Share

บทที่ 8

last update publish date: 2026-09-16 11:36:05

บทที่ 8

ตามธรรมเนียมดั้งเดิม วันที่สามหลังการแต่งงานคือวัน ‘กลับบ้านเดิม’ ของเจ้าสาว

ณ หน้าประตูจวนตระกูลหลิน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด บิดาและมารดาตระกูลหลินมายืนชะเง้อรออยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด

ส่วน ‘หลินเยว่’ แฝดน้องผู้เลอโฉมนั้นไม่อาจปรากฏตัวให้ใครเห็นได้ นางจึงแอบซ่อนตัวอยู่หลังบานหน้าต่างของเรือนปีกข้างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย วันนี้นางจงใจแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูสดใส ประดับปิ่นทองระย้าเต็มศีรษะ ด้วยหวังว่าจะได้เห็นสภาพน่าเวทนาของพี่สาวขี้โรคที่ถูกหามกลับมา

“ท่านแม่... ป่านนี้แล้วทำไมรถม้าตระกูลไป๋ยังไม่มาอีก หรือว่านังขี้โรคนั่นทนหนาวไม่ไหวจนสิ้นใจคาห้องหอไปแล้วจริงๆ?” หลินเยว่เคยแอบกระซิบถามมารดาก่อนจะแยกไปซ่อนตัว แววตาเต็มไปด้วยความสะใจ

“หากนางตาย ตระกูลเราต้องถึงคราวหายนะกันหมดน่ะสิ! ข้าอุตส่าห์ให้คนผสมยานอนหลับในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว นางต้องรอดมาตบตาคนตระกูลไป๋ได้สิ” ฮูหยินหลินตอบบุตรสาวด้วยความกระวนกระวาย ในใจร้อนรนเป็นไฟ ร่างกายของหลินเซวียนอ่อนแอเพียงใด นางผู้เป็นแม่ย่อมรู้ดีที่สุด

กรุบกรับ... กรุบกรับ...

เสียงเกือกม้ากระทบแผ่นหินดังขึ้นเบื้องหน้า ขบวนรถม้าคันใหญ่ที่สร้างจากไม้หอมชั้นดี ประดับด้วยผ้าไหมสีทองอร่ามและตราสัญลักษณ์ตระกูลไป๋ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าจวนตระกูลหลินอย่างโอ่อ่า

ด้านหลังรถม้ายังมีเกวียนอีกสองคันที่บรรทุกของขวัญกลับบ้านเดิมจนพูน บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและหน้าตาของคหบดีอันดับหนึ่งแห่งเจียงหนาน

นายท่านหลินและฮูหยินหลินต่างลอบกลืนน้ำลาย รอดูว่าสตรีที่ก้าวลงมาจากรถม้าจะมีสภาพร่อแร่เพียงใด

บ่าวรับใช้ตระกูลไป๋รีบวางตั่งไม้เทียบประตูรถม้า ม่านผ้าไหมถูกเลิกขึ้น ร่างสูงใหญ่ของไป๋อวี้เซวียนในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มขลิบเงินก้าวลงมาก่อน ใบหน้าครึ่งบนยังคงสวมหน้ากากไม้แกะสลักลวดลายดุดัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าเกรงขามจนบิดามารดาตระกูลหลินเผลอผงะถอยหลัง

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคนตระกูลหลินเลยแม้แต่น้อย เขาหันกลับไปที่รถม้า ยื่นมือ ออกไปรอรับคนที่อยู่ด้านในอย่างทะนุถนอม

“ระวังขั้นบันไดด้วย... ฮูหยินของข้า”

ทันทีที่มือเล็กขาวผ่องวางทาบลงบนฝ่ามือใหญ่ ร่างบอบบางในชุดกระโปรงผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆาก็ก้าวออกมาจากรถม้า

หลินเซวียนในวันนี้ไม่ได้ดูซีดเซียวหรือใกล้ตายอย่างที่คนตระกูลหลินคาดคิด แม้จะยังมีเค้าความอิดโรยอยู่บ้างตามประสาคนป่วยเรื้อรัง แต่แก้มทั้งสองข้างกลับมีเลือดฝาด ริมฝีปากแต้มชาดดูมีชีวิตชีวา หนำซ้ำบนศีรษะและข้อมือยังประดับด้วยเครื่องหยกเนื้อดีและปิ่นทองคำที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีราคามหาศาล!

หลินเยว่ที่แอบดูอยู่หลังบานหน้าต่างถึงกับเบิกตากว้างแทบถลน

สตรีตรงหน้านี้คือคนที่ถูกขังให้อดข้าวอยู่ในเรือนท้ายจวนจริงๆ รึ? ทำไมนางถึงดูงดงามและมีสง่าราศี... ข่มรัศมีคุณหนูรองที่ได้รับการบำรุงอย่างดีเช่นข้าไปจนหมดสิ้น!

หลินเซวียนปรายตามองครอบครัวเดิมของร่างนี้ด้วยความสมเพช นางไม่ได้ปล่อยมือจากสามี ซ้ำยังขยับเข้าไปยืนเบียดไหล่กว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อแสดงความรักใคร่กลมเกลียว

“ท่านพ่อ ท่านแม่... ข้าพาท่านพี่อวี้เซวียนกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมแล้วเจ้าค่ะ” หลินเซวียนแย้มยิ้ม น้ำเสียงสดใสไร้ร่องรอยความหวาดกลัว

นายท่านหลินและฮูหยินหลินรีบดึงสติกลับมา ประสานมือคารวะบุตรเขยผู้มั่งคั่งด้วยท่าทีประจบ

“ยะ... ยินดีต้อนรับคุณชายรองไป๋ ข้าน้อยเตรียมน้ำชาและอาหารว่างไว้รับรองที่โถงใหญ่แล้ว เชิญด้านในเถิดขอรับ” นายท่านหลินผายมือเชิญด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

ตลอดทางเดินเข้าจวน ไป๋อวี้เซวียนยังคงจับจูงมือหลินเซวียนไว้ไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังคอยก้มลงถามไถ่ด้วยความห่วงใยเป็นระยะ ภาพความเอาใจใส่ของบุรุษหน้ากากผีทำเอาฮูหยินหลินมองด้วยความตกตะลึง

เมื่อนั่งลงในโถงใหญ่ ฮูหยินหลินก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว นางปั้นหน้ายิ้มแย้ม ฝืนใจเรียกบุตรสาวคนโตด้วยชื่อของบุตรสาวคนเล็กเพื่อรักษาความลับ

“เยว่เอ๋อร์... ร่างกายเจ้าดูดีขึ้นมากทีเดียว ดูท่าทางคุณชายรองไป๋จะดูแลเจ้าเป็นอย่างดีสินะ ข้ากับพ่อเจ้าเป็นห่วงแทบแย่ กลัวว่าเจ้าจะไม่ชินกับจวนใหม่ หรือว่า... อาจจะตกใจข่าวลือเรื่องหน้ากากของสามีเจ้า” ฮูหยินหลินพยายามหยั่งเชิง

หลินเซวียนยกถ้วยชาขึ้นจิบ หางตาเหลือบไปเห็นชายกระโปรงสีชมพูที่แอบซ่อนอยู่หลังฉากกั้นไม้ในโถง...

หึ ทนไม่ไหวจนต้องแอบตามมาฟังสินะ!

นางวางถ้วยชาลงก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แต่จงใจพูดให้ดังพอที่คนหลังฉากกั้นจะได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

“ท่านแม่กังวลเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่อวี้เซวียนตามใจข้าทุกอย่าง ข้าวของเครื่องใช้ล้วนเป็นของที่ดีที่สุด... ข้าช่างโชคดีเหลือเกิน ที่ท่านพ่อและท่านแม่ ‘เสียสละ’ มอบโอกาสในการแต่งงานครั้งนี้ให้ข้า แทนที่จะเป็น... คนอื่น”

คำว่า ‘คนอื่น’ ถูกเน้นเสียงหนักจนคนตระกูลหลินทั้งสองสะดุ้งเยือก

หลินเซวียนจงใจเอนซบไหล่สามี แล้วเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มหวานหยด

“สตรีตาต่ำย่อมมองแค่รูปโฉมภายนอก แต่ท่านพี่อวี้เซวียนของข้าดูแลข้าดียิ่งกว่าไข่มุกบนฝ่ามือ ได้สามีดีถึงเพียงนี้ ข้าจะมัวไปกลัวหน้ากากอยู่อีกทำไมกัน?” นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มออดอ้อนให้บุรุษข้างกาย

“ใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่?”

ไป๋อวี้เซวียนที่นั่งฟังเงียบๆ มาพักใหญ่รับลูกคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเดาได้ไม่ยากว่าเป้าหมายที่ฮูหยินกำลังเหน็บแนมคือใคร ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบผมของนางเบาๆ ด้วยท่าทางอ่อนโยนเป็นที่สุด

“ฮูหยินของข้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว”

ภาพความรักใคร่หวานชื่นที่ต่างฝ่ายต่างรับส่งบทกันได้อย่างแนบเนียน ทำเอา ‘หลินเยว่’ ที่ซ่อนอยู่หลังฉากกั้นโกรธจนหน้าดำหน้าแดง นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ริษยาจนแทบจะกระอักเลือด

ข้าไม่ยอม! ตำแหน่งฮูหยินไป๋ที่ร่ำรวย ได้สามีที่พร้อมทุ่มเทปรนเปรอข้าวของล้ำค่าและทะนุถนอมถึงเพียงนี้... เดิมทีมันต้องเป็นของข้าต่างหาก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูก

    ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังไปทั่วลานเรือนหอตระกูลไป๋ ปลุกให้บ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาต้องลอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู“ดาวิน! ดีน! พวกเจ้าอย่าวิ่งเร็วนักสิ ประเดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก!”หลินเซวียนร้องเตือนพลางกุมขมับ แม้ชื่ออย่างเป็นทางการของบุตรชายฝาแฝดวัยกำลังซนทั้งสองคือ ‘ไป๋ต๋าเหวิน’ และ ‘ไป๋ตี๋เอิน’ แต่นางก็ดึงดันที่จะเรียกชื่อเล่นตามภาษาในโลกเดิมของนางว่า ‘ดาวิน’ และ ‘ดีน’ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเล็กๆ ที่ติดตัวข้ามภพมาร่างป้อมๆ ของตี๋เอินหรือ ‘น้องดีน’ วิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาผู้เป็นแม่แน่น ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากนางกะพริบปริบๆ ซุกใบหน้าลงกับตักเพื่อออดอ้อนขอขนมกุ้ยฮวา ในขณะที่ต๋าเหวินหรือ ‘พี่ดาวิน’ แฝดผู้พี่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสุขุมถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว เดินเอามือไพล่หลังตามมาติดๆ แม้จะแสร้งทำทีเคร่งขรึม ทว่าสายตากลับจดจ้องขนมในมือมารดาตาไม่กะพริบ“ท่านแม่ น้องดีนกวนท่านอีกแล้ว ข้าในฐานะพี่ชายจะช่วยแบ่งเบาภาระกินขนมแทนเขาเองขอรับ” ดาวินเอ่ยเจื้อยแจ้วด้วยตรรกะที่ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับหลุดขำทว่ายังไม่ทันที่หลินเซวียนจะได้ส่

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดา

    ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดาแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนอันสงบเงียบ ไป๋อวี้เซวียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงท่ามกลางเงามืด ชายหนุ่มมิได้จุดโคมไฟให้สว่างจ้า ด้วยเกรงว่าแสงไฟจะรบกวนสตรีที่กำลังหลับใหลนัยน์ตาคมกริบที่มักสงบนิ่งและเด็ดขาดต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอดมองดวงหน้าเนียนของภรรยาด้วยประกายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความทะนุถนอมและหวงแหนอย่างหาที่สุดมิได้ปลายนิ้วเรียวยาวที่คุ้นเคยกับการจับชีพจรและปลายเข็มเงิน ค่อยๆ เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มนวลขึ้นทัดใบหูอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านใต้ฝ่ามือทำให้ดวงใจที่เคยนิ่งสงบของเขาสั่นไหวด้วยความโล่งอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าผู้คนทั่วทั้งหล้าต่างยกย่องว่าเขาคือ ‘หมอเทวดา’ บุรุษผู้ยื้อชีวิตคนจากเงื้อมมือมัจจุราชได้เพียงพลิกฝ่ามือ ทว่ามีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดี... บนโลกใบนี้ มีโรคชนิดหนึ่งที่แม้แต่ตำรายาโบราณนับพันเล่มก็ไม่อาจรักษาได้ โรคนั้นคือความรักที่หยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ และเขาก็คือผู้ที่ยินยอมพ่ายแพ้ต่อโรคนี้ด้วยความเต็มใจหากย้อนเวลากลับไปในวันวิวาห์ เขาจำได้ดีถึงความกรุ่นโกรธในอกเมื่อรู้ว่าตระกูลหลินเล่นตลกตลบลวง สลับเปลี่ยนตัว

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 38 ตอนจบ

    บทที่ 38 ตอนจบสามปีต่อมา... ณ เมืองเจียงหนานอันรุ่งเรืองบนถนนสายหลักที่คึกคักที่สุดของเมือง อาคารไม้สามชั้นตกแต่งอย่างประณีตด้วยผ้าแพรพรรณสีสันละมุนตา ตั้งตระหง่านดึงดูดสายตาผู้คน ป้ายไม้สลักตัวอักษรสีทองอร่ามคำว่า ‘หอประทินโฉม’ กลายเป็นสถานที่ที่เหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ทั่วทั้งเจียงหนานและเมืองหลวง ต่างต้องส่งเทียบจองล่วงหน้านับเดือนเพื่อจะได้เข้ามาใช้บริการที่นี่ไม่เพียงจำหน่ายเครื่องประทินโฉมสูตรลับที่สกัดจากสมุนไพรล้ำค่า แต่ยังมีบริการนวดปรนนิบัติผิวพรรณ อบไอน้ำสมุนไพร และขัดผิวด้วยผงไข่มุก ซึ่งล้วนเป็นศาสตร์ความงามที่ ‘หลินเซวียน’ เถ้าแก่เนี้ยคนสวยนำมาจากความรู้ในโลกอนาคต ผสมผสานกับตำรายาชั้นเลิศของสามี จนกิจการเจริญรุ่งเรือง กอบโกยเงินทองเข้าคลังตระกูลไป๋จนแทบไม่มีที่เก็บภายในห้องพักรับรองชั้นสามที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบเจียงหนาน...“ท่านพี่ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้าตรวจสมุดบัญชีเองได้ ท่านไม่ต้องคอยตามมาเฝ้าข้าถึงที่นี่ทุกวันก็ได้นะเจ้าคะ”หลินเซวียนในชุดกระโปรงสีกลีบบัวอมส้มปักลายนกกระเรียนงดงาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นางวางพู่กันลงบนแท่น

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 37

    บทที่ 37แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นอายความอึดอัดหม่นมัวที่เคยปกคลุมมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของรังนกตุ๋นโสมที่ลอยอบอวลอยู่ข้างเตียงนับตั้งแต่หลินเซวียนฟื้นคืนสติ ไป๋อวี้เซวียนก็แทบจะกลายร่างเป็นเงาตามตัวของนาง เขาปฏิเสธการออกไปตรวจรักษาผู้ป่วยนอกจวนทุกกรณี สั่งย้ายโต๊ะเทียบยาเข้ามาไว้ในห้องนอน และแทบไม่ยอมให้นางขยับตัวทำสิ่งใดด้วยตนเอง แม้แต่การยกจอกน้ำ“ท่านพี่... ข้าหายดีแล้วนะเจ้าคะ ร่างกายก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมากแล้ว ท่านให้ข้าลุกไปนั่งกินที่โต๊ะดีๆ เถิด”หลินเซวียนเอ่ยประท้วงเสียงอ่อน เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกำลังก้มหน้าเป่ารังนกตุ๋นในช้อนกระเบื้องอย่างประคบประหงม ก่อนจะยื่นมาจ่อชิดริมฝีปากนาง“ไม่ได้ ร่างกายของเจ้าเพิ่งฟื้นตัวจากสภาวะขาดไออุ่น ลมปราณยังไม่นิ่ง หากโดนลมเย็นเข้าจะทรุดลงไปอีก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ทว่าแววตาที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความรักและหวงแหนอย่างสุดซึ้ง“อ้าปากเร็วเข้า ข้าป้อนเจ้าคำนี้เป็นคำสุดท้ายแล้ว”สตรีที่ถูกประคบประหงมราวกับแก้วตาดวงใจจำต้องอ้าปากรับรังนกตุ๋นอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะรู้สึกอุดอู้ที

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 36

    บทที่ 36เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศหน้าเรือนหอตระกูลไป๋ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกนายท่านซูและฮูหยินซู บิดามารดาของซูหว่านหว่าน เดินทางมาขอเข้าพบไป๋อวี้เซวียนตั้งแต่ฟ้าสาง ใบหน้าของคนทั้งสองซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าก้าวออกมาจากเรือน ทั้งคู่ก็แทบจะทรุดตัวลงคุกเข่า“คุณชายรอง... ได้โปรดเห็นแก่ไมตรีเก่าก่อน ละเว้นหว่านหว่านด้วยเถิด! นางทำไปเพราะความลุ่มหลงชั่ววูบ หากนางต้องอยู่ในคุกด้วยสภาพร่างกายเช่นนั้น นางต้องตายแน่ๆ!” นายท่านซูเอ่ยปากอ้อนวอนทั้งน้ำตาไป๋อวี้เซวียนยืนเอามือไพล่หลัง นัยน์ตาคมกริบหลุบมองอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาเคยเคารพด้วยสายตาเฉยชาไร้เสี้ยวความปรานี“ไมตรีเก่าก่อนงั้นหรือ?” ชายหนุ่มเค้นเสียงหยัน“บุตรสาวของพวกท่านใช้วิธีสกปรกหมายจะเอาชีวิตฮูหยินของข้า บัดนี้ภรรยาของข้านอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง... พวกท่านยังมีหน้ามาทวงถามหาไมตรีอันใดอีก!”“แต่... แต่หว่านหว่านเคยบริจาคเงินช่วยเหลือคนไข้ของท่าน...” ฮูหยินซูพยายามยกเรื่องในอดีตขึ้นมาอ้าง“เรื่องนั้นตระกูลไป๋ขอจัดการเอง!”เสียงทรงอำนาจของฮูหยินใหญ่ดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋อวี้เซวียนรีบหลีกทางให้มารดาข

  • เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก   บทที่ 35

    บทที่ 35ภายในห้องนอนอันเงียบสงัด เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของจิ่นอวิ๋นดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ร่างของผู้คุ้มกันหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียง ประสานมือรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณชายรองขอรับ... คนของเราจับตัวผู้บงการได้แล้วขอรับ!”ไป๋อวี้เซวียนที่กำลังกุมมืออันไร้ไออุ่นของภรรยาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยแดงก่ำและว่างเปล่าค่อยๆ ช้อนขึ้นมองลูกน้องคนสนิท“ว่ามา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ทว่าแฝงประกายโทสะอันน่าสะพรึงกลัวจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้งชวนอึดอัด“เด็กขอทานที่วิ่งชนฮูหยินรองตกน้ำ ถูกมือสังหารลอบฆ่าปิดปาก โชคดีที่คนของเราดักซุ่มอยู่จึงช่วยเด็กไว้ได้ทันและรวบตัวมือสังหารได้ทั้งคู่ขอรับ... จากการเค้นคอสอบสวน เด็กขอทานสารภาพว่ามีสตรีผู้หนึ่งมอบเงินก้อนโตสั่งให้มันวิ่งชนฮูหยิน และป้ายหยกประจำตัวที่ริบได้จากอกเสื้อของมือสังหาร... เป็นคนของจวนตระกูลซูขอรับ!”เคร้ง!ป้ายหยกสลักอักษร ‘ซู’ ถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงวิญญาณของหลินเซวียนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังสามีเบิกตากว้าง แม้นางจะรู้อยู่แก่ใจว่าสตรีผู้นี้มารยาและร้ายกาจ แต่ไม่คิดว่าจะเหี้ยมโหดถึงขั้นจ้างวานฆ่าคนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไป๋อวี้เซวียนจ้องมอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status