LOGINเสิ่นอันหรานลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง นางนึกถึงคำพูดของไทเฮา อย่าคิดว่าหลินเวยมองไม่เห็น
อันกุ้ยเฟยนั่งลง “วันนี้มีบัญชีเบี้ยหวัดประจำเดือน บัญชีถ่านฤดูหนาว และรายการซ่อมตำหนักเพคะ”หลินเวยมองหีบ “ทั้งหมด?”“เพคะ”“เจ้าคิดจะแก้แค้นที่ข้าเลื่อนตำแหน่งให้ด้วยการเอาบัญชีมาฝังข้าหรือ”“หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ” อันกุ้ยเฟยยิ้ม“แต่ดูเหมือนกำลังทำอยู่” ชิงหลัวหัวเราะอีกครั้งแม้แต่เจ้าหน้าที่หญิงรอบข้างยังยิ้มตามภาพที่เห็นจึงคล้ายพี่สาวกับน้องสาวนั่งทำงานร่วมกันมากกว่าฮองเฮากับกุ้ยเฟยผู้มีตำแหน่งรองลงมาหลินเวยเปิดบัญชีเล่มแรก “เริ่มจากเบี้ยหวัด”“เพคะ”ทั้งสองตรวจเอกสารร่วมกัน อันกุ้ยเฟยทำเครื่องหมายรายการที่ต้องอธิบายไว้ล่วงหน้าแล้ว“ตำหนักชิงเหอใช้ถ่านมากกว่าเดือนก่อนสิบหกกระสอบเพคะ”“เพราะอะไร”“หลิวไฉเหรินยังฟื้นตัวจากการถูกพิษ หมอหลวงให้รักษาอุณหภูมิในห้อง หม่อมฉันจึงอนุญาตเบิกเพิ่มตามใบรับรองแพทย์ แต่ไม่ได้เพิ่มเป็นเบี้ยประจำ”หลินเวยเปิดเอกสารประกอบ มีลา
“เรื่องดอกไม้”“แค่นั้น?”“บางครั้งเรื่องดอกไม้ก็บอกเรื่องคนได้มากกว่าการพูดถึงคนเสียอีก” กุ้ยเยว่หรงยิ้มฮูหยินเฉินฟังไม่เข้าใจนัก จึงหัวเราะแล้วชวนไปดูดอกไม้พันธุ์ใหม่แต่กุ้ยเยว่หรงกลับไม่มีอารมณ์ชมสิ่งใดอีกหลังงานเลี้ยงจบ นางกลับจวนทันทีค่ำวันเดียวกัน กุ้ยจงเหยาเดินทางกลับจากค่ายทหารในเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับนายทหารระดับสูง เขาเพิ่งถอดชุดเกราะออกก็เห็นลูกพี่ลูกน้องนั่งรออยู่ในห้องหนังสือ“เจ้ามารอข้าหรือ”“มีเรื่องจะพูด”กุ้ยจงเหยานั่งลง“เรื่องอะไร”“อันกุ้ยเฟย” กุ้ยเยว่หรงไม่อ้อมค้อม“นางทำอะไร” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว“ยังไม่ได้ทำ”“เช่นนั้น?”“แต่ข้ามองออก” กุ้ยจงเหยายกน้ำชาขึ้นดื่ม“มองอะไรออก”“นางไม่ได้ต้องการเพียงตำแหน่งกุ้ยเฟย”“คนทะเยอทะยานทุกคนย่อมอยากสูงขึ้น” เขาหัวเราะเบา ๆ
นางรับคำถวายพระพรจากสนมชั้นต่ำด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน รับฟังคำร้องเรียนของเจ้าหน้าที่หญิงสองสามเรื่องระหว่างงาน และยังเอ่ยถามถึงสุขภาพของฮูหยินแม่ทัพผู้หนึ่งที่เพิ่งสูญเสียสามีจากสงครามทุกอย่างงดงาม งดงามเสียจนแทบไม่มีตำหนิ หากเป็นคนทั่วไปก็คงเห็นเพียงกุ้ยเฟยผู้เมตตาและวางตัวสมฐานะ แต่ตรงมุมหนึ่งของศาลาริมสระบัว กุ้ยเยว่หรงกลับกำลังมองนางด้วยสายตานิ่งลึกหญิงหม้ายแห่งตระกูลกุ้ยสวมชุดสีเขียวหม่นเรียบง่ายตามฐานะสตรีที่สูญเสียสามีมาหลายปี นางไม่ได้แต่งกายหรูหราเหมือนฮูหยินตระกูลใหญ่คนอื่น ไม่ได้ประดับหยกหรือทองคำมากมาย หากกลับมีบุคลิกสงบจนคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกสบายใจเมื่อสนทนาด้วยนี่คือเหตุผลที่กุ้ยเยว่หรงสามารถสร้างเครือข่ายของตนเองได้อย่างรวดเร็ว นางไม่เคยแย่งซีนผู้ใด ไม่เคยพูดจาโอ้อวด ไม่เคยแสดงว่าตนยังเป็นญาติของอดีตกุ้ยเฟยผู้เคยทรงอำนาจตรงกันข้าม นางมักพูดว่าความผิดของคนรุ่นก่อนควรจบลงกับคนรุ่นก่อน ส่วนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ควรทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คำพูดเช่นนั้นทำให้หลายตระกูลลดความระแวงลงแต่วันนี้ กุ้ยเยว่หรงไม่ได้สนใจผู้คนรอบตัว สายตาของนางจับอยู
เสิ่นอันหรานลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง นางนึกถึงคำพูดของไทเฮา อย่าคิดว่าหลินเวยมองไม่เห็น แล้วนึกถึงคำพูดของตนเอง ถ้าไม่มีหลักฐาน ฮองเฮาจะทำอะไรหม่อมฉันได้ ข้อเสนอของกุ้ยจงเหยาทำให้ทุกอย่างใหญ่ขึ้นทันที ถ้านางรับ นางจะไม่ใช่เพียงคนที่แอบส่งข้อมูล นางจะกลายเป็นคนร่วมแผน ถ้าพลาด ผลลัพธ์ไม่ใช่ถูกลดตำแหน่ง อาจเป็นคุก อาจเป็นยาพิษ อาจเป็นความตาย แต่หากสำเร็จ…ความคิดนั้นกลับสว่างชัดกว่าความกลัวถ้าหลินเวยถูกโค่น ตำแหน่งสูงสุดจะว่าง เสิ่นอันหรานหลับตา เมื่อไม่กี่วันก่อน นางยังตำหนิคนสนิทเพียงเพราะพูดคำว่า ฮองเฮา วันนี้นางกำลังยืนอยู่ตรงหน้าข้อเสนอที่อาจเปิดทางไปถึงตำแหน่งนั้นจริง ๆ สิ่งนี้เกิดเร็วเกินไปแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนมาถึงในเวลาที่พอดีนางหันกลับมา “ถ้าข้าตกลง แม่ทัพกุ้ยจะให้คำมั่นอย่างไร”“แม่ทัพยินดีให้คำมั่นว่า หากฮองเฮาสูญเสียอำนาจ เขาจะสนับสนุนพระสนมขึ้นเป็นผู้ดูแลวังหลังอย่างเต็มตัว ไม่มีผู้ใดในฝ่ายในอยู่เหนือคำสั่งของพระสนม นอกจากฮ่องเต้และผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งตามราชประเพณีเพคะ&r
หญิงชรายกกล่องไม้เล็ก ๆ ขึ้น “ด้วยตัวอักษรเพคะ”กล่องถูกตรวจอย่างละเอียดก่อนส่งถึงมืออันกุ้ยเฟย ข้างในไม่มีของมีค่า มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นกับพู่กันขนาดเล็กข้อความบนกระดาษมีเพียงสามประโยคหากพระสนมต้องการไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ กระหม่อมมีสิ่งที่พระสนมขาดและพระสนมมีสิ่งที่กระหม่อมไม่มีเสิ่นอันหรานอ่านจบก็หัวเราะเบา ๆ “เขาเขียนเหมือนพ่อค้า”ซ่งหมัวมัวตอบ “แม่ทัพกล่าวว่า เรื่องอำนาจก็คือการแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งเพคะ”“แล้วเขาต้องการอะไร”“แม่ทัพให้พระสนมถามกลับด้วยพระองค์เอง”เสิ่นอันหรานมองกระดาษครู่หนึ่ง ก่อนเขียนคำสั้น ๆ พูดให้ชัดซ่งหมัวมัวรับไป นางไม่ได้ออกจากวังทันที เพียงนำกระดาษไปยังห้องด้านข้างซึ่งมีระบบส่งข้อความผ่านคนสองชั้นที่กุ้ยจงเหยาเตรียมไว้หนึ่งชั่วยามต่อมา คำตอบก็กลับมา ครั้งนี้ยาวกว่าเดิม อันกุ้ยเฟยเปิดอ่านช้า ๆฮองเฮามีพระทัยของฮ่องเต้ มีระบบ มีคนของตำหนักคุนหนิง และมีชื่อเสียงในหมู่ข
แต่เสิ่นอันหรานไม่เชื่อเพราะนางต่างจากไทเฮา ต่างจากอดีตกุ้ยเฟย ต่างจากซูเฟย ต่างจากเต๋อเฟย นางไม่ใช่คนที่จะทิ้งหลักฐานง่าย ๆ ไม่ใช่คนใช้อารมณ์ ไม่ใช่คนที่เชื่อว่าตระกูลจะช่วยได้ทุกอย่าง และไม่ใช่คนที่คิดจะต่อสู้กับหลินเวยตรง ๆนางจะยิ้ม จะทำงาน จะทำทุกอย่างตามกฎ และในขณะเดียวกันก็จะค่อย ๆ ขยับหมากของตน ถ้าหลินเวยมองอยู่ ก็ให้มอง ตราบใดที่หาอะไรไม่พบ อีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้อันกุ้ยเฟยลุกขึ้น “หม่อมฉันรบกวนไทเฮามานานแล้ว สมควรกลับเพคะ”ไทเฮาไม่ห้าม “ไปเถิด”“ขอบพระทัยสำหรับคำเตือนเพคะ หม่อมฉันจะจำไว้” เสิ่นอันหรานคุกเข่า“เจ้าจะจำ” ไทเฮาตอบ “แต่ไม่ฟัง”อันกุ้ยเฟยยิ้ม “อย่างน้อยหม่อมฉันก็ได้รับพระเมตตาจากพระองค์แล้วเพคะ”“เราไม่ได้เมตตาเจ้า”“เช่นนั้นเหตุใดต้องเตือนหม่อมฉัน”คำถามนั้นทำให้ไทเฮาเงียบเล็กน้อยก่อนตอบ “เพราะเราเบื่อดูคนฉลาดทำเรื่องโง่”“หม่อมฉันจะพยายามไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังเพคะ” อั







