Masukแต่อธิปยังคงเป็นอธิป เขายืนมองทุกสิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยทระนงและความถือดี เขายังเชื่อมั่นว่านี่คือ "เกมเรียกร้องความสนใจ" ของผู้หญิงที่รักเขาจนโงหัวไม่ไม่ขึ้น
"อยากเล่นบทนางพญาผู้สูงส่งงั้นเหรอนิริน ได้ เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอรู้เองว่าการไม่มีฉันอยู่ข้างๆ มันจะทำให้เธอกระวนกระวายจนต้องคลานกลับมาหาฉันเอง" อธิปพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะ
เขาสะบัดความหงุดหงิดทิ้ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหามินตราทันที
"มินตรา วันนี้ว่างไหม ผมอยากให้คุณไปงานเปิดตัวแกลเลอรีกับผมหน่อย"
ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนปิดไม่มิด นี่สิ ผู้หญิงของเขาต้องเป็นแบบนี้ อธิปสั่งการต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดแต่แฝงความนัย
"แต่งตัวให้สวยที่สุดนะมินตรา ผมอยากให้คืนนี้เราเป็น 'ทอล์กออฟเดอะทาวน์' ที่สุด"
อธิปจงใจพามินตราไปในที่ที่เขารู้ดีว่านักข่าวสายสังคมหนาแน่น เขาจะแสดงอาการเอาอกเอาใจมินตราอย่างออกนอกหน้า คอยโอบเอว ประคองหลัง กระซิบกระซาบข้างหูต่อหน้าแสงแฟลชที่รัวใส่ไม่ยั้ง แล้วนิรินที่นั่งกดดูมือถืออยู่ในคอนโดจะต้องดิ้นพล่านด้วยความหึงหวงจนทนไม่ได้!
ในงานเปิดตัวแกลเลอรี อธิปยืนอย่างมั่นใจกลางแสงแฟลชที่สาดซัดเข้ามาไม่ขาดสาย เขารู้สึกถึงแรงเกาะกุมที่ต้นแขนจากมินตราที่จงใจเบียดตัวเข้าหาเขาจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียว ทุกครั้งที่ช่างภาพรัวชัตเตอร์ อธิปจะจงใจโน้มใบหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูมินตรา แสร้งทำเป็นหัวเราะอย่างมีความสุข ทั้งที่ในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
เขาไม่ได้มองมินตราเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขากำลังมองผ่านเลนส์กล้องออกไป มองไปยังใครอีกคนที่เขาเชื่อว่ากำลังนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย
"พี่อธิปคะ... มินตื่นเต้นจังเลยค่ะ คนมองเราเต็มไปหมดเลย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แววตาของเธอฉายประกายแห่งผู้ชนะที่ได้ออกงานเปิดตัวในฐานะ 'คนข้างกาย' อย่างเป็นทางการเสียที
"ก็ผมบอกแล้วไงว่าคืนนี้คุณต้องเด่นที่สุด" อธิปเอ่ยพลางใช้มือลูบไล้แผ่นหลังบางของมินตราอย่างจงใจ เขาเลือกพามินตรามางานนี้เพราะรู้ดีว่านิรินต้องเห็นข่าวแน่นอน สังคมไฮโซมันแคบ และเพื่อนฝูงของเธอก็ต้องส่งรูปพวกนี้ไปให้เธอ 'เบิ่งตาดู' อย่างไม่ต้องสงสัย
ชายหนุ่มจินตนาการภาพนิรินที่กำลังขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ภาพเธอที่แอบร้องไห้อยู่ในคอนโดหรูที่เพิ่งย้ายไป หรือแม้กระทั่งภาพเธอที่ทนไม่ไหวจนต้องโทรมาด่าทอเขาด้วยความหึงหวง ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่เขารอคอย เขาต้องการให้เธอเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอเขากลับมา เพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้กำหนดกติกาในสัญญาบ้าๆ นั่นใหม่ทั้งหมด
"พี่อธิป ทานแชมเปญหน่อยไหมคะ"
มินตรายื่นแก้วให้ พร้อมกับใช้สายตาอ้อนวอน หวังจะให้เขาดื่มจากแก้วเดียวกันเพื่อสร้างช็อตเด็ดให้นักข่าว อธิปรับแก้วมาจิบ พลางโอบไหล่มินตราเข้ามากระชับแน่นขึ้น
"ขอบใจนะมิน คุณนี่แสนดีจริงๆ ไม่เหมือน 'บางคน' ที่เอาแต่สร้างปัญหาและทำตัวน่ารำคาญ"
คำพูดนั้นจงใจพูดให้ดังพอที่นักข่าวสายกอสซิปแถวหน้าจะแอบได้ยิน มินตราลอบยิ้มสะใจ เธอขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ภาพที่ออกมาในกล้องจึงดูเหมือนคู่รักที่กำลังหลงใหลในกันและกันอย่างมาก จนโลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู
อธิปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คหน้าฟีดข่าวในโลกออนไลน์ เห็นรูปตัวเองกับมินตราขึ้นหราทุกสำนัก ยอดแชร์ถล่มทลาย คอมเมนต์ส่วนใหญ่ไปในทางที่ว่าเขากำลัง 'เปิดตัว' แฟนใหม่และ 'เขี่ย' คู่หมั้นเก่าทิ้งอย่างไม่ใยดี
เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
เป็นไงล่ะนิริน ทุกข์ทรมานดีไหม นึกในใจพลางจินตนาการถึงปฏิกิริยาของเธอ และรอเสียงเรียกเข้าที่มาพร้อมคำต่อว่าด่าทอด้วยความสะใจ
ทว่า เวลาผ่านไปเนิ่นนานขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกและคำเยินยอของผู้คน อธิปกลับรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่ซ่อนลึกอยู่ในอก ยิ่งเขาสัมผัสมินตรามากเท่าไหร่ กลับยิ่งนึกถึง ‘แรงผลัก’ ที่นิรินใช้กับเขาเมื่อคืน กลิ่นน้ำหอมของมินตราที่เขาเคยชมว่าหอม ตอนนี้กลับเริ่มทำให้ชายหนุ่มเวียนหัวและอยากจะขยับตัวออกห่าง
ความเงียบของเครื่องมือสื่อสาร ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งกว่าเดิม
คงอายจนไม่กล้าโทรมาละสิ ทำตัวอวดดีไว้ขนาดนั้น
ความคิดที่ส่วนลึกร้องเตือนเขา แต่อธิปพยายามสะบัดมันทิ้งไป หันไปปั้นหน้ายิ้มให้นักข่าวต่อ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ล้ำเส้นเพื่อปั่นเรื่องให้มันรุนแรงกว่าเดิม ตลอดเวลาได้พบกับมินตรา อธิปไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักหน อย่างมากแค่กอดและจับมือ เพราะเขาต้องการให้เกียรติมินตราผู้แสนดี บริสุทธิ์ผุดผ่องไปแบบนี้จนถึงวันที่ได้คบหากันจริงๆ เขาอดทนรอได้เสมอมา
แต่วันนี้ เพื่อการเอาคืน
อธิปดึงมินตราเข้ามาจูบที่ขมับอย่างแผ่วเบาเพื่อทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายให้กับข่าวหน้าหนึ่งวันพรุ่งนี้
ถึงจะตั้งใจเอาไว้ว่าเธอจะไม่ข้องเกี่ยวกับภูมิอีกแต่เพราะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงไปมาหาสู่กันเสมอๆ ก็ทำให้เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ปกติภูมิจะไม่ค่อยกลับบ้านแต่วันนี้มันเป็นวันเกิดของคุณหญิงดาริกา ผู้เป็นมารดาของภูมินทร์ ทำให้ทั้งสองต้องเจอหน้ากันอย่างยากจะหลีกเลี่ยงกลิ่นหอมกรุ่นของดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอกที่ถูกจัดวางอย่างประณีตอบอวลไปทั่วโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางของคฤหาสน์อัครบวรเดช คฤหาสน์หรูหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็นด้วยฝีมือการจัดการของหญิงสาวเพียงคนเดียวนลินในชุดเดรสสีโอลด์โรสสุภาพเรียบร้อย เกล้าผมขึ้นเป็นมวยต่ำเผยลำคอระหง แต่งหน้าอ่อนๆ ดูอ่อนหวานและเป็นงานเป็นการในเวลาเดียวกัน เธอเดินตรวจตราความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารและจุดรับแขกด้วยความตั้งใจ บรรดาคนงานและแม่บ้านต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งภายใต้การควบคุมของเธอ“หนูลิน มาดูนี่สิลูก ฝีมือหนูจัดดอกไม้ตรงมุมนั้นถูกใจป้าจริงๆ”คุณหญิงดาริกา เจ้าของงานวันเกิดครบรอบหกสิบปี เดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนลินด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สายตาขอ
หากย้อนเวลากลับไปได้ นลินก็อยากจะย้อนเวลากลับไปเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับสายเกินแก้ เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวที่เธอยอมทอดกายเป็นของเขาย้อนกลับไปคืนก่อนนักศึกษาฝึกงานเพียงคนเดียวในบริษัทถูกพามากินเลี้ยงอำลาในวันสุดท้ายของการทำงานนลินฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา หญิงสาวจึงรู้จักกับคนหลายฝ่าย ในคืนนี้พวกเขาจึงจองโต๊ะใหญ่ในห้องวีไอพีโดยมีภูมิเป็นเจ้ามือเขาจำใจมาร่วมงานเพราะมารดาฝากฝังให้ดูแลนลินดีๆ กระนั้นเมื่อมาถึงเขาก็ไม่ได้สนใจในตัวเจ้าหล่อนขนาดนั้นเสียงบทสนทนาของพนักงานในบริษัทและนลินที่คุยกันอย่างออกรสทำให้คนที่นั่งเงียบมาตลอดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติของงานเลี้ยงบริษัทแห่งนี้ที่ไม่มีใครชวนประธานคุยสักคน ภูมินทร์มักจะมาทานอาหารและดื่มเงียบๆ ปล่อยให้พนักงานที่ทำงานอย่างหนักปลดปล่อยกันเต็มที่ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนเมินสีหน้าของประธานหนุ่มดุดันขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของนลินที่โปรยให้กับทุกคนอารมณ์เขาก็ยิ่งขุ่นขวาง นลินรับแก้วจา
สิบสามปีก่อนภาพความเจ็บปวดในปัจจุบันค่อยๆ พร่าเลือนกลายเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนลินเสมอมาในตรอกแคบๆ หลังโรงเรียนเอกชนชื่อดังซึ่งไม่คิดว่าจะมีสถานที่เช่นนี้ซุกซ่อนอยู่ กลิ่นอับชื้นและเสียงตะโกนด่าทอของเด็กเกเรสามคนที่ตัวโตกว่านลินมากกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหาเรื่องเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงลำพังนลินในวัยแปดขวบสะอื้นฮักจนตัวโยน ผมเปียที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอพยายามยื้อแย่งกระเป๋านักเรียนและตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดคืนมา แต่มันกลับถูกโยนทิ้งลงไปในบ่อน้ำครำที่เน่าเหม็นต่อหน้าต่อตา“ฮือออ พวกคนใจร้าย ทิ้งกระเป๋าของลินทำไม”เด็กหญิงร้องไห้จ้า นั่งทรุดลงกอดเข่าด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังที่เห็นกระต่ายตัวขาวตัวโปรดค่อยๆ จมลงในบ่อน้ำเสีย“ยัยลูกคุณหนู สมน้ำหน้า! ถ้าให้เงินพวกฉันแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”หัวโจกของแก๊งเด็กเกเรหัวเราะร่าสะใจที่เห็นน้ำตาของเธอ พวกคนอื่นที่เห็นหัวหน้าตัวเองหัวเราะก็พลันหัวเราะตามไปด้วยนลินทำได้แค่ปาดน้ำตาป้อยๆ คู้กายในดงเด็กอันธพาลพวกนั้นด้ว
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกันยูวีราคาแพงไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดหรูหราใจกลางเมืองดูอบอุ่นขึ้นเลยสำหรับ นลินเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนที่นอนอยู่ข้างกายทั้งคืนแต่ไม่คิดจะหันมากอดกันนลินขยับกายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รบกวนคนร่วมเตียง เธอตะแคงข้างมองเสี้ยวหน้าคมคายของภูมินทร์ ผู้ชายที่ครอบครองหัวใจของเธอมามากกว่าครึ่งชีวิตในยามหลับใหลเขาก็ยังคงหล่อเหลาดูดี คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นอยู่เป็นนิจคลี่ออกจากกัน มุมปากที่เคยพ่นแต่วาจาร้ายกาจเรียบกริบดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด นลินเผลอยิ้มออกมาบางเบา มือบางสั่นเทาน้อยๆ ขณะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา‘ถ้าเวลาหยุดไว้แค่ตรงนี้ได้ก็คงดี’ เธอคิดในใจด้วยความหวังที่ริบหรี่เหมือนแสงเทียนท่ามกลางพายุฝนแต่ความสุขชั่วขณะนั้นสั้นกว่าลมหายใจ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนผิวแก้มของเขาด้วยความเผลอไผลภูมินทร์ก็ขยับตัวตื่นขึ้นมา แววตาที่ลืมขึ้นมาไม่มีร่องรอยของความงัวเงียหรือความอ่อนโยนที่เธอเฝ้าฝันถ
เอี้ยดดดดโครม!รถคันหรูประสานงากับรถบรรทุกจนยับเยิน ตรงส่วนคนขับยับยู่ยี่จนไม่คิดว่าจะรอดได้ สายฝนตกพร่ำลงมาผ่านกระจกรถที่แตกร้าว กระทบร่างที่แน่นิ่งกับถุงลมที่อัดกระแทกเธอ“...”ในสติอันพร่าเลือน ความเจ็บจนชาไปทั้งตัว นิรินพยายามขยับตัวแต่ก็กระดิกไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว เสียงวุ่นวายรอบด้านเบาบางลงทุกทีเธอใกล้จะตายจริงๆ ใช่ไหม…ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้นเอง สมองกลับนึกถึงเพียงภาพความทรงจำครั้งอดีต วันที่เธอได้พบเจอ ได้รู้จักกับอธิป เขาทำให้เธอตกหลุมรักหมดใจ เขาแสนอ่อนหวาน เอาใจใส่ แสนดีเหลือเชื่อ ทำให้การหมั้นของสองเราเป็นไปได้ด้วยดีจนวันที่เขาพบมินตราในงานเลี้ยง หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ อ่อนหวาน ไร้เดียงสา ชวนให้ปกป้องมากกว่าผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างเธอ สายตาของอธิปก็แปรเปลี่ยนไปเย็นชา เหินห่าง เมินเฉยมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกนิรินพยายามเอาอกเอาใจเขา แต่ก็ได้รับความไม่แยแสกลับมา แล้วยิ่งพอรู้ว่าเขาพามินตราไปออกงาน นิรินก็ไม่อาจทานทนไหว ความหึงหวงของผู้หญิงผลักให้เธอขาดสติ ไร้สมอง ทำตามความดำมืดในหัวใจทำร
บ้านพักหรูริมทะเล แว่วเสียงคลื่นลอยพัดแผ่วเข้ามา พร้อมลมเย็นสบาย พัดมายังร่างระหงที่ยืนจิบไวน์ ทอดมองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าตรงริมระเบียงใหญ่ หลังจากจบความวุ่นวายทั้งหมด ธันวายื่นคำขาดให้นิรินลาพักร้อนแบบไม่มีกำหนด เพื่อไปรักษาตัวและไปพักอย่างจริงจังเสียที โดยไม่ลืมริบอุปกรณ์ทำงานรวมถึงสั่งห้ามลูกน้องทุกคนห้ามติดต่อ ห้ามให้งานนิรินเด็ดขาดหญิงสาวเลยมาพักผ่อนจริงจังที่ริมทะเลต่างประเทศเพื่อหนีนักข่าวที่อยากทำข่าวอีกด้วย แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยโอบล้อมเธอจากทางด้านหลัง อธิปวางคางลงบนไหล่ระหงอย่างแผ่วเบา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาผสมกับกลิ่นไอทะเลทำให้นิรินหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย มือหนากุมมือเรียวไว้แน่น ถึงรอยเชือกป่านจะหายไปแล้ว แต่มันยังฝังแน่นในใจชายหนุ่ม คอยย้ำเตือนว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอได้อีก"รินครับ... ขอบคุณนะที่ยังอยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายที่เคยตาบอดคนนี้ได้กลับมาดูแลคุณ" อธิปกระซิบเสียงพร่า พลางจูบซับที่ขมับของเธออย่างทะนุถนอมนิรินพลิกตัวกลับมาในอ้อมกอดของเขา เธอเงยหน้ามองดวงตาคมกริบที่บัดนี้ไม่ได
ค่ำคืนวันงาน แสงไฟแชนเดอเลียร์ในโรงแรมหรูส่องสว่างระยิบระยับ นิรินปรากฏตัวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูผ่องใสราวกับนางพญา เธอเดินเคียงคู่มากับธันวาที่อยู่ในชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบ ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงานในฐานะคู่หูธุรกิจที่มาแรงที่สุดทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้
เช้าวันต่อมา ข่าวบันเทิงทุกหัวลงรูปเขาและมินตราอย่างครึกโครม[หวานไม่เกรงใจใคร! 'อธิป' ควง 'มินตรา' ออกงานคู่ หลังลือสนั่นคู่หมั้นตัวจริงเก็บของออกจากบ้าน!] [
พลั่ก!นิรินรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกอธิปออกอย่างสุดกำลังจนเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว อธิปเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง"อย่ามาทำสกปรกกับฉัน"นิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง แววตาที่เคยวอนขอความรักบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจจนอธิปรู้สึกหนาววูบ"ริน! นี่เธอ..."
บรรยากาศในคฤหาสน์คืนนั้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำแข็งกระทบแก้ววิสกี้ดังกังวานอยู่ในห้องโถงมืดสลัว อธิป นั่งรออยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันแฝงความหงุดหงิด หลังจากส่งมินตราแล้ว เขานั่งทบทวนตัวเองต่อการปล่อยให้มินตราผู้แสนดีต้องเสียใจ เพราะเขาจัดการเรื่องที่ค้างคาไม่จบ มันเลยระคายสมองอยู่แบบ







