Share

บทที่ 2.4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-05 18:05:26

นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน

“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ถึงสองครั้งหากวันหน้ามีเรื่องใดที่ข้าสามารถตอบแทน...”

หญิงสาวมองเสี่ยวหมานและเสี่ยวเถาที่เดินตรงเข้ามาหา “มี! ข้ามี!”

เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูสิบเชิญกล่าว”

“ข้า...อยากฝากคนคนหนึ่งเอาไว้กับท่าน”

“คน?”

นางคว้าไหล่ของเสี่ยวหมานด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวเด็กชายให้เฉิงเหยียนดู “นี่คือเสี่ยวหมาน ข้าซื้อเขามาจากมารดาที่ต้องการเขาให้เป็นทาสเมื่อเช้า หากข้าพาเขากลับจวนด้วยเขาจะกลายเป็นบ่าวในจวนตระกูลเซี่ย ข้าไม่อยากให้เขาเป็นบ่าวหรือตกเป็นทาส ข้า...อยากให้เขาได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง ท่านช่วยส่งเสริมได้หรือไม่”

เฉิงเหยียนมองเด็กชายตรงหน้า เขาค่อนข้างงุนงงกับการกระทำของนาง

“ยังมี...นี่เป็นสัญญาซื้อขาย ข้าฝากเอาไว้ที่ท่านชั่วคราว ข้าไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้”

ชายหนุ่มมองนางสลับกับมองเสี่ยวหมาน “เช่นนั้นก็ได้ ข้ารับปาก จะช่วยดูแลเขา หาทางให้เขาได้เข้าเรียนยังสำนักศึกษาหลวง จะฝากคนเอาไว้ที่ข้าตอนนี้เลยหรือไม่”

นางครุ่นคิดมองเรือที่กำลังจะเทียบท่า “คงต้องเป็นตอนนี้เลย” เพราะคนของบิดารอนางอยู่ที่ท่าเรือแล้ว หากลงเรือเกรงว่านางคงต้องรีบกลับจวน...

เฉิงเหยียนมองเห็นท่าทีของนาง เขามองตามสายตาของหญิงสาว “เกิดเรื่องหรือ” เขาถาม

นางพยักหน้า “ใช่ ข้าแอบหนีออกมาโดยที่คนในจวนไม่รู้น่ะ”

เขาเลิกคิ้วมองนาง

เซี่ยหยวนเล่อหัวเราะ “ประคำหยกนี้แม่นมของข้าได้มาจากอารามชิงหัว เป็นประคำหยกคุ้มภัย ท่านเก็บเอาไว้เพราะต้องการมันมากกว่าข้า สำนักตรวจการทำงานโดยไม่เลือกฐานะ ดังนั้นท่านจึงจะมีศัตรูมากกว่าข้า เก็บเอาไว้มันอาจคุ้มครองท่านได้มากกว่าอยู่กับข้า” นางส่งถุงปักที่มีประคำหยกคืนเขา

ครั้งก่อนนางได้มาจากเขาแล้วนางก็ถูกประหาร ครั้งนี้นางก็คืนให้เขาก็แล้วกัน เปลี่ยนทุกอย่างที่เคยเป็นให้เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม บางทีอาจเป็นสัญญาณที่ดีซึ่งบอกว่านางเปลี่ยนหลายๆ เรื่องได้แล้ว

เซี่ยหยวนเล่อลูบศีรษะของเสี่ยวหมาน “เจ้าไปกับพี่ชายคนนี้ เขาจะดูแลเจ้า เชื่อฟังเขา ทำทุกอย่างที่เขาบอก หลังจากนี้เจ้าจะได้เรียนหนังสือ ได้กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ต้องกังวลเรื่องใดทั้งสิ้น หากพี่สาวของเจ้ามาถึงเมืองหลวงข้าจะพานางไปหาเจ้าทันที ไว้ข้าจะพยายามไปเยี่ยมเจ้าบ่อยๆ”

“ขอรับคุณหนู”

“ข้าฝากเขาด้วย หลังจากนี้ข้าอาจถูกกักบริเวณในจวนไม่อาจออกมา หากข้าออกมาได้จะไปเยี่ยมเขา”

เห็นเขาทำหน้าราวกับพูดไม่ออกนางหัวเราะ “โดนกักบริเวณจนชินเสียแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลท่านพ่อท่านแม่ไม่กล้าลงโทษข้ามากกว่านี้แน่นอน อย่างมากก็หนึ่งเดือนแล้วข้าจะหาทางไปเยี่ยมเสี่ยวหมาน” แล้วนางกับเสี่ยวเถาก็เดินลงก็ลงจากเรือ

ตอนนั้นที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าที่มีพ่อบ้านรออยู่ นางหันหลังกลับไปมองเฉิงเหยียน เขาเองก็หยุดยืนมองนาง หญิงสาวยิ้มให้เขาจากนั้นขึ้นรถม้าจากไป

เฉิงเหยียนก้มลงมองถุงปักในมือด้วยสีหน้าหลากหลาย ครั้งก่อนเขาจดจำเสียงสตรีที่ตะโกนบอกได้ดี นึกไม่ถึงว่าจะเป็นถึงคุณหนูจวนอัครมหาเสนาบดี

เขาเจอนางในจวนตระกูลเซี่ยวันที่นางปักปิ่น ทว่าวันนั้นนางไม่ได้ใช้น้ำเสียงตะโกนอย่างลนลานเช่นในวันนี้ ดังนั้นเขาจึงยังจำนางไม่ได้ วันนี้เขาได้ยินชัดเจน แถมหันมาเจอเจ้าตัวจึงมั่นใจ คนที่ช่วยชีวิตเขาครั้งก่อนก็คือนางนี่เอง

“หัวหน้า” ต้าสือมองเขาสลับกับเสี่ยวหมาน

“นี่คือเสี่ยวหมาน นับจากนี้ข้าจะดูแลเขา”

“ท่านไปเก็บเด็กคนนี้มาจากไหนกัน??”

เขาถอนหายใจมองตามรถม้าของหญิงสาว “...บนเรือ” เสี่ยวหมานเงยหน้าขึ้นมองเขาชายหนุ่มจึงเอ่ยถาม “เจ้ามาจากหมู่บ้านใด”

“หมู่บ้านซุนสือขอรับ”

“เช่นนั้นรู้จักกับคุณหนูสิบได้อย่างไร”

“นางรู้จักกับพี่สาวของข้า นางซื้อข้ามาจาก...ท่านแม่”

เขาพยักหน้ามองเห็นความเศร้าของเด็กชายตรงหน้า ถึงอย่างนั้นเด็กอายุเพียงเท่านี้กลับรู้ความยิ่ง ไม่โวยวาย ไม่ร้องไห้ แม้ยังคงมีความเศร้าเมื่อกล่าวถึงมารดา แต่เขามองออกว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีคนหนึ่ง

“นางไม่ให้เจ้าไปกับนาง แต่ให้เจ้ามากับข้า บอกว่าจะให้ข้าหาทางส่งเจ้าเข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง เจ้ารู้หรือไม่ว่านางทำไปเพราะเหตุใด”

“อาจเพราะ...คุณหนูไม่อยากให้ข้ากลายเป็นทาส”

“ใช่ ดังนั้นมากับข้าเถิด ช่วงนี้เจ้าก็อยู่กับข้าไปก่อน ข้าจะหาทางให้เจ้าได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.5 จบ

    ใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.4

    หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.3

    ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.2

    เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.1

    เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 8.4

    “นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 1.4

    หญิงสาวหลับตาขอบตาร้อนผ่าว สิ่งใดก็ไม่เจ็บปวดเท่าต้องมารู้เห็นความเสแสร้งของมารดาตัวเองเช่นนี้!!!ทุกคนออกไปแล้วเพื่อไปรอยังโถงพิธี จริงๆ แล้วสมควรมีแม่นมและสาวใช้ข้างกายนางเพื่อประคองไปยังโถงพิธี ถึงตอนนี้หญิงสาวเข้าใจแล้วว่าเหตุใดมารดาบีบให้แม่นมที่อยู่ข้างกายนางเกษียณกลับบานเกิดเร็วกว่ากำหนด เข้

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 1.3

    “อะ...อะไรนะ พิธีปักปิ่น??” นางรั้งแขนของเสี่ยวเถาเอาไว้“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ พิธีปักปิ่น”“ของใคร” เซี่ยหยวนเล่อมองมือของตนที่คว้าข้อมือของเสี่ยวเถา“ของ...ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ ไม่ได้การแล้ว...ข้าต้องรีบไปตามท่านหมอ คุณหนูของข้าคงไม่ได้ป่วยจนสติฟั่นเฟือน? วันสำคัญขนาดนี้ยังลืม...”เซี่ยหยวนเล่อได้ยิ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 1.2

    ค่ำคืนแห่งการก่อกบฏเลือดไหลนองทั่วเมืองหลวง องค์ชายทั้งสองพระองค์และฮองเฮาที่อยากโค่นล้มราชบัลลังก์กลับถูกจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินประหารอย่างไร้ปรานี ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลเซี่ยและ...ตัวนางเองขณะนั่งรอความตายอย่างสิ้นหวัง มีเพียงสายตาของคนผู้หนึ่งที่มองนางอย่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เฉิงเหยี

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 1.1

    ชนชั้นสูง...เปลือกนอกที่สตรีเรือนหลังของจวนขุนนางต้องสวมเอาไว้ ยิ่งบิดา สามี หรือพี่น้องมีฐานะในราชสำนักสูงส่งเพียงใด พวกนางก็ยิ่งต้องดิ้นรนเพื่อยศศักดิ์ หน้าตา ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง เงินทอง เหล่านี้คือวังวนที่ม้วนเหล่าสตรีในเรือนหลังให้จำต้องแก่งแย่งการแต่งงานเพื่อยกฐานะของวงศ์ตระกูล ความสัมพันธ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status