Share

บทที่ 1.3

last update publish date: 2026-03-20 15:24:42

เขาขมวดคิ้วแน่น “ดีร้ายอย่างไรข้าเองก็เป็นบิดาของบุตรสาวสามคน จะมีบิดาที่ปล่อยให้บุตรสาวตายไปต่อหน้าต่อตาจริงๆ หรือ ข้าน้อยยังคงไม่เชื่อ ท่านโหวเคยช่วยชีวิตข้าน้อยเอาไว้ เขาดูเป็นคนดีมีคุณธรรม แม้จะบอกว่าเพื่อชื่อเสียงของจวนโหว แม้จะบอกว่าคุณหนูใหญ่จะทำให้จวนโหวแปดเปื้อน แต่การสั่งให้บ่าวไพร่ในจวนละเลย สั่งให้บ่าวไพร่มอบแพรขาวสามฉื่อ...” เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขารู้จักจะทำเช่นนี้

เหออวิ๋นลังเล “หรือ...จะเป็นฝีมือของโหวฮูหยิน?”

เฉียนหยางเองก็คิดเช่นนั้น “ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่าท่านโหวเคยหมั้นหมายกับนางมาก่อน เพียงแต่ตอนนั้นฝ่าบาททรงพระราชทานสมรส โหวฮูหยินตอนนั้นจึงกลายเป็นอนุจวนโหว หลังโหวฮูหยินคนก่อนที่เป็นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางจึงได้ขยับขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก ตอนท่านโหวย้ายไปเพียงลำพังข้าน้อยก็เป็นว่าแปลก นางจะไม่อยากไปพร้อมท่านโหวได้อย่างไรทั้งที่อยู่ที่นี่นางก็วางตัวเป็นนายหญิงของจวนตั้งแต่วันแรกที่อดีตฮูหยินจวนโหวสิ้นใจด้วยซ้ำ เรื่องที่เกิดขึ้นจนทายชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยว่าอย่างไรก็น่าสงสัย”

เหออวิ๋นเลิกคิ้ว “อะไรน่าสงสัย”

“ข้าน้อยรู้มาว่าคุณหนูใหญ่หมั้นหมายกับคุณชายจวนกั๋วกง ทั้งสองเคยเป็นสหายที่คบหากันตั้งแต่ยังเยาว์ ระหว่างคุณชายจวนกั๋วกงกับคุณชายจวินที่เป็นเพียงคุณชายจากตระกูลคหบดี ข้าน้อยคิดอย่างไรก็เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล คุณหนูใหญ่จะเลือกคุณชายจวินแทนคุณชายจวนกั๋วกงที่รู้จักกันมานานจริงๆ หรือ แถมยังเลือกทำลายชื่อเสียงตัวเองตอนที่บิดาไม่อยู่...”

เหออวิ๋นอ้าปากค้าง “นั่นสิ! เร็วเข้า...ให้คนไปสืบสาวให้ดี จดหมายร้องเรียนของคุณหนูใหญ่จวนโหวเล่า ข้าเก็บเอาไว้ที่ใดนะ ต้องเก็บเอาไว้ให้ดี ทำไม่ดีท่านโหวคงมิใช่มาเล่นงานข้าทีหลัง”

ขบวนรถม้า...แล่นออกจากเมืองเป่ยโจว

จวนโหวเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหลังจากการย้ายไปของหยวนซื่อโหว เรื่องแรกคือคุณหนูใหญ่จวนโหวลักลอบนัดพบบุรุษยามวิกาล ทายชื่อเสียงจวนโหวจนถูกทิ้งเอาไว้ที่เมืองเป่ยโจว เรื่องต่อมาที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจก็คือ...อยู่ๆ บ่าวไพร่จวนโหวก็ถูกลงโทษ ถูกขาย กระทั่งถูกจับเข้าคุก!!!

ไม่พอ...ยังมีคนเห็นว่ารถม้าของจวนโหวแล่นออกไปจากประตูเมืองเป่ยโจวมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง นัยว่าคุณหนูใหญ่จวนโหวคงกำลังติดตามบิดาเข้าไปในเมืองหลวงแล้ว ถึงอย่างนั้น...ชื่อเสียงฉาวโฉ่ของนางนี้ นางยังมีหน้าตามบิดาไปอีกหรือ!!!

ยิ่งไปกว่านั้น...คนที่คุ้มกันนางออกจากเป่ยโจว มีคนจำได้ว่าก็คือเฉียนหยาง หัวหน้ามือปราบของจวนว่าการเมืองเป่ยโจวนั่นเอง!!!

ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนักรถม้าสองคันแล่นมาตามท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ คนขับรถม้าทั้งสองคันสวมชุดมือปราบของเมืองเป่ยโจว ข้างเอวมีกระบี่ประจำตำแหน่งและป้ายประจำตัว ข้างหน้าและข้างหลังขบวนรถม้ายังมีมือปราบอีกสี่คน ทั้งสี่ขี่ม้าคอยระวังภัยอย่างเคร่งครัด

ขบวนเดินทางมาจนถึงด่านแรกจากเป่ยโจวถึงเมืองหนานอัน การตรวจตราเข้มงวดมาก เฉียนหยางแสดงหนังสือเดินทางและตราประจำตัว เขามองเจ้าหน้าที่ด่านจากนั้นแสดงหนังสือส่งตัวนักโทษสองคน เจ้าหน้าที่มองเขาจากนั้นมองไปยังรถม้าที่ม่านรถม้าปิดสนิท “ที่แท้ก็คุณหนูใหญ่จวนหยวนซื่อโหวนี่เอง”

ไม่มีเสียงตอบรับ...

“ข้าน้อยรบกวนท่านที่อยู่ในรถม้าลงมาด้วย ข้าน้อยจำเป็นต้องตรวจสอบตามหน้าที่”

“ได้” เสียงตอบรับเรียบง่ายเป็นของสตรีที่นั่งอยู่ในรถม้า นางค่อยๆ เปิดม่านรถม้าจากนั้นค้อมศีรษะลงและเดินผ่านม่านรถม้าออกมา เสี่ยวเหมยขยับมาช่วยประคองนางลงจากรถม้า จากนั้นจึงยืนเงียบไม่ได้พูดอะไร นายกองประสานมือคารวะนาง “ไม่ทราบว่า...”

“นี่เป็นตราของบิดาข้า” หญิงสาวยื่นตราของนางให้อีกฝ่ายดู

นายกองเลิกคิ้วจากนั้นประสานมือคารวะนาง “คารวะคุณหนูใหญ่”

“รบกวนแล้ว” นางกล่าวอย่างเรียบง่ายจากนั้นหมุนตัวกลับขึ้นรถม้า “ข้าจะเดินทางต่อทันทีไม่รบกวนพวกท่านนานนัก”

“ขอรับ ขอให้คุณหนูใหญ่เดินทางปลอดภัย”

นายกองผู้นั้นมองตามรถม้าที่แล่นจากไป คนของเขาเดินเข้ามากระซิบถาม “เป็นนางแน่หรือ คุณหนูใหญ่จวนโหวผู้นั้น ผู้ที่มีข่าวลือว่านาง...ทำเรื่องไร้ยางอาย ได้ยินมาว่าเป็นเพราะนางจึงทำให้ความสัมพันธ์ของท่านโหวและกั๋วกงย่ำแย่เต็มทน เรื่องนี้แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ทรงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

“ยังจะเป็นผู้ใดไปได้อีกเล่า เป็นนางนั่นละ อายุเท่านี้กลับใจกล้าทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น นี่ยังกล้าเดินทางเข้าเมืองหลวงอีก คงได้เกิดเรื่องขายหน้าให้ท่านโหวอีกเป็นแน่ ท่านโหวเป็นแม่ทัพที่มีคุณธรรม นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีบุตรสาวที่น่าขายหน้าเช่นนี้”

“เรื่องที่ว่านางตั้งใจทำให้อนุของบิดาที่ตั้งครรภ์แท้งบุตร เรื่องนั้นจริงหรือ”

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกันเล่า ข้าก็มิใช่อยู่ที่นี่กับเจ้าหรอกหรือ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.6

    “งีบไปครู่หนึ่ง พวกเขาจากไปตอนย่ำรุ่ง ตอนนี้นับว่าพวกเราไม่ถูกจับตามองแล้ว”นางพยักหน้า “ท่านไปล้างหน้าสิ มื้อเช้าพร้อมแล้วอีกครู่พวกเราค่อยออกเดินทาง”คล้อยหลังเฉียนหยางเดินไปลำธารเพียงครู่ เยียนหมิงรุ่ยกลับได้ยินเสียงฝีเท้า... นางเหลือบมองไปยังริมลำธารพบว่าเฉียนหยางหายไปแล้ว หญิงสาวไม่ได้มองไปด้า

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.5

    นางมองเขาจากนั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เสียใจ เพียงกำลังสังหรณ์ใจว่าชีวิตของสตรีชนชั้นสูงของแคว้นต้าฉี อาจไม่แตกต่างจากที่ข้าได้ยินมา”“แล้วคุณหนู... ท่านได้ยินเรื่องใดมาบ้างเล่า”“มากมายทีเดียว” นางถอนหายใจ หากกล่าวถึงอดีตเยียนหมิงรุ่ยไม่เก่งเรื่องออกงาน ขี้ขลาด ขี้อาย สนทนาไม่เก่ง หากกล่าวถึงยุคปัจจุ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.4

    “แต่ข้าว่าจริงนะ อนุที่ว่าก็ฮูหยินท่านโหวคนปัจจุบันมิใช่หรือ ได้ยินมาว่านางรักกับท่านโหวมาก่อน แต่เพราะสมรสพระราชทานทำให้นางกลายเป็นอนุอย่างจำยอม ตอนนั้นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางอาละวาดท่านโหวเพราะเลื่อนสตรีอื่นขึ้นมาแทนที่มารดา ตอนนั้นถึงขั้นเกิดเรื่องแท้งบุตร”“ได้ยินมาว่านางเอาแต่ใจร้ายกาจที่ส

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.2

    เยียนหมิงรุ่ยยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง “ระวังด้วยเล่าอย่าให้ผู้ใดสังเกตเห็น หากมีคนสะกดรอยก็รีบสลัดให้หลุด ระวังตัวด้วย”“จะ...เจ้าค่ะ”นางจิบชาจากนั้นลูบลงไปบนลำคอ เยียนหมิงรุ่ยคนก่อนอาจหัวอ่อนว่าง่ายและไม่สู้คน ทว่าหลังผ่านสมรภูมิจากยุคปัจจุบันมาแล้ว เยียนหมิงรุ่ยคนนี้กลับไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!!“เม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status