LOGINตี๊ดดดดดดดดดดดด
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูเหมือนสัญญาณเตือนภัยปลุกให้เจมส์ตื่น ไม่สิ เขาจะต้องหลับตาอยู่เป็นแน่ ในเมื่อเขามองอะไรไม่เห็นเลย
‘สวัสดี นักผจญภัย’
ตัวอักษรพิกเซลเรืองแสงปรากฏขึ้นในความมืดโดยฉับพลัน เจมส์รีบหรี่ตาลงแล้วหันหน้าหนีด้วยความแสบตา แต่เขาพยายามหันไปกี่ที ก็ขยับใบหน้าไม่ได้
ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมร่างกายตัวเอง...หรือไม่มีร่างกายให้ควบคุมอยู่แล้ว
ภาพขอบจอมอนิเตอร์พุ่งเข้ามา เสียงแตกหักและเสียงข้าวของพังทลาย ทุกอย่างย้อนกลับเข้ามาฉายซ้ำในหัวของเจมส์ สภาพเช่นนั้นหากไม่ได้ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล…
ก็คงตายไปแล้ว
‘คุณคงเข้าใจสถานการณ์แล้ว ขอเริ่มบทนำอีกครั้ง ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกม SAVE FELIX!’
ชื่อเกมน่าโมโหสะกิดต่อมของเจมส์ทันทีที่เห็นจนอดที่จะหางตากระตุกไม่ได้ “เดี๋ยวก่อน เข้าใจอะไร? แล้วเกมบ้านั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย!”
‘ขอให้นักผจญภัยโชคดี’
ตัวอักษรพิกเซลแตกตัวกระจัดกระจาย แสงสว่างวาบออกมาจากกลางหน้าจอ ดั่งมีมือมาฉีกเปิดม่านเพื่อเริ่มการแสดง เจมส์หลับตาแน่นปี๋หนีแสงบาดตา เมื่อเริ่มจะปรับความคุ้นชินได้แล้วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
เขายืนอยู่ในบ้านไม้เก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง ข้างหน้ามีชายไว้หนวดเคราปลายแหลมเปี๊ยบ แต่งตัวประหลาดอย่างกับขุนนางยุโรปยุคกลางในรูปแบบที่ผสมผสานจนดูแฟนตาซีขึ้นไม่น้อย ชายผู้นั้นกำลังพูดคุยกับสตรีรูปร่างผอมโซเนื้อตัวมอมแมมที่แต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ยุคกลางแฟนตาซีเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ใช่ชุดขุนนาง เป็นเศษผ้าขาดวิ่น เต็มไปด้วยรอยปะชุนของยาจกผู้แร้นแค้น
“นี่อะไร กองถ่ายหนังแฟนตาซีเหรอ?” เจมส์พึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นก็มีตัวอักษรพิกเซลโผล่มาตรงหน้าของเขา
‘ที่นี่คือบ้านของนางฟลอเรนเซียกับบุตรชายของนาง เฟลิกซ์’
เจมส์สะดุ้งตัวโยน มือปัดผ่านตัวอักษรตรงหน้าไปมาด้วยความฉงน “โฮโลแกรม[2]เหรอ? ล้ำสมัยขนาดนี้แล้วทำไมยังใช้ตัวอักษรพิกเซลอยู่อีกล่ะ?”
‘ขออภัย นี่เป็นธีมหลักของเกม นักผจญภัยสามารถใช้แต้มสะสมซื้อธีมตกแต่งระบบตามที่ต้องการได้ในเมนูร้านค้า’
“…”
เกม? แต้มสะสม? ระบบ?
นี่มันเหมือนกับพวกนิยายหรือการ์ตูนแนวเกิดใหม่ไม่ก็ทะลุมิติเลยไม่ใช่หรือไง?! แถมยังเป็นระบบรุ่นพิกเซลอีกต่างหาก!
“อย่าบอกนะ...ว่าฉันหลุดเข้ามาในเกม ‘SAVE FELIX!’?” เจมส์เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจปนไม่อยากจะเชื่อสุดขีด
‘อย่างที่ระบบเคยแจ้งไปแล้ว คำตอบคือ ใช่’
“ตลกล่ะ ของแบบนี้มีจริงที่ไหน ฉันต้องหลอนไอ้เกมบ้านี่จนเก็บเอาไปฝันร้ายแน่”
‘คุณฝันไม่ได้’
ภาพจอมอนิเตอร์กระแทกอย่างรุนแรงวาบขึ้นมาในหัวของเจมส์ เขารีบสะบัดศีรษะไล่มันทิ้ง “เรื่องเพ้อเจ้อนี่ไม่มีทางเป็นความจริง ตื่นสิ เจมส์!”
‘ระบบเห็นว่าคุณพร้อมแล้ว จะทำการดำเนินเกมต่อ เกม สตาร์ท’
ชายไว้หนวดกับหญิงยาจกกลับมาพูดคุยกันต่อ เจมส์จึงเพิ่งได้รู้ตัวว่าช่วงเวลาที่เขาคุยกับระบบเมื่อสักครู่ดั่งถูกหยุดเอาไว้
“...ดังนั้น จงเรียกเฟลิกซ์ออกมาเสีย”
“เจ้าค่ะ” หญิงชาวบ้านยอบกายก่อนจะตะโกนไปทางประตูบานหนึ่ง “เฟลิกซ์ ออกมาพบท่านตัวแทนพระราชาเร็วเข้า”
เจมส์ขมวดคิ้ว ตัวแทนพระราชา? ภาพตัวละครสุดกากไร้ความคมชัดผุดขึ้นมาในหัวของเจมส์ เจ้าหมอนี่ไม่ใช่คนที่มาประกาศหาผู้กล้าที่จัตุรัสในบทเกริ่นนำเปิดเกมหรอกหรือ ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านของพระเอก ทั้งยังเจาะจงเรียกพบเฟลิกซ์อีกต่างหาก
“มาแล้วขอรับ!”
เสียงตอบรับจากหลังบานประตูเรียกให้เจมส์หันไปมองด้วยดวงตาเบิกกว้างดั่งนกฮูกราตรี เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการเปิดตัวพระเอก แต่มันกำลังจะมาแล้ว
เฟลิกซ์ผู้โชคร้ายแบบไร้ขีดจำกัดกำลังจะขยับตัวเพื่อฆ่าตัวตายแล้ว!
เจมส์เอะใจ เขาที่หลุดเข้ามาในเกมไม่ได้เล่นเป็นตัวละครเฟลิกซ์ที่เป็นพระเอกหรือ? ตามปกติของแนวเกิดใหม่เขาต้องได้มาเป็นพระเอกไม่ใช่หรือไง แต่ว่า...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลยสิ! ตัวละครดึงดูดใบมรณะแบบนั้นใครจะไปอยากเป็น
ประสบการณ์พาเฟลิกซ์เดินออกจากห้องนอนสอนให้เจมส์รีบปราดมองดูข้าวของมากมายหน้าประตูที่ล้วนกลายเป็นอาวุธสังหารได้ด้วยความสยดสยอง แต่นี่มันไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน่อย เขาไม่จำเป็นต้องมาคอยระวังไม่ให้เจ้าหนุ่มตัวซวยนั่นตายทุกย่างก้าวอีกแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่หาทางกลับไปยังโลกเดิมก็พอ
‘หากเฟลิกซ์ตาย คุณเองก็จะตายเช่นกัน’
เนื้อหาจากตัวอักษรพิกเซลที่ขึ้นมาส่งให้เจมส์ชาสันหลังวาบ ผูกชีวิตไว้กับนักฆ่าตัวตาย ไม่เท่ากับปักธงเป็นคนตายไปด้วยแล้วหรอกหรือ?
“ว่าไงนะ?”
‘คุณเข้ามาในโลกนี้ในฐานะผู้เล่น เฟลิกซ์เป็นโฮสต์ของคุณ ชีวิตของพวกคุณทั้งสองจึงเชื่อมโยงกันอยู่ อีกอย่าง คุณไม่มีร่างให้กลับไปแล้ว’
“...” บนศีรษะบริเวณที่กระแทกมอนิเตอร์เจ็บแปลบปลาบ เจมส์ยกมือลูบมันอย่างอดไม่ได้ นี่เขาตายไปแล้วจริง ๆ อย่างนั้นน่ะหรือ?
ใครจะไปยอมกัน!
“มีทางไหนที่จะกลับไปได้ไหม?”
‘ร่างจริงของนักผจญภัยได้ตายไปแล้ว หากคุณกลับไปก็ไม่มีร่างให้สถิต กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน เว้นแต่...’
“เว้นแต่อะไร? รีบพูดสิ!”
‘เว้นแต่ว่านักผจญภัยจะช่วยเฟลิกซ์ทำภารกิจจนสำเร็จ คุณจะได้รับการขอพรจากพระราชาหนึ่งอย่างเป็นรางวัล คุณสามารถขอให้โหรหลวงประจำพระราชวังชุบชีวิตคุณในโลกเดิมได้’
ดั่งเห็นหนทางสว่าง สัญชาตญาณในการมีชีวิตรอดถูกปลุกขึ้น ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในชั่วชีวิตแสนห่อเหี่ยวของเจมส์ถูกจุดไฟจนเต็มเปี่ยม
เจมส์มองไปที่ประตูห้องดับจิตด้วยความมุ่งมั่น เขาหักนิ้วอย่างพรักพร้อม “ก็แค่ต้องเคลียร์เกมให้ได้ก็พอ มันจะสักแค่ไหนกันเชียว!”
[1] Pixel คือ หน่วยพื้นฐานเล็กที่สุดของภาพดิจิตอล เป็นจุดภาพบนจอแสดงผลที่รวมกันเป็นภาพ
[2] Hologram คือ ภาพ 3 มิติ สร้างขึ้นจากการบันทึกข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์ด้วยกระบวนการ holography อันเป็นเทคนิคที่ช่วยให้แสงกระจายจากวัตถุที่จะบันทึก
ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง
ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา
ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม
ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ
บทที่ 71ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไปวีรบุรุษผู้ปราบมหาเวทวายร้ายฟื้นขึ้นมาทั้งที พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ขึ้น และยังเป็นการถือโอกาสเชิญผู้คนที่เฝ้ารอการกลับมาของเฟลิกซ์มาพบปะให้หายห่วงในคราเดียวท้องพระโรงใหม่ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูตระการตา อาหารเลิศรสถูกจัดเรียงบนโต๊ะรับรอง ที่มุมหนึ่งอันเคยเป็นมุมจิบน้ำชาจัดวางอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำเฉพาะกิจเนื่องจากมีมังกรมาร่วมสังสรรค์ถึงสามตน ถัดจากสัตว์วิเศษทั้งสามก็เป็นราชวงศ์รวมถึงเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่มากับมังกรแดง ครั้งนี้ แม้แต่มหาเวทกอนโดลอนผู้อยู่ในระหว่างการนั่งเรือสายลมท่องไปทั่วโลกยังให้เกียรติมาร่วมงานด้วย ด้านนอกพระราชวังก็มีการจัดงานเลี้ยงให้ชาวบ้านทั่วไปมาดื่มกินเพื่อร่วมแสดงความยินดี เรียกได้ว่าเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ของอาณาจักรราวกับเปิดศักราชใหม่เลยทีเดียว“เจ้าอายุถึงเกณฑ์แล้วแต่ก็เพิ่งจะหายดี ดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจมส์แย่งแก้วไปจากมือเฟลิกซ์แล้วยกซดดื่มสุราน้ำผึ้งสามสิบฤดูหนาวแสนอร่อยเองจนหมดเฟลิกซ์มองเขาก็หัวเราะออกมา “หากเอลดรอนมาด้วยต้องพูดว่า ‘เจ้าแค่อยากดื่มของอร่อยเยอะ ๆ เลยไปแ
“จ เจมส์ จะทำอะไรน่ะขอรับ?!”จู่ ๆ เจมส์ก็ปลดกระดุมเสื้อของเฟลิกซ์ออกทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเจมส์กลับทำสีหน้างงงวย เหมือนเขาไม่ได้เพิ่งทำอะไรผิดแปลกไป “ก็ถอดเสื้อเจ้าไง”“ท่าน…ท่านจะถอดเสื้อข้าทำไม หยุดเลยนะขอรับ!” เฟลิกซ์ผู้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่กลิ้งหนีไปมาบนเตียงพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ“หา? จะได้เช็ดตัวให้เจ้าเหมือนอย่างเคยไง” เจมส์จับเจ้าปลาน้อยผู้ดิ้นรนอย่างน่าขบขันกลับขึ้นเขียงมาถอดเกล็ดต่อ“ม เหมือนอย่างเคย? อย่าบอกนะ…”เจมส์จับใบหน้าน้อยที่แดงเป็นลูกแอปเปิลให้นิ่งได้แล้วก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าที่มีสีสันของเฟลิกซ์มันน่ามันเขี้ยวจนเขาอดใจไม่ไหวนี่เจมส์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด นิ้วลากไล้ไปปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเฟลิกซ์ต่ออย่างเชื่องช้า “ทุก ๆ วัน ข้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้า”เสื้อตัวบางลู่ลงจากลาดไหล่มน ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดลูบไปตามเรียวคอขาวเนียน “เช็ดตัวให้เจ้า”ผ้าอุ่นลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกมือของเจมส์ก็เลื่อนไปเกี่ยวนิ้วเข้ากับขอบกางเกงของเฟลิกซ์ เขาโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแดงซ่าน “จนหมดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”ความร้อ







