Share

บทที่ 2.1

last update Last Updated: 2026-03-05 18:05:11

มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??

เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียง

บิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางที่ล่วงรู้แผนการในใจของมารดาก็คิดในทางที่ดีไม่ได้ เกรงว่าที่อารามนอกเมืองคงต้องเกิดเรื่องบังเอิญพานพบเป็นแน่ ดังนั้นแกล้งป่วยจึงเป็นทางออกที่นางคิดได้ในตอนนี้

“ท่านแม่เพียงเพราะข้าป่วยก็อย่าทำให้พี่สาวน้องสาวต้องอยู่แต่ในจวนเลย ท่านแม่พาพวกนางออกไปไหว้พระเถิด ข้าขอนอนพักที่จวนดีกว่าปวดศีรษะเหลือเกิน”

ยิ่งเห็นสีหน้าไม่ได้ดั่งใจของมารดา เซี่ยหยวนเล่อก็ยิ่งมั่นใจ นางเดาไว้ไม่ผิดจริงๆ เกรงว่าหากนางยอมออกไปจากจวนวันนี้ มารดาต้องวางแผนพานางออกไปพบเฉินหลี่ผู้นั้นโดยแท้

ทันทีที่รถม้าแล่นออกไปจากจวนเสี่ยวเถาก็กลับมาบอกให้หญิงสาวล่วงรู้ตามคำสั่ง “คุณหนู? ท่านไม่ปวดหัวแล้ว??”

“ไม่ปวดแล้ว เร็วเข้าเจ้ารีบเก็บสัมภาระ เอาไปแต่ที่จำเป็น ข้าจะไปเยี่ยมแม่นมเฉาที่นอกเมือง”

“อะไรนะเจ้าคะ?!”

“ยังไม่รีบไปเก็บของ?”

เสี่ยวเถาหน้าซีด “คุณหนูท่านจะแอบหนีออกไปจากจวนอีกแล้วหรือเจ้าคะ ครั้งก่อนที่ท่านแอบตามไปส่งแม่นมเฉาท่านเกิดเรื่องจนบาดเจ็บที่ใบหน้า ข้ายังกังวลว่าแผลนั่นอาจรักษาไม่หาย ครั้งนี้...”

“ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ไม่เป็นอะไรหรอก ไปดูว่าข้ามีตั๋วเงินอยู่เท่าไหร่”

“ตั๋วเงินหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเถารีบเข้าไปเปิดกล่องไม้ลงรัก “มี...สองหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นนำไปด้วยหมื่นตำลึง”

“หา!!! หมื่นตำลึง?? ท่านจะซื้อที่ดินหรือเจ้าคะ”

“เปล่าข้าจะซื้อคน”

เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง งุนงงจนไม่รู้ว่าจะถามต่อไปอย่างไร นางมองคุณหนูของตนราวกับมองคนแปลกหน้า

เซี่ยหยวนเล่อโบกมือไปมา “ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ไปถึงเจ้าจะเข้าใจเอง เร็วเข้าหากยังช้าท่านพ่อกลับมาก็ออกจากเมืองหลวงไม่ได้แล้ว!”

“คุณหนูหากนายท่านลงโทษครั้งนี้...”

“ท่านพ่อเคยลงโทษข้าที่ไหนกัน อย่างมากก็แค่กักบริเวณในเรือน”

“แต่กับข้า...”

“ข้าไม่มีทางยอมให้ใครแตะต้องเจ้า ครั้งนี้ไม่มีทาง!” นางจริงจังมากตอนที่กล่าวประโยคนั้น

เสี่ยวเถาชะงักมองนางด้วยสายตาซาบซึ้งคลอคลอง เห็นชัดว่าสาวใช้ของนางเคารพและเชื่อฟังนางมาก เทิดทูนนางราวกับเจ้าชีวิต เพียงประโยคนั้นของนางเสี่ยวเถาก็ยอมแม้ต้องบุกน้ำลุยไฟ สาวใช้รีบเก็บของจำเป็น จากนั้นทั้งสองก็แอบหลบยามเฝ้าประตูข้างออกมาจากจวน

หลังเข้าไปในร้านแพรพรรณเลือกชุดราคาถูกมาสองชุดและผลัดเปลี่ยน ทั้งสองรีบไปยังตรอกเฮยผาวเพราะที่นั่นมีร้านเช่ารถม้า แม้รถม้าค่อนข้างเก่าและสกปรก แต่นี่นับเป็นทางเลือกที่ฉลาดมาก จ่ายมากหน่อยยังได้คนขับรถม้ากึ่งคนคุ้มกันอีกด้วย ตอนนี้จะออกจากเมืองหลวงให้ปลอดภัยจำเป็นต้องไม่โดดเด่นไม่สะดุดตา

...ที่นางต้องทำก็คือตามหาจื่อฉิง!!

รถม้าแล่นออกจากเมืองหลวงโดยสะดวก หญิงสาวสั่งให้คนขับรถม้าข้ามแม่น้ำเทียนเหอโดยใช้แพขนส่งรถม้า เมื่อข้ามแม่น้ำไปได้ก็ตรงไปยังทิศใต้ตามหาหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมู่บ้านซุนสือ

ที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ ของหมู่บ้าน เมื่อเข้าพักและเดินเตร็ดเตร่อยู่ไม่ถึงครึ่งวัน ในที่สุดก็มีบุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กหลายคน มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือ...พ่อค้าทาส

กลุ่มคนเหล่านี้เพิ่งมาถึงหมู่บ้านซุนสือ มาถึงก็แปะประกาศรับซื้อคนแบบโจ่งแจ้ง โอ้อวดว่าให้ราคาดีกว่าพ่อค้าทาสกลุ่มอื่นในเทียนเฉา

ชาวบ้านยากจนล้วนอดอยากปากแห้ง การขายบุตรหลานเป็นทาสเพื่อต่อลมหายใจ ชีวิตหนึ่งแลกกับเงินซื้อข้าวสารกรอกหม้อ ยังดีกว่าอดตายกันทั้งครอบครัว แม้เทียนเฉาเป็นแคว้นที่มั่งคั่ง หากแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีชีวิตสมบูรณ์พร้อมพรั่ง

ขณะเซี่ยหยวนเล่อนั่งจิบชามองไปรอบๆ เห็นสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งลากเด็กชายวัยไม่ถึงสิบขวบมาตามถนน เขาทั้งร้องไห้ อ้อนวอน กอดขากอดแขนเรียกมารดา วอนขอว่าตัวเองจะกินให้น้อยลงทำงานให้มากขึ้น อ้อนวอนเพื่อไม่ให้มารดาขายเขาออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.3

    อยู่ๆ เฉิงเหยียนก็รู้สึกว่าตนไม่ควรรับมันมาเลย...เสียงสวบสาบดังขึ้นด้านหน้า เงาร่างหนึ่งล้มลงยังพุ่มไม้ข้างกำแพง ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปทันที “นั่นใคร!”“ใต้เท้าเฉิงเหยียน??” เสียงนั้นแผ่วเบาและอ่อนแรง เขาขมวดคิ้วเพราะจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของ...เซี่ยหยวนเล่อ คุณหนูสิบตระกูลเซี่ย!!ชายหนุ่มปราดเข้าไปประคองนางขึ้น นางมีท่าทีอ่อนแรงและหายใจเร็วมาก เหงื่อของนางเปียกชุ่มทว่าสองมือกลับกุมเสื้อของเขาราวได้รับการตื่นตระหนก“เร็วเข้าพาข้าไปจากที่นี่ ยิ่งไกลยิ่งดี”“เกิดอะไรขึ้น เจ้า...กำลังหนีผู้ใด”“ไม่มีเวลาอธิบาย พาข้าไปจากที่นี่ก่อน”“ข้าพาเจ้ากลับไปส่งที่จวน”“ไม่...ไม่กลับเข้าจวน ข้าเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่น”“อะไรนะ”เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังวิ่งมาด้านนี้ หญิงสาวหายใจหอบสติกำลังเลือนลาง “ได้โปรด พาข้าไปจากที่นี่ก่อน อย่าให้ผู้ใดหาข้าพบแม้แต่คนตระกูลเซี่ย”เฉิงเหยียนได้แต่สงสัย อะไรกันที่ทำให้นางรู้สึกว่าจวนของตนไม่ปลอดภัย เป็นใครกันที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจแม้แต่คนในตระกูลของตัวเอง?!เมื่อนางขอร้องอย่างสิ้นหวังเขาเองก็ได้แต่ทำตาม ทั้งที่ลึกๆ ก็ก่นด่าตัวเองว่าเรื่องนี้อาจเป็นการล่วงเกินท่านอัค

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.2

    ชายหนุ่มมองอีกฝ่าย “แล้วนี่ทรง...” แต่งกายเช่นนี้คงมิใช่ออกจากวังมาเที่ยวเล่น“โดนเจ้าจับได้แล้ว? ข้าได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในจวนอัครมหาเสนาบดี ชายาของพี่รองมีข่าวดีแล้ว”“ตั้งครรภ์?”“ใช่ หมอหลวงยืนยันแล้ว พี่รองเพิ่งเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อและไทเฮา วันนี้ท่านอัครเสนาบดีกับฮูหยินจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น ผู้ที่มีเทียบเชิญเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้”เฉิงเหยียนถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว ขอบพระทัยที่ทรงมาแจ้งกระหม่อมด้วยพระองค์เอง”เฉินฮ่าวมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก “เจ้าต้องทำท่าทางเหินห่างกับข้าเช่นนี้ให้ได้? แม้แต่กับไทเฮาเจ้าก็มีท่าทีเช่นนี้? มิน่าเล่าพูดถึงเจ้าทีไรไทเฮาก็ทักทรงมีท่าทีไม่สบายพระทัย เจ้านี่นะ รู้ทั้งรู้ว่าไทเฮาทรงเหลือเจ้าเป็นเครือญาติที่สนิทเพียงคนเดียว จะเข้าเฝ้าพระองค์ให้บ่อยครั้งหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ได้บังคับให้เจ้าเข้ารับตำแหน่งจากเส้นสายเสียหน่อย”“องค์ชาย ตระกูลของข้าหากไม่โดนประหารก็ตายตก ข่าวลือมากมายอาจทำให้ไทเฮาทรงเสื่อมพระเกียรติ แม้เหลือน้อยนิดแต่ก็ไม่ควรทำให้พระองค์แปดเปื้อน”“แปดเปื้อนอะไรกัน เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าไม่ใช่คนที่โง่งมโดนหลอกโดยง่าย

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.1

    “ใช่ ดังนั้นมากับข้าเถิด ช่วงนี้เจ้าก็อยู่กับข้าไปก่อน ข้าจะหาทางให้เจ้าได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง”“ขอรับ”นับจากวันนั้นเขาให้สงสัยไม่คลายจึงลอบสืบเรื่องของเซี่ยหยวนเล่อเงียบๆ เขาพบว่านางออกจากเมืองก็เพราะแม่นมเฉาจริงๆ นางไม่มีสหายจากจวนอื่นเพราะน้อยครั้งที่ใต้เท้าเซี่ยและฮูหยินจะอนุญาตให้บุตรสาวออกจากจวนถึงอย่างนั้นการที่นางหนีออกไปครั้งล่าสุด นางกลับตรงไปยังหมู่บ้านซุนสือที่ไม่ได้ใกล้กับบ้านของแม่นมเฉา“ใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงซื้อเด็กคนนี้มา ไม่ใช่คนของจวนอัครมหาเสนาบดีคงทำไม่ได้” ต้าสือพึมพำเฉิงเหยียนเหลือบมองอีกฝ่าย “นางถูกกักบริเวณหรือไม่”“ใช่ขอรับ...หนึ่งเดือน เห็นว่าเพราะนางแอบหนีออกมาจากจวน ครั้งนี้เซี่ยฮูหยินโกรธมาก ยังมี...”“อะไร” เฉิงเหยียนเห็นท่าทีของคนสนิทก็เลิกคิ้ว“ข้าบังเอิญรู้มาว่าเซี่ยฮูหยินเคยนัดพบกับองค์ชายหก”“องค์ชายหก??”“วันที่คุณหนูสิบหนีออกจากจวน เซี่ยฮูหยินออกจากจวนไปไหว้พระที่อาราม บังเอิญจริงๆ ที่วันนั้นองค์ชายหกเองก็ไปที่นั่น ยิ่งบังเอิญกว่าเพราะคุณหนูหกแกล้งป่วยวันนั้นพอดี เป็นไปได้หรือไม่ที่นางไม่อยากไปยังอารามกับมารดา และอาจเป็นไปได้เช่นกันที่นาง

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.4

    นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ถึงสองครั้งหากวันหน้ามีเรื่องใดที่ข้าสามารถตอบแทน...”หญิงสาวมองเสี่ยวหมานและเสี่ยวเถาที่เดินตรงเข้ามาหา “มี! ข้ามี!”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูสิบเชิญกล่าว”“ข้า...อยากฝากคนคนหนึ่งเอาไว้กับท่าน”“คน?”นางคว้าไหล่ของเสี่ยวหมานด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวเด็กชายให้เฉิงเหยียนดู “นี่คือเสี่ยวหมาน ข้าซื้อเขามาจากมารดาที่ต้องการเขาให้เป็นทาสเมื่อเช้า หากข้าพาเขากลับจวนด้วยเขาจะกลายเป็นบ่าวในจวนตระกูลเซี่ย ข้าไม่อยากให้เขาเป็นบ่าวหรือตกเป็นทาส ข้า...อยากให้เขาได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง ท่านช่วยส่งเสริมได้หรือไม่”เฉิงเหยียนมองเด็กชายตรงหน้า เขาค่อนข้างงุนงงกับการกระทำของนาง“ยังมี...นี่เป็นสัญญาซื้อขาย ข้าฝากเอาไว้ที่ท่านชั่วคราว ข้าไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้”ชายหนุ่มมองนางสลับ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.3

    เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายหนึ่ง เดาว่านั่นเป็นถนนที่ตรงไปยังบ้านเดิมของเขา เมื่อพ้นหมู่บ้านสีหน้าเศร้าสร้อยของเขายังคงอยู่ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูด ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงท่าทีใดนอกจากรอฟังคำสั่งของเซี่ยหยวนเล่อรถม้าแล่นมาจอดยังท่าเรือข้ามฟาก แต่เรือที่ใช้สำหรับพารถม้าข้ามฟากกลับรั่วรอซ่อมแซม คนขับรถม้าจนใจจึงได้แต่ส่งหญิงสาวกับสาวใช้ไปขึ้นเรือโดยสารที่ท่าเรืออีกแห่งเรือทวนน้ำแล่นตรงไปยังเมืองหลวงแต่ก็อ้อมอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นหญิงสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรจึงยอมไปขึ้นเรือโดยสารบนเรือมีชาวบ้านมากมายโดยสารมาจากต่างเมือง ทุกคนหาที่นั่งเพราะเรือต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วยาม[1]จึงจะถึงเมืองหลวงเสี่ยวเถากังวลเพราะทั้งสองแอบหนีมา แม้เซี่ยหยวนเล่อเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าคิดถึงแม่นมเฉาจึงแอบหนีมา แต่นางก็ยังกังวลว่าจะถูกลงโทษเพร

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.2

    ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่ยหยวนเล่อโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางลุกพรวดก้าวฉับๆ ไปยังสองแม่ลูก ดึงเด็กชายคนนั้นออกมาจากเงื้อมมือของอีกฝ่าย “หยุดเดี๋ยวนี้!!”“เจ้า...เจ้าเป็นใครยุ่งอะไรด้วย ข้าเป็นมารดาของเขา”“เจ้าจะขายเขามิใช่หรือ ข้าจะซื้อ เสี่ยวเถา”“เจ้าคะคุณหนู”“ตั๋วเงินสามพันตำลึง”“สะ...สามพันตำลึง” สตรีผู้นั้นตาโต ทว่าดวงตาเจ้าเล่ห์มองไปยังพ่อค้าทาส “ไม่ขาย พ่อค้าทาสผู้นั้นตกลงกับข้าที่ห้าพันตำลึง”เซี่ยหยวนเล่อแค่นหัวเราะจ้องอีกฝ่ายนิ่งไม่พูดอะไร นางกุมข้อมือของเด็กชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงตอนนี้ก็ยังร้องขอความเมตตาจากมารดาที่ไร้ซึ่งความปรานี“เจ้ามีนามว่าอะไร”“ข้า...ข้าน้อยเรียกขานว่าเสี่ยวหมาน”เซี่ยหยวนเล่อลูบศีรษะเขาเบาๆ...ถูกคนแล้ว นี่เป็นน้องชายต่างมารดาที่จื่อฉิงต้องออกมาตามหา นางจำได้ว่าเพื่อให้ได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status