เข้าสู่ระบบสองสายตาสอดประสานกันอย่างชิดใกล้ ด้วยระยะห่างที่ใบหน้าของคนทั้งสองนั้นอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้นกลาง ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองเองก็ดูจะไม่เหลือช่องว่างแล้วเช่นกัน
ระยะห่างในตอนนี้คือมู่หลันนั้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งสองนั้นกำลังยืนจ้องตากันในท่าที่ดูน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก
“ท่านแม่ทัพขะ...”
แต่แล้วในขณะที่คนทั้งสองยังคงจ้องตากันอยู่นั้น เสียงเรียกของ อู่เหล่ย องครักษ์คนสนิทของชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขาทั้งสอง
ทำให้สองร่างนั้นรีบผละออกจากกันด้วยความรวดเร็ว มู่หลันในตอนนี้ก็รู้สึกทำตัวมุถูกนางจึงรีบหันหลังให้กับบุรุษทั้งสองไปทางด้านแม่น้ำในทันที
ด้านหมิงเว่ยหยางเองก็มีท่าทางเงอะงะเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็สามารถกลับมาเป็นท่าทีนิ่งขรึมได้ตามเดิม ก่อนที่เขาจะหันกลับไปหาคนสนิทด้วยสีหน้าเย็นชาอย่าน่ากลัว
“มีเรื่องอะไร?”
หมิงเว่ยหยางเอ่ยถามคนสนิทขึ้นหลังจากที่เขาสามารถสงบจิตใจของตัวเองลงได้แล้ว
กรี๊ด!ตู้ม!
แต่ยังไม่ทันที่อู่เหล่ยจะได้เอ่ยสิ่งใดขึ้น จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องของสตรีดังขึ้น พร้อมกับเสียงของผิวน้ำในแม่น้ำที่แตกกระจายออกเพราะมีวัตถุหนัก ๆ ตกลงไป
“ชะ...ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากสตรีที่ตกลงไปในแม่น้ำดังขึ้น หลังจากที่อีกฝ่ายพยายามจะโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อหายใจ
“อิงเถา!”
เสียงตะโกนดังขึ้นจากหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าของหมิงเว่ยอย่างก็ดังขึ้นด้วยความตกใจ
มู่หลันที่ในตอนแรกได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องดังขึ้น แต่ไม่เห็นว่าสตรีที่ตกน้ำนั้นเป็นใครจึงได้มีท่าทีเมินเฉย แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ตกลงไปในแม่น้ำเป็นสาวใช้คนสนิทของตนเองก็ตกใจขึ้นมาในทันที
พร้อมกับที่หญิงสาวเอ่ยร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยความตื่นตระหนก ในตอนนี้อิงเถาที่กำลังตะเกียจตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำอยู่นั้น ก็หันไปเห็นหน้าของผู้เป็นเจ้านายของตนเอง
“คุณหนู!ชะ...ช่วยบ่าวด้วยเจ้าคะ”
อิงเถาร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเต็มทน
“อิงเถาเจ้ารอก่อนข้าจะลงไปช่วยเดี๋ยวนี้!”
ทางด้านมู่หลันเมื่อได้ยินคำร้องขอให้ช่วยก็รีบร้องตอบอีกฝ่ายอย่างปลอบใจ ก่อนที่นางจะรีบพุ่งตัวไปยังจุดที่สาวใช้ตกน้ำและรอคงวามช่วยเหลือในทันที
การกระทำของหญิงสาวนั้นตกอยู่ในสายตาของหมิงเว่ยหยางตลอดเวลา และเขาก็ไม่คาดคิดว่าสตรีที่ดูเห็นแก่ตัวอย่างหญิงสาวจะคิดลงไปช่วยสาวใช้ของตนเองจริง ๆ
หมิงเว่ยหยางนั้นไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะลงไปช่วยสาวใช้ของตัวเองอย่างแน่นอน เขาจึงทำเพียงยืนนิ่งมองดูร่างบางที่วิ่งตรงไปยังริมแม่น้ำที่มีร่างของสาวใช้ของนางกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่
“อู่เหล่ยเจ้ารอลงลงไปช่วยสาวใช้นางนั้นก็แล้วกัน”
แต่หมิงเว่ยหยางก็ยังคงหันไปเอ่ยกับผู้ติดตารมของตนเองเอาไว้ เพราะเขาไม่คิดจะให้เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้
ทางด้านมู่หลันเองก็รีบวิ่งตรงไปยังจุดที่อิงเถาตกลงไปและใช้สายตามองไปรอบ ๆ เพราะในตอนนี้นั้นได้มีคนจำนวนมากกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ในตอนนี้อยู่ และยังมีบุรุษบางคนที่ตั้งท่าเตรียมจะลงไปช่วยสาวใช้ของนางอยู่ด้วย
แต่นางจำได้ดีว่าถ้าเกิดบุรุษคนใดได้สัมผัสชิดใกล้ร่างของสตรีนางนั้นจะกลายเป็นมีมลทินในทันที ด้วยความกังวลในตัวของสาวใช้มู่หลันจึงไม่รอช้ารีบร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง
“พวกเจ้าห้ามลงไป!”
ตู้ม!
น้ำเสียงเด็ดขาดจากมู่หลันทำให้เหล่าบุรุษที่เตรียมตัวจะกระโดดลงไปช่วยสาวใช้ด้านล่างต่างก็หยุดชะงักลงในทันที
พร้อมกับร่างของมู่หลันที่กระโดดลงน้ำไปจนเกิดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ที่กำลังยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
แม้แต่หมิงเว่ยหยางเองก็รู้สึกตกตะลึงกับภาพที่เห็นเมื่อสักครู่นี้เช่นเดียวกัน เพราะเขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะกระโดดลงไปช่วยสาวใช้ของตนเองจริง ๆ
“หลันเอ๋อร์!”
แต่แล้วเสียงร้องเรียกน้องสาวของมู่เหยาก็ดังขึ้นที่ริมแม่น้ำอีกฝั่ง นางมาทันในตอนที่น้องสาวของตนเองกระโดดลงน้ำไปแล้ว ด้วยความตกใจมู่เหยาจึงได้ร้องเรียกน้องสาวของจนเองเสียงหลง
ในตอนนี้มู่หลันที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วก็รีบว่ายเข้าไปหาร่างของอิงเถาที่กำลังจะหมดแรงในการพยุงตัวเองอย่างรวดเร็ว
ยังดีที่ในชาติก่อนมู่หลันนั้นได้ฝึกว่ายน้ำมา นางจึงไม่มีปัญหาในการว่ายน้ำ แต่นางไม่คิดว่าน้ำในแม่น้ำนั้นจะเย็นจัดเช่นนี้
แต่เพื่อช่วยชีวิตของสาวใช้ หญิงสาวจึงต้องกัดฟันข่มกลั้นความหนาวเหน็บที่เสียดแทงร่างของตนเองเอาไว้ และในที่สุดมู่หลันก็ว่ายเข้าไปหาอิงเถาได้สำเร็จ
มือบางรีบคว้าเอาร่างของสาวใช้เข้ามาในท่าให้อีกฝ่ายหันหลังให้แล้วรีบว่ายกลับเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อว่ายเข้ามาถึงฝั่งได้แล้วนางก็พบว่าในตอนนี้พี่สาวของตนเองกำลังยืนรอรับตนเองอยู่ที่ฝั่ง พร้อมกันนั้นข้างกายของอีกฝ่ายยังมีพ่อพระเอกอยู่ด้วย
มู่หลันที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อยภายในใจ แต่นางรู้ว่านี่คงจะเป็นความรู้สึกเดิมของเจ้าของร่างคนเก่าไม่ใช่ความรู้สึกของตนเอง
“พี่หญิงท่านช่วยอิงเถาขึ้นไปก่อนเจ้าค่ะ”
เสี้ยววินาทีต่อมามู่หลันก็สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองให้กลับมาเป็นปกติตามเดิมได้ พร้อมกับที่นางเอ่ยบอกกับผู้เป็นพี่สาวที่กำลังยืนรออยู่บนฝั่งในตอนนี้
“ได้ จิวจิวรีบไปช่วยอิงเถาเร็วเข้า”
มู่เหยาเอ่ยตอบรับคำของน้องสาวจบ ก็หันไปเอ่ยบอกกับสาวใช้ข้างกายของตนเองในทันที
“เจ้าค่ะคุณหนู”
สาวใช้จิวจิวรีบเอ่ยรับคำสั่งของคุณหนู จากนั้นร่างของสาวใช้ก็รีบรุดเข้าไปช่วยสาวใช้รุ่นพี่ที่สนิทให้ขึ้นมาบนฝั่ง
“พี่หญิงหาผ้าคลุมคลุมให้นางด้วยเจ้าค่ะ”
มู่หลันเอ่ยบอกพี่สาวของตัวเองอย่าใส่ใจสาวใช้ข้างกายที่ในตอนนี้กำลังไอสำลักน้ำจนใบหน้าแดงก่ำ
มู่เหยาที่ได้ยินน้องสาวเอ่ยเช่นนั้นก็รีบส่งผ้าคลุมของตัวเองให้จิวจิวเพื่อนำไปคลุมตัวของสาวใช้คนสนิทของผู้เป็นน้องสาวในทันที
มู่หลันที่เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วจึงคิดที่จะพาตัวเองขึ้นฝั่งบ้าง แต่กลับเกิดเป็นตระคิวขึ้นมาฉับพลัน ทำให้ร่างของนางจมลงไปในน้ำท่ามกลางความตื่นตกใจของมู่เหยา
“หลันเอ๋อร์!”
“คุณหนู!”
เสียงร้องเรียกหญิงสาวดังขึ้นด้วยความตื่นตกใจของพี่สาวและสาวใช้ทั้งสอง ส่วนโจวจื่อหยวนเองก็รู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่สามารถลงไปช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ในทันที
แคก แคก
แต่แล้วในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตกใจกันอยู่นั้นเอง มู่หลันที่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเกาะตรงขอบแม่น้ำได้อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ร่างของมู่หลันนั้นไปโผล่ตรงหน้าของหมิงเว่ยหยางอย่างพอดี
ไม่รอช้าหมิงเว่ยหยางก็รีบฉุดร่างของหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาจากน้ำพร้อมกับอุ้มร่างที่ไร้สติของมู่หลันเอาไว้แนบอกในท่าเจ้าสาว
จากนั้นมือหนาก็รีบถอดผ้าคลุมของตัวเองออกมาแล้วนำไปคลุมให้กับร่างบางในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของเหล่าชาวเมืองและสตรีที่เขาแอบมีใจให้
“หลันเอ๋อร์! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
มู่เหยาที่เห็นว่าน้องสาวของตนเองถูกช่วยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยก็รีบพุ่งตัวเข้ามาหาแม่ทัพหนุ่มที่กำลังอุ้มร่างของน้องสาวเอาไว้ในทันที
=================================นี่น้องสู้ชีวิตจริง ๆ 😅
“ข้าจะไปแต่งกับสตรีอื่นได้อย่างไร ในเมื่อฮูหยินกับบุตรของข้าหนีมาเช่นนี้”“อะไรนะ!”มู่หลันถึงกับร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อนางได้ยินคำว่าบุตรจากปากของร่างสูงที่กำลังกอดรัดนางเอาไว้อย่างแน่นหนา“เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก ท่านหมอบอกว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้หนีข้ามาเช่นนี้กัน?”หมิงเว่ยหยางปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยถามถึงเหตุผลที่หญิงสาวตรงหน้าต้องหนีเขามาไกลถึงต่างเมืองเช่นนี้แถมนางยังพาลูกของเขามาลำบากโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ช่างน่าจับกลับไปฟาดให้ก้นลายยิ่งนัก“ใครหนีท่านกัน! ข้าก็เพียงแค่อยากมาพักผ่อนเพียงเท่านั้น อีกอย่างข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะท้องเช่นนี้เหมือนกันนั่นแหละ”“ถ้าข้ารู้ตั้งแต่แรกละก็ ข้าจะ...”“ไม่ได้! เจ้าจะทำร้ายเด็กที่บริสุทธิ์คนหนึ่งเพียงแค่ต้องการตัดปัญหาทิ้ง หรือว่าเกลียดบิดาของเขาไม่ได้”ยังไม่ทันที่มู่หลันจะเอ่ยจบ หมิงเว่ยหยางก็พูดขัดขึ้นมาเสียงดังอย่างไม่พอใจ เพราะเขาคิดว่าหญิงสาวคิดที่จะกำจัดลูกในท้องของนางทิ้งไปเสียเพื่อเป็นการจบปัญหา“แล้วท่านมายุ่งอะไรกับเรื่องของข้ากัน! ข้าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้หรือไม่มันก็เร
หลังจากที่มู่หลันหมดสติไปแล้วก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นได้อีกย้อนกลับไปสามวันก่อนหมิงเว่ยหยางกับโจวจื่อหยวนได้ทำตามแผนการจนสำเร็จ และสามารถหาหลักฐานในความผิดของเซี่ยจูเหยียนที่จ้างวานคนร้ายให้ลอบไปฉุดมู่หลันกับพี่สาวได้สำเร็จเรียบร้อยจากนั้นชายหนุ่มทั้งสองจึงคิดที่จะกลับมาพูดคุยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องแผนการที่ทั้งสองได้วางกันเอาไว้ล่วงหน้าให้กับพวกนางสองพี่น้องได้รับฟังในเรื่องนี้ทางด้านโจวจื่อหยวนนั้นผ่านไปได้อย่างราบรื่นเพราะมู่เหยานั้นเป็นสตรีที่ใจดี ใจอ่อน นางจึงสามารถรับฟังสาเหตุได้อย่างใจเย็นหลังจากที่โจวจื่อหยวนเอ่ยอธิบายให้ฟังก็ขอหญิงสาวแต่งงาน ซึ่งก็คืองานแต่งในวันนี้คืองานแต่งของทั้งสองคนนั่นเองแต่กลับกันเขากลับต้องติดตามหญิงสาวอีกนางมาไกลถึงสามวันเพื่อต้องการที่จะพูดคุยกับหญิงสาวให้เข้าใจกันเพียงแต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ปรากฏตัวต่อหน้าอีกฝ่ายกลับเป็นลมหมดสติไป จนเขาต้องรีบเข้ามารับตัวเอาไว้เกือบไม่ทันเช่นนี้กลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากที่หมิงเว่ยหยางรับร่างของมู่หลันได้อย่างทันท่วงทีแล้วนั่น ชายหนุ่มก็รีบอุ้มร่างบางเข้าไปยังรถม้าเช่นเดิมพร้อมกับออกคำส
ไม่รู้ว่ามู่หลันนั้นนอนหลับไปนานเท่าไหร่ จนเมื่อเปลือกตางามที่ปิดสนิทได้เปิดขึ้น และความรู้สึกแรกหลังจากที่หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาก็คืออาการปวดแสบตรงบริเวณหว่างขาของตนเองที่ในตอนนี้นางรู้สึกปวดหนึบไปหมดทั่วทั้งช่วงล่าง ทำให้มู่หลันรับรู้ได้ในทันทีว่านางได้เสียความบริสุทธิ์ของตนเองไปเสียแล้วแต่ถ้าแลกกับการที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าไม่เป็นไร เพราะมู่หลันนั้นคิดเสียว่าเป็นเพียงขั้นตอนการถอนพิษเสียหลังจากที่คิดได้เช่นนั้นมู่หลันก็พยุงร่างของตนเองให้ลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบากเล็กน้อย ยังดีที่มีเพียงอาการเจ็บปวดไม่มากเมื่อหญิงสาวสามารถลุกขึ้นมานั่งเสร็จเรียบร้อยจึงได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเผื่อว่าจะพบเจอร่างของใครบางคนอยู่แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า จู่ ๆ ภายในใจของหญิงสาวก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาไม่ได้ดีที่นางสามารถทำใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะนางก็คิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องมันคงจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ดังนั้นมู่หลันจึงได้สลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งโดยเร็วมู่หลันค่อย ๆ พาร่างอันอ่อนแรงของตนเองให้ลุกขึ้นไปแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนที่นางจะเดินออกจากห้องนอนของใครบางคนเพื่อกลับจวนของตนเองโ
“ข้าอยู่ที่ใดกัน?”หลังจากที่มู่หลันรู้สึกตัวจนสติกลับมาแจ่มชัดแล้วนั้น หญิงสาวจึงได้เอ่ยถามชายหนุ่มด้านข้างว่าตนเองในตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่“จวนของข้าเอง ว่าแต่อาการของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?”หมิงเว่ยหยางเอ่ยตอบคำถามของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะวกกลับไปถามย้ำถึงอาการของอีกฝ่ายอีกครั้ง“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณที่ช่วยข้านะเจ้าคะ ท่านช่วยส่งข้ากลับจวนได้หรือไม่ ข้าเป็นห่วงอิงเถากลัวว่านางจะถูกลงโทษที่ข้าถูกจับตัวไป”มู่หลันเอ่ยตอบชายหนุ่มออกไป พร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เพียงแต่ในใจของนางในตอนนี้กลับรู้สึกเป็นห่วงสาวใช้ข้างกายมากกว่าอาการของตนเองเสียอีกเมื่อหมิงเว่ยหยางได้ยินสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยขอร้องแก่เขา ก็ทำให้ชายอดที่จะมองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาคาดไม่ถึงเพราะอีกฝ่ายดูจะไม่ค่อยเหมือนกับหญิงสาวคนเดิมที่เขาเคยรู้จักเมื่อครั้งอดีต ด้วยว่าในอดีตนั้นหญิงสาวตรงหน้าหาได้มีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใดไม่แต่กลับนางที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้กลับดูแตกต่างไปจากเดิมจนเขาเองก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้“ย่อมได้ เพียงแต่ข้าจำเป็นจะต้องบอกเจ้าเสียก่อนว่าในตอนนี้เจ้านั้นถูกพิษเจ็ดบุปผาเข้าไปเสียแล้ว”“และพิษตัวนี้ไม่มี
มู่หลันที่ในตอนนี้เริ่มมีอาการตาพล่ามัว หายใจหอบถี่ขึ้นทั้งที่นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรแต่มู่หลันก็ยังคงตั้งสติเพื่อจะเพ่งมองดูใบหน้าของคนที่มาช่วยตนเองเอาไว้ แต่เพราะรอบตัวนั้นมืดจนเกินไปนางจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนจนวงแขนแกร่งของอีกฝ่ายนั้นโอบรอบเอวของนางเพื่อช่วยประคองร่างบางที่ในตอนนี้ไม่สามารถทรงตัวได้อย่างคงที่ได้อีกต่อไปแล้ว“อ๊ะ! ปล่อยข้านะ...”มู่หลันสะดุ้งตัวจากสัมผัสที่ได้รับมาจากคนตรงหน้า และถึงแม้ว่าสติของนางจะเริ่มเลือนรางลงไปมากแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังคงระแวงคนรที่ยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่ไม่น้อย แต่ในที่สุดสติอันแสนเลือนรางของมู่หลันก็ดับวูบลงไป“คุณหนูมู่! มู่หลัน! เจ้าเป็นอะไรไป”หมิงเว่ยหยางเอ่ยถามร่างบางที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนด้วยสีหน้าวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้ตนเองนั้นได้แสดงท่าทางแตกต่างออกไปจากปกติที่มีต่อร่างบางในอ้อมกอดจนเหล่าองครักษ์ที่ติดตามมานั้นถึงกับงุนงงว่าสตรีในอ้อมกอดของเจ้านายของพวกเขานั้นเป็นคนสำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ“จับพวกมันกลับไปสอบสวนที่คุกใต้จวนเสีย เค้นเอาความจริงมาให้ได้
มู่หลันที่เร่งฝีเท้าวิ่งไปขนาบข้างของผู้เป็นพี่สาวได้ทัน พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อมองหาจุดที่พอจะสามารถให้พี่สาวของตนนั้นซ้อนตัวอยู่ได้ จนในที่สุดนางก็มองเห็นพุ่มไม้ที่อยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งก่อนที่มู่หลันจะเอ่ยบอกกับพี่สาวที่ในตอนนี้วิ่งมาจนเริ่มที่จะหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้าแล้วพี่หญิงท่านรีบวิ่งไปหลบตรงพุ่มไม้ด้านโน้นก่อนเถิดเจ้าค่ะ แล้วอย่าออกมาเป็นอันขาดให้รอจนกว่าคนร้ายมันตามหลังข้าไปแล้วท่านค่อยวิ่งกลับไปทางเดิมเพื่อขอความช่วยเหลือนะเจ้าคะ”“เหลวไหล! พี่จะทิ้งเจ้าได้อย่างไรกัน ถ้าจะไปพวกเราก็ต้องไปด้วยกันสิหลันเอ๋อร์”แต่มู่เหยากลับไม่เห็นด้วยในความคิดของน้องสาว และเอ่ยปฏิเสธกลับมาในทันทีอย่างไม่เห็นด้วย“ที่ข้าให้ท่านซ่อนตัวก็เพื่อให้ท่านรอดไปตามคนมาช่วย ถ้าขืนพวกเรายังไปด้วยกันเช่นนี้ไม่แคล้วต้องถูกพวกมันจับได้ทั้งสอง”“แล้วโอกาสรอดของพวกเราก็จะไม่มีแล้วนะเจ้าคะ อีกอย่างพี่หญิงนั้นร่างกายไม่แข็งแรงมากพอที่จะวิ่งเป็นเวลานานได้ ดังนั้นทำตามที่ข้าบอกเถิดเจ้าค่ะ”“ข้ารับปากว่าจะเอาตัวรอดจนกว่าพี่หญิงจะพาคนมาช่วยให้ได้อย่างแน่นอน”มู่หลันที่วิ่งไปด้วยและต้องเริ่
“อ๊ะ! ขอบคุณท่านแม่ทัพมากเจ้าค่ะ”มู่หลันที่กลับมามีสติได้ในตอนที่ร่างของตัวเองหล่นลงมาจากหลังม้าแล้ว เอ่ยขึ้นกับบุรุษที่กำลังอุ้มตัวเองอยู่ในตอนนี้อย่างจริงใจตุบ!“โอ๊ย! ท่านจะปล่อยข้าทำไมไม่บอกกันดี ๆ เล่า ไอ้คนนิสัยไม่ดี”เพียงแค่จบประโยคที่มู่หลันเอ่ยขอบคุณชายหนุ่ม หมิงเว่ยหยางก็ปล่อยร่างของนา
ก่อนที่หญิงสาวจะรีบเอ่ยถามอาการของน้องสาว แต่ในตอนนี้มู่หลันได้หมดสติไปแล้ว เพราะเสียพลังไปมากผนวกกับความเย็นของน้ำที่ทำให้หญิงสาวหมดสติไปในที่สุด“นางเพียงแค่หมดสติไป รีบพานางกลับจวนก่อนเถิด”โจวจื่อหยวนที่เดินตามหลังของมู่เหยามาเอ่ยขึ้นเมื่อดูอาการของหญิงสาวแล้ว“ได้เจ้าค่ะ จิวจิวรีบไปตามท่านหมอ
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิน้องเล็ก...”มู่เหยาเอ่ยเรียกน้องสาวของตนเองตามหลังของอีกฝ่ายไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะในเวลานี้แผ่นหลังของผู้เป็นน้องสาวนั้นได้หายไปท่ามกลางเหล่าชาวเมืองเสียแล้ว“หลันเอ๋อร์นางเป็นอะไรไปหรือ?”เป็นโจวจื่อหยวนที่เอ่ยถามถึงท่าทีที่แปลกไปของหญิงสาวกับหญิงอันเป็นที่รักด้วย
“หึ ที่แท้ก็ทำเพราะเหตุผลนี้สินะ”มู่หลันเอ่ยขึ้นอย่างดูแคลนในการกระทำของนางร้ายตรงหน้า ที่คิดจะใช้แผนการอันตื้นเขินเช่นนี้จัดการนางกับนางเอกของเรื่อง“หลันเอ๋อร์เจ้าว่าอะไรนะ?”มู่เหยาเอ่ยถามน้องสาวของตนเอง หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายแต่กลับไม่เข้าใจในความหมายที่น้องสาวต้องการจะสื่อถึง“ไม่มีอ







