تسجيل الدخولใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร
หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ
ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้
เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท
เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ
“นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้
มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียงบิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางท
“คุณหนูสิบ” พ่อบ้านเดินเข้ามาหานางด้วยท่าทีร้อนรน“อะไรหรือ” นางกะพริบตามองอีกฝ่าย พ่อบ้านเหลือบไปอีกฝั่งของสวนตรงนั้นบิดาของนางกับขุนนางที่เป็นสหายสนิทกำลังมองมา “คงมิใช่...” นางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา คงมิใช่ว่าพวกเขาเห็นนางกับเฉิงเหยียนเมื่อครู่??“เหตุใดท่านมาอยู่ตรงนี้ ท่านมิใช่ต้องเข้าโถงพิธีจ
หญิงสาวหลับตาขอบตาร้อนผ่าว สิ่งใดก็ไม่เจ็บปวดเท่าต้องมารู้เห็นความเสแสร้งของมารดาตัวเองเช่นนี้!!!ทุกคนออกไปแล้วเพื่อไปรอยังโถงพิธี จริงๆ แล้วสมควรมีแม่นมและสาวใช้ข้างกายนางเพื่อประคองไปยังโถงพิธี ถึงตอนนี้หญิงสาวเข้าใจแล้วว่าเหตุใดมารดาบีบให้แม่นมที่อยู่ข้างกายนางเกษียณกลับบานเกิดเร็วกว่ากำหนด เข้
“อะ...อะไรนะ พิธีปักปิ่น??” นางรั้งแขนของเสี่ยวเถาเอาไว้“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ พิธีปักปิ่น”“ของใคร” เซี่ยหยวนเล่อมองมือของตนที่คว้าข้อมือของเสี่ยวเถา“ของ...ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ ไม่ได้การแล้ว...ข้าต้องรีบไปตามท่านหมอ คุณหนูของข้าคงไม่ได้ป่วยจนสติฟั่นเฟือน? วันสำคัญขนาดนี้ยังลืม...”เซี่ยหยวนเล่อได้ยิ







