LOGINหญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน
“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย
“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดถึงได้โวยวายจำผัวตัวเองไม่ได้”
“นาลินปวดหัวเหลือเกินจ่ะพี่ นาลินจำอะไรไม่ได้เลย มันตื้อไปหมด ในหัวมันว่างเปล่า...” หญิงสาวแสร้งทำเป็นจำความไม่ได้ ร่างบางสั่นเทา ทรวงอกอวบอัดขนาดใหญ่สะเทือนขึ้นลงตามจังหวะการสะอื้น ยิ่งเรียกสายตาของจาซูให้จับจ้องด้วยความรู้สึกร้อนวาบ
จาซูถอนหายใจยาว แล้วทรุดกายลงนั่งข้างเมีย มือหนาเอื้อมมาลูบเรือนผมนุ่มของภรรยา อย่างทะนุถนอม
“ดูท่าเจ้าคงจะตกใจจนความจำเลอะเลือนไปหมด เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยรึ” นาลินในร่างใหม่ส่ายหน้าเบา ๆ หยาดน้ำตาไหลร่วงอาบแก้มเนียน
“จำไม่ได้เลยจ่ะพี่... นาลินเป็นใคร แล้วทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ ครอบครัวของเรามีใครบ้าง พี่ช่วยบอกนาลินทีได้ไหมจ๊ะ” เมื่อเห็นเมียสาวสิ้นฤทธิ์และอยู่ในสภาพความจำเสื่อม จาซูจึงยอมใจอ่อน เขาพยุงร่างบางมาประคองไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเริ่มบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟังอีกครั้ง
คำบอกเล่าจากปากจาซู ทำให้แจมแอบตกใจอยู่ไม่น้อยที่ตัวเองมีผัวถึงสี่คนในคราวเดียว ยิ่งรู้ว่าทั้งสี่คนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันก็ยิ่งตกใจ แต่ว่า... ความตกใจนั้นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที ตัณหาราคะที่แฝงลึกในตัวของแจมก็เริ่มทำงานทันที
‘ผัวสี่คน แถมยังเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันหมดเลยเหรอวะ... แซ่บเลยสิงานนี้!’
แจมลอบยิ้มในใจ ความรู้สึกรับไม่ได้หรืออยากจะกินยาตายแบบเด็กนาลินคนก่อนน่ะเหรอ... ไม่มีทาง! สำหรับผู้หญิงที่มีความต้องการสูง และชอบความตื่นเต้นโลดโผนอย่างเธอ การมีผัวหนุ่มหล่อล่ำถึงสี่คน ความทรงจำที่แล่นเข้ามา มันคือสวรรค์ชัด ๆ! อยู่โลกก่อนต้องควักเงินตั้งเท่าไหร่เพื่อซื้อผู้ชายมาบำเรอความสุข แต่โลกนี้มีให้เสพสมฟรี ๆ ถึงสี่คนอย่างไม่ซ้ำหน้า มีหรือที่อีแจมคนนี้จะปฏิเสธ
“นาลินเข้าใจแล้วจ่ะพี่จาซู... นาลินจะทำหน้าที่เมียให้ดีที่สุด ไม่ทำให้พี่ ๆ ต้องผิดหวังแน่นอนจ่ะ” เสียงหวานออดอ้อนพลางซบหน้าลงกับอกแกร่ง มือบางแอบลูบไล้แผงอกกำยำของผัวคนโตอย่างจงใจยั่วยวน จริตที่เปลี่ยนไปทำให้จาซูแปลกใจ แต่ก็คิดว่าเธอคงจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว และสัมผัสยั่วยวนของเธอก็ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่ได้
“มาเถอะ...ให้พี่ปลอบใจเจ้าเสียหน่อยดีกว่า” จาซูพูดพลางหันไปจับร่างของเมียรักให้นอนราบลงไปบนพื้น ก่อนจะขึ้นคร่อมบนร่างเกือบเปลือยของภรรยา แล้วจับขาทั้งสองข้างของเธออ้าออกอย่างเอาแต่ใจ
“จะไม่เลียสักหน่อยเหรอจ๊ะ” เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะสอดใส่ทันที เสียงหวานก็เอ่ยถามอย่างออดอ้อน
“เลียงั้นรึ”
“อยู่ ๆ ก็จะใส่เข้ามาเลยก็เจ็บแย่สิ” จาซูนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวลง แล้วฟุบหน้าละเลงลิ้นสากตวัดเลียตามคำขอของเมียอย่างว่าง่าย
“อื้อ...ซู้ด....” มือเล็ก ๆ ของนาลินจับขยำผมยาวสลวยของจาซู และพยายามออกแรงกดศีรษะของเขาให้แนบไปกับเนินเนื้อสาว
‘ถ้าได้แบบนี้ทุกวัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ไม่ยอมรับชีวิตใหม่นี้’ หญิงสาวแอบคิดในใจ
หลายวันหลังจากให้คำรับปากต่อหน้าหัวหน้าเผ่า เนลีไม่ได้มาหาจาซูอีก นางไม่ยืมของ ไม่ทำเป็นบาดเจ็บ และไม่เดินผ่านหน้าบ้านบ่อยเหมือนที่ผ่านมา นาลินกลับไม่เชื่อว่าน้องสาวจะยอมถอยง่ายๆช่วงสายของวันนั้น นางเดินไปหาแม่เฒ่าที่ทำยาหอมให้หญิงในหมู่บ้าน เมื่อไปถึงกลับเห็นเนลีนั่งอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้เดินเข้าไปทันที แต่หยุดอยู่ข้างต้นไม้ห่างออกมาเล็กน้อย“ช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ” เนลีบอกหญิงชรา“ตื่นขึ้นมาก็ไม่มีแรง ทำสิ่งใดไม่ไหว”“เจ้าคงเหนื่อยจากการอยู่ตามลำพัง” หญิงชราหยิบใบไม้แห้งออกมาจากตะกร้า“เอาใบนี้ไปต้มดื่มก่อนนอน จะช่วยให้นอนง่ายขึ้น”“มีชนิดที่ออกฤทธิ์เร็วกว่านี้ไหม”“เหตุใดต้องรีบร้อน เพียงนอนไม่หลับไม่ควรใช้ยารุนแรง” หญิงชราหันไปหยิบเชือกมามัดสมุนไพร เนลีจึงมองไปยังชั้นไม้ด้านใน บนนั้นมีห่อยาหลายชนิดวางเรียงกัน โดยเฉพาะห่อสีคล้ำที่ถูกแยกออกจากสมุนไพรทั่วไป“ของบนชั้นนั้นคืออะไรหรือ” หญิงชราหันไปมองตาม“ไม่ใช่ของที่เจ้าต้องใช้หรอก”“ข้าแค่ถามดู”“เป็นสมุนไพรสำหรับรักษาคนที่มีอาการเกร็ง ใช้มากไม่ได้ หากต้มเข้มเกินไปจะทำให้ตัวเย็นและไม่มีแรง” เนลีพยักหน้า แต่สายตายังคงอยู่ที่ห่อยานั
หัวหน้าเผ่าวางกระบอกน้ำลง ก่อนมองนาลินกับเนลีสลับกัน“มีเรื่องอะไรกัน”“เป็นเรื่องที่น้องสาวข้าเพิ่งมาบอกถึงบ้าน” นาลินตอบ“นางบอกว่าท่านจาซูเคยให้ความหวังว่าจะรับนางเป็นเมีย ข้าจึงพามาถามต่อหน้าให้ชัด จะได้ไม่ต้องกลับไปพูดกันคนละอย่างอีก”จาซูที่กำลังขนไม้รีบวางของในมือลงแล้วเดินเข้ามา เลอต้า ปาโก้กับมูก้าตามมาด้วย“นาลิน เกิดอะไรขึ้น”“เนลีบอกว่าท่านเคยให้รอนาง หากวันหนึ่งข้ายอม ท่านจะรับนางเข้าครอบครัว”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น” จาซูปฏิเสธทันที เนลีหน้าซีดลง“พี่จาซู ท่านเคยบอกว่าต้องคิดถึงความรู้สึกของพี่นาลินก่อน”“ข้าเคยพูดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับเจ้าเป็นเมีย”“แล้วที่ท่านบอกให้ข้ารอเล่า” จาซูขมวดคิ้ว“ข้าไม่เคยบอกให้เจ้ารอ”“แต่วันนั้นที่ไร่ ท่านบอกว่าหากพี่นาลินยอม...”“พี่บอกว่าเรื่องนี้ต้องคิดถึงความรู้สึกของนาลิน หมายความว่าพี่จะไม่ทำสิ่งใดให้นางไม่สบายใจ ไม่ได้บอกว่าให้นางเปลี่ยนใจเพื่อเจ้า” เนลีอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงพูดออกมานาลินยืนกอดอกมองอยู่เงียบๆ จนหัวหน้าเผ่าหันมาถาม“แล้วเหตุใดเนลีจึงเข้าใจว่าเจ้าจะรับนาง”“ข้าไม่รู้” จาซูตอบ“วันนั้นเนลีถามว่าจะกลับมาอยู่กับข้าได
นาลินนั่งหวีผมอยู่หน้าบ้านในช่วงสาย หลังจากผัวทั้งสี่แยกย้ายกันออกไปทำงาน นางทาน้ำมันหอมลงบนปลายผม ก่อนใช้หวีไม้สางเส้นผมยาวอย่างอารมณ์ดี เนลีเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า“พี่นาลิน ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วย”“ว่ามาสิ” เนลีหันมองรอบบริเวณ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้จึงเดินเข้ามานั่ง“เป็นเรื่องของพี่จาซู” นาลินหยุดหวีผมแล้วมองหน้าอีกฝ่าย“เจ้ามาหาข้าถึงบ้านเพื่อพูดเรื่องผัวข้า ฟังดูไม่น่าใช่เรื่องดีเลยนะ”“ข้าเพียงคิดว่าพี่ควรรู้ความจริง”“เช่นนั้นก็รีบพูด ข้ารอฟังอยู่ว่าเจ้าจะเล่าความจริงแบบไหน” เนลีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา“พี่จาซูเคยบอกให้ข้ารอ”“รออะไร รอเข้ามาเป็นเมียน้อยหรือไง”“รอจนกว่าพี่จะยอมรับข้า หากวันหนึ่งพี่ยอม เขาจะรับข้าเข้าครอบครัว” เนลีมองนาลินเหมือนกำลังรอให้นางลุกขึ้นโวยวาย ทว่านาลินกลับวางหวีลงอย่างใจเย็น“แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไม อยากให้ข้าวิ่งไปทะเลาะกับเขาหรือ”“ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกท่านทะเลาะกัน”“แต่เลือกมาบอกตอนผัวข้าไม่อยู่พร้อมกันทั้งหมด ช่างบังเอิญจริงๆ”“ข้าแค่ไม่อยากพูดต่อหน้าพี่จาซู”“ทำไม กลัวเขาได้ยินหรือ” เนลีเม้มริมฝีปาก“ข้าไม่อยากให้เขาลำบากใจ”“
หลังอาหารมื้อค่ำ นาลินเก็บถ้วยใบสุดท้ายวางไว้ข้างเตา ก่อนหันไปมองผัวทั้งสี่คนที่นั่งอยู่ในบ้าน“คืนนี้เลอต้ากับปาโก้มานอนกับข้า” ปาโก้ที่กำลังดื่มน้ำสำลักทันที ส่วนเลอต้าเพียงเงยหน้าขึ้นมองนาง จาซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถาม“สองคนพร้อมกันหรือ” “ใช่”“เหตุใดต้องเป็นคืนนี้” นาลินเลิกคิ้ว “ข้าจะนอนกับผัวของข้า ต้องเลือกวันให้ผู้ใดอนุญาตด้วยหรือ”“พี่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น”“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องถาม” นางเดินเข้าห้องไปก่อน ปาโก้วางกระบอกน้ำลงแล้วหันไปมองเลอต้าอย่างทำตัวไม่ถูก มูก้าหัวเราะเบาๆ ก่อนตบไหล่พี่ชาย“พี่นาลินเรียกแล้ว ยังจะนั่งอยู่ทำไม” ปาโก้หน้าแดงกว่าเดิม แต่ยอมลุกเดินตามเลอต้าเข้าไปในห้องนาลินนั่งรออยู่บนที่นอน ผมยาวที่เคยมัดไว้ถูกปล่อยลงมาคลุมแผ่นหลัง เมื่อทั้งสองเข้ามา นางจึงพยักหน้าให้เลอต้าปิดประตูภายในห้องเงียบลงทันที ปาโก้ยืนอยู่ใกล้ประตู ไม่กล้าขยับเข้ามา ส่วนเลอต้าเดินมาหยุดตรงหน้านาง“เจ้ากำลังโกรธพี่ใหญ่อยู่หรือ”“ข้าโกรธคนได้โดยไม่ต้องเอาพวกเจ้ามาใช้ประชด”“ข้าเพียงอยากแน่ใจ” นาลินจับมือเขามาวางบนไหล่ของตน “ถ้าข้าไม่ต้องการเจ้า ข้าคงไม่เรียกเข้ามา” จากนั้นจึงห
นาลินมองหญิงตรงหน้า ก่อนถามกลับ“ที่พึ่งแบบใดหรือ”“ข้าหวังดีจึงมาบอก” หญิงคนนั้นตอบ “ตอนนี้คนในหมู่บ้านพูดกันว่าเจ้าตามจับผิดเนลีทุกเรื่อง นางเพิ่งเสียผัวทั้งสองคน ทั้งยังไม่มีลูกคอยดูแล หากเจ้าเป็นพี่สาวก็ควรช่วยนางบ้าง”“ข้ายังช่วยไม่มากพอหรือ”“เจ้ามีผัวตั้งสี่คน ไม่ต้องออกไปทำงานหนักเหมือนหญิงบ้านอื่น งานล่าสัตว์ งานในไร่ หรือแม้แต่ยกของ พวกเขาก็ทำให้เจ้าทั้งหมด” หญิงคนนั้นมองไปทางจาซูกับน้องชาย“ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าได้ผัวดี แต่กลับดูแลผัวไม่ดีเท่าที่ควร วันๆ เอาแต่หึงหวง หากแบ่งความช่วยเหลือให้น้องสาวบ้างคงไม่ทำให้เจ้าลำบาก” มือของนาลินกำขอบตะกร้าแน่นขึ้น นางอยากถามกลับว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในบ้านรู้ได้อย่างไรว่านางดูแลผัวดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เนลีกำลังรอ นางจึงคลายมือออก“ได้สิ” หญิงคนนั้นชะงัก“เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ข้าบอกว่าได้ ในเมื่อท่านคิดว่าข้าควรช่วย ข้าก็จะช่วยให้นางเห็นพร้อมกันเลย” นาลินลุกไปหยิบตะกร้าใบใหญ่ ก่อนหันไปสั่งมูก้า“เอาข้าวสารมาให้ข้าส่วนหนึ่ง”“พี่จะเอาไปให้เนลีจริงหรือ”“จริงสิ ข้าจะเป็นพี่สาวที่แสนดีให้นางดู” น้ำเสียงของนางทำให้มูก้าหุบปาก เลอต้าลุกขึ้นช
มูก้าวางฟืนลงข้างเตาแรงกว่าปกติ ก่อนหันไปมองทางหน้าบ้าน“คนพวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไร เหตุใดจึงพูดว่าพี่นาลินรังแกเนลี” นาลินยังคงล้างผักอยู่ข้างโอ่งน้ำ โดยไม่ได้หันไปมองเขา“เจ้าไปได้ยินอะไรมาอีก”“พวกผู้หญิงตรงส่วนกลางพูดว่าเนลีอยากอยู่เงียบๆ แต่นางถูกพี่ตามจับผิดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องยืมของ เรื่องมือ แล้วก็เรื่องอาหารเมื่อวาน” ปาโก้วางตะกร้าลง“ข้าก็ได้ยิน พวกเขาบอกว่าพี่มีผัวตั้งสี่คนแล้วยังหึงหวง ไม่ยอมให้เนลีเริ่มต้นชีวิตใหม่”“ข้าจะไปบอกให้รู้ว่าเมื่อวานนางเดินเข้าป่าไปหาพี่ใหญ่เอง” มูก้าพูด “นางไม่ได้บังเอิญไปเก็บผักอย่างที่เล่า” เขากำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เลอต้าคว้าแขนไว้ก่อน“ไม่ต้องไป”“เหตุใดเล่า”“ต่อให้เจ้าพูดความจริง คนเหล่านั้นก็จะคิดว่าเจ้าช่วยเมียของตัวเองแก้ตัว”“แล้วจะปล่อยให้เนลีพูดฝ่ายเดียวหรือ”“ตอนนี้นางต้องการให้พวกเราออกไปเถียง หากเจ้าโวยวายใส่คนที่สงสารแม่หม้าย สุดท้ายพวกเขาจะยิ่งเชื่อว่านางถูกครอบครัวเรารังแก” มูก้ายังไม่พอใจ แต่ยอมกลับมานั่งข้างเตาจาซูซึ่งกำลังซ่อมด้ามหอกอยู่ตรงชานเรือนหันไปมองนาลิน นางยกผักที่ล้างเสร็จขึ้นสะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปวางข้างหม้อ“เจ้า
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ







