Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 13:09:18

4

          คิดมากไปก็เท่านั้น ซินหยางที่นั่งอยู่แคร่หน้าบ้านก็คิดหาอย่างอื่นทำเพื่อให้ตนเองสบายใจขึ้น ดีกว่ามานั่งถอนหายใจทิ้งให้เสียเวลาและเสียสุขภาพจิต เธอก็เลยคิดว่าจะทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดบ้านเสร็จก็จะทำกับข้าวเตรียมเอาไว้ให้สามีกิน แล้วถ้าหากมีเวลาเหลืออยู่ก็จะสอยมะม่วงเอามาทำมะม่วงน้ำปลาหวานกินเล่นค่าเวลารอสามีกลับมาจากที่ทำงาน ในเมื่อวางแผนเอาไว้แล้วจะมัวชักช้าให้เสียเวลาทำไม

          ซินหยางเดินเข้าไปในบ้านแล้วทำความสะอาดบ้านโดยการเช็ดปัดฝุ่นภายในบ้าน กวาดบ้าน ถูพื้น ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายจะไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ยังเหลือขาและแขนที่ใช้งานได้อยู่บ้าง ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด สามารถทำงานบ้านได้แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย

          หลังจากทำงานบ้านเสร็จ ซินหยางก็เข้าครัวเพื่อไปทำกับข้าวเตรียมเอาไว้ให้สามีกินหลังจากกลับมาจากที่ทำงาน จะบอกว่างานของสามีของเธอเป็นการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้วเอาไข่ไก่ใส่แผงเตรียมขายซึ่งเป็นงานหนักอยู่เหมือนกัน แต่บางครั้งก็ไปทำงานในส่วนของสวนผลไม้ที่ต้องเก็บผลไม้ใส่ในตะกร้าซึ่งเป็นงานที่หนักกว่าเก็บไข่ไก่เสียอีก

          วัตถุดิบสำคัญในการทำกับข้าวก็จะมีปลาดุกและไข่ไก่เป็นหลัก สิ่งที่ทำเตรียมเอาไว้ก่อนได้จะมีเพียงต้มยำปลาดุกน้ำใสเท่านั้น ส่วนวัตถุดิบจำพวกผัก พริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พวกนี้หาเก็บได้ที่ข้างบ้านไม่ต้องออกจากบ้านไปซื้อ เครื่องปรุงเองก็มีครบครัน พูดมาขนาดนี้แล้วก็ต้องทำแล้วแหละ

          ซินหยางคนใหม่หรือก็คือณาดา ตอนที่อยู่โลกเก่าเธอทำงานบ้านและทำงานอาหารกินเองไม่ค่อยซื้อกิน ส่วนน้อยที่เธอจะสั่งอาหารผ่านมือถือ

          ด้วยความที่ร่างกายขัดข้อง ทำให้ซินหยางหยิบจับอะไรค่อนข้างลำบากนิดหนึ่ง แต่ไม่นานเธอก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว จะให้คนอย่างณาดาคนนี้อ่อนแอไปถึงไหน ก็เพราะว่าเธอนั้นแกร่ง สวย สมบูรณ์ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเธอได้หรอกนะ

          หลังจากทำต้มยำปลาดุกเสร็จเรียบร้อยเธอก็ออกไปยังหน้าบ้าน หาไม้ยาวบริเวณแถวบ้านเพื่อสอยมะม่วงมาทำมะม่วงน้ำปลาหวานกินตามที่ตนเองคิดเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เธอจับหยิบสิ่งของทั้งสองมือจะไม่สามารถก้าวเท้าเดินออกไปได้ จุดนี้เธอจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

          เมื่อได้ไม้ยาวพอดีมือมาแล้วเธอก็สอยมะม่วงมา 1 ลูก ลูกใหญ่มาก พอได้มะม่วงมาแล้วเธอก็เอาไปปอกเปลือกที่ครัวแล้วล้างน้ำสะอาด จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นตามใจชอบใส่จาน ส่วนเมล็ดของมันซินหยางจะเอาไปปลูกข้างบ้านก็เลยเก็บเอาไว้ค่อยหาเวลาเอาไปปลูกทีหลัง หลังจากนั้นก็ทำน้ำปลาหวานฉบับของเธอใส่ถ้วยใบเล็ก น่าเสียดายที่ไม่มีกุ้งแห้ง แต่แค่นี้ก็เพียงพอทำให้มันอร่อยมากแล้ว พอทำเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างเธอก็เอาไปนั่งกินที่แคร่หน้าบ้านอย่างมีความสุข

          “อร่อยจัง”

          .

          .

          .

          หลังจากสามีกลับบ้านก็เห็นภรรยานั่งตากลมอยู่แคร่หน้าบ้าน

          “กลับมาแล้วเหรอคะคุณสามี ทำงานเป็นยังไงบ้างคะ”

          “ก็ดีครับ”

          การทักทายกันหลังจากคนเป็นสามีกลับจากทำงานก็จะประมาณนี้เป็นประจำทุกวันไม่ขาดสาย

          “ผมได้กลิ่นหอมมาจากในบ้าน”

          “อ๋อ ฉันทำกับข้าวเอาไว้ให้คุณน่ะ เราไปกินข้าวกันเถอะค่ะ คุณสามี”

          เหอไท๋หรือสามีของซินหยางรู้สึกว่าวันนี้เธอดูเปลี่ยนไปมาก เมื่อวานเองก็ด้วย เธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะตนก็เหนื่อยจากการทำงานและหิวข้าวด้วย กะว่ากลับมาบ้านจะไปทำกับข้าวที่ตนเองทำอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ไหงวันนี้ภรรยาตนเองทำกับข้าวให้กิน แล้วเป็นครั้งแรกด้วยที่ภรรยาทำกับข้าวให้เขากินตั้งแต่ที่ได้ร่วมชายคาเดียวกัน

          ทุกอย่างมันดูแปลกสำหรับคนเป็นสามีอย่างเหอไท๋ อาหารที่เธอทำในหม้อเป็นต้มยำปลาดุกที่รสชาติอร่อยมาก เพียงแค่ชิมครั้งเดียวก็บอกได้ทันที อย่างกับว่าเธอทำอาหารมานานหลายปี

          “คุณไปรอฉันที่โต๊ะกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวฉันเตรียมให้คุณเอง”

          “เดี๋ยวผมทำเองดีกว่า คุณป่วยอยู่นะ”

          “ฉันหายดีแล้ว”

          สิ่งที่ซินหยางพูดเป็นความจริง เธอไม่ได้ป่วยหรืออ่อนแออีกต่อไปแล้ว มีเพียงขาของเธอเท่านั้นที่พิการ แต่คนเป็นสามีกลับไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอ

          อาการป่วยของเธอค่อนข้างรุนแรง เป็นโรคที่แม้แต่คุณหมอเองก็ระบุไม่ได้ว่าเธอป่วยเป็นโรคอะไร แล้วโรคแบบนี้มันจะหายไปเลยได้อย่างไรกัน

          “เดี๋ยวคุณไปนั่งรอผมที่โต๊ะดีกว่านะครับ ที่เหลือผมจัดการเอง”

          “ก็ได้ค่ะ”

          เหอไท๋ยิ้มหวานให้ซินหยางก่อนจะเตรียมอาหารมาวางที่โต๊ะกินข้าว อันที่จริงซินหยางจะทอดไข่เจียวด้วยแต่เหอไท๋ห้ามเอาไว้ก็เลยต้องกลายเป็นคนนั่งรอแล้วสามีก็ทอดไข่เจียวเอง อุตส่าห์จะทำให้กินอยู่แล้วเชียว

          หลังจากทอดไข่เจียวเสร็จเรียบร้อย อาหารทุกอย่างก็มารวมกันอยู่บนโต๊ะดูน่ากินทุกอย่าง ถึงจะมีเพียง 2 อย่างที่ทำก็เถอะ แต่สำหรับทั้งสองคนถือเป็นมื้อเย็นที่ได้กินข้าวพร้อมกันในหลายเดือน

          ตั้งแต่ซินหยางป่วยหนักก็ไม่เคยได้กินข้าวบนโต๊ะเดียวกันเลย แต่ตอนนี้ได้กินมื้อเย็นพร้อมกันแล้ว เหอไท๋รู้สึกมีความสุขขึ้นมาเป็นอย่างมากที่จะได้กินข้าวร่วมกับภรรยาอีกครั้ง แล้วอยากให้บรรยากาศแบบนี้คงอยู่ตลอดไป พอคิดแบบนั้นแล้วน้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลรินออกมาด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ

          “คุณสามี คุณร้องไห้ทำไมคะ”

          “ขอโทษนะ ผมดีใจ ผมคิดว่าเราสองคนจะไม่ได้กินข้าวร่วมกันอีกแล้ว ผมก็เลย”

          ในฐานะภรรยาที่เห็นสามีร้องไห้ก็ต้องเข้าไปกอดหลังปลอบประโลมเพื่อให้สามีหยุดร้องไห้

          “คุณสามี ยังไงฉันก็ไม่ทิ้งคุณให้อยู่คนเดียวหรอกนะคะ ต่อจากนี้ไปเราสองคนจะนั่งกินข้าวด้วยกันทุกวันนะคะ”

          “ครับ คุณสัญญากับผมนะครับ”

          “สัญญาค่ะที่รัก”

          …

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 43 จบ

    43 “ถ้ามาแล้วไม่พูดอะไรก็กลับกันไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน” ภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัวนี้มีอยู่ด้วยกันเท่านี้ เหอไท๋ ซินหยาง ลุงฉาง ป้าลี่หลิน แต่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา ถึงมันจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่อยากพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดขึ้นให้ทุกคนได้รับรู้กัน แล้วคนที่ว่านี้ก็คือเหอไท๋ “เรื่องเมื่อตอนนั้น ผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าแม่ไม่ปกป้องผม ป่านนี้ผมคงจะ” “หยุดพูดเรื่องนี้จะได้ไหมฉันไม่อยากฟัง ที่จริงฉันไม่อยากช่วยแกหรอก แต่ร่างกายมันขยับไปเอง” ถึงจะพูดไม่สนใจไยดีสักนิดเดียว แต่เหอไท๋กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย เขารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเข้ามาช่วย

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 42

    42 “แม่ ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ดื่มน้ำนี้ก่อน” เหอไท๋พยุงร่างของป้าลี่หลินเพื่อให้เธอดื่มน้ำที่ซินหยางเตรียมเอาไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่น้ำที่ได้รับมาจากซินหยางมันต้องไม่ใช่น้ำธรรมทั่วไปที่เห็น ป้าลี่หลินดื่มน้ำจนหมดขวด ร่างกายของเธอมีการตอบสนองต่อน้ำที่เธอดื่ม เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็ได้หยุดลง บาดแผลที่เกิดจากมีดปลายแหลมมันก็ได้สมานแผลเข้ากันจนหายสนิท ป้าลี่หลินพ้นขีดอันตรายทั้งอย่างนั้น แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังหายใจอ่อนเพลียอยู่ แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปนั้นมันอาจจะกำลังออกฤทธิ์ก็เป็นได้ แต่โดยรวมแล้วร่างกายของเธอดีขึ้นมาก “ทำไมกัน ผมไม่เข้าใจ แม่ที่เกลียดผมขนาดนี้ถึงได้เข้ามาปกป้องผม” “นั่นสิ

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 41

    41 เบื้องหน้าของเหอกุ๋ยที่กำลังตัวสั่นและหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยย่องเบา นอกจากเหอไท๋และซินหยางแล้ว ก็มีป้าลี่หลิน ลุงฉาง เปา ฟางอี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการด้วย พวกเขาที่ว่ามาทั้งหมดนี้ยืนอยู่ต่อหน้าเหอกุ๋ยในตอนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากนั้นก็คือพ่อและแม่ที่อยู่กับพวกเหอไท๋นั่นแหละ “พ่อ แม่ ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันได้” “เหอไท๋เป็นคนบอกฉันเองน่ะ” “งั้นเหรอ สุดท้ายก็ทิ้งผมไปแล้วเข้าข้างมันน่ะเหรอ ทั้งที่ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่นะ” “หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย ไอ้ลูกชั่ว” คำด่าของคนเป็นแม่ถึงกับทำให้เหอกุ๋ยทำตัวไม่ถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 40

    40 ทำไมเหอไท๋ถึงเรียกโจรย่องเบาว่า ไอ้น้องชายโง่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขารู้อะไรเกี่ยวกับโจรคนนี้ แล้วสิ่งที่เหอไท๋พูดออกมา ซินหยางที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็รู้อยู่แล้วด้วย การเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าของบ้านกับหัวขโมยกระจอกจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “น้องชาย พูดบ้าอะไรของแกวะ” ถึงแม้จะสวนกลับด้วยคำพูดที่ข่มอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายอย่างเหอไท๋นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจรกระจอกตรงหน้าเป็นใคร หัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขานี้เกิดความกังวลและกลัว ไม่ว่าจะพูดอะไรมาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังสั่นและกลัวอย่างสุดขีด “แกยังพูดแบบนี้อยู่อีกนะ เหอกุ๋ย ปิดบังใบหน้าไปก็ไม่มีปร

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 39

    39 “เหอไท๋ นายได้ยินเรื่องโจรงัดบ้านของผู้สำเร็จราชการหรือเปล่า” “อ่า ฉันได้ยินมาจากพวกชาวบ้านที่มาซื้อกับข้าวเมื่อเช้าน่ะ เห็นว่ามันเอาเงินและของมีค่าไปหมดเลย ให้ตายสิ ทำไมมันชั่วอะไรอย่างนี้” “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาแถวนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องนี้มาก่อน ฉันคิดว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ” “นั่นสินะ ฉันเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน อีกอย่างหนึ่ง มันสามารถงัดประตูหลังบ้านเข้าไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ยินอีกด้วย มันจะเก่งเกินไปแล้ว” เหอไท๋และเปา ทั้งสองคนกำลังทำงานอยู่ในสวน แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องหัวขโมยงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินเงินทองไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่ทั้งสองต้องเข้าไป

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 38

    38 “เปา นายช่วยเอาผักและปลาดุกไปส่งให้ลุงโจวที่ตลาดทีนะ” “ได้เลยเพื่อน” เหอไท๋ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนคนสำคัญของเปาและเป็นนายจ้างก็ได้แบ่งหน้าที่การงานให้เปาโดยการขนส่งวัตถุดิบไปให้พ่อค้าแม่ค้าที่สั่งวัตถุดิบเป็นประจำทุกวัน ส่วนทางด้านซินหยางก็ดูจะสนิทกับฟางอี้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดร้านเป็นกิจจะลักษณะ แต่ตอนเช้าฟางอี้ก็จะมาช่วยซินหยางขายกับข้าว ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอ เรียกได้ว่าพวกเธอทั้งสองดูจะเข้าขากันมากกว่าที่คิดเอาไว้ “ซินหยาง วันนี้จะทำเมนูอะไรเพิ่มอีกไหม” “วันนี้เหรอ ฉันคิดว่าจะทำแกงกะทิปลาดุกน่ะ แต่ฉันยังไม่เคยทำด้วยสิ” “เดี๋ยวฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status