LOGINแจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน
หญิงสาวเดินเลาะไปตามทางเดินภายในหมู่บ้าน ชนเผ่านี้ตั้งรกรากอยู่กลางหุบเขา บ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างจากไม้ไผ่และมุงหลังคาด้วยจากเหมือนกระท่อมของจาซู ผู้คนในเผ่าแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายสีเข้มและประดับด้วยลูกปัดหิน
ผิวพรรณและความสะอาดสะอ้านของเธอนั้นดูดีกว่าผู้หญิงคนอื่นในเผ่ามาก ก็แน่ล่ะตอนนี้เธอไม่ได้ออกไปทำไร่ทำสวนให้ผิวเสียเหมือนคนอื่น มีหน้าที่นอนรอผัวกลับมาป้อนความสุขให้อย่างเดียว ผิวพรรณมันก็ต้องผุดผ่องเป็นธรรมดา
ระหว่างที่กำลังเดินดูโน่นดูนี่เพลินๆ เสียงฝีเท้ากระแทกกระทั้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าบูดบึ้งและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หญิงสาวคนนั้นคือ เนลีน้องสาวของนาลินนั่นเอง
“อีนาลิน!” เนลีตวาดลั่นเสียงดัง
ยังไม่ทันที่คนถูกเรียกจะได้ตั้งตัว เนลีก็พุ่งเข้ามาคว้าไหล่เธอไว้แน่นแล้วง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างสุดแรง
เพียะ!
ใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบ ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาบนแก้มทันที นาลินยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ดวงตาคู่เฉี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความโกรธจัด ความไม่ยอมคนของแจมแล่นพล่านขึ้นมาจนตัวสั่น ชีวิตก่อนหน้านี้เธอก็ไม่เคยยอมให้ใครมาตบหัวแบบนี้! แล้วอีเด็กนี่เป็นใครอยู่ๆ ก็เดินมาตบหน้าเธอแบบนี้ มีหรือคนอย่างแจมจะยอมยืนเฉยๆ ให้ตบ
“มึงตบกูทำไมอีเด็กบ้า!” แจมตะคอกกลับเสียงดังลั่น สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้เนลีชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะปกติพี่สาวของเธอจะมีนิสัยหัวอ่อน ยอมคน และอ่อนแอมาก เวลาที่โดนรังแกก็ทำได้แค่นอนร้องไห้
“ทำไมกูจะตบมึงไม่ได้! มึงมันหน้าด้าน หน้าไม่อาย มึงแย่งพี่จาซูไปจากกู!” เนลีโวยวายทวงคนรักเก่าด้วยความเคียดแค้น
“พี่จาซูเขารักอยู่กับกู มึงก็รู้ดีอยู่แก่ใจ! แต่เพราะแม่ของเขาชอบมึง มึงเลยเสนอหน้าแต่งงานเข้าบ้านเขา มึงมันอีตัวขัดขวางความสุขของกู!” แจมได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาดังลั่น ที่แท้ก็เรื่องแย่งผู้ชายเองน่ะเหรอ
“กูไม่ได้แย่ง! เขามาฉุดกูเอง มึงอยากได้เขานักทำไมไม่เสนอตัวให้เขาฉุดมึงไปล่ะ มายืนเหวี่ยงวีนตบกูแบบนี้มึงคิดว่าพี่จาซูเขาจะหันมาชอบมึงหรือไง อีหน้าโง่!” แจมด่าสวนกลับอย่างไม่ยอม
“นี่มึง....”
“แหม...น่าเสียดายจริงๆ ถ้ามึงได้ยินตอนที่กูขึ้นขย่มแท่งใหญ่ๆ ยาวๆ ของพี่จาซู แล้วเขาร้องครางว่านาลินจ๋า...พี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เจ้าเป็นเมีย มึงคงอกแตกตายแน่”
“มึง....อีหน้าด้าน พูดออกมาได้ไม่รู้จักอาย”
“โถๆๆๆ มายืนแหกปากจะแย่งผัวคนอื่นยังไม่อาย แค่เล่าเรื่องเอากับผัวตัวเองทำไมกูต้องอายด้วย มึงนั่นแหละหน้าด้าน”
“มึงด่ากูเหรออีนาลิน! มึงตาย!” เนลีโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ง้างมือจะเข้ามาตบพี่สาวอีกรอบด้วยความโมโห
แต่ว่าครั้งนี้นาลินไม่ยอมเป็นเป้านิ่งยืนให้ตบง่ายๆ อีก เธอสวนกลับทันทีก่อนที่เนลีจะจู่โจมเธอได้ มือบางคว้าข้อมือของเนลีที่กำลังจะฟาดลงมาไว้แน่น แล้วออกแรงผลักบิดอย่างแรงจนเนลีเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นดิน
จากนั้นนาลินก็ไม่รอช้าเธอพุ่งตัวเข้าไปคร่อมร่างของน้องสาวไว้ทันที มือน้อยๆ จิกกระชากเส้นผมของเนลีให้หงายขึ้นแล้วง้างมือตบสวนกลับไปไม่ยั้งมือ
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบหน้าเนลีดังลั่น ดินแดงเปรอะเปื้อนตามเนื้อตัวของทั้งคู่ เนลีร้องกรี๊ดๆ ด้วยความเจ็บและตกใจสุดขีด ไม่คิดว่าพี่สาวที่เคยอ่อนแอ จะสู้คนและตบหนักมือหนักขนาดนี้
นาลินทั้งจิกผมทั้งตบซ้ายตบขวาฉีกเสื้อผ้าสวนกลับจนสะใจ เพื่อสั่งสอนอีเด็กปากดีให้รู้สำนึกว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ในชีวิตเก่าเธอตามตบกับพวกเมียน้อยเมียเก็บมานับไม่ถ้วน ฝีมือการตบของอีเด็กชนเผ่าแค่นี้ไม่ได้กินเธอหรอก
“ปล่อยกูนะอีนาลิน! กูเจ็บ!” เนลีร้องโวยวายพยายามดิ้นรนต่อต้าน แต่นาลินก็กดร่างเธอไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี
“มึงเก่งนักไม่ใช่เหรอเมื่อกี้! ตบกูก่อนทำไม! อีเด็กเวร มานี่เลยมึง!” นาลินด่าไปตบไปอย่างเอาเป็นเอาตาย
เพียะ! เพียะ!
เนลีหน้าตาบวมช้ำ เลือดกำเดาไหลซึมจากมุมปากและจมูก สิ้นฤทธิ์สิ้นแรงสู้ฝีมือการตบของแจมไม่ไหว ได้แต่ร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวด
“นาลิน! หยุดนะ! พวกเจ้าทำอะไรกัน!” เสียงทุ้มของจาซูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้นาลินยั้งมือและยอมผละออกจากน้องสาว
ชายหนุ่มรีบเข้ามาคว้าเอวบางของเธอ แล้วออกแรงดึงร่างของภรรยาออกจากตัวเนลี จาซูมองเมียตัวเองด้วยความตกใจ และแปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นนาลินมีท่าทางเกรี้ยวกราดผิดหูผิดตา
คนอย่างเธอน่ะหรือตบน้องสาวเสียจนเลือดตกยางออกขนาดนี้ ส่วนเนลีพอเห็นจาซูมาก็รีบคลานเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาร้องไห้โฮ ฟ้องพี่เขยที่เป็นอดีตคนรักทันที
“พี่จาซูจ๋า... พี่นาลินมันทำร้ายข้า ข้าแค่มาเดินเล่นแล้วเจอหน้าท่านพี่ แต่ท่านพี่ก็เข้ามาตบข้า ตบเอาๆ จนข้ามีสภาพแบบนี้ พี่จาซูข้าเจ็บไปหมดแล้ว” เนลีบีบน้ำตาเล่าความเท็จหวังให้จาซูเกลียดพี่สาว
จาซูขมวดคิ้วหนาหันมามองนาลินที่กำลังยืนหอบหายใจ และจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่
“มันเกิดอะไรขึ้นนาลิน ทำไมเจ้าถึงต้องลงไม้ลงมือกับน้องรุนแรงขนาดนี้”
หนึ่งปีต่อมา เด็กน้อยยืนเกาะขอบแคร่อยู่กลางบ้าน โดยมีผู้ชายสี่คนนั่งล้อมเป็นวงอยู่ตรงหน้าจาซูยื่นสองมือออกไป “มาหาพ่อ”มูก้าขยับเข้ามานั่งขวางด้านหน้า “อย่าไปหาพี่ใหญ่ มาหาข้าดีกว่า ข้ามีของเล่นให้”เขาเขย่าของเล่นไม้ซึ่งจาซูแกะเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเด็กเกิด ของเล่นชิ้นนั้นถูกขัดจนเรียบและทาสีใหม่ แม้รูปร่างยังดูคล้ายแพะมากกว่ากวาง แต่เด็กน้อยกลับชอบถือไปไหนมาไหนจนสีตรงขาเริ่มหลุดปาโก้ยกผลไม้ชิ้นเล็กขึ้นมาล่ออีกทาง“มาทางนี้ ข้ามีของที่เจ้าชอบ”“ห้ามใช้ของกินล่อ” มูก้าบอก “เช่นนั้นไม่ยุติธรรม”“แล้วของเล่นในมือเจ้าไม่ถือว่าใช้ของล่อหรือ”“ของเล่นกับของกินไม่เหมือนกัน”เลอต้านั่งอยู่ข้างเด็กและคอยยื่นมือป้องกันอยู่ด้านหลัง เขามองน้องชายทั้งสองเถียงกัน ก่อนหันไปเตือน“เบาเสียงหน่อย หากทำให้ตกใจจนร้องไห้ พวกเจ้าปลอบกันเอง”เด็กน้อยมองผู้ชายทั้งสี่สลับไปมา เท้าเล็กขยับออกจากแคร่ข้างหนึ่ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือจาซูจึงเรียกอีกครั้ง“เดินมาหาพ่อช้าๆ ไม่ต้องกลัว”“เขาต้องมาหาพี่ใหญ่อยู่แล้ว” ปาโก้พูด “ใบหน้าคล้ายท่านมากที่สุด”จาซูยิ้มขึ้นมาทันที “ข้าก็คิดเช่นนั้น”มูก้าหันไปมองหน้าหลานใกล้ๆ ก่อน
หกเดือนต่อมา นาลินนั่งพิงหมอนอยู่บนแคร่หน้าบ้าน มือข้างหนึ่งลูบท้องซึ่งนูนใหญ่จนบดบังปลายเท้าของตนเอง“มูก้า ข้าอยากกินผลไม้ที่ปาโก้เก็บมาเมื่อวาน”มูก้าซึ่งกำลังซ่อมรั้วอยู่ไม่ไกลวางเชือกในมือลงทันที“ผลไม้ชนิดใด”“ลูกสีเหลืองที่อยู่ในตะกร้า”“ข้าจะไปเอามาให้”เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน ก่อนกลับออกมาพร้อมผลไม้เต็มสองมือ นาลินเลือกมาหนึ่งลูกแล้วกัดไปได้เพียงคำเดียว ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาจากท้องจนต้องหยุดเคี้ยวมูก้าเห็นสีหน้านางเปลี่ยนไปจึงรีบถาม“ไม่หวานหรือ”“ไม่เกี่ยวกับผลไม้”นาลินวางผลไม้ลงแล้วใช้มือกดท้อง ความเจ็บเกิดขึ้นไม่นานก่อนจะค่อยๆ หายไป นางกำลังจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เมื่อขยับตัว ความเจ็บอีกระลอกกลับรุนแรงกว่าเดิม“มูก้า เรียกคนอื่นมา”เสียงของนางทำให้เด็กหนุ่มหน้าซีด“ท่านเจ็บตรงไหน”“ข้าบอกให้เรียกคนอื่น!”มูก้าตะโกนเรียกพี่ชายทั้งสามจนเสียงดังไปถึงหลังบ้าน จาซูกับเลอต้าวิ่งเข้ามาก่อน ส่วนปาโก้ซึ่งกำลังจัดฟืนอยู่ในครัวตามออกมาติดๆ“เกิดอะไรขึ้น” จาซูถาม“พี่นาลินปวดท้อง”จาซูทรุดตัวลงข้างแคร่ “ปวดมากหรือไม่ ลูกดิ้นแรงหรือ”“ข้าไม่รู้”เลอต้ามองสีหน้าของนาง ก่อนถามว่าปวดเป็นช่วง
นาลินกำลังนั่งดูปาโก้จัดของบนชั้นไม้ในห้องใหม่ เมื่อเสียงมูก้าดังมาจากหน้าบ้าน“พี่นาลิน มีคนมาหา”นางเดินออกไปดูและพบมารดากับพี่ชายยืนอยู่ด้านนอกรั้ว ทั้งสองถือตะกร้ามาคนละใบ ด้านในมีอาหารแห้ง ผลไม้ ผ้าผืนเล็กและของใช้สำหรับเด็กนับตั้งแต่วันที่เนลีถูกขับออกจากเผ่า คนในครอบครัวเดิมก็ไม่เคยมาหานางอีก แม้จะพบกันในหมู่บ้าน พวกเขาก็ทำเพียงมองมาแล้วหลบสายตาไปทางอื่นจาซูซึ่งกำลังเหลาไม้อยู่ใต้ต้นไม้ลุกขึ้นทันที เขาเดินมาหยุดข้างนาลิน ก่อนถามเสียงเบา“เจ้าต้องการพบพวกเขาหรือไม่”นาลินมองคนทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง“ให้เข้ามาเถอะ หากข้าไม่ให้เข้า พวกเขาคงยืนอยู่ตรงนั้นจนมืด”จาซูจึงเปิดรั้วให้ มารดากับพี่ชายเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง แต่ไม่มีผู้ใดกล้านั่งจนกระทั่งนาลินเป็นฝ่ายบอก“มีอะไรก็พูดมา ข้ายืนรอนานไม่ได้”มารดารีบวางตะกร้าลง แล้วเลื่อนที่นั่งเข้ามาให้นาง“นั่งก่อนเถอะ แม่ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ หากรู้เร็วกว่านี้คงมาหานานแล้ว”นาลินมองเก้าอี้ แต่ไม่ได้รีบนั่ง“ถ้าข้าไม่ได้ตั้งครรภ์ ท่านก็จะไม่มาหรือ”คำถามนั้นทำให้มารดาชะงักไปทันที พี่ชายของนางก้มหน้าลง ส่วนผัวทั้งสี่คนยืนอยู่ไม่ไกล ไม
จาซูยกตะกร้าอาหารขึ้นสะพายหลังตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนเลอต้าตรวจดูเครื่องมือที่เตรียมไว้ให้มาราอีกครั้ง ปาโก้ถือผ้าผืนใหม่กับกระบอกน้ำ มูก้ารับหน้าที่แบกของที่เหลือทั้งหมดโดยไม่ยอมแบ่งให้ผู้ใดนาลินเดินออกมาจากบ้านแล้วมองผัวทั้งสี่คน“พวกท่านเตรียมของเหมือนจะย้ายบ้าน”“ของส่วนใหญ่เป็นของที่นำไปให้มารา” จาซูตอบ“แล้วเหตุใดมูก้าต้องเอาผ้าห่มไปด้วย”“เอาไว้ให้ท่านนั่งพักระหว่างทาง” มูก้าบอก“ข้าแค่เดินไปชุมชนปลายน้ำ ไม่ได้จะไปนอนกลางป่า”“หากเหนื่อยก็ปูนั่งได้”นาลินมองผ้าห่มผืนใหญ่ซึ่งถูกมัดอยู่บนหลังเขา ก่อนตัดสินใจไม่เถียงต่อ นางอยากเดินทางไปหามารามาหลายวันแล้ว แต่จาซูกับเลอต้ายืนกรานให้รอจนแน่ใจว่าร่างกายแข็งแรงและไม่มีอาการเวียนหัวเสียก่อนวันนี้นางจึงยอมให้ทั้งสี่คนเตรียมทุกอย่างตามใจ ขอเพียงได้ออกจากบ้านโดยไม่ถูกห้ามอีกพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้า เส้นทางส่วนใหญ่เลียบไปตามแม่น้ำก่อนตัดผ่านแนวป่า จาซูเดินนำเพื่อดูทาง เลอต้าอยู่ด้านหลัง ส่วนปาโก้กับมูก้าเดินขนาบนาลินคนละข้าง“ข้าไม่ได้จะหนีไปไหน พวกเจ้าถอยออกไปบ้างก็ได้”“ตรงนี้มีรากไม้” ปาโก้บอก“ข้าเห็น”“ด้านหน้ามีก้อนหินด้วย”
หนึ่งเดือนต่อมา นาลินเพิ่งลุกจากแคร่ ผัวทั้งสี่คนซึ่งอยู่รอบบ้านก็หันมามองพร้อมกันจาซูวางเชือกในมือลงแล้วเดินเข้ามาหา ปาโก้รีบยกถ้วยผลไม้ออกจากทาง มูก้าขยับเข้ามารอรับตัว ส่วนเลอต้ามองพื้นตรงหน้านางราวกับกลัวว่าจะมีก้อนหินโผล่ขึ้นมาในบ้าน“พวกท่านจะทำอะไร”“เจ้าจะไปไหน” จาซูถาม“ไปดื่มน้ำ”“นั่งรอเถอะ พี่เอามาให้”“น้ำอยู่ห่างจากข้าไม่กี่ก้าว”“พื้นเพิ่งถูกเช็ด อาจลื่น”นาลินก้มมองพื้นซึ่งแห้งจนแทบไม่มีฝุ่น ก่อนหันไปมองจาซู“ผู้ใดเช็ด”ชายทั้งสี่เงียบไปชั่วครู่ ไม่มีผู้ใดยอมรับว่าพื้นไม่ได้เปียกอย่างที่จาซูอ้างนาลินเดินผ่านทุกคนไปหยิบกระบอกน้ำด้วยตัวเอง มูก้าตามไปยืนข้างหลังและยื่นมือมารับทันทีที่นางยกขึ้น“ส่งมาให้ข้า”“ข้ายังไม่ได้ดื่ม”“ข้าจะถือให้ ท่านค่อยดื่ม”“กระบอกน้ำไม่ได้หนักจนข้ายกไม่ไหว”“หญิงชราบอกว่าห้ามยกของหนัก”เลอต้าซึ่งกำลังแยกสมุนไพรอยู่ข้างผนังเงยหน้าขึ้น “กระบอกน้ำไม่ถือว่าเป็นของหนัก”มูก้าจึงลดมือลง แต่ยังยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ จนนาลินดื่มเสร็จเมื่อนางเดินกลับมานั่ง ปาโก้ก็เลื่อนถ้วยผลไม้เข้ามาให้“พี่นาลินหิวหรือไม่”“ยังไม่หิว”“กินอีกสักชิ้นไหม เมื่อเช้าพี่กินไ
เลอต้าใช้กิ่งไม้ขีดเส้นลงบนพื้นดินข้างบ้าน ก่อนเรียกพี่ชายกับน้องทั้งสองเข้ามาดู“หากต่อออกมาจากผนังด้านนี้ เราจะได้พื้นที่เพิ่มอีกหนึ่งห้อง”จาซูมองตามแนวเส้นบนพื้น “เสาตรงมุมนี้ต้องขยับออกไปอีกหน่อย ไม่เช่นนั้นหลังคาจะต่ำเกินไป”“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เลอต้าตอบ “ห้องเดิมคับแคบเกินไปแล้ว เมื่อเด็กเกิดจะต้องมีที่วางของเพิ่ม”มูก้าหันไปมองตัวบ้าน “เหตุใดต้องสร้างห้องใหม่ เด็กตัวเล็กนิดเดียว ให้นอนตรงกลางระหว่างพวกเราก็ได้”“แล้วเสื้อผ้า ผ้าห่มกับของใช้จะวางที่ใด” เลอต้าถาม “หากเจ้าพลิกตัวไปทับเด็กขึ้นมาจะทำอย่างไร”“ข้าไม่ทับแน่”“ตอนหลับเจ้ารู้ด้วยหรือว่าตนพลิกไปทางใด”มูก้าพูดไม่ออก ปาโก้จึงหัวเราะแล้วเดินไปช่วยจาซูวัดพื้นที่ตามแนวที่เลอต้าขีดไว้นาลินนั่งอยู่บนแคร่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากตัวบ้าน ในมือมีผลไม้ที่ปาโก้เตรียมไว้ให้ นางมองผัวทั้งสี่ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม“พวกท่านคิดจะสร้างห้องให้ลูกโดยไม่ถามข้าเลยหรือ”ชายทั้งสี่หันมาพร้อมกัน“พวกเรากำลังจะถาม” จาซูตอบ“ข้าได้ยินพวกท่านตกลงกันไปเกือบหมดแล้ว”เลอต้าวางกิ่งไม้ลงแล้วเดินเข้ามาหา “เช่นนั้นเจ้าต้องการให้ห้องอยู่ตรงไหน”นาลิ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุ
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ







