แชร์

บทที่ 1.4

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-24 10:24:27

เสื้อผ้าของนางยับย่นไม่เรียบร้อย ผมเผ้าเพิ่งแห้งหมาดยังไม่ได้ม้วนมวยให้ดี รองเท้าของนางยังเสียบอยู่บนปลายไม้ใกล้กองไฟคิดว่าคงยังไม่แห้ง สตรีนางนี้เขาเคยพบ...

ตอนตกลงมาในแม่น้ำและถูกกระแสน้ำพัดมายังท่าน้ำ ชายหนุ่มมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางทั้งหมด ทั้งตอนที่นางถูกสตรีผู้หนึ่งสั่งให้คนจับโยนลงมาในน้ำ จากนั้นให้คนดันรถม้าที่ไม่มีม้าตามลงไปในแม่น้ำด้วย คิดว่าคงจัดฉากว่าหญิงสาวกับรถม้าตกลงไปในแม่น้ำ

...นับเป็นแผนสังหารชั้นเลิศ

ตอนรอให้คนกลุ่มนั้นจากไป เขากลับไม่อาจเกาะท่าน้ำเอาไว้ได้นานพอ ถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดพาตามหญิงสาวมาอีกคน เขาบาดเจ็บและเสียเลือดมาก รู้ดีว่าเรี่ยวแรงกำลังจะหมดลง ชายหนุ่มกลืนน้ำเข้าไปหลายอึก ร่างกายเจ็บร้าวบาดแผลเสียเลือดมากจนรู้สึกหน้ามืด

ตอนคิดว่าตัวเองคงต้องมาตายทั้งแบบนี้ มือกลับคว้าโดนขาของใครบางคน เขาจำได้เพียงเท่านั้น กระทั่งได้สติกลับมาอีกครั้งและพบว่าสตรีนางหนึ่งได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ตอนนี้รู้แล้วว่านางก็คือคนที่เขาคว้าขาเอาไว้นั่นเอง

“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณนางเมื่อเปลี่ยนมาสวมชุดตัวนอก นางหันมาด้วยสีหน้าลังเล เขามองสีหน้าของนาง มองหาความตื่นกลัว ความคั่งแค้น ความโกรธกรุ่น ทว่าน่าแปลกนางกลับดูเฉยชากับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น

อีกฝ่ายน่าจะอายุไม่เกินสิบห้าสิบหก ดูจากใบหน้าที่ยังอ่อนเยาว์กับเสื้อผ้าและการม้วนมวยผม บอกชัดว่าเป็นสตรีที่ผ่านการปักปิ่นแล้ว “เจ้ามาทำอะไรแถวนี้เพียงลำพัง”

นางเดินเข้ามารับเสื้อผ้าจากเขาจากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ที่บอกให้เปลี่ยนชุด หมายถึงท่านควรจะถอดกางเกงออกมาด้วย” พูดไปนางก็ดูกระดากไม่น้อย “แม้ทำแผลแล้วแต่สวมกางเกงเปียกๆ ...”

เห็นนางพูดไม่ออกเขาเองก็รู้สึกเก้อไปจนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “ข้า...คิดว่า...”

“ท่านคิดว่ายังไงไม่สำคัญ หากไม่อยากหนาวตาย เป็นไข้ หรือแผลอักเสบ อย่างน้อยๆ ร่างกายควรผ่านคืนนี้ไปแบบแห้งสบาย ข้ายังหวังว่าท่านจะช่วยชี้ทางกลับไปที่เมืองลั่วอี๋”

“เมืองลั่วอี๋?”

“ใช่ ข้าจะกลับไปคิดบัญชีกับคนที่ทำให้ข้าต้องมาติดอยู่ที่นี่” นางกล่าวจากนั้นเดินไปตากเสื้อตัวในของเขา “ดังนั้นหากท่านดีขึ้นแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว ข้าจะกลับเมืองลั่วอี๋”

เขาได้ยินดังนั้นยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้น สตรีอายุน้อยแต่กลับพูดถึงการเดินทางรอนแรมในป่าเพียงลำพังโดยไม่มีท่าทีลังเล... มองไปรอบๆ ทุกทิศมืดมนไม่รู้เหนือใต้ ชายหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใด ไม่รู้ว่าสายน้ำพัดพานางกับเขามาไกลเพียงใด

เห็นอีกฝ่ายเดินกลับมาพร้อมกับยื่นมือออกมารับกางเกงตัวในของเขา ชายหนุ่มทำสีหน้าไม่ถูก แม้ในยามปกติจะมีสาวใช้ทำหน้าที่นี้ แต่สตรีตรงหน้าเป็นคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ยังเก้อกระดากอยู่ดี

“คิดเสียว่าข้ากำลังดูแลคนเจ็บ ท่านไม่กระอักกระอ่วน ข้าเองก็จะไม่ลำบากใจ ตกลงหรือไม่”

เขาไม่เคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อนจริงๆ ยิ่งเป็นสตรีที่ถูกเลี้ยงดูในห้องหอ เขายิ่งไม่เคยจินตนาการว่าจะมีสตรีเช่นนี้อยู่ คิดๆ แล้วเขาก็ให้สงสัยว่านางเติบโตมาเช่นไรกันแน่

“ตกลงตามนี้” เขาตอบ

“ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวเซวียนก็แล้วกัน”

ฟังดูเป็นนามเรียกขานที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกล่าวออกมา “ข้าแซ่...หลิว”

“อ้อ เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าคุณชายหลิว?”

“ได้”

ไม่ถามที่มา ไม่อยากรู้ตัวตน นี่ตรงกับความต้องการของเขาอยู่พอดี เพราะการปรากฏตัวของเขานอกเมืองหลวง อาจทำให้แผนการของคนผู้นั้นถูกเปิดโปง...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.1

    รั่วเซวียนมองคนที่หายใจหอบเหงื่อท่วมด้วยความหนักใจ เขาเป็นไข้จริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย บาดแผลขนาดนี้เขากลับรู้สึกตัวนั่นทำให้นางประหลาดใจอยู่มาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เป็นอะไรเคลื่อนย้ายเขาไม่ได้ อาหารหรือยาก็ไม่มี ที่นี่คือที่ไหนนางเองก็ยังไม่รู้ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง ที่ทำไ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 1.3

    บนตัวของเขานอกจากแพรพรรณแพงหูดับแล้ว ยังมีมีดสั้นคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มแข็ง แล้วก็กระบอกไฟ มีแค่นั้นจริงๆหญิงสาวถอนหายใจออกมาจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วมองหาฟืน นางต้องก่อไฟ ผึ่งเสื้อผ้าส่วนหนึ่งให้แห้ง จากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกทีตอนเริ่มก่อไฟหญิงสาวครุ่นคิดด้วยความสับสน เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งว่

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 1.2

    หญิงสาวรู้สึกมีความหวังจึงตะกายไขว่คว้าทุกอย่างเพื่อดึงตัวเองขึ้นฝั่ง ตอนนั้นเองที่เท้าถูกดึงจมลงลึกอีกครั้ง นางสบถในใจเพราะรู้สึกว่าตัวเองโชคร้าย ตอนนี้ยังมาถูกคนผู้หนึ่งดึงเอาไว้ไม่ยอมปล่อยอีก!!!ใช่... เป็นคนผู้หนึ่งจริงๆ ตอนกำลังจะหมดแรงดิ้นรนคนผู้นั้นก็ปล่อยมือ มองเห็นเขาแน่นิ่งและจมลงราวกับสิ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 1.1

    สายน้ำเชี่ยวกรากซัดพาร่างเหน็ดเหนื่อยท่ามกลางเสียงอื้ออึงข้างหู รั่วเซวียนได้แต่ก่นด่าฟ้าดินที่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ชีวิตยี่สิบห้าปีเธอคิดดี ทำดี พยายามช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า พยายามทำบุญทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะรู้ดีว่าชีวิตของเธอไม่ได้โชคดีอะไรนัก เผลอๆ ชีวิตยังเต็มไปด้วยโชคร้ายอีกด้วยเกิดมาแม่ทอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status