แชร์

บทที่ 1.3

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-24 10:24:24

บนตัวของเขานอกจากแพรพรรณแพงหูดับแล้ว ยังมีมีดสั้นคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มแข็ง แล้วก็กระบอกไฟ มีแค่นั้นจริงๆ

หญิงสาวถอนหายใจออกมาจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วมองหาฟืน นางต้องก่อไฟ ผึ่งเสื้อผ้าส่วนหนึ่งให้แห้ง จากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที

ตอนเริ่มก่อไฟหญิงสาวครุ่นคิดด้วยความสับสน เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งว่าสมัยโบราณ แม้แต่กระบอกไฟก็สามารถบอกฐานะของผู้ที่พกพาได้ เพราะวิธีทำกระบอกไฟก็คือใช้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงได้ เช่น กระดาษเนื้อหยาบ หญ้าบางชนิด มูลสัตว์ หรืออย่างดีคือเถามันเทศและปุยนุ่น นำส่วนผสมมาหมักน้ำแล้วบีบทุบและเค้นจนเป็นใย ทำอย่างนี้หลายครั้งก่อนจะนำไปตากแห้ง แล้วนำไปผสมกับขี้ไต้

ส่วนผสมต่อจากนั้นก็มีจำพวก ดีเกลือ ผงกำมะถัน ยางสน และการบูร อัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ ก่อนใช้ต้องจุดไฟจนติดแรง แล้วค่อยดับไฟลงจนเหลือเพียงสะเก็ดไฟคุกรุ่นอยู่ข้างในแต่ไม่เหลือเปลวไฟ พอจะใช้ก็เปิดออกแล้วเป่าจนไฟติด

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้...เพราะในกลุ่มผู้มีอันจะกินมักใช้เชื้อเพลิงจากใยมันเทศและนุ่นผสมขี้ไต้ซึ่งจุดง่ายกว่า เพียงใช้มือโบกพัดไม่กี่ทีก็จุดติด ส่วนชาวบ้านธรรมดานิยมใช้เยื่อกระดาษหยาบซึ่งมักจะติดไฟยากกว่า

กระบอกไฟในมือของนางเพิ่งถูกใช้ไป ผู้เป็นเจ้าของตกน้ำจมลงไปทั้งตัว ข้าวของเปียกหมด แต่โบกกระบอกไฟไม่กี่ทีไฟก็ติดโดยง่าย เห็นชัดว่านี่เป็นกระบอกไฟชั้นดีมาก

ก่อไฟแล้ว... ตอนนี้ก็ผึ่งเสื้อผ้าให้แห้ง หาไม่กลางคืนอากาศหนาวเหน็บ ไม่ใครก็ใครได้หนาวตายเป็นแน่ หญิงสาวนำไม้มาปักสองฝั่งใกล้กองไฟ พาดไม้อีกอันทำเป็นราวตากผ้า มีดสั้นของเขาแม้เล็กแต่ก็คมมาก การตัดไม้ท่อนเล็กๆ จึงไม่เป็นปัญหา

มองคนเจ็บที่ถูกนางลอกคราบจนกึ่งเปลือย รั่วเซวียนได้แต่พึมพำซ้ำๆ ว่านางไม่ได้จะล่วงเกินเขา แค่ต้องตากชุดของเขาบางส่วนให้แห้ง หาไม่เขาก็คงตายอยู่ดี...

ชุดตัวนอกแห้งแล้ว... นางแอบเปลี่ยนชุดตัวในออกมาตาก จากนั้นก็สวมชุดตัวนอกแทน มองเขาที่ยังคงสวมชุดตัวในเปียกชุ่ม หญิงสาวได้แต่ลังเลไม่กล้าเปลี่ยนชุดให้เขา

นาง...ทะเลาะกับตัวเองนานมาก กว่าจะกล้าเดินไปคว้าชุดตัวนอกที่แห้งแล้วของเขา

“อย่าได้โกรธข้าเลย ข้าต้องช่วยท่านเปลี่ยนเสื้อผ้า” นางกระซิบบอกเขา แต่ตอนที่กำลังเอื้อมมือไปคลายสายผูกกางเกงตัวใน มือใหญ่กลับคว้าหมับเข้าที่หลังมือของนาง

รั่วเซวียนหวีดร้องลั่น “กรี๊ด!!!”

นางสะบัดมือเขาลุกพรวด กว่าจะเห็นว่าแขนของเขาขยับจนสมุนไพรที่พอกแผลร่วงหล่น มองเห็นแผลที่เย็บเป็นแนว อีกทั้งเจ้าตัวเองก็ส่งเสียงด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบ้

“อา...”

“ทะ...ท่านไม่เป็นอะไรกระมัง ข้าขออภัยท่านทำข้าตกใจนี่” นางมองเขาด้วยใบหน้าหวาดๆ แต่ก็ยังเดินใกล้เขามาก้าวหนึ่ง “แผลปริหรือไม่ กว่าจะเย็บได้ข้าเหงื่อตกเลยนะ” นางดันไหล่เขาให้นอนลงทว่าเขากลับปัดมือของนางออก

“เจ้าเป็นใคร”

รั่วเซวียนชะงักมองเขา “เป็นคนที่ช่วยลากท่านขึ้นมาจากแม่น้ำทั้งที่ท่านเกือบจะทำให้ข้าพลอยจมน้ำไปด้วย แถมหลังจากนั้นยังช่วยลากท่านขึ้นมาถึงตรงนี้ ใส่ยา เย็บแผล ห้ามเลือด”

เขาขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมองนางราวกำลังครุ่นคิด หญิงสาวโบกมือจากนั้นส่งชุดให้เขา “ข้าผึ่งไฟจนแห้งแล้ว ท่านเปลี่ยนชุดตัวในออกเสียจากนั้นสวมนี่แทน หาไม่รอดตายจากบาดแผลก็ต้องหนาวตายอยู่ดี”

เขาขยับตัวอย่างทุลักทุเลแต่ก็ยอมทำตาม เห็นคิ้วเข้มมุ่นอยู่ตลอดเวลาเห็นชัดว่าเขาเจ็บมากแต่ก็มีความอดทนเป็นเลิศ หญิงสาวตัดสินใจเดินไปนั่งหันหลังให้เขา พร้อมกันนั้นก็จัดการสุมฟืนเข้ากองไฟ

“ท่านระวังด้วย แผลที่เย็บนั้นอย่าให้ปริ เลือดออกมากสมุนไพรห้ามเลือดที่หาได้มีจำกัด ข้าไม่มีผ้าสะอาดพันแผลให้ ตอนนี้รอเพียงผ้าผืนนั้นของท่านแห้งแล้วจึงจะนำมาพันแผล หวังว่ามันจะสะอาดมากพอ” นางหมายถึงผ้าปิดหน้าของเขานั่นแหละ “อ้อต้องขอโทษท่านอีกเรื่อง ข้าตัดขากางเกงท่านข้างหนึ่งเพราะแผลที่ต้นขา ส่วนที่เหลือหลังจากแห้งจะใช้เป็นผ้าพันแผลอีกผืน ตอนนี้ต้องพอกสมุนไพรห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนยังไม่มีผ้าแห้งๆ พันแผลพันทับเอาไว้”

ตอนฟังเสียงสวบสาบด้านหลัง นางแอบคิดคนเดียวเงียบๆ ...ฟืนที่นางหามากองๆ เอาไว้ หวังว่ามันจะสามารถอยู่ได้จนรุ่งสาง เพราะแถวนี้เป็นป่าทึบกลัวจริงๆ ว่าจะมีสัตว์ป่าออกมาหากิน ยิ่งเป็นริมแม่น้ำแบบนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 9.4

    “เป็นสตรีที่น่าสนใจใช่หรือไม่” จวินฮูหยินยิ้ม“แล้ว...ท่านแม่คิดเช่นไรกับเรื่องนี้ขอรับ”“แม่คิดอย่างไรไม่สำคัญ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าสามต่างหาก แต่แม่ว่าเขาเป็นเอามาก ของที่ถูกส่งมาเขาทะนุถนอมรักษาอย่างดี หวงแหนราวกับของมีค่า ทั้งจดหมายและของฝากที่ถูกส่งมาพร้อมกัน ยิ่งใกล้ถึงวันที่คนส่งข่าวจะกลั

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.4

    ระหว่างการเดินทางต้องใช้เวลาราวห้าถึงหกวัน การหยุดพักค้างแรมในป่าจึงเลี่ยงไม่ได้ เขากำลังนั่งสนทนาอยู่กับอวิ๋นเสียนซึ่งกำลังรายงานเรื่องราวที่เขาพลาดไปนับตั้งแต่วันที่เขาตกลงไปในแม่น้ำ ทว่าตอนนั้นเองที่หญิงสาวนำยาที่เคี่ยวแล้วเข้ามาให้“ยามาแล้ว”“ขอบคุณ วางเอาไว้ข้าจะดื่มทีหลัง” เขากล่าวพร้อมกับหั

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.3

    “ท่านลุงจางทำให้ เช่นนี้ข้าจึงสามารถช่วยตัวเองได้ในหลายๆ เรื่อง”“แผลที่ต้นขาท่านเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเดินเข้ามาและขยับลงนั่ง หญิงสาวลุกขึ้นช่วยพยุงเขาให้นั่งลง สีหน้าของเขาดีขึ้นมากแต่เมื่อขยับขาก็มองออกว่ายังเจ็บอยู่ “เดินเหินยังไม่สะดวกไม่ควรขยับบ่อย แผลอาจปริได้ทุกเมื่อ”“นั่งๆ นอนๆ มาหกวันแล้ว

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.2

    “แต่...เสแสร้งไปก็ไม่ช่วยให้ท่านป้ารู้สึกดี”“แถวบ้านข้าเรียกถนอมน้ำใจ” นางถลึงตาให้เขา “คนเขาดีด้วยท่านเสแสร้งแค่นี้แลกกับข้าวอีกหลายมื้อ หรือไม่ท่านคิดว่าตัวเองมีทางเลือกมากนักหรือ อยู่ที่นี่ทำตัวเป็นคุณชายให้น้อยๆ หน่อย” พูดจบนางก็มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยด้านนอกมีเสียงเอะอะโวยวายหญิงสาวสบตากับเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status