Mag-log in7
ในแต่ละวัน หลังจากขายของเสร็จเรียบร้อย จางลี่ก็จะหาเวลามาดูแลพืชผักสวนครัวที่ตนเองปลูกบริเวณข้างบ้าน แล้วก็ดูแลไก่ที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน เธอเลี้ยงไก่แบบระบบปิดเพื่อไม่ให้ไปรบกวนชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้
พืชผักสวนครัวที่ปลูกขึ้นมานี้จางลี่เองก็เอามาตั้งขายอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ส่วนไก่ไม่ได้ขาย แต่จะขายไข่ไก่แทน แล้วราคาขายนั้นเธอขายถูกกว่าตลาดสด พวกชาวบ้านที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงก็จะมาซื้อพืชผักและไข่ไก่ที่ร้านของจางลี่ ไม่ต้องเดินทางไปซื้อที่ตลาด
ธุรกิจส่วนตัวของจางลี่กลายเป็นที่รู้จักในละแวกนั้น ทำให้เธอไม่ค่อยมีเวลาหลงเหลือให้พักผ่อน แต่มันก็ดีที่เธอได้เงินมาใช้จ่ายตามที่ตนเองต้องการ
“จะว่าไปบ้านเช่ามันโทรมมากเลยนี่นา
เราต้องปรับปรุงซ่อมแซมแล้ว”จางลี่พูดบ่นกับตนเองก่อนจะมองดูรอบบ้านทั้งภายในและภายนอก เธออยากปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเช่าหลังนี้ที่เธออาศัยอยู่ แต่บ้านหลังนี้เป็นเพียงแค่บ้านเช่าเท่านั้นไม่สามารถทำตามความต้องการของตนเองได้ จางลี่ก็เลยเข้าไปปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านกับคุณยายอี้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคุณยายอี้อนุญาตให้ปรับปรุงบ้านเช่า เพียงแต่ว่าเธอไม่ให้จางลี่ใช้เงินส่วนตัวมาปรับปรุงบ้านเช่า จางลี่เองก็ไม่ยอมเหมือนกัน เธอไม่อยากให้คุณยายอี้ต้องมาเสียเงินกับความต้องการของเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณยายอี้ เดี๋ยวหนูจัดการเอง”
ไม่ว่ายังไงจางลี่ก็ไม่อยากให้หญิงชราเจ้าของบ้านเช่าต้องมาใช้จ่ายเงินในการปรับปรุงบ้าน ทำให้หญิงชราอย่างคุณยายอี้ต้องยอม
.
.
.
จางลี่นัดช่างปรับปรุงบ้านมาวันนี้เพื่อที่จะปรับปรุงบ้านเช่าที่ทรุดโทรมอยู่ ช่างปรับปรุงบ้านก็เป็นชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้ แล้วจางลี่ก็ไว้ใจพวกเขาได้
“ราคาซ่อมแซมบ้านเดี๋ยวค่อยมาสรุปกันอีกทีนะคะคุณลุง”
“ได้สิ”
“วันนี้เสร็จไหมคะ”
“อย่าพูดเล่นสิหนูจางลี่ บ้านทรุดโทรมไปเยอะมากเลยนะ ต้องใช้เวลาหลายวัน อาจต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เลยแหละ”
“งั้นเหรอคะ”
ในเมื่อช่างว่ายังไงจางลี่ก็ต้องว่าอย่างนั้น
ระหว่างที่จางลี่กำลังระบุจุดทรุดโทรมให้ช่างอยู่นั้นเธอก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในช่างที่เข้ามาดูบ้านก่อนเริ่มซ่อมแซมบ้าน เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างมาก พอนึกถึงความทรงจำของจางลี่คนก่อนก็ทำให้นึกออกขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มคนนี้เป็นเพื่อนของจางลี่สมัยที่เธอยังอยู่บ้านกับพ่อแม่ก่อนที่เธอนั้นจะถูกบังคับให้แต่งงานกับมู่เฉิน
.
.
.
“ไห่เทา นั่นนายใช่ไหม จำฉันได้หรือเปล่า”
“เธอคือ จางลี่ใช่ไหม”
“ใช่ ฉันเอง”
“ใช่จริงๆด้วย”
ชายหนุ่มรูปไม่หล่อแต่ก็ดูดีในสายตาชาวบ้าน เขามีชื่อว่า ไห่เทา เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของจางลี่ ไห่เทามีอาชีพเป็นช่างสร้างบ้านและซ่อมแซมบ้าน ถ้าหากจางลี่ไม่ทักทายเขาแล้วล่ะก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่าทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นใครกันแน่
จางลี่รู้จักไห่เทาสมัยเด็กเป็นอย่างดี เธอรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง แต่หลังจากไม่ได้เจอกันมานาน
จางลี่ก็ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน“จางลี่ ว่าแต่เธอเป็นยังไงบ้าง”
“สบายดีน่ะ”
“งั้นเหรอ ดีแล้วแหละ”
“แล้วนายล่ะ”
“ก็สบายดี”
“ไห่เทา อย่ามัวแต่ยืนอยู่เฉยสิ มาช่วยกันหน่อย”
“ได้ครับลุง”
เมื่อถูกลุงซึ่งเป็นนายจ้างของตนเอง ไห่เทาจึงต้องทำตามคำสั่ง
“จางลี่ ฉันไปก่อนนะ”
“อืม”
หลังจากนี้คงต้องปล่อยให้ช่างซ่อมแซมบ้าน ส่วนจางลี่ก็ต้องหาเวลาไปทำอย่างอื่นหลังจากนี้
.
.
.
เวลาผ่านมาได้หนึ่งสัปดาห์ บ้านเช่าที่เคยทรุดโทรมกลับกลายมาเป็นบ้านเช่าหลังใหม่ที่ดูสวยงามราวกับบ้านที่สร้างใหม่
“สวยจัง”
จางลี่ชื่นชมความสวยงามของบ้านเช่า แม้จะไม่ใช่บ้านของตนเองแต่เธอดูแลไม่ต่างกับบ้านของตนเองนั่นแหละ
ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้านเช่าทั้งหมดสองร้อยหยวนไม่มีผ่อนจ่าย จางลี่หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ช่างซ่อมแซมบ้าน
“ขอบคุณมากนะคะคุณลุง บ้านดูเหมือนใหม่เลยค่ะ”
หลังจากรับเงินค่าจ้างเรียบร้อยลุงและทีมงานช่างก็พากันกลับ เหลือเพียงไห่เทาเท่านั้นที่อยู่คุยกับจางลี่
“จางลี่”
“มีอะไรเหรอไห่เทา”
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ฉันน่ะนะ นึกว่าเธอจะอยู่กับสามีซะอีก”
“อย่าพูดถึงไอ้ชั่วนั้นเลย”
“ขอโทษ”
“คุณไม่จำเป็นจะต้องขอโทษฉันหรอก คุณไม่รู้อะไรเลยนี่นา”
ไม่รู้ว่าทำไม แต่จางลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองให้ไห่เทาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมามากจนไห่เทายังตกใจในสิ่งที่จางลี่เล่าบอก
“เธอผ่านอะไรมาเยอะมาก ไม่น่าเชื่อเลย”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ชีวิตของฉันมันไร้ค่าสำหรับพ่อแม่ที่ขายฉันให้ไอ้ชั่วนั่น แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันได้รับอิสระอีกครั้ง ต่อไปนี้ไม่มีใครมาทำอะไรฉันได้ แล้วฉันก็ดูแลตัวเองได้”
“งั้นเหรอ ยินดีด้วยนะ”
ไห่เทารู้สึกภูมิใจในตัวจางลี่ที่เธอผ่านเรื่องเลวร้ายพวกนั้นมาได้
“เอาล่ะ ผมต้องไปทำงานต่อแล้ว”
“อืม”
“จางลี่”
“มีอะไรเหรอ”
“ถ้าฉันจะมาหาเธออีก เธอจะว่าอะไรฉันไหม”
“ก็ไม่หนิ มาได้ตลอด ถ้าฉันอยู่บ้านนะ”
“งั้นเหรอ”
ไห่เทาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไปทั้งอย่างนั้น
จางลี่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไห่เทาถึงได้ยิ้มออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“พิลึกคน”
…
ดูเหมือนว่าจางลี่จะเหนื่อยแล้วหลับไปแค่นั้น ส่วนทางด้านซินเทียร์และคนรับใช้สองคนหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงหนานที่เข้ามาทีหลังก็พอจะเดาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คุณลุงวัยกลางคนต้องกุมขมับ “ให้ตายสิ เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักโตกันเลยนะ” “ขอโทษครับลุงหนาน ผมขอโทษที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าลุงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน แต่อย่าได้มีเรื่องกันอีกล่ะ เข้าใจไหม” “เข้าใจแล้วครับ” . . . หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะตบตีกันระหว่างจางลี่และซินเทียร์ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนเต็ม แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางลี่ก็ได้ไหว้วานให้ไห่เทาทำเรื่องบางอย่างขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือว่าซินเทียร์นั้นมีชู้กับชายหนุ่มร่ำรวยคนหนึ่งในเมืองเสฉวน ทำไมถึงทำแบบนั้น ก่อนหน้านี้จางลี่ได้ให้ไห่เทาไปสืบเรื่องของซินเทียร์ แล้วไห่เทาบังเอิญไปเห็นซินเทียร์กำลังเดินควงแขนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคนที่ว่าก็เป็นผู้ติดต่อธุรกิจกับเธอรวมไปถึงสามีของเธอด้วย แล้วข่าวลือนี้ก็ทำให้ความจริงของซินเทียร์ถูกเปิดเ
30 เพียะ! เพียะ! เพียะ! จางลี่รัวฝ่ามืออรหันต์ใส่ซินเทียร์และคนรับใช้ของเธอ นี่ไม่ใช่สามรุมหนึ่งแต่เป็นหนึ่งรุมสาม ต่อให้มีคนเยอะกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ซินเทียร์และคนรับใช้กลายเป็นกระสอบทรายโดยปริยาย “กูจะไม่หยุดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง อีห่ารากซินเทียร์! อีเปรตซินเทียร์!” ไม่มีใครหยุดจางลี่เอาไว้ได้ นอกเสียจากลุงหนานจะมาเห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ขอร้องกันไม่ได้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงหนานจะกลับมาเมื่อไหร่ จางลี่ก็เลยมันมืออย่างที่เห็น ชาวบ้านที่เข้ามาดูเรื่องทะเลาะของจางลี่ไม่มีใครเข้าไปห้าม พวกเขาตกใจและอึ้งในสิ่งที่เห็น แม้แต่มู่เฉินที่เจ็บตัวอยู่ก็ตกใจไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ที่ผ่านมาจางลี่นั้นอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคร เธอเป็นคนขี้เกรงกลัว สั่งให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำทุกอย่าง พอมาเห็นภาพเบื้องหน้าตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “นี่คือจางลี่ในตอนนี้เหรอ” มู่เฉินพูดด้วยความอึ้ง “ใช่ เธอเป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดไป” ไห่เทาพูดตอบมู่เฉินไปตามความจริ
29 “มู่เฉิน” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจางลี่เป็นฝีมือของซินเทียร์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็เรื่องของพ่อแม่ของจางลี่ ซินเทียร์พาพวกเขามาหาจางลี่ แล้วก็เรื่องนี้ด้วย เธอพามู่เฉินซึ่งเป็นสามีของจางลี่มาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ซินเทียร์ต้องการให้มันเป็น เธอทำไปเพื่อไม่ให้จางลี่ได้มีชีวิตอันสงบสุข (อีเปรตเอ๊ย!) ถึงแม้ว่าจะเจอกับสามีอย่างมู่เฉินที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีเธอก็ไม่ได้รู้เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว สีหน้าที่ดูเกรงกลัวอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่เธอแสดงสีหน้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เธอแค้นมู่เฉินและแค้นซินเทียร์ ทำให้ไห่เทาที่เห็นอย่างนั้นเข้าใจผิดไป “จางลี่ กูตามหามึงมานานแสนนาน ไม่คิดเลยว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่” “มู่เฉิน มึงตามหากูเหรอ มึงทำเพื่ออะไร กูกับมึงไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว” “มึงกล้าปากดีกับกูเหรอ” “ก็มึงทำร้ายกูก่อน แล้วกูก็ไม่คิดที่จะกลับไปหามึงด้วย” “อีนี่!” ไห่เทาเห็นว่ามู่เฉินจะเดินเข้ามาทำร้ายจางลี่ เขาก็เลยมายืนขวางเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้จางลี่ได้รับ
28 “เหอะ ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีนี้เพื่อตัดครอบครัวออก ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ว่า แค่นี้มันยังน้อยไปนะจางลี่ ฉันยังมีอะไรสนุกเตรียมเอาไว้ให้เธออีกเยอะ” ซินเทียร์ที่พูดบ่นอยู่ตอนนี้ เธอเองก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าสวนส้มของจางลี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เรื่องที่ซินเทียร์บอกที่อยู่ของจางลี่ให้จางเหม่ยและจางหมิ่นซึ่งเป็นพ่อแม่ของเธอได้รู้นั้นก็เป็นแผนของซินเทียร์เพื่อที่จะทำให้จางลี่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหา ซินเทียร์เองก็ไม่คิดว่าจางลี่จะกล้าต่อต้านพวกเขา แถมยังใช้คำพูดที่ไม่สมกับเป็นลูกที่เกิดมาโดยพวกเขา “ฉันรับรองได้เลยว่า ครั้งต่อไปเธอจะต้องไม่มีความสุขไปตลอดกาล ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับพร้อมคนรับใช้หญิงสาวสองคน . . . เมืองเหอหนาน หญิงสาวร่างบางพร้อมกับคนรับใช้เป็นหญิงสาวสองคนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่ได้รู้จักผู้ชายเจ้าของบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ที่พวกเธออยากมาพบกับชายหนุ่มคนนี้ก็เพื่อต้องการทำบางอย่างซึ่งเป็นผลประโ
27 นี่ไม่ใช่การประจานตนเอง แต่เป็นความอัดอั้นที่สะสมมานานของหญิงสาวร่างบางที่ต้องต่อสู้เพื่อตนเองมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ จางลี่ได้พูดทุกอย่างออกมาทั้งหมดให้คนที่อยู่ในสวนส้มรับรู้เอาไว้ พวกลูกจ้าง พ่อค้าแม่ค้าและพวกชาวบ้านไม่มีใครนินทาว่าร้ายจางลี่เลย ทุกคนมีแต่ความเห็นอกเห็นใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องพบเจอเรื่องบัดซบเฉกเช่นนี้ “จางลี่ เธอไม่ผิดหรอก คนที่ผิดน่ะก็คือคนพวกนี้ต่างหาก อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลยนะ พวกเราเอาใจช่วย” “ใช่แล้ว เธอเก่งมากเลยนะที่ผ่านเรื่องนี้มาได้ เธอเก่งที่สุด” “หนูไม่ต้องคิดมากนะจางลี่ สู้ๆนะ” “จางลี่ เธอเป็นคนดี ไม่ใช่คนเลว” “เธอเป็นผู้หญิงที่แกร่งมาก พวกเราเห็นมากับตาแล้ว” “พยายามเข้านะจางลี่ พวกเราคอยเอาใจช่วย” นี่เป็นเสียงของคนที่กรูกันเข้ามาดู พวกเขารู้จักจางลี่เป็นอย่างดี เพราะจางลี่มีชื่อเสียงและมีความสามารถคนหนึ่ง เธอเป็นที่น่านับถือของชาวบ้านละแวกนี้กันทุกคน แม้แต่ศัตรูก่อนหน้านี้อย่างมนุษย์ป้าเจียงและเหนียงก็ยังนับถือจางลี่กันเลย จางเหม่ยและจางหมิ่นถึงกับพูดไม่ออกว่าลูก
26 “ฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขที่สุดเลย เห็นหน้าอีจางลี่เวลาที่มันหงุดหงิดแล้วน่าสมเพชที่สุดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์ที่อยู่ภายในบ้านของสามี เธอมีความสุขที่ได้เห็นความทุกข์ของจางลี่ ซึ่งเธอเองก็อยู่ดูโดยไม่ให้จางลี่รู้เห็น เรื่องที่พ่อแม่ของจางลี่ได้รับเงินห้าพันหยวนเธอก็รู้เช่นกัน “ฉันไม่ต้องทำอะไรให้เสียเวลา ฉันก็แค่รอดูความฉิบหายของมันก็พอ แต่แค่นี้มันยังน้อยไป นี่พวกเธอ” “คะ” “ฉันมีเรื่องจะให้พวกเธอไปทำอีกเรื่องให้ฉันหน่อย” “เรื่องอะไรเหรอคะ” ซินเทียร์ได้วานให้คนรับใช้หญิงสาวสองคนไปทำกัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ “เข้าใจแล้วนะ” “เข้าใจแล้วค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่ง หญิงสาวคนรับใช้ทั้งสองก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านไปทันที “ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้แหละจางลี่ ชีวิตของเธอจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ท่าทางจะมีความสุขมาก มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น นี่แหละตัวจริงของซินเทียร์ที่แม้แต่สามีวัยกลางคนก็ยังไม่เคยได้เห็น







