ เป็นอะไรไปน่ะ”หานฮองเฮาเห็นสีหน้าซีดเผือดของน้องสาวจึงถามด้วยความห่วงใย“พี่หญิง..มีลูกแฝดเช่นนี้จะคลอดยากหรือไม่เจ้าคะ ลูกของข้าจะปลอดภัยใช่ไหม”จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสี
“ยินดีกับท่านอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาตั้งครรภ์ได้ราวเดือนกว่าแล้ว” หมอหลวงรายงานพร้อมแสดงความยินดี‘พอดีเป๊ะเว่อร์’ จินเยว่คิด ก่อนจะทอดถอนใจยาวออกมาอีกครั้ง“เยว่เอ๋อ ดียิ่งนักเรามีเจ้าตัวน้อยด้วยกันแล้ว อายุไล่เลี่ยกับบุตรของเสด็จพี่ ต่อไปจะได้เติบโตเป็นเพื่อนเล่นกันได้อย่างไรล่ะ” จื่อหานดีใจตรงเข้ามาโอบกอดร่างแบบบางของพระชายาไว้“ฮึ เจ้าค่ะ” จินเยว่เอ่ยสั้นๆ“เยว่เอ๋อเป็นอะไรไป เจ้าไม่ดีใจงั้นหรือ” จื่อหานเห็นท่าทีนิ่งเฉยของพระชายารักจึงเอ่ยถามออกไป“จื่อหาน ท่านเนี่ย เมื่อก่อนรังเกียจข้ามาก ไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากพบเจอได้ยินเสียงกันด้วยซ้ำ ผ่านไปไม่ถึงปีเหตุใดท่านจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า” จินเยว่ถามออกมาอย่างเหลืออด“ข้าเป็นเช่นใดงั้นหรือ” จื่อหานถามย้อนกลับไปตาใส“ก็กลายเป็นบุรุษหน้าด้านไร้ยางอาย เจ้าแผนการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองข้า ทั้งยังทำให้ข้าตั้งครรภ์บุตรของท่านในคืนเดียว รวดเร็วเกินไปไหม”“ใจเย็นก่อนสิเยว่เ
ตู้ฮองเฮาได้รับพระราชทานสุราพิษ ส่วนสกุลตู้ถูกสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรรวมทั้งรั่วเหรินด้วยเสิ่นเจียอีมารดารั่วเหรินเมื่อรู้ข่าวก็รับไม่ไหวหมดสติขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งจินเยว่คาดเดาว่านางน่าจะเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้วจึงได้เกิดเหตุน่าสลดเช่นนี้ตระกูลตู้ถูกกวาดล้างภายในชั่วเวลาเพียงหนึ่งเดือน เนื่องจากฮ่องเต้และจวิ้นอ๋องทยอยชะล้างกำจัดคนเลวมานานแล้ว เหลือเพียงตัวหลักๆที่เนื้อหนังหนาเก็บเอาไว้ประหารต่อหน้าชาวเมืองเพียงไม่กี่คนหลังจากเสร็จเรื่องกวาดล้างขุนนางชั่ว ก็มาถึงเรื่องมงคลเมื่อจวิ้นอ๋องขอเร่งเวลางานสมรสให้เร็วขึ้นจากที่เหลือเวลาสามเดือนเป็นเดือนหน้า“เหตุใดท่านจึงต้องเร่งรีบถึงเพียงนั้นเล่าเจ้าคะ ข้ายังไม่อยากรีบแต่งเสียหน่อย” จินเยว่ถามจื่อหานซึ่งหลังเสร็จเรื่องสกุลตู้กับเหล่าขุนนางชั่วก็ดูจะว่างงานขึ้นเยอะ วันนี้เลยตามมาเฝ้านางที่เรือนหลิงฮวา“จะให้ข้าไม่เร่งรีบได้อย่างไรกัน ไม่แน่ว่าในท้องเจ้ายามนี้อาจจะมีเชื้อสายราชวงศ์ตัวน้อยอยู่ในนั้นแล้วก็ได้” จื่อหานเอ่ยออกมาตามตรง“ทะท่าน นี่ท่านน..” จินเ
“เยว่เอ๋อ เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับอีกงั้นหรือ” รั่วเหรินพยายามตั้งสติกับท่าทีแข็งกร้าวของจินเยว่ที่มีต่อนาง ก่อนจะโต้ตอบกลับมาอีกครั้ง“ข้าทำสิ่งใดผิด” จินเยว่ถามกลับไป ในขณะที่ชาวเมืองมามุงดูกันมากขึ้น“ก็..ก็เจ้าประกาศว่าจะไม่ข้องเก
รั่วเหรินตามติดจินเยว่เข้าไปในสถานศึกษา พร้อมคอยสอดส่อง ชะเง้อคอมองหาเผื่อจะได้พบเจอบุรุษที่นางหมายปองไปด้วย“พี่จื่อหยางข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” จิ่นเยว่ทักทายญาติผู้พี่“เยว่เอ๋อมาแล้วเหรอ ข้าสอนลูกศิษย์เสร็จพอดี เราไปพูดคุยธุระกันเถอะ อ้าวแล้วนั่น..เหตุใดนางจึงมากับเจ้
จินเยว่มาเข้าเฝ้าพระสนมกุ้ยเฟยพี่สาวของนางที่ตำหนักในพร้อมนำสินค้าใหม่จากกิจการร้านค้าครอบครัวนำมาถวายแก่นางด้วย“เยว่เอ๋อ สินค้าเหล่านี้เจ้าเป็นคนทำเองงั้นหรือ” หานกุ้ยเฟยถามน้องสาวด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจและตื่นเต้นกับสินค้าใหม่มากมายที่จินเยว่นำมาให้“ใช่เจ้าค่
หานฮูหยินมองรายการสินค้าใหม่ แผนการเสนอสินค้า การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง รวมทั้งวิธีบริหารจัดการร้านค้าที่บุตรีบันทึกและนำมาให้อย่างตกตะลึง“เยว่เอ๋อ เจ้ามีความสามารถมากเพียงนี้เลยรึ เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถจับจุดเด่นและข้อด้อยของแต่ละกิจการ เขียนชี้แนะได้อย่างละเอียดชัดเจน ทั้งยังเห


















reseñas