Se connecter“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น
“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม
“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน
“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเนลีสิ จะให้ข้าว่าอย่างไร” จาซูตะคอกเสียงดัง ผู้คนแถวนั้นเริ่มพากันเดินเข้ามามุงดู
“เช่นนั้นข้าเป็นคนผิดเองก็ได้”
“หากเจ้าผิดก็ขอโทษน้องเจ้าเสีย”
“ว่าไงนะ!!!” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่ยอม ในเมื่อเธอโดนตบก่อน ก็แค่สวนกลับ ผัวไม่เข้าข้าง ยังเหมือนจะเข้าข้างคู่กรณีที่เป็นคนผิดอีก
“ไม่ ข้าไม่ขอโทษ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ก็เมื่อกี้เจ้าพูดเองว่าเข้าเป็นคนผิด”
“ก็พี่บังคับให้ข้าผิด ข้ายอมรับผิดแล้ว ยังจะให้ขอโทษอีก”
“นาลิน!!!” คราวนี้จาซูคำรามลั่นเสียงดังน่ากลัว ภาพความทรงจำของอดีตสามี ทำให้แจมนึกกลัวจนต้องถอยหนี ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาเพราะความกลัว
“เนลีตบพี่นาลินก่อน” เสียงปาโก้ดังแทรกขึ้นมา เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดแทรกขึ้น
“พูดอะไรของเจ้าปาโก้ เจ้าเห็นหรือไง” เนลีรีบหันไปแผดเสียงใส่
“ข้าเห็น...ข้าเห็นกับตาว่าเนลีเดินเข้ามาตบพี่นาลินก่อน” ปาโก้ยืนยันหนักแน่น จาซูหันไปมองเนลี คนถูกจับผิดทำท่าอึกอัก แต่เพราะพยานมีแค่ปาโก้ เธอจึงหาทางแก้ตัวอย่างหน้าด้านๆ
“ก็ปาโก้เป็นผัวพี่นาลินนี่ ก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว”
“ก็ไม่เสมอไปหรอก คนที่เป็นผัวคนแรก แล้วก็ถือสิทธิวางมาดเหมือนเป็นผัวของข้ามากที่สุด ยังไม่เข้าข้างข้าเลย” นาลินพูดเหน็บแนมประชดประชัน
“ข้า...”
“ข้าก็เห็นว่านาลินเดินมาดีๆ แล้วโดนนังเนลีน้องสาวมันเข้ามาตบเอา” ยายแก่ที่ยืนฟังอยู่นานพูดขึ้นบ้าง ทีแรกเธอว่าจะไม่ยุ่งเพราะเห็นเป็นเรื่องในครอบครัว แต่พอเห็นว่านาลินถูกกล่าวหา จึงได้ยอมช่วยเป็นพยานให้
“ทีนี้จะเอายังไงต่อ ข้ายังต้องขอโทษมันอยู่หรือเปล่า” นาลินหันไปถามจาซู
“ข้า...”
“ถ้างั้นข้าคิดเอาเองเลยก็แล้วกันว่าไม่ต้อง ไปเถอะปาโก้ต่อไปนี้เจ้าทำหน้าที่เป็นผัวของข้าก็แล้วกัน เหมือนว่าเจ้าจะดูแลข้าได้ดีกว่าพี่ของเจ้า” นาลินพูดพลางเดินเข้าไปควงแขนปาโก้ผัวคนที่สามของเธอ แม้ว่าเธอกับเขาจะยังไม่มีโอกาสได้ร่วมหอกัน เพราะจาซูอ้างว่าเขายังเด็กเกินไป
แต่วันนี้ปาโก้ได้ทำให้นาลินเห็นแล้วว่า เขามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผัวของเธอ แถมยังทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าจาซูเสียด้วย
“เดี๋ยวสินาลิน...”
“พี่จาซู...ข้าเจ็บเหลือเกิน ข้าแค่ทักทายพี่นาลินตามประสาพี่น้อง แต่นางกับไม่พอใจแล้วก็ตบตีข้า ตอนที่ยังอยู่บ้านเดียวกัน ข้าก็เล่นกับนางแบบนี้แท้ๆ แต่นางก็ไม่เคยว่าอะไร พอนางแต่งเข้าบ้านท่านกลับทำเป็นวางท่า...” เมื่อเนลีเห็นว่าจาซูทำท่าจะตามนาลินไป เธอก็รีบคว้าแขนของเขาเอาไว้ แล้วโอดโอยเรียกร้องความสนใจ จนทำให้จาซูเดินตามปาโก้กับนาลินไปไม่ทัน
“ขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยเป็นพยานให้ข้า” เมื่อเดินออกมาได้ลับจากสายตาของผู้คนแล้ว นาลินก็หันไปพูดกับปาโก้ ที่ตอนนี้ตัวแข็งทื่อไปหมด เพราะอกกลมของนาลินถูกไปมาอยู่ที่แขนของเขา
“ข้า...ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น”
“แต่เจ้ามาเห็นตอนที่ข้าโดนทำร้าย ก็แปลว่าเจ้าแอบตามข้ามางั้นรึ?” นาลินถามอย่างรู้ทัน คนถูกจับได้หน้าตาตื่น เขาแอบตามเธอมาโดยที่ไม่บอกใคร ตั้งแต่บ้านจนถึงจุดเกิดเหตุ
“ข้า...”
“เจ้าตามข้ามาทำไม?”
“ข้าเห็นพี่นาลินเดินออกจากบ้านมาคนเดียว เป็นห่วงก็เลยตามมาเท่านั้น”
“ห่วง? ห่วงทำไม นี่มันในพื้นที่หมู่บ้านไม่ใช่เหรอ มีอะไรต้องห่วง”
“ก็...ตอนนี้พี่...เป็นเมียของบ้านข้า ข้าก็แค่...”
“นั่นสินะ ข้าแต่งเข้ามาเป็นเมียของพวกเจ้านี่” หญิงสาวพูดพลางกวาดสายตาสำรวจมองร่างกายกำยำล่ำสันของปาโก้ แม้ว่าเขาจะเด็กกว่าเธออยู่นิดหน่อย แต่ปาโก้ก็ถือว่าเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว ร่างกายของเขาดูสมบูรณ์แข็งแรงไม่แพ้จาซูกับเลอต้าสักนิด
“ข้ารู้นะว่าเจ้าแอบดูข้ากับพี่ชายทั้งสองของเจ้า...เข้าหอกัน” เด็กหนุ่มหน้าแดงด้วยความอาย เขาไม่คิดเลยว่านาลินจะรู้เรื่องนี้ด้วย
“ข้า...”
“แล้วข้าก็ยังรู้อีกนะว่าเจ้าก็แอบดูข้าอาบน้ำ”
“พี่นาลินข้า...” ปาโก้อึกอักพูดอะไรไม่ออก เขารู้สึกอายเสียจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองนาลินแล้ว
“จะอายทำไมกันปาโก้...” หญิงสาวพูดพลางจับมือที่สั่นเทาของปาโก้ขึ้นมาวางทาบบนอกอวบของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ออกแรงบีบเบาๆ
“พะ...พี่นาลิน”
“ข้าก็เป็นเมียเจ้าเหมือนกันไม่ใช่หรือไง วันนี้เจ้าทำดีข้าก็มีรางวัลให้” เธอเริ่มออกแรงบีบแรงขึ้น ปาโก้เองก็เริ่มลงน้ำหนักมือด้วยเหมือนกัน เขารู้สึกเสียวมาก ท้องน้อยร้อนวูบ เลือดสูบฉีดลงต่ำจนปวดหนึบ
“พี่จาซูยังไม่อนุญาต...ข้า...ข้าทำไม่ได้”
“ทำไมต้องรอให้พี่เจ้าอนุญาตด้วย แต่งแล้วไม่ได้เป็นเมียของเจ้าพร้อมกันทั้งสี่คนหรอกหรือ”
“พี่จาซูบอกว่าข้ายังเด็กไป...”
“เจ้าอายุเท่าไหร่”
“ปีนี้ยี่สิบ” นาลินปล่อยมือจากมือของปาโก้ แล้วเอื้อมลงไปจับที่แก่นกายของเขาที่กำลังพองโตเต็มที่ เธอกระตุกยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้รู้ว่ามันมีขนาดไม่แพ้ของจาซูกับเลอต้าเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เด็กแล้วล่ะ”
หนึ่งปีต่อมา เด็กน้อยยืนเกาะขอบแคร่อยู่กลางบ้าน โดยมีผู้ชายสี่คนนั่งล้อมเป็นวงอยู่ตรงหน้าจาซูยื่นสองมือออกไป “มาหาพ่อ”มูก้าขยับเข้ามานั่งขวางด้านหน้า “อย่าไปหาพี่ใหญ่ มาหาข้าดีกว่า ข้ามีของเล่นให้”เขาเขย่าของเล่นไม้ซึ่งจาซูแกะเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเด็กเกิด ของเล่นชิ้นนั้นถูกขัดจนเรียบและทาสีใหม่ แม้รูปร่างยังดูคล้ายแพะมากกว่ากวาง แต่เด็กน้อยกลับชอบถือไปไหนมาไหนจนสีตรงขาเริ่มหลุดปาโก้ยกผลไม้ชิ้นเล็กขึ้นมาล่ออีกทาง“มาทางนี้ ข้ามีของที่เจ้าชอบ”“ห้ามใช้ของกินล่อ” มูก้าบอก “เช่นนั้นไม่ยุติธรรม”“แล้วของเล่นในมือเจ้าไม่ถือว่าใช้ของล่อหรือ”“ของเล่นกับของกินไม่เหมือนกัน”เลอต้านั่งอยู่ข้างเด็กและคอยยื่นมือป้องกันอยู่ด้านหลัง เขามองน้องชายทั้งสองเถียงกัน ก่อนหันไปเตือน“เบาเสียงหน่อย หากทำให้ตกใจจนร้องไห้ พวกเจ้าปลอบกันเอง”เด็กน้อยมองผู้ชายทั้งสี่สลับไปมา เท้าเล็กขยับออกจากแคร่ข้างหนึ่ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือจาซูจึงเรียกอีกครั้ง“เดินมาหาพ่อช้าๆ ไม่ต้องกลัว”“เขาต้องมาหาพี่ใหญ่อยู่แล้ว” ปาโก้พูด “ใบหน้าคล้ายท่านมากที่สุด”จาซูยิ้มขึ้นมาทันที “ข้าก็คิดเช่นนั้น”มูก้าหันไปมองหน้าหลานใกล้ๆ ก่อน
หกเดือนต่อมา นาลินนั่งพิงหมอนอยู่บนแคร่หน้าบ้าน มือข้างหนึ่งลูบท้องซึ่งนูนใหญ่จนบดบังปลายเท้าของตนเอง“มูก้า ข้าอยากกินผลไม้ที่ปาโก้เก็บมาเมื่อวาน”มูก้าซึ่งกำลังซ่อมรั้วอยู่ไม่ไกลวางเชือกในมือลงทันที“ผลไม้ชนิดใด”“ลูกสีเหลืองที่อยู่ในตะกร้า”“ข้าจะไปเอามาให้”เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน ก่อนกลับออกมาพร้อมผลไม้เต็มสองมือ นาลินเลือกมาหนึ่งลูกแล้วกัดไปได้เพียงคำเดียว ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาจากท้องจนต้องหยุดเคี้ยวมูก้าเห็นสีหน้านางเปลี่ยนไปจึงรีบถาม“ไม่หวานหรือ”“ไม่เกี่ยวกับผลไม้”นาลินวางผลไม้ลงแล้วใช้มือกดท้อง ความเจ็บเกิดขึ้นไม่นานก่อนจะค่อยๆ หายไป นางกำลังจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เมื่อขยับตัว ความเจ็บอีกระลอกกลับรุนแรงกว่าเดิม“มูก้า เรียกคนอื่นมา”เสียงของนางทำให้เด็กหนุ่มหน้าซีด“ท่านเจ็บตรงไหน”“ข้าบอกให้เรียกคนอื่น!”มูก้าตะโกนเรียกพี่ชายทั้งสามจนเสียงดังไปถึงหลังบ้าน จาซูกับเลอต้าวิ่งเข้ามาก่อน ส่วนปาโก้ซึ่งกำลังจัดฟืนอยู่ในครัวตามออกมาติดๆ“เกิดอะไรขึ้น” จาซูถาม“พี่นาลินปวดท้อง”จาซูทรุดตัวลงข้างแคร่ “ปวดมากหรือไม่ ลูกดิ้นแรงหรือ”“ข้าไม่รู้”เลอต้ามองสีหน้าของนาง ก่อนถามว่าปวดเป็นช่วง
นาลินกำลังนั่งดูปาโก้จัดของบนชั้นไม้ในห้องใหม่ เมื่อเสียงมูก้าดังมาจากหน้าบ้าน“พี่นาลิน มีคนมาหา”นางเดินออกไปดูและพบมารดากับพี่ชายยืนอยู่ด้านนอกรั้ว ทั้งสองถือตะกร้ามาคนละใบ ด้านในมีอาหารแห้ง ผลไม้ ผ้าผืนเล็กและของใช้สำหรับเด็กนับตั้งแต่วันที่เนลีถูกขับออกจากเผ่า คนในครอบครัวเดิมก็ไม่เคยมาหานางอีก แม้จะพบกันในหมู่บ้าน พวกเขาก็ทำเพียงมองมาแล้วหลบสายตาไปทางอื่นจาซูซึ่งกำลังเหลาไม้อยู่ใต้ต้นไม้ลุกขึ้นทันที เขาเดินมาหยุดข้างนาลิน ก่อนถามเสียงเบา“เจ้าต้องการพบพวกเขาหรือไม่”นาลินมองคนทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง“ให้เข้ามาเถอะ หากข้าไม่ให้เข้า พวกเขาคงยืนอยู่ตรงนั้นจนมืด”จาซูจึงเปิดรั้วให้ มารดากับพี่ชายเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง แต่ไม่มีผู้ใดกล้านั่งจนกระทั่งนาลินเป็นฝ่ายบอก“มีอะไรก็พูดมา ข้ายืนรอนานไม่ได้”มารดารีบวางตะกร้าลง แล้วเลื่อนที่นั่งเข้ามาให้นาง“นั่งก่อนเถอะ แม่ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ หากรู้เร็วกว่านี้คงมาหานานแล้ว”นาลินมองเก้าอี้ แต่ไม่ได้รีบนั่ง“ถ้าข้าไม่ได้ตั้งครรภ์ ท่านก็จะไม่มาหรือ”คำถามนั้นทำให้มารดาชะงักไปทันที พี่ชายของนางก้มหน้าลง ส่วนผัวทั้งสี่คนยืนอยู่ไม่ไกล ไม
จาซูยกตะกร้าอาหารขึ้นสะพายหลังตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนเลอต้าตรวจดูเครื่องมือที่เตรียมไว้ให้มาราอีกครั้ง ปาโก้ถือผ้าผืนใหม่กับกระบอกน้ำ มูก้ารับหน้าที่แบกของที่เหลือทั้งหมดโดยไม่ยอมแบ่งให้ผู้ใดนาลินเดินออกมาจากบ้านแล้วมองผัวทั้งสี่คน“พวกท่านเตรียมของเหมือนจะย้ายบ้าน”“ของส่วนใหญ่เป็นของที่นำไปให้มารา” จาซูตอบ“แล้วเหตุใดมูก้าต้องเอาผ้าห่มไปด้วย”“เอาไว้ให้ท่านนั่งพักระหว่างทาง” มูก้าบอก“ข้าแค่เดินไปชุมชนปลายน้ำ ไม่ได้จะไปนอนกลางป่า”“หากเหนื่อยก็ปูนั่งได้”นาลินมองผ้าห่มผืนใหญ่ซึ่งถูกมัดอยู่บนหลังเขา ก่อนตัดสินใจไม่เถียงต่อ นางอยากเดินทางไปหามารามาหลายวันแล้ว แต่จาซูกับเลอต้ายืนกรานให้รอจนแน่ใจว่าร่างกายแข็งแรงและไม่มีอาการเวียนหัวเสียก่อนวันนี้นางจึงยอมให้ทั้งสี่คนเตรียมทุกอย่างตามใจ ขอเพียงได้ออกจากบ้านโดยไม่ถูกห้ามอีกพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้า เส้นทางส่วนใหญ่เลียบไปตามแม่น้ำก่อนตัดผ่านแนวป่า จาซูเดินนำเพื่อดูทาง เลอต้าอยู่ด้านหลัง ส่วนปาโก้กับมูก้าเดินขนาบนาลินคนละข้าง“ข้าไม่ได้จะหนีไปไหน พวกเจ้าถอยออกไปบ้างก็ได้”“ตรงนี้มีรากไม้” ปาโก้บอก“ข้าเห็น”“ด้านหน้ามีก้อนหินด้วย”
หนึ่งเดือนต่อมา นาลินเพิ่งลุกจากแคร่ ผัวทั้งสี่คนซึ่งอยู่รอบบ้านก็หันมามองพร้อมกันจาซูวางเชือกในมือลงแล้วเดินเข้ามาหา ปาโก้รีบยกถ้วยผลไม้ออกจากทาง มูก้าขยับเข้ามารอรับตัว ส่วนเลอต้ามองพื้นตรงหน้านางราวกับกลัวว่าจะมีก้อนหินโผล่ขึ้นมาในบ้าน“พวกท่านจะทำอะไร”“เจ้าจะไปไหน” จาซูถาม“ไปดื่มน้ำ”“นั่งรอเถอะ พี่เอามาให้”“น้ำอยู่ห่างจากข้าไม่กี่ก้าว”“พื้นเพิ่งถูกเช็ด อาจลื่น”นาลินก้มมองพื้นซึ่งแห้งจนแทบไม่มีฝุ่น ก่อนหันไปมองจาซู“ผู้ใดเช็ด”ชายทั้งสี่เงียบไปชั่วครู่ ไม่มีผู้ใดยอมรับว่าพื้นไม่ได้เปียกอย่างที่จาซูอ้างนาลินเดินผ่านทุกคนไปหยิบกระบอกน้ำด้วยตัวเอง มูก้าตามไปยืนข้างหลังและยื่นมือมารับทันทีที่นางยกขึ้น“ส่งมาให้ข้า”“ข้ายังไม่ได้ดื่ม”“ข้าจะถือให้ ท่านค่อยดื่ม”“กระบอกน้ำไม่ได้หนักจนข้ายกไม่ไหว”“หญิงชราบอกว่าห้ามยกของหนัก”เลอต้าซึ่งกำลังแยกสมุนไพรอยู่ข้างผนังเงยหน้าขึ้น “กระบอกน้ำไม่ถือว่าเป็นของหนัก”มูก้าจึงลดมือลง แต่ยังยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ จนนาลินดื่มเสร็จเมื่อนางเดินกลับมานั่ง ปาโก้ก็เลื่อนถ้วยผลไม้เข้ามาให้“พี่นาลินหิวหรือไม่”“ยังไม่หิว”“กินอีกสักชิ้นไหม เมื่อเช้าพี่กินไ
เลอต้าใช้กิ่งไม้ขีดเส้นลงบนพื้นดินข้างบ้าน ก่อนเรียกพี่ชายกับน้องทั้งสองเข้ามาดู“หากต่อออกมาจากผนังด้านนี้ เราจะได้พื้นที่เพิ่มอีกหนึ่งห้อง”จาซูมองตามแนวเส้นบนพื้น “เสาตรงมุมนี้ต้องขยับออกไปอีกหน่อย ไม่เช่นนั้นหลังคาจะต่ำเกินไป”“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เลอต้าตอบ “ห้องเดิมคับแคบเกินไปแล้ว เมื่อเด็กเกิดจะต้องมีที่วางของเพิ่ม”มูก้าหันไปมองตัวบ้าน “เหตุใดต้องสร้างห้องใหม่ เด็กตัวเล็กนิดเดียว ให้นอนตรงกลางระหว่างพวกเราก็ได้”“แล้วเสื้อผ้า ผ้าห่มกับของใช้จะวางที่ใด” เลอต้าถาม “หากเจ้าพลิกตัวไปทับเด็กขึ้นมาจะทำอย่างไร”“ข้าไม่ทับแน่”“ตอนหลับเจ้ารู้ด้วยหรือว่าตนพลิกไปทางใด”มูก้าพูดไม่ออก ปาโก้จึงหัวเราะแล้วเดินไปช่วยจาซูวัดพื้นที่ตามแนวที่เลอต้าขีดไว้นาลินนั่งอยู่บนแคร่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากตัวบ้าน ในมือมีผลไม้ที่ปาโก้เตรียมไว้ให้ นางมองผัวทั้งสี่ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม“พวกท่านคิดจะสร้างห้องให้ลูกโดยไม่ถามข้าเลยหรือ”ชายทั้งสี่หันมาพร้อมกัน“พวกเรากำลังจะถาม” จาซูตอบ“ข้าได้ยินพวกท่านตกลงกันไปเกือบหมดแล้ว”เลอต้าวางกิ่งไม้ลงแล้วเดินเข้ามาหา “เช่นนั้นเจ้าต้องการให้ห้องอยู่ตรงไหน”นาลิ
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
“ไม่คิดเลยว่าทรวดทรงของเจ้าจะงดงามไม่แพ้เนลีเลยแม้แต่น้อย ข้าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเจ้า” จาซูกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาหื่นกระหายฉายชัดเมื่อพินิจเรือนร่างขาวนวลระหง ที่ปรากฏแก่สายตาท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันทรวงอกอวบขนาดใหญ่เมื่อเปลือยเปล่าจากอาภรณ์ ช่างเย้ายวนยั่วใจเสียจนจาซูรู้สึกร้อนวาบ
กลิ่นสาบดิน กลิ่นเหงื่อไคลชวนสะอิดสะเอียน และกลิ่นเหล้าต้ม อบอวลอยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม เสียงเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของพวกผู้ชายในชนเผ่าดังก้องอยู่ข้างนอก สลับกับเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนในครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวที่เพิ่งจะนับเงินค่าน้ำนมเสร็จสิ้น... เงินค่าน้ำนมที่แลกกับตัวเธอ‘นาลิน’ เด็กสาวว







