เข้าสู่ระบบผ่านไปเกือบเย็นแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า จางเสี่ยวหนิงก็ยังไม่กลับถึงบ้าน หนิงเอ๋อภรรยาของเขาเกิดความกังวลและวิตกว่าสามีของนางนั้นอาจจะไม่ได้ออกไปหาอาหาร แต่กำลังกลับไปเล่นการพนันอีกครั้งหนึ่ง
"ท่านพ่อ ข้าว่าพี่อาจจะไม่ได้กลับตัวอย่างที่เราเห็นก็ได้" หนิงเอ๋อหันไปบอกกับผู้เฒ่าจางอย่างร้อนรน เพราะเธอเห็นว่าสามียังคงไม่กลับมาที่บ้าน "ข้าก็ว่าเช่นนั้น สุดแล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิต" ผู้เฒ่าจางหันมาบอกกับลูกสะใภ้อย่างน่าสงสาร ข้าบอกเจ้าแล้วว่าผัวของเจ้ามันกลับตัวไม่ได้เสียงที่ดังออกมาจากทางประตูหน้าบ้านป้าฉิงอี้ที่แอบเฝ้ามองดูตระกูลจางอย่างใกล้ชิด "ท่านป้าพูดอะไรของท่าน อย่ามาพูดเช่นนี้กับท่านพี่ของข้านะ" หนิงเอ๋อเถียงออกไปอย่างไม่เกรงกลัว "สามีของเจ้าเป็นคนไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ใครๆ ก็รู้เจ้าน่ะเป็นผู้หญิงโชคร้าย ที่แต่งเข้าตระกูลที่แสนยากจน! ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ยังไม่มี ฮ่า! ฮ่า! ดูสามีข้าสิ เลี้ยงดูข้าเป็นอย่างดีอิจฉาข้าล่ะสิ"ป้าฉิงอี้กล่าวกับหนิงเอ๋อ "เจ้าอย่าพูดจาสามหาวให้มากนัก!" พ่อเฒ่าจางที่เห็นว่าฉิงอี้เพื่อนบ้านที่สอดรู้สอดเห็นกำลังใส่ร้ายลูกชายตนถึงแม้ที่จะพูดมาก่อนหน้านี้เป็นความจริงก็ตาม "ข้าพูดจาสามหาวที่ไหน ในหมู่บ้านนี้ใคร ๆ ก็รู้จักคนอกตัญญูอย่างลูกชายท่านผู้เฒ่าจาง เป็นตัวปัญหาของหมู่บ้าน ลักขโมยน้อยตลอดเพื่อเอาเงินที่ได้จากการขโมยไปเล่นการพนันใครไม่รู้บ้างล่ะ"ป้าชิงอี้ยังคงหันไปพูดจาถากถางต่อว่ากับพ่อเฒ่าจาง "มันเป็นเรื่องภายในตระกูลของข้าไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องเข้ามายุ่ง!" พ่อเฒ่าจางพูดอย่างไม่ไว้หน้า "ข้าจะคอยดูวันที่ลูกอกตัญญูของท่านทิ้งท่านเหมือนหมาข้างถนน ฮึ!" ป้าฉิงอี้จอมสอดรู้สอดเห็นเดินจากไปอย่างอารมณ์เสีย "ท่านพ่อ กลับเข้าบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวหนิงเอ๋อจะรอท่านพี่อยู่ตรงนี้เอง" หนิงเอ๋อกล่าวกับผู้เฒ่าจาง พ่อเฒ่าจางพยักหน้าและเดินกลับเข้าไปหาหลานๆที่อยู่ในบ้านโดยปล่อยให้หนิงเอ๋อภรรยาของลูกชายยืนรอลูกชายอยู่ที่ประตูบ้าน หนิงเอ๋อทำได้แต่เดินวนไปวนมารอสามีจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เธอเป็นกังวลมากว่าสามีของเธอจะไม่กลับมาที่บ้าน แต่แล้วเธอก็ได้เห็นเงาร่างของจางเสี่ยวหนิง "ท่านพี่! กลับมาจริงๆ ด้วย!" หนิงเอ๋อดีใจจนร้องไห้ในเวลาเดียวกัน "เจ้าร้องไห้ทำไม" จางเสี่ยวหนิงเห็นภรรยาของเขาร้องไห้ เขาก็รีบเข้ามาปลอบใจ "ข้าคิดว่าท่านพี่จะไม่กลับมาอีกแล้ว"หนิงเอ๋อ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จางเสี่ยวหนิงกลับถึงบ้านพร้อมตะกร้าที่เต็มไปด้วยปลาสดและผักกาดขาวหัวใหญ่ หนิงเอ๋อและเด็ก ๆ ต่างพากันตื่นเต้นกับของที่เขาหามาได้ "ท่านพี่! ท่านเก่งมากเจ้าค่ะ!" หนิงเอ๋อรับตะกร้ามาด้วยรอยยิ้มที่สดใสอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ท่านพ่อเก่งที่สุด!" ลูก ๆ ร้องออกมาอย่างชื่นชม ผู้เฒ่าจางมองดูภาพครอบครัวด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจที่เอ่อล้น แต่ก็ยังคงมีความกังวลซ่อนอยู่ ขณะเดียวกัน ป้าฉิงอี้ที่เห็นเหตุการณ์การจับปลาอย่างปาฏิหาริย์ก็กลับมาที่บ้านด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง ความอิจฉาริษยาและความไม่พอใจกัดกินจิตใจของนาง นางไม่สามารถยอมรับได้ว่าคนไร้ค่าที่นางเหยียดหยามมาตลอดจะกลับตัวและมีชีวิตที่ดีกว่านางได้ นางเรียกสามีที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่เข้ามาหา "ท่านพี่! ท่านเห็นหรือไม่ว่าไอ้คนไร้ค่าอย่าง ทจางเสี่ยวหนิง มันเปลี่ยนไปแล้ว! มันจับปลาได้มากมายราวกับมีเวทมนตร์!" ป้าฉิงอี้พูดเสียงสั่นเทาด้วยความโกรธ สามีของนางมองภรรยาอย่างเบื่อหน่าย "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราเล่า? ชีวิตใครชีวิตมัน" "เกี่ยวสิ! ถ้ามันมีกินมีใช้ แล้วพวกเราล่ะ? ทุกคนก็จะเริ่มยกย่องมัน และลืมเรื่องความเสื่อมเสียของมัน! ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด!" นางกำมือแน่น "ข้าต้องทำอะไรสักอย่างให้มันกลับไปเป็นไอ้ขี้เมาติดการพนันเหมือนเดิม!" สามีของนางถึงกับตกใจกับความอาฆาตในดวงตาของภรรยา "ท่านพี่... ท่านหมายถึงอะไร? อย่าได้ทำเรื่อง โง่ ๆ ที่จะเดือดร้อนถึงตระกูลเราเชียวนะ!" ป้าฉิงอี้หัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น "ไม่ ท่านพี่ไม่ต้องกังวล... ข้ามีแผนที่สมบูรณ์แบบที่จะทำให้จางเสี่ยวหนิงหมดสิ้นชื่อเสียงและความเชื่อถือไปตลอดกาล!" นางกระซิบแผนการชั่วร้ายให้สามีฟัง ซึ่งเป็นแผนการที่มุ่งทำลายชื่อเสียงและความศรัทธาที่หนิงเอ๋อและชาวบ้านเริ่มมีต่อจางเสี่ยวหนิง แผนการของนางคือการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกล่าวหาว่าจางเสี่ยวหนิงยังคงติดการพนันและขโมยเงินจากภรรยามาซื้อเหล้า ทำให้ความศรัทธาที่เพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นพังทลายลงในชั่วข้ามคืน! ในยามเย็น จางเสี่ยวหนิงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นที่มีทั้งแกงปลา ผักผัดน้ำมัน และข้าวสวยหอมกรุ่น หนิงเอ๋อกำลังนั่งป้อนข้าวให้ลูกสาวคนเล็กอย่างมีความสุข ทันใดนั้นเอง ผู้เฒ่าจาง ก็เดินเข้ามาในครัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือของเขาถือถุงเงินเล็ก ๆ ที่เก่าคร่ำคร่าอยู่ "เสี่ยวหนิง" ผู้เฒ่าจางเรียกชื่อลูกชายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเขาจ้องไปที่หน้าของลูกชายด้วยความผิดหวัง จางเสี่ยวหนิงเงยหน้าขึ้นจากหม้อแกง "มีอะไรหรือท่านพ่อ?"เสี่ยวอ้าว ที่อยู่ในร่างของ จางเสี่ยวหนิง ยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น "ถุงเงินนี่... มันหายไปจากใต้ที่นอนของหนิงเอ๋อเมื่อคืนนี้" ผู้เฒ่าจางกล่าวพร้อมกับยื่นถุงเงินที่เปิดอยู่ให้ลูกชายดู "มันเป็นเงินสำรองสุดท้ายของพวกเจ้า" หนิงเอ๋อที่ได้ยินก็สีหน้าซีดเผือด! เงินนั่นคือเงินที่เธอเก็บซ่อนไว้มานานเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินและไม่เคยปริปากบอกกับจางเสี่ยวหนิงเพราะกลัวว่าจะนำเงินไปเล่นการพนันจนหมดแต่วันนี้ถุงเงินนั่นกลับหายไป "เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพ่อ? เงินของลูกหายไปหรือ?" หนิงเอ๋อถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนางจึงหันกลับไปมองที่จางเสี่ยวหนิงผู้เป็นสามี ผู้เฒ่าจางไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับจ้องมองจางเสี่ยวหนิงอย่างจับผิด ดวงตาของเขามีความผิดหวังและความไม่เชื่อใจฉายชัด "เสี่ยวหนิง... พ่อได้ยินข่าวลือจากป้าฉิงอี้ว่าเมื่อเช้านี้ เจ้าได้ซื้อเหล้าจากร้านค้าในตลาดก่อนจะออกไปจับปลา" ผู้เฒ่าจางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "เงินที่หายไป เจ้า เอาไปซื้อเหล้าหรือไปเล่นการพนันใช่หรือไม่?" คำพูดของผู้เฒ่าจางดังก้องอยู่ในครัว หนิงเอ๋อมองสลับระหว่างผู้เป็นสามีกับถุงเงินที่ว่างเปล่า ความหวาดกลัวและผิดหวังกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง! เสี่ยวอ้าวที่อยู่ในร่างของจางเสี่ยวหนิงรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ เขารู้ทันทีว่านี่คือกับดักของใครบางคน และเขาก็คงไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของคนใจบาปที่จะใส่ร้ายเจ้าของร่างนี้อีกครั้งแน่นอน "ท่านพ่อ! ข้าไม่ได้ทำนะขอรับ! ข้าไม่ได้แตะต้องเงินของหนิงเอ๋อ และข้าก็ไม่ได้ซื้อเหล้าเลยแม้แต่น้อย!" จางเสี่ยวหนิงปฏิเสธเสียงดัง "แล้วทำไมป้าฉิงอี้ถึงกล่าวเช่นนั้น? และที่สำคัญกว่านั้น... ถ้าเจ้าไม่ได้ทำ แล้วเงินนั่นหายไปไหนเล่า?" ผู้เฒ่าจางไม่ยอมลดละ หนิงเอ๋อจ้องมองใบหน้าของสามีด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร ความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้นมาตลอดสองวัน หรือความจริงอันเจ็บปวดที่สามีในอดีตเคยก่อไว้" "ท่านพี่..." หนิงเอ๋อเรียกสามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จางเสี่ยวหนิงมองหน้าภรรยา เห็นความลังเลและความผิดหวังในดวงตาของเธอ มันเจ็บปวกว่าการถูกกล่าวหาใด ๆ เขาต้องพิสูจน์ตัวเอง "ท่านพ่อ! หนิงเอ๋อ! ข้าไม่ได้ทำ... แต่ข้าจะพิสูจน์ให้พวกท่านเห็นว่าข้าไม่ได้แตะต้องเงินแม้แต่แดงเดียว!" เสี่ยวอ้าวที่อยู่ในร่างของจางเสี่ยวหนิงพูดเสียงดังฟังชัดด้วยความมั่นใจว่าเขาจะตามเงินของหนิงเอ๋อภรรยาสุดที่รักของเจ้าของร่างนี้กลับมาคืนให้ได้...เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป"ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง"ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ"เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว"งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม"อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทัก
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาภรรยาต่างมองสามีด้วยความคาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า "โดนหลอก" ออกจากปากพวกเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องเงียบกริบสามีของนางไป๋ เสียงดังกังวานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นางไป๋! เจ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว! พวกเรา พวกเราทุกคน ไม่ได้โดนหลอก!"เสียงประกาศนี้ดังก้องไปทั่วจนทุกคนที่หน้าประตูหยุดการซุบซิบ จ้องมองไปยังสามีของนางไป๋ด้วยความงุนงง นางไป๋เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสามีของนางไป๋ "ในโกดังหลังบ้านของตระกูลจางนั้น... มีข้าวสาลีจริง! เป็นกระสอบขนาดใหญ่ วางเรียงรายแน่นขนัด! และยังมี ปลาทับทิมทองตัวโต ๆ อยู่ในกะละมัง! มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราให้รอดพ้นจากความอดอยากได้หลายวัน!"สามีของนางไป๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังรวมถึงผู้ชายหลายคนที่เดินตามออกมาก็ต่างพากันฉีกยิ้มกว้างป้าฉิงอี้ รีบแทรกด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "โกหก! เจ้าโดนจางเสี่ยวหนิงติดสินบนใช่ไหม! เจ้าพวกคนโง่เง่า! ข้าวสาลีมันจะมาจากไหนได้อีกในแผ่นดินที่แห้งแล้งเช่นนี้!"สามีของนางไป๋ ไม่สนใจป้าฉิงอี้ แต่หันไปพูดกับชาวบ้าน "หากพวกเ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกชาวบ้านผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างพากันมาที่บ้านของจางเสี่ยวหนิง ทุกคนยังไม่ลงมือตัดไม้ไผ่เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่กระจายมาว่าจะแจกข้าวสาลีและปลา "พวกเจ้าให้พวกข้ามา หลอกมาทำงานล่ะสิไม่ว่า" ป้าฉิงอี้ที่เสนอหน้ามาเป็นคนแรกก็เกณฑ์ชาวบ้านมาเพื่อจะด่าทอจางเสี่ยวหนิงเป็นพิเศษ"ใครเชิญคนตระกูลอี้มากัน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญพวกท่าน โทษของพวกท่านยังไม่ได้ชำระความระวังตัวให้ดีเถิด"หนิงเอ๋อกล่าว"ไหนล่ะปลา ไหนล่ะข้าวของพวกเจ้า" อี้ซางหลงสามีของนางฉิงอี้ก็กล่าวเสริมทัพขึ้นมา"ใช่ ๆ เจ้าจะหลอกพวกข้า ให้ทำงานให้ ฟรี ฟรีใช่ไหมล่ะ ข้าไม่น่าเสียเวลาเชื่อพวกเจ้าสองผัวเมียเลย" ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวลและไม่อยากมาช่วยงานเพราะคิดว่าโดนหลอก"ซุ่ยซุ่ยก็ว่าอย่างนั้น ไม่เห็นมีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย แล้วพวกท่านจะมาหลอกใช้งานพวกข้าฟรี ฟรี อย่างนั้นหรือ" ซุ้ยซุ้ยหลานสาวของนาง ฉิงอี้กล่าวเสริมขึ้นมา"ใจเย็น ๆ พี่น้องทุกท่านหากพวกท่านไม่เชื่อเดี๋ยวไปที่หลังบ้านของข้า ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูข้าวสาลีอและปลาจำนวนหนึ่ง ที่ข้าจับมาได้" จางเสี่ยวหนิง พูดออ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผลผลิตในระบบก็ผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้าวสาลีที่ปลูกเอาไว้ก็ถูกเก็บแพ็คใส่กระสอบป่านเป็นอย่างดีในระบบทุกวันหมุนเวียนสลับกันปลูกกับหัวมันตอนนี้เขามีข้าวสาลีมากกว่า สามร้อยกระสอบ และหัวมันอีกสองร้อยกระสอบไข่ไก่สองร้อยฟอง แลกหนึ่งร้อยชั่ง จางเสี่ยวหนิง ก้าวออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เขามุ่งหน้าไปยังที่ดินที่ของตระกูลจางแม้จะติดจำนองจากเถ้าแก่หวังอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ขาดยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะต้องชำระเงินทั้งหมด ซึ่งพื้นที่อยู่ด้านหลังบ้านของตระกูลจางชั่งเป็นทำเลที่ดีมากเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็ติดกับพื้นที่ทำมาหากิน ๆ แต่ชาวบ้านไม่มีวิชาความรู้ที่จะจัดการระบบน้ำและบำรุงดินเมื่อเขาคิดได้ดังนั้นวันนี้เขาจึงให้หนิงเอ๋อไปขอแรงชาวบ้านผู้ชายตัดไม้ไผ่ใหญ่จากทุกสารทิศเพื่อมาทำท่อประปาทำฝายกั้นน้ำและรองน้ำเอาไว้ใช้มายังบ้านของตนเอง"แล้วพวกเขา:จะยอมมาแต่โดยดีหรือเจ้าคะท่านพี่ ไม่มีผู้ใดอยากจะใช้แรงงานในเวลานี้แน่นอนเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีใครมาช่วยตระกูลของเธอที่ยากจนใครอยากจะมาใช้แรงฟรีๆ"เจ้าไม่ต้องเป็นห
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป"ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย"หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่า
เมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอน เลี้ยวซ้ายมองขวา เขาจึงได้เปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง "ระบบ! ข้าขอดูผลการผลิตทั้งหมดในเวลานี้ ในระบบของข้ามีอะไรบ้าง""ระบบกำลังเริ่มประมวลผล เจ้านายกรุณารอสักครู่... -ไก่ยี่สิบตัวตอนนี้ออกไข่ทั้งหมด ห้าร้อยฟอง ท่านสามารถฟักให้เป็นตัวได้เพียงแค่อัพเกรดระบบไข่ไก่ -หมูตอนนี้ มีทั้งหมดสามสิบตัว แม่พันธุ์คลอดลูกออกมาครอกละสิบตัว ท่านต้องซื้อพื้นที่ในการขยายโรงเลี้ยงหมู -และวัวไถนา ที่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนแรก หากวันนี้ตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งคู่ ระบบจะแถมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดีเป็นวัวนมที่ผลิตน้ำนมได้ทั้งปี-ตอนนี้ระบบอัพเดทเพิ่มเติมมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชและเลี้ยงปลา มีพันธุ์ข้าวสารี,หัวมัน ท่านจะเลือกซื้อและปลูกสิ่งใดในพื้นที่รางวัลนี้มีหนึ่งไร่จางเสี่ยวหนิงที่ฟังระบบได้อัพเดท รายละเอียดทั้งหมดให้เขาได้ฟัง เขาถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาจะได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกสองเดือน มันเพียงพอที่จะให้เขาอยู่ยาวไปถึงปีหน้าก็ยังได้"ระบบ! ฟักไข่ไก่เป็นตัวสองร้อยตัว และเก็บไข่เอาไว้ ข้าจะนำไปขายที่ตลาด ส่วนหมูขายแล







