Masukผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”
นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเอง
เซี่ยหยวนเล่อโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางลุกพรวดก้าวฉับๆ ไปยังสองแม่ลูก ดึงเด็กชายคนนั้นออกมาจากเงื้อมมือของอีกฝ่าย “หยุดเดี๋ยวนี้!!”
“เจ้า...เจ้าเป็นใครยุ่งอะไรด้วย ข้าเป็นมารดาของเขา”
“เจ้าจะขายเขามิใช่หรือ ข้าจะซื้อ เสี่ยวเถา”
“เจ้าคะคุณหนู”
“ตั๋วเงินสามพันตำลึง”
“สะ...สามพันตำลึง” สตรีผู้นั้นตาโต ทว่าดวงตาเจ้าเล่ห์มองไปยังพ่อค้าทาส “ไม่ขาย พ่อค้าทาสผู้นั้นตกลงกับข้าที่ห้าพันตำลึง”
เซี่ยหยวนเล่อแค่นหัวเราะจ้องอีกฝ่ายนิ่งไม่พูดอะไร นางกุมข้อมือของเด็กชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงตอนนี้ก็ยังร้องขอความเมตตาจากมารดาที่ไร้ซึ่งความปรานี
“เจ้ามีนามว่าอะไร”
“ข้า...ข้าน้อยเรียกขานว่าเสี่ยวหมาน”
เซี่ยหยวนเล่อลูบศีรษะเขาเบาๆ
...ถูกคนแล้ว นี่เป็นน้องชายต่างมารดาที่จื่อฉิงต้องออกมาตามหา นางจำได้ว่าเพื่อให้ได้มือสังหารที่จงรักภักดี เฉินหลี่ยอมสูญเงินถึงหมื่นตำลึงซื้อตัวเสี่ยวหมานจากพ่อค้าทาส จากนั้นก็ใช้ชีวิตของเขาข่มขู่ใช้งานจื่อฉิง
“ข้ารู้ว่ามาว่าเจ้ามีพี่สาวต่างมารดา หากเจ้าไปกับข้าข้าจะพาเจ้าไปหานาง”
“ท่านรู้จักพี่สาวของข้าหรือ”
“ใช่” กล่าวจบเซี่ยหยวนเล่อก็หันไปมองพ่อค้าทาส นางตะโกนถามอีกฝ่าย “เด็กคนนี้ท่านให้ราคาห้าพันตำลึงจริงหรือ”
“สามพันตำลึง ข้าตกลงขายให้ท่านแม่นางผู้ประเสริฐ!!”
เสี่ยวหมานร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม หญิงสาวได้แต่มองเขาด้วยความสงสาร ชะตาชีวิตก็โหดร้ายเช่นนี้...
“ข้าซื้อเขาแต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องลงนามซื้อขายให้ถูกต้อง นับจากนี้เจ้ากับเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีก อย่าได้พยายามตามหาเขา อย่าได้พยายามเรียกร้องสิ่งใดจากเขาอีก”
“ตกลง!!”
ที่โรงเตี๊ยมหญิงสาวเขียนสัญญาขึ้นด้วยตัวเอง ทว่าจำนวนเงินกลับทำให้พ่อค้าทาสที่เข้ามามุงดูสูดลมหายใจเข้าลึก “หนึ่งหมื่นตำลึง!!! เด็กคนนี้มีค่าถึงหนึ่งหมื่นตำลึง!!!” จากนั้นเขาก็เป็นลมล้มพับไปด้วยความตกตะลึง
“ใช่ ข้าซื้อเสี่ยวหมานในราคาหนึ่งหมื่นตำลึง เสี่ยวเถาจ่ายเงินให้นาง”
มารดาของเสี่ยวหมานรับเงินไปด้วยความดีอกดีใจ นางประทับลายมือโดยไม่แม้แต่จะมองบุตรชายที่ยืนสะอื้นอยู่ข้างๆ ได้เงินก็รีบจากไปราวกับกลัวว่าเซี่ยหยวนเล่อจะเปลี่ยนใจ
“คุณหนู ท่านทำเช่นนี้...”
เซี่ยหยวนเล่อไม่ได้เสียดายเงินหนึ่งหมื่นตำลึงนั้น นางจูงมือเสี่ยวหมานกลับห้องพัก ให้เสี่ยวเถาพาเขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ให้เสี่ยวเอ้อนำอาหารเข้ามาส่ง มองดูเสี่ยวหมานที่ไม่กล้าหยิบตะเกียบนางยิ้ม
“เสี่ยวหมาน”
“ขอรับ”
นางหยิบตะเกียบส่งให้เขา “กินข้าว อยากมีชีวิตรอดก็ต้องกิน เมื่อกินแล้วจึงจะมีแรงและใช้ความคิดได้ นับจากวันนี้ถือเสียว่าเจ้ากำลังจะได้เริ่มต้นใหม่ ที่นี่ไม่เหลือสิ่งใดเอาไว้ให้เจ้าแล้ว ความยากจน ความลำบาก ทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลัง เจ้าได้ทดแทนคุณให้มารดาแล้ว เงินนั่นจะช่วยให้นางกับพ่อเลี้ยงของเจ้า รวมไปถึงบุตรของพวกเขาสุขสบาย แม้วันนี้ไม่ใช่ข้าเจ้าก็ต้องถูกขายไปวันหน้าอยู่ดี”
เขาเงยหน้าขึ้นมองนางทั้งน้ำตา “ข้า...ไม่มีมารดาแล้ว”
นางมองเขาด้วยความสงสาร “กลัวหรือ”
เขาพยักหน้า
“หากข้าสัญญาว่าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เจ้าจะยอมเชื่อข้าหรือไม่”
“เพราะท่านรู้จักกับพี่สาวข้า ดังนั้นท่านจึงยอมช่วยข้าหรือ” เขานับว่ารู้ความอยู่มาก เด็กวัยนี้ถูกขายมาหากไม่ร้องไห้ฟูมฟายก็โวยวายเสียงดังร่ำร้องจะกลับบ้าน โทษโน่นโทษนี่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง ทว่าเสี่ยวหมานกลับดูสงบมาก แถมยังเข้าใจว่านางซื้อตัวเขามาก็เพราะอยากช่วย นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าที่ผ่านมาเขาอยู่กับมารดาด้วยสภาพใด
นางเคยได้ยินคนสนิทของเฉินหลี่กล่าวว่า ...มารดาของเสี่ยวหมานแต่งงานใหม่และตั้งครรภ์จึงขายเขาเป็นทาส ก่อนหน้านี้ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก มารดาใช้งานเขา ตบตีเขา ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นบุตร เอาแต่สนใจสามีใหม่โดยไม่คำนึงว่าบุตรของตนนั้นเป็นเพียงเด็กไม่ประสีประสา
ใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร
หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ
ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้
เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท
เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ
“นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้
นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเ
เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายห
มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียงบิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางท
“คุณหนูสิบ” พ่อบ้านเดินเข้ามาหานางด้วยท่าทีร้อนรน“อะไรหรือ” นางกะพริบตามองอีกฝ่าย พ่อบ้านเหลือบไปอีกฝั่งของสวนตรงนั้นบิดาของนางกับขุนนางที่เป็นสหายสนิทกำลังมองมา “คงมิใช่...” นางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา คงมิใช่ว่าพวกเขาเห็นนางกับเฉิงเหยียนเมื่อครู่??“เหตุใดท่านมาอยู่ตรงนี้ ท่านมิใช่ต้องเข้าโถงพิธีจ







