LOGINฉึบ!! เพียงดาบเดียวของกู่ลี่หง จากร่างหนาที่ดิ้นเร้าแน่นิ่งลงทั้งที่ดวงตายังเบิกกว้าง “อึก!!” พรึบ ฝ่ามือหนาของใครบางคนปิดตานางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่กู่ลี่หงจะใช้มีดจ้วงแทงตัวเอง เขาปิดตานางด้วยฝ่ามือเดียว และดึงร่างบางให้หันกลับมาหาตัวเอง“อย่ามอง…ทหาร คุมตัวสตรีผู้นั้นไว้!!” ฉึก!! ครั้งที่สองที่นางเสียบมีดเข้าร่างกาย…ช่วยไม่ทันแล้ว…“อึก!!”“ว้ายตายแล้ว นางแทงตัวเอง”“แย่แล้ว เลือดที่คอนางเยอะเกินไป ช่วยกันห้ามเลือดก่อน!”“นางใจเด็ดนัก เร็วเข้าตามท่านหมอ”“ไม่ๆ ตามพ่อค้ากู่ด้วยเร็ว!!”“เจอศพเจิ้งฮูหยินอยู่ในบ้านขอรับ!” แม้ไม่เห็นแต่นางกำเสื้อของใครบางคนแน่น พรึบ!!“อี้เหริน!!”“ฮูหยิน!!”“หลี่เฟยข้าอุ้มน้องสามเองเจ้าบาดเจ็บอยู่” สมองของนางขาวโพลน แม้ลืมตาไม่ไหวแต่เสียงรอบข้างนางได้ยินทุกคำ ร่างบอบบางลอยหวือขึ้นก่อนจะถูกอุ้มขึ้นมาบนรถม้าพากันมุ่งหน้ากลับสกุลหลี่“แปลก ครั้งนี้ข้าไม่เห็นอะไร ไม่เห็นอดีต ไม่เห็นอนาคต ไม่เห็นอะไรเลย” แม้จะยังหลับตาอยู่ แต่นางก็สัมผัสได้จากไออุ่นที่ฝ่ามือ“แม่ทัพหลี่” เสียงแผ่วเบาปลุกคนตัวโตที่ฟุบหลับให้ลืมตาขึ้น“เจ้าฟื้นแล้ว” แม้นางจะพยายามลุกขึ้นแต่เขา
คำพูดนั้นทำกู่ลี่หงกำมือแน่น มองดูทั้ง3คนเดินออกไปด้วยความเครียดแค้น“แม่นางกู่ สิ่งที่ฮูหยินหลี่แนะนำเป็นเรื่องที่ดี” คนสนิทของเจิ้งเกาซีที่มองเหตุการณ์อยู่นานเอ่ยเตือนสติคนที่ปล่อยน้ำตาเงียบๆ“ไม่หรอก คนอื่นแพ้ได้ แต่ข้าจะไม่มีวันแพ้ ไม่ซมซานกลับไปสกุลกู่ให้แม่ใหญ่กดหัวข้าอีก!!” มือบางลูบท้องที่โตขึ้นเรื่อยๆ ในใจคิดทบทวนทุกอย่างก่อนจะเดินกลับมาที่เรือนหลัง ที่ที่คนบ้านเจิ้งให้นางกับลูกพักอาศัย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง“หากข้าไม่ได้ พวกเจ้าก็จงอยู่กันอย่าง…ตายทั้งเป็น!!” แววตาอาฆาตนี้เหมือนนางอดทนมานาน คนสนิทของเจิ้งเกาซีที่แอบตามมาดูได้แต่ส่ายหัว“เกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ”2เดือนต่อมานักโทษนับสิบคนถูกต้อนเข้ามาในลานประหาร ชาวบ้านที่ได้รับประกาศชักชวนกันมาดูอย่างตื่นเต้น“ด้วยราชองการแห่งฟ้า ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ปลดองค์รัชทายาทจากเหตุการตั้งซุ้มรีดไถเงินชาวบ้านแคว้นเว่ย เก็บภาษีจากชาวบ้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ก่อความเดือดร้อนให้ชนชั้นแรงงานทำงานโดยที่ไม่ได้รับเบี้ยหวัด ความผิดร้ายแรงนี้ ส่งผลให้ราชวงศ์แปดเปื้อน ไม่ควรค่าให้ผู้คนนับถือ มีโทษประหาร!!” เสียงฮือฮาของชาวบ้านเริ่มทำองค์รัชทายาทช
หลี่อี้เหรินหันมามองสตรีตรงหน้าที่มีสภาพโทรมจนนางต้องถอยเท้าหนีอย่างตกใจ“ลี่หง หะเหตุใดเจ้าถึง…” ไม่มีคำใดที่สามารถสื่อออกไปได้นอกจากดวงตาที่เบิกกว้าง พรึบ หญิงสาวคุกเข่าลงหน้า“ข้าท้องลูกของเขาแต่ชายผู้นั้นเอาแต่ขับไล่ข้าออกจากจวน เพียงเพราะเขาสอบจงหงวนไม่ได้ มารดาจึงบังคับให้แต่งงานกับบุตรสาวสกุลอื่นที่ฐานะเทียมกัน เมื่อข้าไม่ยอมออกจากจวน ข้าถูกนางผู้นั้นทุบตี” ไป๋หยวนส่ายหน้าให้รู้ว่าสตรีผู้นี้กำลังพูดปด“ในเวลาเพียง1เดือน เขาแต่งงานใหม่งั้นหรือ ข้าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ เจ้ามาบอกข้าคงไม่ได้ประโยชน์” นางไม่ใจอ่อนอยู่แล้ว และยังไม่รู้ว่ากู่ลี่หงมาด้วยเหตุอันใดนางจึงปฏิเสธไว้ก่อน“ในฐานะที่เราเคยเป็นสหายกัน ตอนนี้ข้าไร้ที่พึ่งพิง อยากขอเพียงความเห็นใจจากเจ้า ข้า…ขอเพียงไปพักอาศัยและขอเพียงอาหารวันละมื้อให้บุตรในครรภ์ข้าอิ่มท้องได้หรือไม่” สตรีที่เนื้อตัวมอมแมมรีบเข้ากอดขานางท่ามกลางชาวบ้านที่มีเดินตลาด มาถึงตรงนี้นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอดีตสหายที่แสนชั่วช้าถึงเลือกสถานที่ที่คนพลุกพล่านเช่นนี้!“ลี่หงเจ้าเองต้องเข้าใจบัดนี่ท่านย่าสามีข้าป่วยอยู่ การเข้าออกของแต่ละบุคคลในช่วงน
“เรื่องนี้เจ้ารู้หรือไม่” ฮองเฮาหันมาถามหลี่อี้เหรินที่ทำหน้าฉงน“ไม่เพคะ แม่ทัพไม่ได้แจ้งสิ่งใดกับข้า” สายตาหวานของฮองเฮาตวัดมามองฝ่าบาทที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“เหตุใดเรื่องนี้หม่อมฉันถึงไม่รู้เพคะ เมื่อเช้าตอนมีคนมาบอกว่าเหรินเอ๋อร์ถูกทิ้งไว้ในห้องหอกลางดึก หม่อมฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ นี่พระองค์ไม่ไว้ใจหม่อมฉันกับอี้เหรินงั้นหรือ” หลี่อี้เหรินทำได้เพียงมองแต่ละฝั่งไปมา ในใจไม่ได้นึกโกรธสามี เพราะเขาและนางย้อนเวลากลับมาเช่นกัน เรื่องกลยุทธในสนามรบแน่นอนว่าเขาเก่งกาจกว่านางอยู่แล้ว“ใช่ที่ไหนกันเล่า ฮองเฮา…เจ้าเคยได้ยินคำนี้หรือไม่ หลอกคนอื่นให้สำเร็จได้ ต้องเริ่มที่หลอกคนของตัวเองก่อน” ใบหน้าหวานที่แสนอ่อนโยนบัดนี้บึ้งบูด“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ไม่เห็นความสำคัญแล้วหนิเพคะ” มาถึงตรงนี้หลี่อี้เหรินได้แต่อมยิ้ม ใครจะตามใจฮองเฮาได้เท่าฝ่าบาทหายากนัก“ไม่จริง เจ้าสำคัญที่สุด สำคัญกว่าใครแม้คืนไหนที่เจ้าให้ข้าไปนอนกับสนมหลี่ข้าก็รีบกลับมาหาเจ้าอยู่ดี อี้เมิ่งตอนนี้รอบตัวล้วนไว้ใจใครไม่ได้ บางเรื่องข้าอาจจัดการโดยไม่บอกเจ้า แต่ขอให้วางใจข้าบอกช้าแต่ไม่เคยไม่บอก“ ฮองเฮาพยักหน้ารับก่อนคิ
นางเตรียมของระหว่างทางให้เขา รวมถึงเสบียงที่ต้องมีติดตัวทหารระหว่างเดินทาง เพราะคิดว่าเมื่อไปถึงคงได้สู้รบต่อไม่มีเวลาหยุดพัก“แผ่นแป้งย่างนี้ใส่เนื้อสัตว์เข้าไปให้มากหน่อย ลู่ลู่เจ้าส่งคนไปที่จวนซ่ง บอกท่านแม่ว่าข้าต้องการแผ่นแป้งอีกมาก ที่จวนซ่งท่านแม่เตรียมไว้มากมายไปเถอะ ท่านแม่ทัพต้องออกเดินทางในคืนนี้” หลังสั่งสาวใช้เสร็จนางหันกลับมาจัดการอาวุธที่สามีควรมีพกติดตัวมากกว่าดาบเล่มเดียว ทั้งยังจัดเตรียมชุดคลุมเพราะอากาศเริ่มหนาว รวมถึงรองเท้าที่หนาขึ้นกว่าเดิมทุกอย่างเรียบร้อยในเวลาใกล้รุ่ง ร่างบอบบางนั่งฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้หน้าจวน จนหลี่เฟยที่กลับมาด้วยความเร่งรีบคุกเข่ามองนางอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือหนาลูบไล้ใบหน้าของคนที่อ่อนเพลียอย่างแสนรัก“ท่านกลับมาแล้ว” นางลืมตาตื่นจับฝ่ามือเขามาแนบแก้ม“ต้องเดินทางเลยหรือไม่” เขายกยิ้มอ่อนโยนพร้อมพยักหน้า“ข้าเตรียมเสบียงให้ท่านระหว่างทาง ยังมีอาวุธอีก2อย่างที่ท่านควรมีคิดตัว และนี่ แผนที่ที่ข้าทำไว้หากต้องการจัดการให้ราบคาบข้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์” นางจับมือเขาที่เอาแต่จับจ้องนางให้รับแผนที่ที่นางวาดขึ้นมา ก่อนจะลูบแก้มสากแผ่วเบา และเขาเ
ใบหน้าของนางที่มีความเอียงอายทำเขาเอ็นดูนัก ฝ่ามือหนาปลดชุดคลุมสีแดงออกจากตัวนาง ก่อนจะจับนางที่ตอนนี้มีเพียงผ้าคาดอกตัวบางให้หันมาเผชิญหน้า“กลับมาคราหน้าข้าจะมารับเจ้าไปที่ชายแดนด้วย ข้าจะจัดการทุกอย่างไม่ให้เจ้าต้องเป็นกังวล” ริมฝีปากหนาพูดชิดริมฝีปากบางก่อนจะครอบทับดูดดึงอย่างแผ่วเบาแต่มันซึมลึกในความทรงจำมือที่สั่นเทาของนางยื่นไปปลดชุดเจ้าบ่าวแสนรุงรังออกบ้าง จนตอนนี้หน้าอกแกร่งและรูปร่างแข็งแรงของคนที่ใช้กำลังอยู่เสมอทำนางสะเทิ้นอาย จนเขาต้องเชยคางมนให้หันมาสบตา ความหอมหวานดั่งยกสวนบุปผามาทั้งไร่ทำเขาอดใจไม่ไหวดอมดมตามซอกคองาม ล่วงเลยมายังทรวงออกที่ปลายนิ้วค่อยๆเกี่ยวสายผ้าคาดออกไป“อื้ออออ” หลี่เฟยใช้เวลาเกือบหนึ่งถ้วยชาในการครอบครองทรวงอกอวบอิ่ม ทั่งยังใช้ฝ่ามือลูบไล้เรือนร่างนวลจนครบทุกพื้นที่ ตอนนี้จึงเหลือที่สุดท้ายที่ตัวเขาเองอยากสำรวจที่สุด“ต่อจากนี้ชะตาจะไม่เหมือนเดิม ข้าจะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องเจ้าเพียงผู้เดียว!!” เรียวขางามขาวผ่องถูกเขากดจูบตามขาด้านใน ล่วงเลยมายังแอ่งสะดือก่อนจะวกกลับมาที่ปากถ้ำสีสวย“ไม่เจ้าค่ะ” นางส่ายหัวให้เขาไม่ทำสิ่งที่ไม่คู่ควร แต่มีหรือที่คนอย่







