Home / ระบบ / เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX! / บทที่ 8 เอล์ฟขี้เมา กับ นักบวชขี้เซา

Share

บทที่ 8 เอล์ฟขี้เมา กับ นักบวชขี้เซา

last update Last Updated: 2026-02-04 14:20:21

บทที่ 8

เอล์ฟขี้เมา กับ นักบวชขี้เซา

“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”

เฟลิกซ์ตรงปรี่เข้าไปผลักเอล์ฟขี้เมากลิ้งลงจากเนินฝังร่างของบิดาไปนอนแผ่อยู่ด้านข้าง เจมส์มองด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มผู้นี้แสดงความเกรี้ยวกราดมาก่อน เฟลิกซ์ลูบเนินดินไปมาปัดเศษดินเศษหญ้าที่ถูกรุกรานจนแหว่งเป็นหย่อม ดวงตาแอเมทิสต์วูบไหวไปด้วยความห่วงใยปนเจ็บแค้น

เจมส์เดินเข้าไปหาเขาอย่างช้า ๆ วางมือบนไหล่สั่นเทาของเฟลิกซ์อย่างนุ่มนวลด้วยรู้ว่าตอนนี้เด็กหนุ่มอยู่สภาวะจิตใจไม่มั่นคง “เฟลิกซ์ เป็นอะไรไหม?”

“ท่านพ่อ เหตุใดจึงได้ลบหลู่ดูหมิ่นท่านพ่อถึงเพียงนี้ แค่นี้ท่านพ่อยังโดนลงทัณฑ์ไม่มากพอหรืออย่างไร...” เฟลิกซ์เม้มปากแน่น เขาไม่สามารถพูดอะไรต่อได้อีก หากพูดไปเขาจะต้องกลั้นน้ำตาแห่งอารมณ์ที่ถาโถมขึ้นมาไม่อยู่เป็นแน่

เจมส์มองพระเอกด้วยความมึนตึง ตัวละครในเกมต้องมีอารมณ์ความรู้สึกขนาดนี้เลยหรือ จะเข้าถึงบทบาทเกินไปหรือเปล่า ทำไมถึงให้ความรู้สึก...เหมือนเป็นคนจริง ๆ ขนาดนี้

ก่อนที่เจมส์จะหาคำพูดปลอบโยนเจอ เฟลิกซ์ก็สะบัดศีรษะ ไล่ความคิดต่าง ๆ นา ๆ ออกไป เด็กหนุ่มลูบเนินดินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืน ”หาดาบลีอาธิลกันเถอะขอรับ”

ตามคำบอกเล่าของเฟลิกซ์ ดาบเวทลีอาธิลฝังในโลงแยกด้านข้างหลุมฝังศพบิดาของเขา แต่ไม่ได้กลบเป็นเนินสูงหรือมีป้ายหินระบุไว้ เฟลิกซ์เดินไปตามตำแหน่งในความทรงจำ มือยื่นออกไปคลำพื้นดิน

“ดินตรงนี้ร่วนหมดแล้ว” เฟลิกซ์พูดขึ้นด้วยความฉงน

“มีคนมาขุดไปก่อนหน้าเราเหรอ?!” เจมส์โพล่งขึ้นมา

“เอาเหล้ามา!”

ทั้งสองหันไปมองผู้ต้องสงสัยที่นอนยกขวดเหล้าด้วยความเมามายอย่างคาดโทษแล้วจึงหันมามองหน้ากัน สุดท้ายก็ตัดสินใจช่วยกันขุดหลุมในตำแหน่งที่เฟลิกซ์จดจำได้ ดินบริเวณนี้กลับร่วนซุยจนแทบไม่ต้องใช้แรงขุด พวกเขาเพียงแค่โกยขึ้นมาก็เพียงพอ ดั่งเคยมีคนขุดเอาไว้แล้วเทดินกลับลงไปใหม่อย่างรีบร้อนโดยไม่ได้โปะหน้าดินให้แน่นดีเสียก่อน

สองมือของเจมส์กวักดินออกไปนับครั้งไม่ถ้วน สักพักก็แตะเข้ากับความแข็งด้านของแผ่นไม้ในที่สุด “เจอแล้ว!”

ทั้งสองรีบช่วยกันเกลี่ยดินออกแล้วยกฝาโลงขึ้นทันที ข้างในโลงกลับไม่ได้มีเพียงดาบ แต่มีร่างหนึ่งนอนกอดดาบอยู่ด้วย!

“เฮ้ย! เฟลิกซ์ เจ้าไม่เห็นบอกเลยว่าฝังนักบวชไว้เฝ้าดาบในโลงด้วย!” เจมส์ตกใจจนตาแทบถลนออกจากเบ้า ดีที่เขาหักห้ามใจไม่กระโดดเกาะหลังเฟลิกซ์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างได้

“เจ้าเป็นใคร? บุกรุกโลงฝังดาบตระกูลข้ามีวัตถุประสงค์อะไร?!” เฟลิกซ์ตะโกนลงไปอย่างห้าวหาญ ความคับข้องใจผุดขึ้นมาในดวงตาคู่งามอีกครา

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมานอกจากเสียงเอล์ฟที่เมาเอะอะอยู่ไม่ไกล ร่างของนักบวชที่นอนกอดดาบอยู่เองก็ไม่ขยับเลยสักนิด

“...”

ทั้งสองหันมามองหน้ากันช้า ๆ “อย่าบอกนะว่า...”

“...ตายไปแล้ว”

ฉับพลันร่างนักบวชในโลงก็กระตุกจนดาบกระทบกับกางเขนที่เขาห้อยไว้ส่งเสียงดังกึกก้อง

“อ๊ากกกก!” เจมส์แหกปากดังลั่นแล้วกระโดดเกาะเฟลิกซ์แน่น เขาหลับตาปี๋อย่างไม่พร้อมจะรับรู้สิ่งใด “ผีหลอก!”

“…” เฟลิกซ์ได้แต่มองชายหนุ่มตัวโตกระโดดเกาะตัวเองอย่างงุนงง “ท่านเจมส์ ท่านไม่กลัวอันเดดนี่ขอรับ?”

“ซอมบี้กับผีมันจะไปเหมือนกันได้ยังไง?!” เจมส์ซุกหน้ากับหัวของเฟลิกซ์อย่างปฏิเสธที่จะลืมตา

“แล้วนั่นมันแปลว่าอะไรหรือขอรับ?” เฟลิกซ์มึนงงจนลืมโกรธผู้บุกรุกสุสานไปแล้ว

“เสียงดังหนวกหูเสียจริง” เสียงหงุดหงิดดังขึ้นมาจากในโลง

“อ๊ากกกกกกกกกกก! ผี หนีเร็ว เฟลิกซ์!” เจมส์กอดเฟลิกซ์แน่นกว่าเดิม ขาข้างหนึ่งก่ายพาดลำตัวเฟลิกซ์จนแทบจะกลายเป็นว่าเด็กหนุ่มเป็นผู้อุ้มเขาอยู่แล้ว

“…” เฟลิกซ์ผู้ไม่เข้าใจการกระทำของเจมส์นักได้แต่ยืนกะพริบตาปริบ

“ผีบ้าบออะไร ข้าเป็นนักบวชจะมีผีแถวนี้ได้อย่างไร” นักบวชในโลงลุกขึ้นนั่งแล้วสบถอย่างหัวเสีย แต่เมื่อมองไปรอบข้างกลับพบอันเดดมากกว่าร้อยตัวยืนโงนเงนรายล้อม “มีจริงด้วย”

เฟลิกซ์กลับมามีสีหน้าเคร่งเครียดใหม่อีกครั้ง “เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมานอนอยู่ในโลงฝังดาบประจำตระกูลข้า?!”

นักบวชหยิบดาบที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา “ดาบนี่น่ะหรือ? แหงล่ะ ก็มันเป็นดาบเวทน่ะสิ หมดคำถามแล้วหรือยัง ข้าจะได้นอนต่อเสียที”

เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผี เจมส์ก็ปีนลงจากตัวเฟลิกซ์ไปยืนบนพื้นด้วยสองเท้าของตัวเอง เขาป้องปากกระแอมไอเก้อเขิน ว่าแต่เจ้าหนุ่มนี่เห็นตัวผอมแห้งเท่าไม้ขีด แต่กลับมีเรี่ยวแรงเยอะพอที่จะรับน้ำหนักผู้ชายตัวใหญ่กว่าตัวเองมากขนาดนี้ได้ สมแล้วที่เป็นพระเอก ช่างโกงจริงเชียว “เดี๋ยวก่อน เรามาที่นี่เพื่อเอาดาบนั่นไป”

“เอามันไป? จะไปสร้างอันเดดที่อื่นเพิ่มหรืออย่างไร”

“หมายความว่าอย่างไร?” เฟลิกซ์ขมวดคิ้วมุ่น

“พูดอะไร พวกเจ้าใช้ดาบเวทนี่ปลุกผีดิบพวกนี้ขึ้นมานี่” นักบวชหรี่ตาลงอย่างคาดโทษ เหมือนคุณครูจับได้ว่านักเรียนแอบลอกข้อสอบ “หรือว่าไม่ใช่ หากไม่ใช่ก็แล้วไป ข้าไปนอนต่อได้หรือยัง?”

เจมได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง “ดาบประจำตระกูลเจ้ามีพลังโกงขนาดนี้เลยเหรอ?”

เฟลิกซ์เองก็ดูจะตกใจมากเช่นกัน “ไม่ใช่ขอรับ ในบันทึกประจำตระกูล ลีอาธิลไม่เคยมีพลังปลุกอันเดดหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายมาก่อน เหตุใดเจ้าจึงบอกว่าดาบลีอาธิลปลุกอันเดดเหล่านี้เล่า?!”

นักบวชถอนหายใจด้วยความรำคาญ ดูท่าผู้ที่ปลุกเขาขึ้นจากนิทราทั้งสองจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ เขาชี้ขึ้นไปเหนือศีรษะ “ดูนั่น”

ทั้งสองเงยหน้ามองตามที่นักบวชชี้ไป

“พระจันทร์เต็มดวง?” เจมส์เอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

นักบวชกล่าวต่อ “มันเต็มดวงอยู่เช่นนี้ในเมืองซอเรนทานามากว่าสองเดือนแล้ว เห็นหรือไม่ว่าแสงจันทร์ส่องไปที่ใด”

แสงจันทร์กลับมิได้กระจายออกไปทั่วฟ้าตามปกติ แสงเงินรวมตัวกันเป็นลำแสงสาดส่องลงมาสู่ดาบลีอาธิลโดยตรง

“ลีอาธิลเป็นดาบเวทที่หลอมขึ้นจากมูนไลต์สโตน หากพระจันทร์เต็มดวงเข้มข้นให้พลังกับมันมานานเป็นเดือนจริง เวทมนตร์ในดาบต้องถูกปลุกขึ้นมาใหม่ได้แน่ พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงนานสองเดือนโดยไม่ยอมลาลับขอบฟ้า เรื่องนี้มีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหวังใช้ลีอาธิลเป็นสื่อกลางในการปลุกอันเดด!” เฟลิกซ์จับปะติดปะต่อเรื่องราวได้ก็โพล่งออกมาด้วยความตกใจ

นักบวชพยักหน้า “เข้าใจแล้วใช่ไหม เช่นนั้นก็เลิกรบกวนเวลานอนของข้าเสียที”

“เจ้าหนูเรม เอาเหล้ามาให้ข้าที”

“หุบปาก เจ้าเอล์ฟแก่ขี้เมา”

เฟลิกซ์ชูมือไปข้างหน้า ดาบยาวซึ่งนอนทอดร่างอยู่ในความชื้นใต้ดินมานานจนสนิมเขรอะ เปล่งแสงสีเงินริบหรี่ลอดสนิมก่อนจะลอยเข้าไปในมือของทายาทตระกูลแอชเชอร์ เป็นการยืนยันการคาดการณ์ของเฟลิกซ์ พลังเวทมนตร์ในดาบลีอาธิลถูกปลุกขึ้นมาแล้ว “เช่นนั้นข้าจะปราบผู้บงการอย่างเจ้าเอง!”

นักบวชผู้ผมปรกตาจนมองแววตาไม่ออกยกมือทั้งสองข้างขึ้นแสดงตนว่าไร้อันตราย “ข้าไม่ใช่ผู้บงการ ฆ่าข้าไปพระจันทร์ก็ไม่กลับไปเป็นปกติ”

“อย่ามาทำเป็นไขสือ! เจ้านอนอยู่ในโลงฝังดาบที่ใช้เป็นสื่อกลางส่งพลังไปปลุกอันเดด หากเรื่องนี้มีผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้ที่น่าสงสัยที่สุดย่อมต้องเป็นเจ้า เฟลิกซ์ ฟันมันเลย!” เจมส์อยู่ที่นี่มานานจนหนาวมือเท้าชาไปหมดแล้ว แม้นักบวชนี่จะทำตัวพิลึกชอบกล แต่เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็รีบจัดการให้จบ ๆ แล้วไปส่งเควสเสียดีกว่า จะได้ออกไปจากกลางดงผีดิบเสียที

นักบวชเกาศีรษะอย่างจนปัญญาจะเถียง “เจ้าจะคิดเช่นไรก็ช่าง หากมาเพื่อเอาดาบไปก็รีบ ๆ เอาไปแล้วไสหัวไปได้แล้ว ข้าจะนอนต่อ”

ว่าแล้วผู้ต้องสงสัยก็เอนกายลงนอนขดในโลงดั่งไม่ได้มีผู้เอาดาบจ่อเตรียมแทงทะลุศีรษะของเขาได้ทุกเมื่อ

เฟลิกซ์กัดฟันแน่น ตระกูลแอชเชอร์ของเขาถูกเหยียดหยามครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งยังถูกใช้เป็นเครื่องมือให้กับผู้อื่นอีก คนผู้นี้อย่างไรก็ปล่อยให้รอดไปไม่ได้!

“ตายเสียเถอะ!”

พลันลางสังหรณ์ถึงเรื่องร้ายก็บังเกิดขึ้นในใจของเจมส์ “เฟลิกซ์ เดี๋ยวก่อน!”

เฟลิกซ์พุ่งตัวออกไปก่อนที่เจมส์จะคว้าไว้ได้ทัน ดาบสนิมเขรอะยกขึ้นเหนือศีรษะ สองแขนตวัดลงฟาดฟันนักบวชผู้นอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ในโลงซึ่งควรจะเป็นที่พำนักอันแสนสงบของดาบเวทประจำตระกูล

กองดินที่เจมส์กับเฟลิกซ์ขุดไว้กลับก่อร่างขึ้นมาเป็นโล่กำบังให้กับนักบวช ดาบลีอาธิลจมหายเข้าไปในโล่ดินแน่นหนืดจนเฟลิกซ์ไม่สามารถดึงกลับออกมาได้

“ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกันสิสหาย คนกันเองทั้งนั้น เอิ๊ก”

เป็นเอล์ฟขี้เมาที่ชี้ขวดเหล้าต่างไม้คทา เสกให้ดินกลายสภาพเป็นโล่บดบังนักบวชจากคมดาบ

“ปล่อยนะ เอาดาบข้าคืนมา!” เฟลิกซ์ดึงดาบเท่าไรก็ไม่หลุดจากโล่ดิน ยิ่งดึงดินยิ่งโกยตัวเข้ามากลบฝังตัวดาบจนแทบจะถึงมือของเขาอยู่รอมร่อ

“เฟลิกซ์! คลายคาถาเดี๋ยวนี้นะเฮ้ย!” เจมส์ที่ไร้อาวุธและคาถาโจมตีหยิบพิณออกมาจากสายสะพาย ง้างสุดแขนวิ่งตรงไปหวังฟาดกบาลเอล์ฟจนหมดหล่อ

เอล์ฟโดนข่มขู่ก็ดูจะสร่างเมาลงเล็กน้อย เขารีบยกสองมือขึ้น โล่ดินคลายตัวกลายเป็นผงดินร่วงลงไปกองในหลุมโดยทันที “สหายทั้งสองโปรดใจเย็น พวกข้ามิได้มีเจตนาร้ายอันใด!”

“เชื่อก็บ้าแล้ว คนดี ๆ ที่ไหนจะมานอนเมาอยู่บนหลุมศพของคนอื่น อีกคนก็นอนกอดดาบอยู่ในโลง ดูยังไงก็มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมด!”

เจมส์ฟาดพิณลงไปเต็มแรง แต่เอล์ฟขี้เมากลับกลิ้งหลบไปได้

“ข้าพูดจริงนะ สหายท่านนี้ดูเอาเถิด แม้ข้าจะไม่ได้เมามากมายแต่ก็ไม่ได้มีพลังมากพอจะไปควบคุมปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างค้างคาจันทร์เพ็ญได้ ส่วนเจ้าหนูเรมนั่นก็แค่หาที่นอนก็เท่านั้นเอง!” เอล์ฟขี้เมาแก้ตัวรัวเร็วพร้อมกับหลบพิณที่ทุบลงมาอีกครั้ง

“หาที่นอน? คนบ้าที่ไหนเขามาบุกรุกหลุมศพคนอื่นใช้โลงเป็นเตียงกัน?!” เจมส์ตวาดลั่นอย่างฉุนเฉียว เจ้าเอล์ฟนี่เป็นตัวตุ่นหรือไงถึงทุบเท่าไรก็ไม่โดน

“ช่วยไม่ได้น้า เจ้าหนูเรม ตื่นมาอธิบายหน่อยสิ อุ๊บ”

เอล์ฟปิดปากโก่งคอ ทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมา

“ห้ามอาเจียนใส่หลุมฝังศพพ่อข้านะ!” เฟลิกซ์ตะโกนมาจากอีกด้าน

“หุบปากกันให้หมด คนจะนอน!” นักบวชร้องโวยวายขึ้นมาจากในโลง

เจมส์ลดพิณลงมองความโกลาหลโดยรอบด้วยความสับสนเต็มประดา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนี่!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ โชคดีจึงได้พบพาน

    ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ดันเจียนชั้นสามนั้น...

    ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (2/2)

    ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (1/2)

    ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 71 ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไป

    บทที่ 71ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไปวีรบุรุษผู้ปราบมหาเวทวายร้ายฟื้นขึ้นมาทั้งที พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ขึ้น และยังเป็นการถือโอกาสเชิญผู้คนที่เฝ้ารอการกลับมาของเฟลิกซ์มาพบปะให้หายห่วงในคราเดียวท้องพระโรงใหม่ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูตระการตา อาหารเลิศรสถูกจัดเรียงบนโต๊ะรับรอง ที่มุมหนึ่งอันเคยเป็นมุมจิบน้ำชาจัดวางอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำเฉพาะกิจเนื่องจากมีมังกรมาร่วมสังสรรค์ถึงสามตน ถัดจากสัตว์วิเศษทั้งสามก็เป็นราชวงศ์รวมถึงเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่มากับมังกรแดง ครั้งนี้ แม้แต่มหาเวทกอนโดลอนผู้อยู่ในระหว่างการนั่งเรือสายลมท่องไปทั่วโลกยังให้เกียรติมาร่วมงานด้วย ด้านนอกพระราชวังก็มีการจัดงานเลี้ยงให้ชาวบ้านทั่วไปมาดื่มกินเพื่อร่วมแสดงความยินดี เรียกได้ว่าเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ของอาณาจักรราวกับเปิดศักราชใหม่เลยทีเดียว“เจ้าอายุถึงเกณฑ์แล้วแต่ก็เพิ่งจะหายดี ดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจมส์แย่งแก้วไปจากมือเฟลิกซ์แล้วยกซดดื่มสุราน้ำผึ้งสามสิบฤดูหนาวแสนอร่อยเองจนหมดเฟลิกซ์มองเขาก็หัวเราะออกมา “หากเอลดรอนมาด้วยต้องพูดว่า ‘เจ้าแค่อยากดื่มของอร่อยเยอะ ๆ เลยไปแ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 70 ‘การเดินทาง’ ของข้า (2/2)

    “จ เจมส์ จะทำอะไรน่ะขอรับ?!”จู่ ๆ เจมส์ก็ปลดกระดุมเสื้อของเฟลิกซ์ออกทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเจมส์กลับทำสีหน้างงงวย เหมือนเขาไม่ได้เพิ่งทำอะไรผิดแปลกไป “ก็ถอดเสื้อเจ้าไง”“ท่าน…ท่านจะถอดเสื้อข้าทำไม หยุดเลยนะขอรับ!” เฟลิกซ์ผู้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่กลิ้งหนีไปมาบนเตียงพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ“หา? จะได้เช็ดตัวให้เจ้าเหมือนอย่างเคยไง” เจมส์จับเจ้าปลาน้อยผู้ดิ้นรนอย่างน่าขบขันกลับขึ้นเขียงมาถอดเกล็ดต่อ“ม เหมือนอย่างเคย? อย่าบอกนะ…”เจมส์จับใบหน้าน้อยที่แดงเป็นลูกแอปเปิลให้นิ่งได้แล้วก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าที่มีสีสันของเฟลิกซ์มันน่ามันเขี้ยวจนเขาอดใจไม่ไหวนี่เจมส์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด นิ้วลากไล้ไปปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเฟลิกซ์ต่ออย่างเชื่องช้า “ทุก ๆ วัน ข้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้า”เสื้อตัวบางลู่ลงจากลาดไหล่มน ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดลูบไปตามเรียวคอขาวเนียน “เช็ดตัวให้เจ้า”ผ้าอุ่นลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกมือของเจมส์ก็เลื่อนไปเกี่ยวนิ้วเข้ากับขอบกางเกงของเฟลิกซ์ เขาโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแดงซ่าน “จนหมดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”ความร้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status