Se connecter2
“โอ๊ย! ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”
จางลี่ปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องทรุดตัวลงกับพื้น ร่างบอบบางของหญิงสาวทุรนทุราย ดิ้นรนด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส เธอไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น
“นี่มันอะไรกัน”
ขณะที่จางลี่ปวดหัวอยู่นั้นก็มีภาพความทรงจำที่เหมือนกันฉากหนังเข้ามาในหัวของจางลี่ แล้วในขณะที่มีความทรงจำเข้ามาในหัว เธอก็จะปวดหัวอย่างรุนแรง
“ออกไปนะ ออกไปจากหัวของฉัน”
จางลี่มองเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง มันเป็นความทรงจำของหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอ จางลี่ทั้งปวดหัวและทั้งสับสนว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกันแน่ ทุกอย่างมันมั่วและสับสนวุ่นวายไปหมด
เมื่อภาพความทรงจำเข้ามาในหัวทั้งหมด อาการปวดหัวที่เป็นอยู่นั้นมันก็เริ่มจางหายไป
ความเจ็บปวดทุเลาลงจนไม่รู้สึกว่าปวดหัวอีกเลย ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ จางลี่รู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร“มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ”
จางลี่พลางกวาดตามองดูรอบตัวก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ถึงแม้อาการปวดหัวจะหายไป แต่ร่างกายรู้สึกถึงความหนักอึ้งราวกับว่าร่างกายบอบบางนี้ไม่ใช่ของเธอ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้”
ในระหว่างที่กำลังสำรวจพื้นที่รอบตัว จางลี่ก็ได้สังเกตถึงความผิดปกติของร่างกายตนเอง เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอนั้นผอมบางผิดปกติ เสื้อผ้าดูเก่าตกรุ่นที่สวมใส่อยู่นี้ก็ไม่ใช่ของเธอ พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ทำให้นึกออกและเข้าใจขึ้นมาทันที
นี่ไม่ใช่ร่างกายเดิมของจางลี่ แต่เป็นร่างกายของหญิงสาวที่มีใบหน้าเดียวกับเธอ ไม่ใช่แค่นั้น ชื่อของหญิงสาวคนนี้ก็ชื่อเดียวกันกับเธออีกด้วยมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
พอมาลองถึงคิดสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องที่จางลี่ถูกรถสิบล้อชนหลังจากนั้นก็มาอยู่ในร่างของเธอคนนี้ด้วย ทำให้จางลี่ได้ข้อสรุป
“หมายความว่า ฉันตายไปแล้วสินะ ถึงได้เข้ามาอยู่ในร่างของจางลี่อีกคน”
จางลี่พูดเช่นนั้นก่อนที่ร่างอันบอบบางจะทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้งด้วยความเสียใจที่ตนเองตายแล้วได้มาอยู่ในร่างนี้ จางลี่รู้เสียใจที่ตนเองนั้นยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างพังทลายลงมาทั้งหมด
“แล้วฉันควรทำยังไงดี”
จางลี่เสียใจจนร้องไห้ออกมาทั้งอย่างนั้นโดยไม่สนว่าคนบ้านเข้ามาเห็นสภาพที่น่าสมเพชเฉกเช่นนี้ เพราะยังไงเธอก็ไม่สามารถกลับคืนร่างเดิมของเธอได้อีกแล้ว
.
.
.
“แล้วฉันควรทำยังไงดี”
จางลี่เสียใจจนร้องไห้ออกมาทั้งอย่างนั้นโดยไม่สนว่าคนบ้านเข้ามาเห็นสภาพที่น่าสมเพชเฉกเช่นนี้ เพราะยังไงเธอก็ไม่สามารถกลับคืนร่างเดิมของเธอได้อีกแล้ว
ถึงแม้ว่าจางลี่จะร้องไห้เสียใจมากแค่ไหน แต่การที่มานั่งร้องไห้เสียใจอย่างน่าสมเพชเฉกเช่นนี้ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมาเลย
“เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”
หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วหยุดร้องไห้เมื่อคิดถึงเรื่องการมีชีวิตอยู่ เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะทำอะไรดี เธอจึงนึกถึงความทรงจำที่ได้รับมาจากเจ้าของร่างนี้
จางลี่ หญิงสาวร่างบางคนนี้เธอเกิดและโตอยู่ที่เมืองกวางตุ้ง เธอถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีฐานะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก ฐานะปานกลาง เขาชื่อว่า มู่เฉิน แล้วเหตุผลที่บังคับลูกสาวตนเองก็เพื่อต้องการเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านนั่นแหละ จางลี่ไม่สามารถปฏิเสธคนเป็นพ่อแม่ได้ เธอก็เลยต้องจำใจยอมแต่งงานแล้วอยู่กับชายหนุ่มมู่เฉินโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่เลยสักนิด
หลังจากแต่งเข้าบ้านมู่เฉินในเมืองเหอหนาน ทั้งสองก็อยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายดูแลหญิงสาวร่างบางอย่างจางลี่มาอย่างดี จนกระทั่งมาถึงวันที่มู่เฉินสามีของเธอเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
เหตุผลก็เพราะว่าจางลี่ไม่สามารถมีลูกได้ ทำให้เขาเสียใจมากที่ไม่มีหลานให้พ่อแม่ได้อุ้ม พอรู้ว่าจางลี่ไม่สามารถมีลูกได้ เขาก็ทำตัวไม่สนใจไยดี วันๆเอาแต่กินเหล้า บางครั้งก็พาผู้หญิงจากที่ไหนไม่รู้เข้ามาบ้านทั้งที่จางลี่ก็อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย
“ไอ้ผู้ชายชั่วเอ๊ย”
ถึงมันจะเป็นความทรงจำของจางลี่ แต่จางลี่ที่ตายแล้วเข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็มีความรู้สึกเจ็บใจและเสียใจในเวลาด้วยกัน บางที อาจเป็นเพราะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็เลยรับความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมไปด้วยเช่นกัน
จางลี่คนก่อนต้องทนทุกข์ทรมาน นอกจากจะถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก เธอยังต้องมาอยู่ในสภาพเฉกเช่นนี้อีกด้วย เรื่องแบบนี้ใครมันจะยอมรับได้กันล่ะ หญิงสาวร่างบางตัวแค่นี้แต่กลับผ่านเรื่องเลวร้ายมาจนถึงตอนนี้ได้นับว่าเก่งมากแล้ว
“ถ้าเป็นฉันแล้วล่ะก็ ฉันจะไม่ทน”
จางลี่คนปัจจุบันพูดก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาทั้งอย่างนั้น
มันก็พูดไม่ได้ว่าเธอจะทนได้หรือไม่ได้ จางลี่เองก็ไม่มีที่ไปนอกจากจะทนอยู่ที่นี่ แต่ความอดทนของเธอก็มาถึงคราวอวสาน จางลี่กินยาฆ่าตัวตายในช่วงเวลาที่จางลี่คนปัจจุบันนั้นถูกรถสิบล้อชน จางลี่คนปัจจุบันจึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ส่วนจางลี่คนก่อนไม่รู้ว่าเธอตายไปเลยหรือว่าไปเข้าร่างของจางลี่
เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
...
ดูเหมือนว่าจางลี่จะเหนื่อยแล้วหลับไปแค่นั้น ส่วนทางด้านซินเทียร์และคนรับใช้สองคนหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงหนานที่เข้ามาทีหลังก็พอจะเดาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คุณลุงวัยกลางคนต้องกุมขมับ “ให้ตายสิ เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักโตกันเลยนะ” “ขอโทษครับลุงหนาน ผมขอโทษที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าลุงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน แต่อย่าได้มีเรื่องกันอีกล่ะ เข้าใจไหม” “เข้าใจแล้วครับ” . . . หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะตบตีกันระหว่างจางลี่และซินเทียร์ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนเต็ม แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางลี่ก็ได้ไหว้วานให้ไห่เทาทำเรื่องบางอย่างขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือว่าซินเทียร์นั้นมีชู้กับชายหนุ่มร่ำรวยคนหนึ่งในเมืองเสฉวน ทำไมถึงทำแบบนั้น ก่อนหน้านี้จางลี่ได้ให้ไห่เทาไปสืบเรื่องของซินเทียร์ แล้วไห่เทาบังเอิญไปเห็นซินเทียร์กำลังเดินควงแขนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคนที่ว่าก็เป็นผู้ติดต่อธุรกิจกับเธอรวมไปถึงสามีของเธอด้วย แล้วข่าวลือนี้ก็ทำให้ความจริงของซินเทียร์ถูกเปิดเ
30 เพียะ! เพียะ! เพียะ! จางลี่รัวฝ่ามืออรหันต์ใส่ซินเทียร์และคนรับใช้ของเธอ นี่ไม่ใช่สามรุมหนึ่งแต่เป็นหนึ่งรุมสาม ต่อให้มีคนเยอะกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ซินเทียร์และคนรับใช้กลายเป็นกระสอบทรายโดยปริยาย “กูจะไม่หยุดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง อีห่ารากซินเทียร์! อีเปรตซินเทียร์!” ไม่มีใครหยุดจางลี่เอาไว้ได้ นอกเสียจากลุงหนานจะมาเห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ขอร้องกันไม่ได้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงหนานจะกลับมาเมื่อไหร่ จางลี่ก็เลยมันมืออย่างที่เห็น ชาวบ้านที่เข้ามาดูเรื่องทะเลาะของจางลี่ไม่มีใครเข้าไปห้าม พวกเขาตกใจและอึ้งในสิ่งที่เห็น แม้แต่มู่เฉินที่เจ็บตัวอยู่ก็ตกใจไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ที่ผ่านมาจางลี่นั้นอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคร เธอเป็นคนขี้เกรงกลัว สั่งให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำทุกอย่าง พอมาเห็นภาพเบื้องหน้าตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “นี่คือจางลี่ในตอนนี้เหรอ” มู่เฉินพูดด้วยความอึ้ง “ใช่ เธอเป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดไป” ไห่เทาพูดตอบมู่เฉินไปตามความจริ
29 “มู่เฉิน” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจางลี่เป็นฝีมือของซินเทียร์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็เรื่องของพ่อแม่ของจางลี่ ซินเทียร์พาพวกเขามาหาจางลี่ แล้วก็เรื่องนี้ด้วย เธอพามู่เฉินซึ่งเป็นสามีของจางลี่มาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ซินเทียร์ต้องการให้มันเป็น เธอทำไปเพื่อไม่ให้จางลี่ได้มีชีวิตอันสงบสุข (อีเปรตเอ๊ย!) ถึงแม้ว่าจะเจอกับสามีอย่างมู่เฉินที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีเธอก็ไม่ได้รู้เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว สีหน้าที่ดูเกรงกลัวอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่เธอแสดงสีหน้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เธอแค้นมู่เฉินและแค้นซินเทียร์ ทำให้ไห่เทาที่เห็นอย่างนั้นเข้าใจผิดไป “จางลี่ กูตามหามึงมานานแสนนาน ไม่คิดเลยว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่” “มู่เฉิน มึงตามหากูเหรอ มึงทำเพื่ออะไร กูกับมึงไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว” “มึงกล้าปากดีกับกูเหรอ” “ก็มึงทำร้ายกูก่อน แล้วกูก็ไม่คิดที่จะกลับไปหามึงด้วย” “อีนี่!” ไห่เทาเห็นว่ามู่เฉินจะเดินเข้ามาทำร้ายจางลี่ เขาก็เลยมายืนขวางเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้จางลี่ได้รับ
28 “เหอะ ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีนี้เพื่อตัดครอบครัวออก ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ว่า แค่นี้มันยังน้อยไปนะจางลี่ ฉันยังมีอะไรสนุกเตรียมเอาไว้ให้เธออีกเยอะ” ซินเทียร์ที่พูดบ่นอยู่ตอนนี้ เธอเองก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าสวนส้มของจางลี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เรื่องที่ซินเทียร์บอกที่อยู่ของจางลี่ให้จางเหม่ยและจางหมิ่นซึ่งเป็นพ่อแม่ของเธอได้รู้นั้นก็เป็นแผนของซินเทียร์เพื่อที่จะทำให้จางลี่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหา ซินเทียร์เองก็ไม่คิดว่าจางลี่จะกล้าต่อต้านพวกเขา แถมยังใช้คำพูดที่ไม่สมกับเป็นลูกที่เกิดมาโดยพวกเขา “ฉันรับรองได้เลยว่า ครั้งต่อไปเธอจะต้องไม่มีความสุขไปตลอดกาล ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับพร้อมคนรับใช้หญิงสาวสองคน . . . เมืองเหอหนาน หญิงสาวร่างบางพร้อมกับคนรับใช้เป็นหญิงสาวสองคนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่ได้รู้จักผู้ชายเจ้าของบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ที่พวกเธออยากมาพบกับชายหนุ่มคนนี้ก็เพื่อต้องการทำบางอย่างซึ่งเป็นผลประโ
27 นี่ไม่ใช่การประจานตนเอง แต่เป็นความอัดอั้นที่สะสมมานานของหญิงสาวร่างบางที่ต้องต่อสู้เพื่อตนเองมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ จางลี่ได้พูดทุกอย่างออกมาทั้งหมดให้คนที่อยู่ในสวนส้มรับรู้เอาไว้ พวกลูกจ้าง พ่อค้าแม่ค้าและพวกชาวบ้านไม่มีใครนินทาว่าร้ายจางลี่เลย ทุกคนมีแต่ความเห็นอกเห็นใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องพบเจอเรื่องบัดซบเฉกเช่นนี้ “จางลี่ เธอไม่ผิดหรอก คนที่ผิดน่ะก็คือคนพวกนี้ต่างหาก อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลยนะ พวกเราเอาใจช่วย” “ใช่แล้ว เธอเก่งมากเลยนะที่ผ่านเรื่องนี้มาได้ เธอเก่งที่สุด” “หนูไม่ต้องคิดมากนะจางลี่ สู้ๆนะ” “จางลี่ เธอเป็นคนดี ไม่ใช่คนเลว” “เธอเป็นผู้หญิงที่แกร่งมาก พวกเราเห็นมากับตาแล้ว” “พยายามเข้านะจางลี่ พวกเราคอยเอาใจช่วย” นี่เป็นเสียงของคนที่กรูกันเข้ามาดู พวกเขารู้จักจางลี่เป็นอย่างดี เพราะจางลี่มีชื่อเสียงและมีความสามารถคนหนึ่ง เธอเป็นที่น่านับถือของชาวบ้านละแวกนี้กันทุกคน แม้แต่ศัตรูก่อนหน้านี้อย่างมนุษย์ป้าเจียงและเหนียงก็ยังนับถือจางลี่กันเลย จางเหม่ยและจางหมิ่นถึงกับพูดไม่ออกว่าลูก
26 “ฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขที่สุดเลย เห็นหน้าอีจางลี่เวลาที่มันหงุดหงิดแล้วน่าสมเพชที่สุดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์ที่อยู่ภายในบ้านของสามี เธอมีความสุขที่ได้เห็นความทุกข์ของจางลี่ ซึ่งเธอเองก็อยู่ดูโดยไม่ให้จางลี่รู้เห็น เรื่องที่พ่อแม่ของจางลี่ได้รับเงินห้าพันหยวนเธอก็รู้เช่นกัน “ฉันไม่ต้องทำอะไรให้เสียเวลา ฉันก็แค่รอดูความฉิบหายของมันก็พอ แต่แค่นี้มันยังน้อยไป นี่พวกเธอ” “คะ” “ฉันมีเรื่องจะให้พวกเธอไปทำอีกเรื่องให้ฉันหน่อย” “เรื่องอะไรเหรอคะ” ซินเทียร์ได้วานให้คนรับใช้หญิงสาวสองคนไปทำกัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ “เข้าใจแล้วนะ” “เข้าใจแล้วค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่ง หญิงสาวคนรับใช้ทั้งสองก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านไปทันที “ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้แหละจางลี่ ชีวิตของเธอจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ท่าทางจะมีความสุขมาก มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น นี่แหละตัวจริงของซินเทียร์ที่แม้แต่สามีวัยกลางคนก็ยังไม่เคยได้เห็น







