Partager

เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี
เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี
Auteur: Madam Hangover

ปฐมบท

last update Date de publication: 2024-12-31 00:40:15

มธุรส คือสาวออฟฟิศที่มีช่วงชีวิตที่จืดจางตั้งแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน

ชื่อของเธอหมายความว่าน้ำผึ้งรสหวาน แต่สาวเจ้ากลับไร้ความหวานราวกับน้ำเปล่าก็ไม่ปาน เธอเติบโตมาที่กรุงเทพมหานคร ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนเด็กสาวทั่วไป หากแต่มธุรสแต่กลับมีพรสวรรค์ด้านความจืดจางเป็นที่หนึ่ง ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนคุย ไม่มีใครจนเรียนจบ

เธอจบคณะอักษรมาแล้วต่อด้วยทำงานเป็นทีมงานพิสูจน์อักษรที่ไม่มีบทบาทหน้างาน ยิ่งไร้คนรู้จักเข้าไปใหญ่

หน้าตาบ้านๆ จืดชืดไร้เสน่ห์ สัดส่วนไม่ต้องพูดถึง แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แน่นอนว่าตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของผู้ชาย ไม่มีใครคิดที่จะมาจีบสาวแว่นหน้าตาบ้านๆ และหุ่นตอไม้เช่นนี้

จนอายุยี่สิบห้าปี วัยเบญจเพสทำให้สาวเจ้าประสบวิบากกรรมจนถึงแก่ชีวิต

ติ๊ด ติ๊ด

เสียงเซ็งแซ่ที่พร่าเบลอของหมอและพยาบาลที่วิ่งวุ่นผ่าตัดร่างกายที่ชุ่มเลือดของเธอดังอื้ออึงข้างหูพอๆ กับเสียงสัญญาณชีพจรที่เต้นอ่อนลงทุกที แว่นตาที่แตกละเอียดเปรอะเลือดถูกวางอยู่ข้างๆ ผ้าซับเลือด คนตัวผอมเพรียวเหลียวไปมองอย่างเชื่องช้า เธอชาไปทั้งตัว และรู้สึกเหมือนสติจะเริ่มเลือนราง

นี่เรากำลังจะตายแล้วเหรอ?

เกิดคำถามสุดท้ายกับดวงวิญญาณที่กำลังจะหลุดออกจากร่าง มธุรสถามตัวเอง แต่กลับไม่รู้สึกเสียดายชีวิตที่หดหู่เช่นนี้ ดีซะอีกที่เธออาจจะได้เกิดใหม่โดยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อย่างน้อยเป็นหมาของไอดอลเกาหลีก็ได้ เธอหลับตาลงและภาวนากับตัวเอง

แต่คำขอสุดท้ายก่อนที่จะตาย

‘หนูอยากมีผัวค่ะ หนูไม่เคยมีผัวมาก่อน อย่างน้อยถ้าเกิดชาติใหม่ ขอผัวหล่อๆ แซ่บๆ หุ่นล่ำและดุดันเร้าใจด้วยเทอญ’

วาบ

“เฮือก!”

เสียงหวานร้องลั่นพร้อมกับผุดกายลุกขึ้นมากลางที่นอนท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่กึกก้องราวกับกำลังมีแผ่นดินไหวก็ไม่ปาน เสียงปะทะกันของเหล็กดังขึ้นอยู่ด้านนอกดูน่าหวาดกลัวยิ่งนัก มธุรสเบิกตากว้างมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งสไตล์ไทยโบราณ ทั้งเครื่องฉลุลาย ผนังฉลุวิจิตรสวยงาม ที่ดูเหมือนตัวเองย้อนยุคมาในละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็ไม่ต่าง

เอ้ะ นี่มันคืออะไร ฝันเหรอ

เธอถามตัวเองตอนที่โซซัดโซเซเพราะเสียงกึกก้องและพื้นดินที่สั่นสะเทือน เสียงกรีดร้องดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เหมือนเป็นผู้คนจำนวนมากกำลังวิ่งหนีตายจากอะไรสักอย่าง แต่เพราะว่ามธุรสฝันร้ายอยู่บ่อยครั้ง เธอค่อนข้างมีสติในฝันได้อย่างน่ามหัศจรรย์

คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน รู้สึกอึดอัดเพราะชุดไทยย้อนยุคที่ใส่ สบงสไบอะไรก็ไม่รู้พาดไหล่เกะกะไม่คล่องตัวเอาเสียเลย เธอสะบัดผมยาวๆ อย่างงุ่นง่านใจ ก่อนที่จะถกกระโปรงเดินไปดูตัวเองหน้ากระจกโบราณบานใหญ่

“โอ้คุณพระ” เพราะสภาพแวดล้อมนั้นทำให้มธุรสเผลออุทานคำที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักใช้พูดกันบ่อยๆ ออกมา เพราะภาพที่ปรากฎขึ้นผ่านบานกระจกตรงหน้ามันไม่มีเค้าโครงเดิมของตัวเธอก่อนหน้านั้นเลยสักนิด

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่องเนียนตา ตัวเล็กเอวเอส ผมยาวสีดำขลับแถมยังตรงสวย ภาพลักษณ์ดูลูกคุณหนู หน้าตาดูไร้พิษสงแถมดูจะเป็นคนเมตตาต่อสัตว์โลกอีกต่างหาก เธอขยับใบหน้ารูปไข่ใกล้กระจกอีกนิด หันซ้ายหันขวา ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็งดงามจริงๆ

เหมือนนางในวรรณคดี แต่มาในรูปแบบจิ้มลิ้มกว่าหน่อย

ปึง!

เฮือก

สะดุ้งอีกครั้งเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง เป็นผู้ชายท่าทางมีอายุ แต่งตัวด้วยชุดไทยเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตในสมัยก่อน หน้าตาเขาดูตื่นตระหนกตอนที่เห็นว่าเธอยืนส่องตัวเองอยู่หน้ากระจก ด้านหลังมีเหล่าทหารที่ตัวใหญ่กว่ามนุษย์ปกติเป็นเท่าตัวนับสิบยืนจังก้าคุมตัวชายมากอายุผู้นั้นอยู่

“เจ้าจันทร์! ลูกฟื้นไข้แล้วอย่างนั้นหรือ!” เขาพูดศัพท์โบราณดูออกจะจักรๆ วงศ์ๆ ใส่จนเธอมึนงง แล้วปรี่เข้ามาคว้าข้อมือเล็กที่ใส่กำไลทองให้เดินมาด้วยกัน “คุณพระ ลูกทำให้พ่อโล่งใจยิ่ง”

อะไรอ่ะ เกิดอะไรขึ้น

เธอยังคงไม่เข้าใจ จนถูกกึ่งลากกึ่งจูงมาในห้องที่อลังการ (แบบโบราณคดี) แล้วเธอก็ถูกชายสูงอายุคนนั้นรั้งให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าชายตัวใหญ่ผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองที่ถูกประดับด้วยงาช้าง ห้องที่ถูกทำด้วยทองคล้ายๆ วัดในยุคปัจจุบันที่เธอเคยเห็นผ่านตาทำให้แววตาเธอมองหลุกหลิกไปมาไม่หยุด

สวยตระการตาสุดๆ ถ้าในฝันจะชัดแบบเรียลไทม์ขนาดนี้ เหมือนได้ดูหนังแบบ 4K เลย

“ขะ... ข้าพาเจ้าจันทร์มาแล้ว ท่านต้องการกระไรเชิญว่ามาได้เลย พระสุวรรณราพณ์”

พอได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยแถมออกจะลิเกแบบสุดๆ มธุรสก็หันหน้าไปสำรวจชายตรงหน้าจากที่ตอนแรกมัวแต่มองห้องกว้างที่โอ่โถง แต่กลายเป็นว่าเธอแทบลมจับเมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นตัวใหญ่กว่ามนุษย์มนาทั่วไปเหมือนคนมียีนส์โครงสร้างที่ผิดปกติ ดูจะตัวใหญ่กว่าทหารที่ดึงตัวชายสูงอายุกับเธอมาที่นี่ด้วย เขาน่าจะสูงราวๆ สองร้อยกว่าเซนติเมตรได้ แถมยังบึกบึนร่างยักษ์ ผมยาวหยักโศกสีดำสนิท หน้าตาหล่อเหลาแต่ทว่ากลับคมกร้าวดุดันน่าเกรงขามมาก

ชายตัวใหญ่ผู้นั้นเปลือยท่อนบน สวมใส่แค่กางเกงอะไรสักอย่างที่ออกทรงโบราณโบเก และแสนจะไท๊ยไทย และมีกำไลข้อเท้าที่ทำมาจากทองด้วย กล้ามเนื้อที่เปลือยเปล่าในช่วงท่อนบนบึกบึนน่าดูชมเสียจริงๆ

มัวแต่ชื่นชมบุรุษตรงหน้าโดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเอาเสียเลย

ทางฝ่ายสุวรรณราพณ์เองก็เหลือบมองสาวเจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ‘เจ้าจันทร์’ เธอขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามที่ไม่ว่าสนมเมืองใดที่ไปครองเมืองมาก็สู้ไม่ได้เลยสักคน ผิวเนียนขาวผ่องเป็นยองใย ใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย สัดส่วนที่พอดีมือใหญ่ๆ ของเขาช่างน่าดูชม ร่างสูงจึงฉีกยิ้มเห็นเขี้ยวโค้งงอ และสัญลักษณ์ไพรเหงือกอย่างพึงใจ

“งดงามสมดั่งคำร่ำลือ” เขาเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“...”

“แค่เพียงท่านยกนางให้ข้า จักให้คำมั่นสัญญาว่าข้าจักไม่ตีเมืองของท่านอีกเป็นแน่”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๓ จำต้องปล่อยมือจากเจ้า (๕) จบบริบูรณ์

    หลังจากที่จันทร์ดาได้พบกับแม่ที่แท้จริงของตนเอง แถมกรรณิกาอัปสรกับพระสุวรรณราพณ์ก็คิดจะจับมือกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ต่อลูกอีก ต้องยอมรับว่าเธอมีความสุขมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว “จันทร์ดา เจ้านี่ฝีมือดีจริงหนา” หญิงสาวยิ้มเขินเมื่อมารดาของตนยกผ้าทอมือที่ถูกปักจากขนของครุฑขึ้นมาเชยชม แค่สอนการเย็บปักถักร้อยไม่กี่เดือน นับว่าลูกสาวของเธอหัวไวมากทีเดียว ถึงกับเย็บชุดสไบทรงเครื่องมาให้เลย แถมยังงามจับตาเสียด้วย “เจ้านี่มีพรสวรรค์น่าดู ข้าละภาคภูมิใจเสียจริงๆ” “เป็นเพราะท่านแม่สอนสั่งข้าเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ” ฝ่ายจันทร์ดาเองก็ถ่อมตัวและยกย่องความดีความชอบไปให้แม่ของตนเองแทน กรรณิกาอัปสรที่นั่งอยู่ร่วมกันที่ศาลาริมบึงบัวอดไม่ได้ที่จักแย้มยิ้มปิติยินดี เพราะตอนนี้แม่ลูกได้เข้าใจกันโดยสมบูรณ์ แถมยังสนิทสนมกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยอีกด้วย ดูเหมือนจันทร์ดาเองก็ค่อยๆ เปิดใจให้เธอแล้วเช่นเดียวกัน บางคราหญิงสาวก็มองมาราวกับจะสื่อความขอบคุณ ตั้งแต่วันนั้น พระสุวรรณราพณ์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในทุกกิจกรรมของลูกโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องบอก ในตอนนี้เหลือเพียงแค่จันทร์ดาที่ยังคงรักษาเอาไว้ได้ เขาจึงพยายามเข้าหาล

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๓ จำต้องปล่อยมือจากเจ้า (๔)

    กว่าจักรู้สึกตัวก็โน้มดวงหน้าลงไป คุกเข่าลงเพื่อให้ร่างใหญ่ได้พอดีกับร่างกายเล็กๆ ของนาง ริมฝีปากของหญิงชายใกล้กันจนเอื้อมถึง แต่น้องคนดีกลับเบี่ยงหน้าหนีในทันใด“ข้าบอกพี่แล้วนะ ว่าข้ามีสามีแล้ว” นางยังคงใจแข็งแม้นดวงใจจักเต้นรัวราวกับกลองทับ ดวงหน้าคมคายจึงผละออกไป พระสุวรรณราพณ์ไม่คิดบังคับใจหล่อน หากพร้อมกลับมาคืนใจเมื่อใด เขาจักรออยู่ที่นี่เสมอ “ข้าอยากมาพูดคุยเรื่องอินทร์มุก... ข้ารู้มาว่าบุตรชายของเจ้าพี่หายตัวไป”“ข้าเองก็จนปัญญาที่จักอบรมบ่มสันดานไอ้ลูกชายคนนี้แล้ว ในคุกหลวงก็เหมือนกับว่าจักลักพาพระสนมเนตรเกล้าไปด้วย มันอาจหลงรักนางเข้าจริงๆ” กรรณิกาอัปสรนึกครุ่นคิดถึงชื่อหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในบทสนทนา เนตรเกล้า... คงเป็นผู้หญิงปากเสียที่จักเข้ามาทำร้ายเธอในตอนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าลูกชายเราหลงรักผู้หญิงร้ายกาจตนนั้น “นางถูกคุมขังเพราะเล่นชู้กับพระโอรส พี่กลัดกลุ้มใจเหลือเกิน”อัปสรสาวนึกตกใจ ไม่คิดว่าลูกชายที่เคยตัวเล็กน่ารักเพียงครึ่งข้อขาคนนั้นจักเติบโตมาเกเรอาจหาญเล่นชู้กับผู้หญิงได้ แถมยังเป็นพระสนมของพ่อตนเอง ดูท่าว่าการเอาใจใส่ของเขานั้นจักมีปัญหา ลูกจึงเสียนิสัยไปได้ไกลเช่นน

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๓ จำต้องปล่อยมือจากเจ้า (๓)

    หากแต่เด็กหนุ่มที่มองจ้องมาทางหล่อนนั้น ชวนให้รู้สึกแปลกๆ ราวกับเขาจ้องมองมาด้วยความใคร่อยากจักรู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย แลไม่ได้ไว้ใจในตัวของหญิงสาวชาวมนุษย์นักไกรสรไม่ได้รับรู้เรื่องราวได้ชัดเจนสักเท่าไร เนื่องจากเจอแม่อีกทีก็ตอนที่พระสุวรรณราพณ์เล่าเรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว รู้แค่เพียงว่ามารดาพานางมาเพื่อต้องการชดเชยความผิดจากอดีตที่ทำต่ออีกฝ่าย เขาไม่ได้มาในตอนที่กรรณิกาเสกดวงตาที่ชิงมากลับไปให้เจ้าจันทร์ หรือแม้แต่เห็นตอนที่อีกฝ่ายอยู่ในฐานะที่น่าอดสู จึงยังคงมีความคลางแคลงในตัวของเจ้าจันทร์อยู่พอสมควรเมื่อนึกถึงอดีต... ภาพของจันทร์ดาก็หวนคืนกลับมา ชวนให้เขารู้สึกเศร้าใจอยู่เล็กน้อย ที่ถึงแม้มารดาของตนจักเป็นฝ่ายเจรจาให้เอง แต่ชายผู้นั้นคือบิดาของจันทร์ดา เขาคงไม่มีวันให้อภัยอสุราตนนั้นที่เคยทำร้ายแม่ เหมือนที่แม่ให้อภัยเขาได้หรอกไกรสรคงไม่กล้าอาจหาญครองรักกับจันทร์ดา ในขณะที่มองดูแม่ที่เคยผิดหวังจากความรักต่ออสุราผู้นั้นได้ หากมีแม่กับผู้หญิงที่สมควรจะรัก เขาคงเลือกแม่ตนเองอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะแม่คือทุกอย่างของเขา แม่ผู้ให้กำเนิด แม่ที่ทำให้เขาเติบใหญ่มาอย่างดีที่สุ

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๓ จำต้องปล่อยมือจากเจ้า (๒)

    ณ เมืองจันทร์ในเวลานั้น“เจ้าหญิงงั้นรึ! ที่พระราชวังมิมีองค์หญิงอีกต่อไปแล้ว นางโดนราชายักษ์จับกินจนมิเหลือแม้แต่กระดูก แลเจ้าเองก็มิใช่องค์หญิง เจ้าตาบอด นำนังคนบ้านี่ออกไปนอกอาณาเขตราชวัง นี่เป็นรับสั่งจากกษัตริย์!”กว่าจักใช้ปีกน้อยๆ นั้นบินฝ่าเมฆหมอกมาสู่เมืองที่เคยจากมา จำต้องใช้สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูง เจ้าจันทร์ในร่างนกการเวกตาบอดโผบินแลกลายเป็นร่างหญิงสาวในชุดไทยวิจิตร หากแต่ดวงตาที่บอดสนิททั้งสองข้างนั้น พร้อมทั้งท่าทางที่ราวกับคนไม่สมประกอบ ทำให้ชาวบ้านที่หลงเหลืออยู่ต่างพากันเข้าใจว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนบ้าใบ้สติไม่ดี เจ้าจันทร์นั้นเดินโซเซด้วยตีนเปล่ามาจนถึงหน้าประตูวังตามกลิ่นลมรอบตัว แต่กลับถูกนายทหารไล่ตะเพิดออกมาดูเหมือนว่าเมืองจักถูกซ่อมแซม เกณฑ์ประชาชนที่ยังมีชีวิตรอดมาสร้างเมืองใหม่ แม้จักทุลักทุเลแต่ก็กลับมาแทบจะเหมือนเก่า เพราะกษัตริย์ยักษ์ตนนั้นมิได้คิดจักทำลายไปทั้งเมือง คงต้องขอบใจในวาสนาของลูกสาวที่เป็นตัวตายตัวแทน แลนางคงไม่มีวันกลับมา ว่ากันว่ายักษ์นั้นดุร้าย ป่านนี้คงไม่เหลือแม้แต่ซากเป็นแน่เอาเถอะ ขอแค่เมืองแลพระราชารอดพ้นวิกฤตนี้ไปก็พอใช่ เสด็จพ่อที่ดู

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๓ จำต้องปล่อยมือจากเจ้า (๑)

    “มธุรสวดี งั้นเจ้ายินดีจักกลับไปอยู่กับพี่ใช่หรือไม่ เจ้ารู้ความในใจของพี่แล้ว แลพี่เองก็มิรู้ว่าจักชดเชยความรู้สึกที่เสียไปของเจ้าเช่นไร พี่โป้ปดเจ้า พี่ทำให้เจ้าช้ำอุรา พี่รู้ดี...”“พี่สุวรรณราพณ์ ข้าเคยมีความรักอันดีต่อพี่ ข้ามอบใจให้พี่ แลตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง” ท้าวไกรสิงห์สยายปีกสีชาดด้วยสีหน้าขุ่นหมองราวกับไม่อยากรับฟังสิ่งใดต่อจากนั้นอีกต่อไปแล้ว เขารู้ดีว่านางยังคงมอบดวงใจเฝ้ารักไอ้อสุราตนนั้น แลไม่มีเหตุผลที่จักไม่กลับไป ตลอดมาเขาทำได้เพียงรักแลถนอมนางให้ดีที่สุด“...”“แต่ข้าคงมิอาจตอบตกลงเพื่อกลับไปหาพี่ได้ ข้าค้นพบสถานที่ที่ข้าต้องอยู่แล้ว”“...”“แม้นจักไม่เทียบเท่าที่เคยมอบให้พี่ แต่ข้าไว้เนื้อเชื่อใจที่จักมอบชีวิตให้พี่ไกรสิงห์ แลข้าเอง... ก็มีลูกชายที่ต้องดูแลในฐานะมารดาต่อจากนี้”“...!!”“หากพี่เข้าใจแลกลับไปแต่โดยดี ข้าอาจจักขอมากไป แต่ข้าขอฝากอินทร์มุกแลจันทร์ดาไว้กับพี่ด้วย ข้าอยากให้พี่ดูแล มอบความรักให้พวกเขาราวกับเป็นลูกแท้ๆ ของเรา... ถึงแม้ว่าข้าจักมิได้ตั้งท้องพวกเขามาก็ตาม”“...”“แต่ถ้าหากพี่ยังดึงดันจักฆ่าพี่ไกรสิงห์ ก็เอาชีวิตของข้าไปแท

  • เกิดใหม่เป็นเมียยักษ์ในวรรณคดี   ภาค ๒ เจ้าจันทร์เมียยักษ์ ๒๒ ทวงคืนเจ้า (๔) จบตอน

    ความมืดที่กลืนกินสุวรรณราพณ์นั้นทำให้เมื่อครบวันตามกำหนด เขาจึงเคลื่อนทัพด้วยตัวคนเดียว ฝ่ามือกุมดาบทมิฬไว้แน่น ดวงตาวาวโรจน์ ร่างกายถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดจนเห็นเป็นเพียงเรือนกายสีทมิฬ เขาเหาะเหินเดินอากาศไปตามนภา ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์พร้อมความพยาบาท บีบเค้นอัปสรบนท้องฟ้าเพียงถามหาทางไปวิมานฉิมพลี ด้วยความกลัวเพราะพญายักษ์นั้นเสียสติไปแล้ว เหล่าอัปสรชี้ไปทางเมฆที่เกาะกลุ่มแน่นหนาที่สุด เพียงขว้างศาสตราวุธไปทางกลุ่มเมฆเหล่านั้น ก็เกิดอัสนีบาตรจนกลุ่มเมฆเผยเส้นทางภายในที่เต็มไปด้วยแผ่นดินลอยฟ้า ปกคลุมไปด้วยต้นงิ้วออกดอกสีแดงฉานห้อยระย้าดูงดงามตระการตา แต่บัดนั้นสีแดงจักเป็นสีของโลหิตเหล่าประชาชนเมืองครุฑให้สาสมใจเขาเคลื่อนตัวออกจากเมืองยักษาโดยมิได้แจ้งจักษ์แก่ผู้ใดในเมือง มิว่าจักเป็นราชครูผู้สนิท หรือแม้แต่เหล่าอำมาตย์ผู้ภักดี เมื่อใช้เพลาจนสังวรีราพณ์สามารถกัดกินจิตใจได้เกินครึ่ง เขาจึงใช้แรงอสุรกายทมิฬขับเคลื่อนท่องคาถาเหาะเหินเดินอากาศหวังเพียงได้ฆ่าเผ่าพันธุ์ครุฑให้เหี้ยนแลพาอัปสรสุดที่รักกลับมาแลถ้าหากนางมิกลับมาที่นี่ เขาจักยอมดับดิ้นไปพร้อมกับคำสัตย์สาบานที่ว่ามิว่าชาติไหน ก็จ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status