مشاركة

บทที่ 10

مؤلف: เอสเซนส์
การสืบสวนของศาลต้าหลี่เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้

ผลการตรวจเปรียบเทียบลายมือในหนังสือแจ้งการตายปรากฏออกมา
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
الفصل مغلق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 10

    การสืบสวนของศาลต้าหลี่เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้ ผลการตรวจเปรียบเทียบลายมือในหนังสือแจ้งการตายปรากฏออกมาแล้ว เอกสารทั้งสองฉบับนั้นเขียนขึ้นจากน้ำมือของบุคคลคนเดียวกันจริง ๆและบุคคลผู้นั้นก็คือรองแม่ทัพคนสนิทข้างกายของกู้หมิงหยวนแซ่หลินยามที่โจวเส้าชิงนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปจับรองแม่ทัพหลิน คนก็กลายเป็นศพไปเสียแล้วศพถูกพบในคูน้ำด้านหลังค่ายทหาร หมอชันสูตรบอกว่าจมน้ำตาย ทว่าบนลำคอกลับมีรอยเขียวช้ำตอนที่ข่าวมาถึงจวนตระกูลซู ข้ากำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่พอดีท่านพ่อหน้าดำคล้ำด้วยความโทสะ ก่อนตบเอกสารรายงานลงบนโต๊ะ"มันฆ่าปิดปากไปเสียแล้ว"ข้าวางตะเกียบในมือลง กวาดสายตาอ่านข้อความทั้งหมดเที่ยวหนึ่ง"ฆ่าปิดปากไปได้คนหนึ่ง ทว่ายังเหลืออีกคนหนึ่งเจ้าค่ะ""ผู้ใดกัน?""เสิ่นซื่อเจ้าค่ะ"ท่านพ่อขมวดคิ้วมุ่น"เสิ่นซื่อเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด นางจะยอมมาเป็นพยานให้เจ้าได้อย่างไร?""นางไม่มีวันยอมมาเป็นพยานให้ข้าหรอกเจ้าค่ะ ทว่านางจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด""ในเมื่อรองแม่ทัพหลินยังต้องตาย รายต่อไปที่จะถูกฆ่าปิดปากย่อมต้องเป็นนาง เรื่องนี้ในใจของนางย่อมตระหนักดีกว่าผู้ใด"ข้าลุกขึ้นยืน แล

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 9

    หลังจากข่าวเรื่องหนังสือหย่าภรรยาแพร่ออกไป ทั้งเมืองหลวงก็แตกตื่นกันหมด ท่านชายสามแห่งจวนแม่ทัพหย่าขาดจากภรรยา บุตรสาวของเสนาบดีกรมกลาโหมถูกขับไสไล่ส่งออกจากตระกูล เรื่องราวฉาวโฉ่เช่นนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยใด ย่อมกลายเป็นเรื่องซุบซิบอันดับหนึ่งเสมอข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วทุกตรอกซอกซอยภายในสามวัน บ้างก็บอกว่าข้าเป็นสตรีขี้หึงหวงจนเป็นสันดาน ใจแคบไม่ยอมให้สามีรับพี่สะใภ้เพื่อสืบทอดทายาทให้แก่พี่ชายที่พลีชีพในสงครามบ้างก็บอกว่าข้าอาศัยบารมีของตระกูลฝ่ายมารดาเข้าข่มเหงรังแกตระกูลกู้ จนในที่สุดโดนย้อนกลับมาเล่นงาน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกที่แต่งเรื่องราวเสียจนเป็นตุเป็นตะ หาว่าข้ากับท่านพ่อร่วมมือกันปลอมแปลงหลักฐาน เพื่อหวังจะใส่ร้ายป้ายสีขุนนางผู้ภักดีข้านั่งอาบแดดอยู่ในลานจวนตระกูลซู แล้วนั่งฟังจิ่นซูอ่านข้อความเหล่านั้นให้ฟังทีละข้อ ๆ"ฮูหยินเจ้าคะ ข่าวที่ข้างนอกพูดกันพวกนี้…” "อ่านจบแล้วหรือ?""ยังเหลืออีกข้อหนึ่งเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าเหตุที่ท่านถูกหย่าขาดเป็นเพราะ"นางชะงักคำพูดไปชั่วครู่ ใบหน้าแดงก่ำ "เป็นเพราะเหตุใดเล่า?""เพราะท่านไร้ความสามารถในการสืบทอดทายาทเจ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 8

    กู้หมิงหยวนไม่ได้มาทว่าสิ่งที่มาถึงกลับเป็นหนังสือฟ้องร้องฉบับหนึ่งในช่วงสายของวันที่สาม เจ้าหน้าที่จากศาลต้าหลี่ได้เดินทางมาเยือนถึงประตูจวนสกุลซู แล้วยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กู้หมิงหยวนได้ยื่นหนังสือหย่าภรรยาต่อศาลต้าหลี่อย่างเป็นทางการ โดยอ้างเหตุผลว่า “ภรรยาทำตัวเนรคุณไม่กตัญญู ทั้งยังสมคบคิดกับคนนอกเพื่อปรักปรำใส่ร้ายป้ายสีวงศ์ตระกูล”หลังจากที่ท่านพ่ออ่านเอกสารนั้นจนจบ ก็โทสะจนถึงขั้นขว้างถ้วยชาลงบนพื้น"มันนั่นแหละที่เป็นคนกล่าวหาเราอย่างไม่เป็นธรรม!"ข้ารับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบ เขียนได้แนบเนียนมาก ทุกข้อกล่าวหาล้วนยกหลักคำสอนและตำรามาอ้างอิง ข้อแรกปรักปรำว่าข้าเป็นสตรีขี้อิจฉาริษยา ละเลยหน้าที่ปฏิเสธการควบแต่งสามเรือนก่อนข้อต่อมากล่าวหาว่าข้าไร้ความกตัญญู บังอาจขัดขืนล่วงเกินเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลในภายหลังและยังกล่าวหาว่าข้าสมคบคิดกับตระกูลฝ่ายมารดา แต่งเรื่องลวงโลกเกี่ยวกับหนังสือแจ้งการตายปลอม เพื่อหวังจะทำลายเกียรติยศและชื่อเสียงของวีรบุรุษผู้ล่วงลับทว่าข้อหาข้อสุดท้ายนั้นช่างเหี้ยมโหดที่สุด กล่าวหาว่าข้าแต่งเข้าตระกูลกู้มานานถึงสามปีทว่ากลับไร้ทายา

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 7

    ตอนที่เสิ่นซื่อก้าวเดินเข้ามา แผ่นยาบนใบหน้าของนางถูกลอกออกไปแล้วบาดแผลจากการเอาศีรษะชนเสาตรงมุมขมับเริ่มตกสะเก็ด แผลนั้นมิได้ลึกหรือตื้นจนเกินไป ดูราวกับผ่านการคำนวณกะเกณฑ์น้ำหนักมาเป็นอย่างดีก่อนจะโขกศีรษะลงไปนางสวมใส่ชุดตัวนอกสีเทาหม่น บนศีรษะปักเพียงปิ่นหยกขาวอันเดียว การแต่งกายช่างดูเรียบง่ายถึงขีดสุดเมื่อเข้ามาในห้อง นางก็ทำความเคารพท่านพ่อของข้าก่อนเป็นอันดับแรก"ใต้เท้าซู"ท่านพ่อไม่ได้เอ่ยปากเชิญให้นางนั่งลง"เจ้ามีสิ่งใดจะเอ่ย ก็จงรีบพูดให้จบแล้วไสหัวไปเสีย"เสิ่นซื่อไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง นางยืดตัวและหันสายตามาจับจ้องที่ข้า"น้องสะใภ้สาม ที่ข้ามาในวันนี้ เพราะอยากจะมาบอกความจริงกับเจ้า""เชิญพี่สะใภ้เอ่ยมาเถิด"นางหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ครู่หนึ่ง คล้ายกำลังไตร่ตรองเลือกถ้อยคำ"เรื่องการควบแต่งสามเรือนนั้น ล้วนเป็นความคิดของกู้หมิงหยวนเพียงผู้เดียว ทั้งข้าและหลิวซื่อต่างก็ถูกบีบบังคับด้วยกันทั้งสิ้น"ข้าไม่ได้เอ่ยปากตอบรับคำของนาง"เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าเหตุใดเขาจึงต้องคิดควบแต่งสามเรือน? ไม่ใช่เพื่อการสืบทอดทายาทอันใดหรอก แต่เป็นเพราะสินเดิมต่างหาก ทรัพย์สมบัติ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 6

    ตอนที่ข้าก้าวเท้าออกจากประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพ สายฝนก็หยุดตกพอดีในจังหวะที่ก้าวข้ามประตูจวนตระกูลซูเข้าไป ร่างกายของข้าก็อ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงไปทว่ามีมือของท่านพ่อที่ยื่นเข้ามาประคองข้าไว้ได้ทันท่วงที“เจ้ามีไข้หนักถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่พูดตั้งแต่แรก?” ท่านพ่อเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของข้า ฝ่ามืออันหยาบกร้านสัมผัสได้ถึงความร้อนจัดจนทำให้เขาต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ"เด็ก ๆ! รีบไปเชิญท่านหมอมาเดี๋ยวนี้!"ข้าถูกพยุงร่างเข้าไปยังเรือนพักหลังเล็กที่เคยอยู่อาศัยในอดีตสิ่งของเครื่องเรือนทุกชิ้นภายในห้องยังคงจัดวางไว้เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนจากยามก่อนที่ข้าจะแต่งงานออกไปกระทั่งบนโต๊ะอักษรยังคงมีสมุดคัดลายมือยามที่ข้าอายุสิบห้าปีวางทับไว้ โดยไม่มีผู้ใดมาหยิบจับย้ายที่เลยสักคนท่านหมอเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจชีพจรแล้ว สีหน้าของเขาก็ดูกังวลและเคร่งเครียดขึ้นมาทันที"ใต้เท้าซู คุณหนูใหญ่ร่างกายทรุดโทรมอิดโรยยิ่งนัก พิษไข้หนาวสั่นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายก็เรื่องหนึ่ง อีกทั้งโลหิตยังพร่องไปมาก รอยช้ำที่ข้อมือยังนับว่าเป็นแค่บาดแผลภายนอก ทว่าฝ่าเท้าข้างนี้..."ท่านหมอเปิดผ้าห่

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 5

    บุรุษผู้นั้นคือท่านพ่อของข้า ผู้นำตระกูลซู และเป็นถึงเสนาบดีกรมกลาโหมคนปัจจุบัน นามว่าซูเหิง"ด้วยโองการแห่งสวรรค์ จักรพรรดิมีพระราชโองการว่า"ขันทีประกาศราชโองการยืนอยู่กลางห้องโถง น้ำเสียงแหลมสูงแทงทะลุความเงียบงันทั่วทั้งห้อง "กู้หมิงหยวน บุตรชายคนที่สามแห่งตระกูลกู้ บังอาจคิดควบแต่งสามเรือน อ้างนามบังหน้าว่าเพื่อสืบทอดทายาท ทว่าเนื้อกลับหวังฮุบทรัพย์สินของวีรบุรุษผู้ล่วงลับ การกระทำดังกล่าวขัดต่อศีลธรรม จิตใจส่อเจตนาร้าย ให้ศาลต้าหลี่เข้าตรวจสอบทรัพย์สินตระกูลกู้โดยทันที และให้ข้อเสนอการควบแต่งสามเรือนนี้ถือเป็นโมฆะทั้งหมด""เหล่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลกู้ โทษฐานสมรู้ร่วมคิดและละเลยการกระทำผิด ให้งดเบี้ยหวัดเป็นเวลาสามปี และริบคืนบรรดาศักดิ์ที่เคยพระราชทานให้""จบราชโองการ"ขันทีหุบม้วนผ้าไหมราชโองการลง ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ คราหนึ่ง"พากันคุกเข่าบื้ออยู่ทำไมเล่า? น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณสิ"หัวเข่าของกู้หมิงหยวนคล้ายถูกคนถีบเข้าจากทางด้านหลัง ร่างทั้งร่างแข็งทื่อคุกเข่าอยู่บนพื้น เม็ดเหงื่อพุดไหลรินลงมาตามใบหน้าทีละหยด ๆใบหน้าของเสิ่นซื่อขาวซีดราวกับแผ่นกระดาษ ริมฝีปากสั่น

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 3

    จดหมายถูกส่งออกไปก่อนที่ฟ้าจะสางจิ่นซูปลอมตัวเป็นหญิงสูงวัยฝ่ายจัดซื้อ ปะปนไปกับกลุ่มบ่าวไพร่ที่กำลังเดินทางออกจากจวน ก่อนจะลอบยื่นจดหมายฉบับนั้นให้แก่บ่าวเก่าแก่ของตระกูลซูที่ร้านขายผ้าทางทิศตะวันออกของเมืองข้านั่งรออยู่ในห้องตลอดทั้งช่วงเช้า เพื่อคอยให้พ่อบ้านจ้าวจงส่งสมุดบัญชีมาให้ทว่าเขา ก

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 2

    "ฮูหยิน ใบรายการสินเดิมอยู่นี้เจ้าค่ะ"ตอนที่จิ่นซูประคองสมุดบัญชีปึกใหญ่กลับมา บนใบหน้าของนางแทบจะซ่อนความตื่นตระหนกเอาไว้ไม่มิดข้ารับมันมาเปิดดู สมุดปกแข็งเล่มหนาสามเล่มใหญ่ ทุกหน้าล้วนเป็นลายมือที่ท่านแม่ของข้าบรรจงคัดลอกไว้ด้วยตนเองในคราวนั้นร้านขายผ้าไหมหกคูหา ที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์แปดร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 4

    ในวันเคลื่อนศพออกไปฝัง สายฝนโปรยปรายลงมาโลงศพสองใบถูกแบกหามออกจากโถงพิธี เสิ่นซื่อประคองโลงศพ ส่วนหลิวซื่ออุ้มป้ายวิญญาณ ทั้งคู่ร่ำไห้ปานจะขาดใจชาวบ้านในตลาดพากันคุกเข่าลงเต็มสองฝั่งถนน กระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อนเต็มท้องฟ้ากู้หมิงหยวนเดินนำอยู่หน้าสุดของขบวน ธงขาวในมือของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยา

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ ข้าจะไม่แย่ง   บทที่ 1

    "น้องสะใภ้สาม เจ้ายังนั่งนิ่งอยู่ได้อย่างไร?"พี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลเสิ่นเอามือประคองเสา ที่หน้าผากมีรอยแผลแตกจนเลือดไหลซึม นัยน์ตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตากำลังจ้องเขม็งมาที่ข้าเลือดนั้นไหลรินผ่านแก้มขาวนวล หยดลงบนชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ ดูแล้วช่างน่าเวทนาสงสารยิ่งนักชาติก่อนตอนที่ข้าเห็นภาพนี้ ข้าโก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status