LOGINตอนที่2ยอมสละ
จวนตระกูลฉู่ ภายในห้องหนังสือของจวนตระกูลฉู่ยังส่องสว่างด้วยเปลว เทียนและโคมไฟ หลี่จิ่งอวี๋เดินตรงเข้ามาหาฉู่หานอี้ที่กำลังนั่งอยู่ เบื้องหน้าโต๊ะพลางจิบชาและอ่านตำราอยู่ “ท่านตา” หลี่จิ่งอวี๋เอ่ยขึ้นเมื่อก้าวเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าฉู่หานอี้ผู้ เป็นตาของตน ก่อนจะหยิบฎีกาของเสนาบดีหลินออกมาวางลงบน โต๊ะ ฉู่หานอี้ยื่นมืออันเหยี่ยวย่นมาหยิบขึ้น เปิดออกอ่านชา้ ๆ ลายมือของเสนาบดีหลินยังคงคมชัดหนักแน่นในทุกถ้อยความ ข้อ กล่าวหาในการก่อกบฏถูกเขียนไว้อย่างไม่ลังเล แม้แต่ชื่อของหลี่ จิ่งอวี๋ก็มิได้เว้นวรรคอ้อมค้อมแม้ครึ่งคำ เมื่ออ่านจบ ฉู่หานอี้ก็พับมันลงอย่างใจเย็น วางบนโต๊ะเบา ๆ ราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษ “เราจะทำอย่างไรดี ท่านตา?” เสียงของหลี่จิ่งอวี๋ดังขึ้นอย่างร้อนรน ในดวงตาเต็มไปด้วย ความตึงเครียด ฉู่หานอี้หัวเราะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง สายตาคมจ้องมองไปยังหลานชาย ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวลแต่แฝง ไปด้วยความเย็นชา “งานนี้..เราจะยิงธนูดอกเดียว ได้นกถึงสองตัว…แต่เจ้าต้อง ยอมสละ” หลี่จิ่งอวี๋ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ฉู่หานอี้ยกถ้วยชาขึ้นมา จิบ ก่อนจะวางลงแล้วเอ่ยต่อ “ดึกมากแล้วเจ้ารีบกลับเถอะอีกสองวันถึงงานถวายพระ พรไทเฮาเราจะเริ่มแผนกัน” “ขอรับ” หลี่จิ่งอวี๋กล่าวขึ้นก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ฉู่หานอี้มอง ตามหลังหลานชายจนลับตาไปก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออก มาแล้วใช้ปลายพู่กันตวัดไปมาเขียนบันทึกลงในกระดาษ ก่อนจะ วางพู่กันไว้ที่เดิมแล้วเอ่ยขึ้น “ลี่เหิง” ไม่นานนัก องค์รักษ์ในชุดสีดำก็ก้าวเข้ามา ก่อนจะหยุดอยู่ เบื้องหน้าเขา องค์รักษ์ยกมือขึ้นประสานรอรับคำสั่ง ฉู่หานอี้เงยหน้าแววตาคมกริบเต็มเปี่ยมไปด้วยความ ทะเยอทะยาน มือเหี่ยวย่นยื่นกระดาษแผ่นนั่นให้กับองค์รักษ์ของ ตนพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ “ไปจัดการตามนั้น อย่าให้มีข้อผิดพลาด” “ขอรับ” กล่าวจบ องค์รักษ์ในชุดดำก็ก้าวออกไปจากห้องทันที รวดเร็วราวสายลม ….. สองวันต่อมา… ณ วังหลวง ภายในพระราชวัง งานเลี้ยงวันประสูติของไทเฮาจัดขึ้น อย่างยิ่งใหญ่ ทั่วท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางเชื้อพระวงศ์ และ เหล่าบุตรหลานตระกูลใหญ่ หลี่จิ่งอวี๋พาหลินชิงอวี้เข้าวังมาร่วมงานด้วย นางอยู่ใน อาภรณ์สีชมพูอ่อน แลดูอ่อนหวานสมเป็นชายาองค์ชายรอง ขณะนั่งชมการร่ายรำอยู่เคียงข้างสามี มือเรียวยกถ้วยชา ขึ้นจิบลิ้มรสหวานปนฝาดของน้ำชาอย่างอารมณ์ดีและเพลิดเพลิน ไปกับการร่ายรำของเหล่าสตรีตรงหน้า อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายร้อน วูบขึ้นมาอย่างผิดปกติ นางขยับเข้าไปใกล้สามีโน้มกายกระซิบเสียง แผ่วเบา “ท่านพี่…ข้ารู้สึกมึนศีรษะ ท่านช่วยพาข้ากลับจวนได้ หรือไม่” หลี่จิ่งอวี๋พยักหน้ารับโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด มือใหญ่ค่อย ๆ ประคองนางลุกขึ้นก้าวเดินออกจากงานเลี้ยง แต่แทนที่จะพานางไป ยังรถม้า กลับพานางอ้อมเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งภายในวัง ก่อนจะหยุด อยู่หน้าห้อง ห้องหนึ่งเขาผลักประตูเปิดออกก่อนจะประคองนาง เดินตรงเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ แล้วกล่าวขึ้น “เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน ประเดี๋ยวข้าจะกลับมา” หลินชิงอวี้แม้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ร่างกายในยามนี้ของนางอ่อนแรงนัก หลี่จิ่งอวี๋หันหลังเดินจากไปในทันที โดยมิได้หันหลังมามอง นางอีก หลินชิงอวี้ยกมือเรียวขึ้นปาดเหงื่อตามใบหน้าร้อนผ่าว ความร้อนภายในแผ่ซ่านไปทั่วจนแทบจะนั่งไม่ติด ลมหายใจของ นางเริ่มติดขัด สติเริ่มพร่าเลือน มือบางเผลอปลดสายรัดเอวออก แล้วค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ ชั้นนอกออกจากกายอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องถูกเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงสง่า ของหลี่เหวินเทียนเดินเข้ามาด้วยอาการเช่นเดียวกัน ยังไม่ทันให้นางได้เอ่ยถาม เขาก็ตรงเข้ามาโอบกอดร่างนาง ไว้แน่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายหญิงยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้เร่าร้อน ยิ่งขึ้น เขากดจมูกลงที่ซอกคอขาว ซุกไซ้จนร่างบางสะท้าน นาง พยายามผลักเขาออกด้วยแรงที่มี แต่มือเรียวกลับไร้เรี่ยวแรง ร่างกายเหมือนทรยศหัวใจ ทั้งรู้ว่าไม่ควร แต่ก็ไม่อาจต้านทาน ความรู้สึกที่แทรกซึมอยู่ทุกสัมผัสได้ เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องลงทีละชิ้น เสียงหอบหายใจของทั้ง สองคนดังก้องอยู่ภายในเรือนเงียบ สองร่างแนบชิด ประสานกัน อย่างเร้าร้อน …….ตอนที่36จบสายลมเย็นพัดโชยมากระทบอาภรณ์บางเบาของหลินชิงอวี้ที่ยืนมองทิวทัศน์เบื้องล่าง หนานอู่อ๋องก้าวเข้ามาหาร่างบางที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หน้าผาสูง“ชิงอวี้”เสียงทุ่มเอ่ยขึ้นก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง หลินชิงอวี้หันมาประสานมือโค้งต้วอย่างนอบน้อมพลางเอ่ยเสียงแผ่ว“ท่านอ๋อง”หนานอู่อ๋องเอื้อมมือไปจับมือเรียว ทั้งสองสอบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะเอื้อยเอ่ย ร่างบางพลางขยับเข้าสู่อ้อมกอดของหนานอู่อ๋องอย่างรู้ใจ มือใหญ่โอบกระชับนางไว้ในอ้อมกอดแน่น กลิ่นอายที่คุ้นเคยทำให้ใจของทั้งสองเต้นดังกึกก้อง ท่ามกลางเสียงลมพัดแผ่วขณะนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็แว่วมาจากเบื้องหลัง นักพรตหนุ่มในอาภรณ์สีฟ้า ก้าวเข้ามาช้า ๆ ก่อนค้อมกายอย่างนอบน้อม แล้วเอ่ยเสียงสุภาพ“ท่านอ๋อง ท่านอาจารย์เชิญพวกท่านขึ้นไปพบ พ่ะย่ะค่ะ”ทั้งสองหันไปตามต้นเสียง หนานอู่อ๋องพยักหน้าตอบ เมื่อนักพรตหนุ่มเห็นดังนั้นจึงหันหลังก้าวนำทางทั้งสองไปด้วยท่าทางสงบณ เรือนอู่หลงเรือนหลังเล็กตั้งอยู่กลางหุบเขา โอบล้อมด้วยต้นสนสูง ด้านหน้ามีลานศิลาเรียบสะอาดนักพรตหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูเรือน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“เชิญ พ่ะย่ะค่ะ
ตอนที่35เขาหลิงเหยียนตำหนัก หนานอู่อ๋องสายลมพัดผ่านหน้าต่างกระทบผ้าแพรปลิวไหว ภายในห้องบรรทม กลิ่นโอสถยังกรุ่นอยู่ในอากาศร่างของ หนานอู่อ๋อง เอนกายแน่นิงบนเตียงไม้สลัก ช่วงบนเปลือยเปล่า โลหิตบนผ้าพันแผลยังซึมเป็นจุดแดงเรื่อหมอหลวง ก้มหน้าลงพันแผลอย่างพิถีพิถัน ข้างเตียงมีหลินชิงอวี้และองค์หญิงหลีเหยียนถิงยืนมองด้วยแววตาร้อนรน เมื่อหมอหลวงทำแผลให้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว องค์หญิงจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“เสด็จพี่เป็นอย่างไรบ้าง”หมอหลวงประสานมือโค้งกายเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม“ทูลองค์หญิง เดิมทีท่านอ๋องก็บาดเจ็บอยู่แล้ว บัดนี้ได้รับบาดแผลอีกจนทำให้เสียเลือดมาก คงต้องรอดูว่าจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้หรือไม่ พ่ะย่ะค่ะ”กล่าวจบหมอหลวงก็เก็บหีบยา แล้วโค้งกายอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าองค์หญิง ก่อนจะถอยหลังก้าวออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลินชิงอวี้ ค่อย ๆ ทรุดกายนั่งลงข้าง ๆ ร่างของหนานอู่อ๋อง ดวงตากลมทอดมองใบหน้าซีดขาวของเขาด้วยแววตาห่วงใย มือบางเอื้อมไปแตะฝ่ามือเย็นเฉียบของหนานอู่อ๋อง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาคู่งาม แม้ในใจจะปวดร้าวเพราะเขาคือผู้ที่ลงมือสังหารบิดา แต่เมื่อเห็นเขาในสภาพนี้ ใจนางกลั
ตอนที่34ฮองเฮาฮ่องเต้ก้าวผ่านร่างทหารที่ล้มตาย ฝ่าลานที่เต็มไปด้วยเลือดขึ้นสู่แท่นสูงสุด เมื่อพระองค์ทรงประทับนั่งบนแท่นเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างก้มลงทันที เสียงถวายพระพรดังขึ้นแผ่ว ๆ ด้วยความตกใจและหวาดกลัวฮองเฮา ที่ยืนด้านข้างแท่นพิธี ใบหน้าซีดเล็กน้อยแต่ยังแฝงไปด้วยความถือดี แววตาเต็มไปด้วยข้อสังสัย เป็นไปไม่ได้ ยาพิษนั้นควรจะทำให้เขาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว! เหตุใดถึง?“ฮองเฮา…”นางแค่นยิ้ม ก้าวออกมายืนกลางลานอย่างไม่เกรงกลัว ร่างบางค่อย ๆ ก้าวเข้าหาฮ่องเต้“เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่…?”ฮ่องเต้เอ่ยเสียงเรียบ ฮองเฮาแค่นยิ้มก่อนจะไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าองค์จักรพรรดิ ปลายตามองฮ่องเต้เพียงชั่วพริบตา ทันใดนั้น นางควักมีดสั้นจากแขนเสื้อ แล้วพุ่งเข้าหาร่างของฮ่องเต้ทันทีฟึ่บ!ไป๋มู่ลี่พุ่งเข้าขัดขวางทันควัน ปลายกระบี่คมแทงไปยังหัวไหล่ข้างซ้ายของฮองเฮา แล้วใช้ฝ่ามือผลักนางลอยกระแทกลงกับพื้นเบื้องล่างอย่างแรง ร่างฮองเฮากระอักเลือดออกมาในทันที“เสด็จแม่!!”องค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของฮองเฮา ใบหน้านางซีดขาว เปื้อนเลือดที่ไหลทะลักจากบาดแผล เขากระชับร่างของพระมารดาเข้ามาใ
ตอนที่33ฮ่องเต้ณ หอพิธีเทียนเจี้ยนที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยรอยเลือดแดงฉานและเสียงกรีดร้องดังระงม ร่างของผู้คนวิ่งหลบหนีกันวุ่นวาย ทหารล้มตายเกลื่อนลานพิธีทันใดนั้แม่ทัพม๔ู่อวิ๋นก็เอาชนะและจับกุมองค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋ไว้ทันที แม่ทัพมู่อวิ๋นกดร่างสูงลงแล้วจ่อปลายคมดาบไปยังต้นคอขององค์ชายรองไว้ปลายคมนั้นแนบชิดติดเนื้อจนเลือดซึมออกมา“หยุดเดี๋ยวนี้!!”แม่ทัพมู่อวิ๋นตะโกนสั่งเสียงดังกังวาน เหล่าทหารทั้งสองฝ่ายหยุดชะงัก ทหารขององค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋เมื่อเห็นว่านายตนแพ้แล้วจึงยืนนิ่งอยู่กับที่“พวกเจ้าจงทิ้งอาวุธซะ!!”แม่ทัพมู่อวิ๋นสั่งน้ำเสียงดุดัน เหล่าบรรดาทหารกบฏค่อย ๆ ปล่อยดาบในมือ ก่อนจะคุกเข่ายอมศิโรราบแต่โดยดีทันใดนั้น…เสียงประกาศก้องจากหน้าหอพิธีก็ดังขึ้น“ฝ่าบาทเสด็จ!”ประตูหอเปิดออก ฮ่องเต้ เสด็จเจ้ามาท่ามกลางความเงียบ ข้างกายมีทหารองค์รักษ์ติดตามสองนายและองค์รักษ์ของหนานอู่ออ๋งไป๋มู่ลี่ติดตามมาด้วย เมื่อจางกงกงเห็นฝ่าบาทเสด็จมาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันที เขาเผยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะคืนที่ฮ่องเต้ถูกวางยาได้ให้ขันทีเข้าเรียกตัวเข
ตอนที่32งานแต่งณ หอพิธีเทียนเจี้ยนท่ามกลางสายลมเย็นผืนพรมแดงทอดยาวตั้งแต่หน้าตำหนักถึงแท่นหอพิธีอภิเษกขององค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋กับหลินชิงอวี้เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างแต่งกายงดงาม มาร่วมงานอย่างสมเกียรติหลินชิงอวี้ในชุดเจ้าสาวสีแดงสด ถูพยุงออกมาจากศาลรอง เสียงแตรงานพิธีดังขึ้นหลินชิงอวี้ก้าวออกมาตามพรมแดงในชุดเจ้าสาวสีแดงงามสง่า องคคลี่ลี่ชายรองหลี่จิ่งอวี๋ยืนอยู่บนแท่นหินตรงกลาง ยิ้มแย้มด้วยใบหน้าที่มีความสุขทันทีที่เจ้าสาวก้าวถึงแท่นพิธี ขันทีอาวุโสก็ชูผืนราชโองการขึ้นแล้วคลี่ออก อ่านเสียงดังกังวาน“ราชโองการจากองค์จักรพรรดิ วันนี้แต่งตั้งองค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋เป็นรัชทายาท และทรงประทานการอภิเษกกับ ท่านหญิงชิงอวี้ จบราชโองการ”สิ้นเสียงประการเสียงตีกลองก็ดังกระหื่ม เหล่าบรรดาขุนนาง และเชื้อพระวงศ์ต่างประสานมือโค้งถวายพระพรกันอย่างพร้อมเพียงทันใดนั้น…ปัง!! อึก!ประตูใหญ่ของหอพิธีถูกกระแทกเปิดออกเสียงดังสนั่น ร่างของทหารหลวงสองนายลอยกระเด็นเข้ามาด้านใน กลิ้งตามไปบนพื้นกลางลานพิธีผู้คนสะดุ้งเฮือก เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับบรรดาเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่
ตอนที่31ก่อกบฏวังหลวงตำหนักฮ่องเต้ภายในห้องบรรทม กลิ่นยาสมุนไพรอบอวลทั่วห้อง จางกงกงยืนอยู่ข้างเตียงของฮ่องอย่างนอบน้อม ฮ่องเต้ที่ประชวรจนซูบซีด แววพระเนตรเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ขณะนั้นทั้งสองก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นจากด้านนอกตำหนักแสงจันทร์ยามค่ำสาดส่องลงมากระทบร่างบางงามสง่าของฮองเฮาที่กำลังก้าวเดินตรงมายังตำหนักของฮ่องเต้ ข้างกายพระนางมีขันทีประจำกายผู้หนึ่งและทหารองค์รักษ์อีกสี่คนติดตามมาด้วยท่าทางหนักแน่น แววตาพระนางนั้นเยือกเย็นยิ่งกว่าหิมะทางเหนือ ริมฝีปากบางยกยิ้มเยียบเย็นเมื่อพระนางก้าวมาถึงหน้าตำหนัก ขันทีผู้เฝ้าตำหนักรีบก้าวออกมาขวางพระนางไว้พลางยกมือประสานคำนับอย่างนอบน้อม“ฮองเฮา…ฝ่าบาททรงบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ โปรดเสด็จกลับก่อนเถิด พ่ะย่ะค่ะ”สายตาเยือกเย็นของพระนางจับจ้องไปยังขันทีเฝ้าตำหนักทั้งสอง ก่อนจะยกมือเรียวบางเป็นเชิงสั่งการ เมื่อเหล่าทหารองค์รักษ์ที่ติดตามมาเห็นสัญญาณนั้นก็ชักกระบี่ฟาดฟันพวกขันทีโดยมิลังเล เหล่าขันทีและนางกำนัลที่อยู่ในตำหนักต่างตกใจวิ่งหนีตายกัน เลือดแดงฉานสาดลงบนพื้นหินอ่อน เสียงล้มลงของร่างมนุษย์ดังปะปนกับเสียงคมกระบี่ฮองเฮาย่างเท้าเ
ตอนที่10 แผนณ ห้องทรงอักษรแสงเทียนไหวสะท้อนเงาร่างขององค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษร มือเรียวจับพู่กันจรดหมึกบนฎีกา เสียงขีดเขียนแผ่วเบาดังเคียงกับลมหายใจขันทีประจำกายยืนอยู่เบื้องขวา คอยถวายการรับใช้โดยมิให้ขาดตกบกพร่องไม่นาน ขันทีนอกตำหนักก็ก้าวเข้ามา ประสานมือคำนับ ก่อนเอ่ยข
ตอนที่9 ท่านจะยอมช่วยข้าได้หรือไม่ ภายในห้องรับรองลี่ฮวา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานลอยอบอวลไปทั่วห้อง ม่านแพรบางพลิวไหวไปตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาผ่านหน้าต่างไม้ หลี่เหวินเทียนนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์ของสุราปนกับฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด มือใหญ่ค่อย ๆ หยิบขวดยาถอนพิษขึ้นจิบลงคอ เมื่อดื่มจนหมดแล้ว
ตอนที่8 ภาพอดีต ตำหนักจื่อเยว่ ภายใต้ชายคาลายเมฆของตำหนักจื่อเยว่ กลิ่นบุปผาแห้งลอยอบอวล ผ้าปักลายดอกบัวเบ่งบานอยู่ในกรอบไม้ ขอบไหมถูกเรียงร้อยด้วยเข็มมั่นคงจากพระหัตถ์ของฮองเฮา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ ไม่ช้านัก ขันทีประจำตำหนักก็เร่งฝีเท้าเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้า กล่าวเสียงแผ่วว่า “ฮองเฮ
ตอนที่7ดวงชะตา จวนตระกูลฉู่ ห้องหนังสือ สายลมอ่อนพัดต้องม่านแพรบาง ชายผู้หนึ่งในอาภรณ์สีม่วงเข้ม นั่งหลังตรงดวงตาแน่วนิ่งอ่านตำราด้วยสีหน้าจริงจัง พลางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ไม่นานนัก เสียงฝีเท้ากระชั้นเร่งดังขึ้นหน้าห้อง ก่อนจะหยุดลงหน้าประตูห้องหนังสือ บ่าวรับใช้คุกเข่าลงแล้วเอ่ยเสียงนอบน







