Home / ระบบ / เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX! / บทที่ 7 ผู้แรกที่ทำให้พระเอกโกรธได้คือเอล์ฟขี้เมา

Share

บทที่ 7 ผู้แรกที่ทำให้พระเอกโกรธได้คือเอล์ฟขี้เมา

last update Last Updated: 2026-02-04 14:17:39

บทที่ 7

ผู้แรกที่ทำให้พระเอกโกรธได้คือเอล์ฟขี้เมา

‘ตะเกียงติดตาม’ ตะเกียงไฟลอยได้ที่จะตามติดคุณทุกย่างก้าว น่าสนใจชะมัด! เจมส์กดเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

แต่ดวงหนี่งใช้ได้เพียงสามวัน ส่วนราคาก็...หนึ่งพันห้าร้อย! แต้มโชคดีที่เขาเก็บเกี่ยวจากการช่วยชีวิตเฟลิกซ์ตามรายทางเพิ่งมีรวมหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบแต้มเท่านั้น ยิ่งหมดช่วงโปรโมชันผู้เล่นใหม่แล้วระบบก็ยิ่งกดแต้มรางวัลลงไปอีกเป็นเท่าตัว

อะไรกัน ขนาดของที่โคตรโกงอย่างตั๋วสถานการณ์ยังราคาแค่หนึ่งร้อยแต้มเอง ว่าแล้วก็ซื้อมาเก็บไว้สักหน่อย...

เจมส์ตาแทบถลน ตั๋วสถานการณ์ที่เขาสุดจะชื่นชอบกลับเป็นไอเทมจำกัดจำนวน มีวางขายเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น!

ไอ้ระบบระยำ ไม่คิดจะเตือนเรื่องนี้กันก่อนเลยหรือไง! และยังมีหน้ามาขายอย่างกระตือรือร้น กดดันให้เขารีบซื้ออีก ระบบเฮงซวย!

เจมส์ได้แต่กระฟัดกระเฟียดอยู่ในใจแล้วเลื่อนดูไอเทมต่อ หากไม่นับเรื่องน่าโมโหการดูร้านค้าครั้งนี้ก็นับว่าสนุกได้อยู่บ้าง ของที่วางขายมีทั้งคริสตัลอุ่น ไอเทมเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ขี้ผึ้งขัดสายพิณฟรุ้งฟริ้ง ไอเทมดูแลอุปกรณ์หากินที่จะทำให้มีประกายรุ้งออกมาขณะเล่นเพลง ปลายเชือกเชื่อมประสาน ไอเทมที่มีการใช้งานเหมือนกับการแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หม้อไฟลาวารีฟิลไม่อั้น ทับทิมเหลืองกรุบ น้ำหมึกแปลภาษาโบราณ ตุ๊กตาตัวแทน เชือกพันธนาการงูกินหาง ตะกร้าซักล้างทันใจ…

เจมส์ไล่สายตามองดูอย่างไรก็คงไม่หมด ด้วยความอยากรู้ว่าไอเทมที่มีราคาแพงที่สุดนั้นจะเป็นสิ่งใดจึงเลื่อนข้ามไปยังหน้าสุดท้าย

ไอเทมเดียวที่วางขายในหน้าสุดท้ายด้วยราคาสูงลิ่วจนไม่รู้ว่าต้องทำกี่ภารกิจจึงจะซื้อได้มีชื่อว่า ‘แลกชีวิต’

“ท่านเจมส์ขอรับ ท่านเจมส์”

เฟลิกซ์เขย่าตัวนักกวีขี้เซาเบา ๆ แต่มีเพียงเสียงงัวเงียตอบเขากลับมาเท่านั้น

“ตื่นเถิดขอรับ”

เจมส์พลิกตัวมามองเขาอย่างสะลึมสะลือ สองมือเอื้อมเปะปะมาจับหน้าของเฟลิกซ์ก่อนจะยิ้มออกมา “ปลอดภัยก็ดีแล้ว”

พูดจบแขนทั้งสองข้างก็ร่วงหล่น ดวงตาหลับลงไปใหม่ นักกวีขี้เซากลับสู่ห้วงนิทรา ปล่อยให้เฟลิกซ์ใจเต้นระส่ำอยู่เพียงลำพัง

ตั้งแต่แรกพบเจมส์ก็ช่วยเขามานับครั้งไม่ถ้วน ถึงกับเอาตัวเข้ารับอันตรายแทน เฟลิกซ์ที่เผชิญกับโชคร้ายมาตลอดชีวิต เมื่ออยู่กับเจมส์ดั่งมีเทวดาคอยคุ้มครอง คอยปัดเป่าเภทภัยให้

เขารู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้ชายผู้นี้

ร่างของเฟลิกซ์พลันเซถลา เขาถูกคนนอนไม่ยอมตื่นดึงเข้าไปกอดต่างหมอนข้าง “ท่านเจมส์!”

เจมส์ฝันประหลาดชะมัด เขาฝันว่าหลุดเข้าไปในเกมกาก ๆ ที่กดเข้าไปลองเล่นในสโตรม อีกทั้งยังเข้าไปเป็นตัวประกอบโง่ ๆ อีก เป็นตัวละครที่มีไว้ช่วยชีวิตพระเอกโดยเฉพาะไม่ต่างจากในเกม ที่สำคัญคือทำไมเขาถึงเป็นนักกวีเล่า เขาควรเล่นนักเวทสิ ช่างมันเถอะรีบตื่นแล้วไปหาเกมดี ๆ เล่นล้างตาดีกว่า

เฟลิกซ์จะปลอดภัยดีไหมนะ...

“ท่านเจมส์”

ดูสิ เขากังวลเสียจนฝันถึงเสียงของอีกฝ่ายแล้ว เกมบ้านี่ทำเอาเขาหลอนไปหมด

“ท่านเจมส์ ตื่นสิขอรับ”

“งืม ยังไม่เช้าเลย ขออีกนิดนะ”

“ท่านเจมส์ สายแล้วขอรับ!”

‘สายแล้ว’ ปัญหาใหญ่หลวงในชีวิตที่เจมส์ต้องประสบในทุกวัน ดั่งเป็นคำจุดชนวนให้เขาลืมตาโพลง เขากลับไม่ได้นอนในห้องนอนที่หอตามปกติ ที่นี่ที่ไหนกันนะ ดูเก่าชะมัด ตกแต่งสไตล์กระท่อมไม้หรือไง ถึงได้มีแต่ไม้ไปหมด

“ท่านเจมส์ตื่นแล้ว”

เจมส์รีบก้มไปมอง ก็พบเข้ากับไปดวงหน้าฟ้าประทานของพระเอกเกมในฝันของเขา ดวงตาสีแอเมทิสต์คู่สวยตัดกันกับสองแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

เขินอาย?

เจมส์เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเอาพระเอกมาใช้แทนหมอนข้าง เขารีบปล่อยตัวเฟลิกซ์ไปทันที “อะ ข ขอโทษ”

ฉิบหายล่ะ ฉันทำอะไรลงไป เกมจะสาปโทษฐานลบหลู่พระเอกไหมนี่?!

‘ค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้นสิบแต้ม’

‘ล้อกันเล่นหรือไง?!’

‘ตอนนี้นักผจญภัยมีค่าเสน่ห์รวมหกสิบแต้ม ปลดล็อกช่องสกิลใหม่ ท่านสามารถเรียนรู้สกิลเพิ่มเติมได้แล้ว’

‘เฮ้ย สกิลเก่าฉันเพิ่งจะดูดี ๆ เมื่อคืน วันนี้ตื่นมาได้ช่องสกิลใหม่เฉย อะไรมันจะโชคดีปานนั้น เกิดใหม่โคตรโกง! รีบเปิดร้านค้าเร็ว!’

‘เสียใจด้วย ทางร้านค้าเรามีขายแต่สกิลระดับกลางขึ้นไปสำหรับนักผจญภัยที่มีเลเวลสิบขึ้นไปจึงจะใช้ได้ แต่ละสกิลใช้แต้มมากกว่าแต้มปัจจุบันของคุณสองเท่าเป็นอย่างต่ำ’

เจมส์ได้ยินก็หางตากระตุก ‘แล้วเลเวลต๊อกต๋อยอย่างฉันตอนนี้ต้องไปหาสกิลจากไหน?’

ระบบกลับตอบมาเพียง ‘ขอให้โชคดี’

“หมอกลงหนาขนาดนี้ จำทางได้แน่นะ?” เจมส์ถามเฟลิกซ์ที่เดินนำหน้า

“ได้แน่นอนขอรับ”

เฟลิกซ์ตอบกลับมา เสียงของเขาช่างเลือนรางท่ามกลางไอหมอกหนาทึบ เจมส์เห็นเฟลิกซ์แค่เพียงสีแดงราง ๆ ของผ้าคลุมเท่านั้น

หมับ

“ท่านเจมส์?”

เจมส์เอื้อมมือไปคว้ามือของอีกฝ่ายมากอบกุมไว้อย่างแน่นหนาเพื่อที่จะได้ไม่พลัดหลงกัน อีกทั้งหากมีอันตรายเกิดขึ้นกับเฟลิกซ์เขาก็สามารถรับรู้ได้โดยเร็วอีกด้วย เจมส์ฉีกยิ้มให้กับความอัจฉริยะของตน “เท่านี้ก็ไม่หลงกันแล้ว”

‘ค่าเสน่ห์บวกสองแต้ม’

‘หา? ได้ยังไง?’

ระบบไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เจมส์ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงแล้วเดินไปตามแรงดึงของเฟลิกซ์ต่อ

ยิ่งเข้าใกล้เขตสุสาน หมอกชวนอึดอัดยิ่งหนาตัวขึ้นจนสูดอากาศแล้วแสบปอดไปหมด กลิ่นอายแห่งความตายตลบอบอวลจนยากจะฝ่าเข้าไป

“หมอกนี่อย่างกับมีพิษเลยขอรับ” เฟลิกซ์ไอออกมา

“นั่นสิ” เจมส์เองก็รู้สึกแย่มากจนไม่อยากจะหายใจสูดควันพวกนี้เข้าไปอีกเช่นกัน “ไปหาที่หลบกันก่อนเถอะ”

เฟลิกซ์ผู้ที่รู้ทางได้อย่างน่ามหัศจรรย์ในบรรยากาศพร่ามัวนำทางเจมส์ไปยังโบสถ์ที่อยู่ไม่ห่างจากตัวสุสานมากนัก ภายในโบสถ์แทบจะร้างผู้คน หลงเหลือเพียงบาทหลวงที่ยืนกรานจะอยู่เฝ้าที่พำนักแห่งพระเจ้าเพียงผู้เดียว

“คุณพ่อ” เฟลิกซ์ทาบมือลงบนอกแล้วค้อมกายแสดงความเคารพ

เจมส์ทำตามเด็กหนุ่มข้างกาย “คุณพ่อ ที่นี่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันเท่าไรเลยนะขอรับ”

“มิใช่ไม่ได้รับผลกระทบ เพียงแต่ความตายถูกลดทอนลงไปก็เท่านั้น” บาทหลวงเลิกสวดภาวนาที่หน้าแท่นพระคัมภีร์แล้วเดินมาหาผู้มาเยือนในยามภัยพิบัติ “ชาวเมืองในระแวกนี้อพยพหนีไปหมดแล้ว หมอกควันคงทำให้พวกลูกเดินทางหลงมาจากที่อื่น”

“พวกข้าน้อยกำลังเดินทางไปยังสุสานขอรับ” เฟลิกซ์ตอบรวบรัดไปตามตรง

“นักผจญภัยที่เดินทางมาเพื่อปราบอันเดดอย่างนั้นรึ ขอบคุณในความหวังดีของพวกลูก เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายมาก ไปแล้วจะเป็นอันตรายเสียเปล่า”

“ขออภัยที่ต้องมองข้ามคำเตือนของคุณพ่อ แต่ความจริงข้าน้อยมีของที่ต้องไปนำกลับมาขอรับ”

“ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะสำคัญมากเพียงใด พวกลูกก็ได้สัมผัสแล้ว ไอหมอกแห่งความตายหนาแน่นจนคนเป็นไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปได้”

“แม้จะต้องเสี่ยงชีวิต ข้าน้อยก็จะต้องไปนำกลับมาให้จงได้ขอรับ”

เฟลิกซ์พูดออกมาอย่างแน่วแน่ สายตามุ่งมั่นจ้องตอบบาทหลวงผู้จ้องมองเขาดั่งจะค้นจิตใจทะลุถึงดวงวิญญาณ

บาทหลวงหลับตาลง “เช่นนั้นก็จงรับสิ่งนี้ไป อันเดดตามกลิ่นพลังชีวิต น้ำมนต์ชโลมกายจะช่วยให้พวกมันไม่ได้กลิ่นพวกลูกชั่วเวลาหนึ่ง ทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ในน้ำมนต์ยังทำให้พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ ไปนำของของลูกกลับมา และได้โปรดใช้น้ำมนต์ขวดสุดท้ายขวดนี้ช่วยตามหาสาเหตุการเกิดอุบัติการณ์แห่งอันเดดครั้งนี้ด้วยเถิด”

เควส นี่มันเควสเนื้อเรื่องชัด ๆ

หลังจากรับเควสกับเอ็นพีซีบาทหลวงและรับไอเทมเควสมาแล้ว ทั้งสองก็ขอบคุณบาทหลวงแล้วจึงออกเดินทางต่อ ทั้งคู่ชโลมน้ำมนต์พรมตามร่างกายและเสื้อผ้า ใช้น้ำมนต์ที่เหลือชุบผ้าแล้วนำขึ้นปิดจมูกเพื่อป้องกันหมอกพิษ

เจมส์แอบชำเลืองมองเฟลิกซ์ เขาไม่สบายใจเอาเสียเลย ชะตาโชคร้ายของเจ้านี่ไม่ได้ทำงานมาสักพักแล้ว หรือเป็นเพราะการต้องเข้าไปในสุสานก็นับเป็นอันตรายที่มากเกินพอแล้วกัน

น้ำมนต์ของบาทหลวงได้ผลเป็นอย่างดี พวกเขาแทรกซึมเข้าประตูสุสานได้อย่างง่ายดาย อันเดดเมื่อได้กลิ่นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ถอยร่นหนีไปดั่งเปิดทางให้ ทั้งคู่ไม่กล้าที่จะจุดไฟ แสงสว่างที่อันเดดหวาดกลัวมีแต่จะกระตุ้นความบ้าคลั่งในตัวพวกมัน ส่วนสกิลแสงทองทอกระทบยอดหญ้าและอุดมการณ์แห่งผองเราของเจมส์นั้นเป็นสกิลที่ต้องเล่นตลอดเวลา ไม่ได้มีผลคงอยู่ด้วยตัวมันเอง หากเล่นไปด้วยชโลมน้ำมนต์ไปด้วยจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่า พวกเขาจึงตัดสินใจเก็บไว้ใช้เป็นแผนสำรองหลังน้ำมนต์หมดฤทธิ์แล้ว

ทั้งคู่ฝ่าความมืดสลัวซึ่งมีเงาตะคุ่มนับร้อยตามทาง เจมส์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ บางทีการไม่เห็นอาจจะดีกว่า แค่นี้ขวัญเขาก็หนีเตลิดไปไกลถึงนอกเมืองซอเรนทานาแล้ว หากต้องมองซากศพที่ไม่รู้จักตายนับร้อยเดินไปมาในระยะประชิดเช่นนี้ เขาคงจะกลัวจนปัสสาวะราดแน่

“ยังไม่ถึงอีกเหรอ? พ่อเจ้าถูกฝังลึกชะมัด”

“ใกล้แล้วขอรับ ร่างของท่านพ่อถูกฝังอยู่ตรงกลางสุสานพอดี” เฟลิกซ์กระซิบตอบกลับมา

คนเป็นทั้งสองก้าวเท้าเย็นเฉียบด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด ยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง อันเดดก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น เจมส์บีบมือของเฟลิกซ์แน่นโดยไม่รู้ตัว จิตใต้สำนึกสั่งให้เขายึดเหนี่ยวความอบอุ่นแห่งชีวิตหนึ่งเดียวที่พบได้ในสถานที่แห่งนี้ไว้

“ทนอีกนิดนะขอรับท่านเจมส์ จะถึงแล้วขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบแผ่วเบาจนไม่รู้ว่าปลอบคนข้างกายหรือปลอบตัวเองกันแน่

อันเดดเบื้องหน้าของทั้งสองกลับเดินสวนมาอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่ร่างเน่าเปื่อยของพวกมันจะฉุดลากไปได้ กลับกันหมอกควันกลับหนาทึบราวกับโดนดูดไปรวมตัวกัน ณ ศูนย์กลางหมอกควันนั้นคือหลุมฝังศพเนินหนึ่ง

เจมส์เบิกตาโพลง สัญชาตญาณสั่งให้เขาดันเฟลิกซ์ไปหลบด้านหลัง “ระวัง!”

เฟลิกซ์เกร็งร่างอย่างตื่นตัว เจมส์คว้าพิณมาเตรียมบรรเลง

“ครอก...ฟี้”

“...”

เงาตะคุ่มน่าหวาดหวั่นที่ทั้งสองเห็นกลับกรนออกมาเสียงดัง ผีดิบที่ไหนจะกรนได้กัน นี่มันคนเป็นชัด ๆ! เจ้าคนเป็นนอนทอดกายก่ายหลุมฝังศพอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใบหน้าแดงก่ำกับขวดเหล้าว่างเปล่าในมือทำให้ผู้มาใหม่ทั้งสองพอจะเดาได้ว่าเจ้าคนขี้เมานี่ไม่ได้บาดเจ็บ แต่เมาแอ๋จนลุกไม่ขึ้นต่างหาก!

เฟลิกซ์ตะโกนออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าเป็นใคร? ลุกขึ้นไปจากหลุมของท่านพ่อเดี๋ยวนี้นะ!”

เจมส์หันขวับไปเพ่งสายตามองทะลุความมืดมัว เนินดินที่เจ้าขี้เมานอนทับอยู่มีป้ายหินสลักว่า ‘ฟรอยด์ แอชเชอร์’ เป็นหลุมศพที่พวกเขาตามหา!

ชายขี้เมาเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียก เมื่อเข้าใกล้จึงได้เห็น เขามีใบหูปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน ใบหน้าที่แม้จะเมาแอ๋จนดูไม่ได้ แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาสง่างามเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย เจ้าขี้เมาคือเอล์ฟ เจ้าเอล์ฟพยายามลืมสองตาอันหนักอึ้งจนแทบจะลืมไม่ขึ้น กระนั้นปากบางก็คลี่ยิ้มแล้วพูดงึมงำออกมา

“เจ้าหนูเรม เอาเหล้ามาเพิ่มหน่อย!” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ โชคดีจึงได้พบพาน

    ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ดันเจียนชั้นสามนั้น...

    ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (2/2)

    ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (1/2)

    ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 71 ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไป

    บทที่ 71ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไปวีรบุรุษผู้ปราบมหาเวทวายร้ายฟื้นขึ้นมาทั้งที พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ขึ้น และยังเป็นการถือโอกาสเชิญผู้คนที่เฝ้ารอการกลับมาของเฟลิกซ์มาพบปะให้หายห่วงในคราเดียวท้องพระโรงใหม่ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูตระการตา อาหารเลิศรสถูกจัดเรียงบนโต๊ะรับรอง ที่มุมหนึ่งอันเคยเป็นมุมจิบน้ำชาจัดวางอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำเฉพาะกิจเนื่องจากมีมังกรมาร่วมสังสรรค์ถึงสามตน ถัดจากสัตว์วิเศษทั้งสามก็เป็นราชวงศ์รวมถึงเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่มากับมังกรแดง ครั้งนี้ แม้แต่มหาเวทกอนโดลอนผู้อยู่ในระหว่างการนั่งเรือสายลมท่องไปทั่วโลกยังให้เกียรติมาร่วมงานด้วย ด้านนอกพระราชวังก็มีการจัดงานเลี้ยงให้ชาวบ้านทั่วไปมาดื่มกินเพื่อร่วมแสดงความยินดี เรียกได้ว่าเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ของอาณาจักรราวกับเปิดศักราชใหม่เลยทีเดียว“เจ้าอายุถึงเกณฑ์แล้วแต่ก็เพิ่งจะหายดี ดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจมส์แย่งแก้วไปจากมือเฟลิกซ์แล้วยกซดดื่มสุราน้ำผึ้งสามสิบฤดูหนาวแสนอร่อยเองจนหมดเฟลิกซ์มองเขาก็หัวเราะออกมา “หากเอลดรอนมาด้วยต้องพูดว่า ‘เจ้าแค่อยากดื่มของอร่อยเยอะ ๆ เลยไปแ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 70 ‘การเดินทาง’ ของข้า (2/2)

    “จ เจมส์ จะทำอะไรน่ะขอรับ?!”จู่ ๆ เจมส์ก็ปลดกระดุมเสื้อของเฟลิกซ์ออกทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเจมส์กลับทำสีหน้างงงวย เหมือนเขาไม่ได้เพิ่งทำอะไรผิดแปลกไป “ก็ถอดเสื้อเจ้าไง”“ท่าน…ท่านจะถอดเสื้อข้าทำไม หยุดเลยนะขอรับ!” เฟลิกซ์ผู้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่กลิ้งหนีไปมาบนเตียงพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ“หา? จะได้เช็ดตัวให้เจ้าเหมือนอย่างเคยไง” เจมส์จับเจ้าปลาน้อยผู้ดิ้นรนอย่างน่าขบขันกลับขึ้นเขียงมาถอดเกล็ดต่อ“ม เหมือนอย่างเคย? อย่าบอกนะ…”เจมส์จับใบหน้าน้อยที่แดงเป็นลูกแอปเปิลให้นิ่งได้แล้วก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าที่มีสีสันของเฟลิกซ์มันน่ามันเขี้ยวจนเขาอดใจไม่ไหวนี่เจมส์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด นิ้วลากไล้ไปปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเฟลิกซ์ต่ออย่างเชื่องช้า “ทุก ๆ วัน ข้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้า”เสื้อตัวบางลู่ลงจากลาดไหล่มน ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดลูบไปตามเรียวคอขาวเนียน “เช็ดตัวให้เจ้า”ผ้าอุ่นลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกมือของเจมส์ก็เลื่อนไปเกี่ยวนิ้วเข้ากับขอบกางเกงของเฟลิกซ์ เขาโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแดงซ่าน “จนหมดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”ความร้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status