تسجيل الدخولหลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆ
เพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเอาอกเอาใจเธอดีมาก ทุกคนต่างขยันทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงเธอ พี่ใหญ่จาซูคอยคุมอำนาจดูแลความเรียบร้อย น้องๆ ทั้งสามคนของเขาขยันออกไปล่าสัตว์ หาเนื้อสัตว์ป่ามาทำอาหารให้เธอกินทุกวัน “นาลินทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบนี้ พี่จาซูจะไม่อายคนอื่นหรือจ๊ะ” หญิงสาวนั่งเบียดสามีที่กำลังรับคมมีด อกกลมของเธอเบียดเสียดแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา จนจาซุขนลุกซ่านไปทั้งตัว “เจ้าจะต้องทำอะไรเล่า พวกพี่สี่คนคอยดูแลเข้าก็เพียงพอแล้ว” “กับข้าวนาลินก็ทำไม่ได้ ไปไร่ก็ร้อน ล่าสัตว์ยิ่งทำไม่เป็น นาลินไม่เห็นประโยชน์ของตัวเองเลยนี่จ๊ะ” หญิงสาวทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน จาซูวางมีดในมือลง แล้วหันไปโอบกอดเอวบางของเมียอย่างหวงแหน “เจ้าจะทำให้เหนื่อยทำไมกัน กับข้าวเลอต้าก็ทำอยู่แล้ว ไร่พวกพี่ทั้งสี่คนทำกันเองไหว เจ้าจะต้องออกไปตากแดดให้ผิวขาวๆ มันเสียทำไมกัน ส่วนล่าสัตว์ไม่มีบ้านไหนให้เมียทำอยู่แล้ว” “แล้ว...นาลินต้องทำอะไรหรือจ๊ะ” เธอแกล้งถาม แต่สายตากลับกวาดมองเรือนร่างของสามีอย่าหิวกระหาย มัดกล้าแน่นบนเนื้อตัวของสี่พี่น้อง ที่ได้มาจากการทำงานหนัก มันปรนเปรอเธอได้ดีไม่แพ้กล้าเนื้อของพวกเทรนเนอร์ที่เธอเคยซื้อกินเลย “ทำอย่างที่เจ้าทำอยู่ทุกคืนก็เพียงพอแล้ว” นาลินยิ้มย่างพอใจ ทุกวันเธอแทบไม่ต้องทำมาหากินอะไรเลย งานบ้านงานเรือนผัวทั้งสี่ก็จัดการแทนให้หมด หน้าที่หลักเพียงอย่างเดียวของเธอในแต่ละวัน... คือการนอนทอดกายบำเรอความสุขสมให้กับผัวบนฟูกนอนเท่านั้น! ซึ่งหน้าที่นี้... นาลินคนใหม่ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมและถึงพริกถึงขิงเสียจนจาซูหลงหัวปักหัวปำ จนเขาแทบไม่แบ่งให้น้องๆ ได้ร่วมเตียงกับเมีย พั่บ พั่บ พั่บเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องระงมเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่า อยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่ จังหวะรักแสนเร่าร้อนซัดสาดเข้าใส่ร่างบางไม่ว่างเว้น
คืนนี้เป็นคืนแรกของพี่รองเลอต้า ที่ได้ฟัดขยำเรือนร่างอวบอัดของเธออย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณดิบ เขากระแทกกระทั้นความต้องการเข้าใส่เธอจนทรวงอกอวบอัดขนาดใหญ่เด้งขึ้นลงตามแรงรัก “นาลินไม่คิดเลยว่าลีลารักของพี่เลอต้า ก็จะร้อนแรงไม่แพ้พี่จาซูเลยแม้แต่น้อย” เสียงหวานเอ่ยชมอย่างเอาใจ “เจ้านี่ช่างปากหวานเสียจริง ข้าหลงคิดว่าเจ้าจะเสียใจที่ต้องมาเป็นเมียพวกข้าเสียงอีก” เสียงหอบเอ่ยขึ้น โดยที่เขายังคงกระแทกตัวใส่หญิงสาว “นาลินอาจจะเคยโง่เง่าคิดแบบนั้น แต่เมื่อได้ลิ้มรสท่อนสวรรค์ของพี่จาซูแล้ว นาลินก็รู้ทันทีว่านี่มันคือชีวิตที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่หา” เลอต้าแสยะยิ้มพอใจ “อ๊า...ซี๊ด...อูย....” หญิงสาวร้องคราง ตอนนี้เธอยังยอมทำตามความต้องการของผัว ด้วยท่าพื้นฐานไปก่อน แต่ในหัวเริ่มคิดอะไรสนุกๆ ไว้บ้างแล้ว พี่น้องสี่คนตกลงกันว่าจะผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันนอนกับนาลินทีละคน และคนที่จะได้อยู่กับเธอมากที่สุดคือจาซูในฐานะพี่ใหญ่ของตระกูล แต่นาลินอยากจะให้พวกเขามอบความสุขให้เธอพร้อมกันทั้งสี่คนมากกว่า แต่ก็รู้ว่าหากพูดไปตอนนี้เดี๋ยวบรรดาผัวของเธอจะตกใจ ตอนนี้ยังมีผัวอีกสองคนคือ ปาโก้ และมูก้า ที่ยังไม่เคยร่วมเตียงกับเธอเลยสักครั้ง เพราะจาซูให้เหตุผลว่ายังเด็กเกินไปหน่อย นาลินไม่ได้นอนร้องไห้จมกองน้ำตาเหมือนคนก่อนอีกแล้ว ความสามารถและชั้นเชิงบทรักจากโลกเดิมถูกนำมาใช้หลอกล่อพรานป่าผู้ไม่ประสาเรื่องกามโลกีย์ จนพวกเขากลายเป็นลูกไก่ในกำมือของเธอไปเสียแล้ว ยามที่ฝ่ามือร้อนหยาบกระด้างของพวกเขาลูบไล้เคล้นคลึงไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะที่ลับที่แจ้ง ทั้งมือ ปาก ลิ้น สำรวจไปจนทั่วตามใจปรารถนา นาลินก็ตอบสนองอย่างถึงใจ เธอแอ่นอกอวบรับสัมผัสดูดดุนขยำขยี้อย่างหิวโหย ส่งเสียงครางกระเส่าร้องขอความรุนแรงที่มากกว่าเดิม ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายชายของพรานหนุ่มให้ลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น “อ๊ะ... แรงอีกจ่ะพี่ เลอต้าแรงกว่านี้อีก... ซี้ด” เสียงหวานร้องครางลั่นห้องอย่างไม่คิดจะอายฟ้าดิน จากเด็กสาวที่เคยคิดว่าประเพณีนี้คือนรกบนดิน ตอนนี้แจมได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสวรรค์ของเธอไปเรียบร้อยแล้ว ผัวทั้งสองคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาตักตวงความหวานจากเรือนร่างของเธออย่างไม่รู้เบื่อ ทิ้งรอยประทับแห่งราคะไว้ทุกตารางนิ้วบนผิวเนียน ขณะที่เธอก็เต็มใจปล่อยให้แรงราคะแสนป่าเถื่อนกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความสุขสมตัณหาโลกีย์ “ข้าจะไม่ไหวแล้วนาลิน” เสียงเลอต้าร้องกระเส่า “อย่าเพิ่งไม่ไหวสิจ๊ะ พี่เพิ่งจะทำเองนะ” มือเรียวลูบไล้บนใบหน้าหล่อคมของผัวรอง “เจ้ายั่วยวนเหลือเกินนาลิน” “พี่เลอต้าไม่ชอบหรือจ๊ะ” “ชอบสิ...ชอบมาก อ่า...” “ชอบก็กระแทกแรงๆ สิจ๊ะ ทำเบาแบบนี้ไม่ถึงใจนาลินเลยนะ” เธอออดอ้อนอย่างเอาแต่ใจ จนเลอต้าต้องทุ่มกำลังกระแทกกระทั้นใส่เธออย่างสุดแรง จนอกอวบสะท้านตามแรงกระแทกของชายหนุ่ม “พอหรือไม่นาลิน” “พี่เลอต้าช่างเอาใจนาลินจริงๆ” เธอพูดพลางประคองศีรษะของเขาให้ก้มลงมาดูดดุนเต้าอวบของเธอ เลอต้าเมือถูกจับกดลงมาเขาก็รู้ทันทีว่าเธอต้องการให้ทำอะไร ริมฝีปากหนาดูดเลียยอดอกสีชมพูช้ำอย่างแรง เขารู้ว่าทำแบบนั้นแล้วเมียจะร้องครางอย่างสุขสม ชีวิตใหม่ของแจมในร่างนาลิน ในชนเผ่ากับผัวสี่คนของเธอกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น แซ่บทรวง และเปี่ยมสุขจนแทบจะลืมผัวเก่าเฮงซวยที่ยิงเธอตายไปหมดสิ้นคืนนั้นเมื่อทั้งสามกลับมาถึงบ้าน บรรยากาศภายในเรือนก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นาลินเดินตรงเข้าห้องนอนโดยไม่พูดกับใครแม้แต่คำเดียว เธอผลักประตูเข้าไปแล้วปิดลงตามหลัง ก่อนจะทรุดตัวนั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าซบลงกับท่อนแขนทั้งสองข้าง ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธออยากไปให้พ้นจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้นาลินไม่ชอบเลยที่ตัวเองต้องมานั่งรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าจาซูเป็นของเธอ เป็นผู้ชายคนแรกในบ้านที่คอยปกป้อง ดูแล และไม่เคยทำให้นางรู้สึกว่าต้องแย่งชิงกับใคร แต่วันนี้ภาพที่เห็นเขาไปตามหาเนลี ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดมูก้าที่นั่งรอฟังเรื่องราวอยู่บนชานเรือนลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นบรรยากาศผิดปกติ สายตากวาดมองจากจาซูไปยังเลอต้าสลับกันด้วยความสงสัย แต่ไม่กล้าถามออกไปตรงๆปาโก้ซึ่งเพิ่งลุกจากที่นอนได้ไม่กี่วันเดินออกมาจากห้องพักฟื้นอย่างช้าๆ มือข้างหนึ่งยังพยุงตัวไว้กับผนังไม้ สายตามองไปยังประตูห้องนาลินที่ปิดสนิทด้วยความเป็นห่วง“เกิดอะไรขึ้นกันแน่พี่ใหญ่ พี่รอง” ปาโก้ถามเสียงแผ่ว ร่างกายของเขายังไม่แข็งแรงเต็มที่นักจาซูไม่ตอบอะไร เพ
เสียงฝีเท้าวิ่งลุยพุ่มไม้ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนเลอต้าจะโผล่พ้นแนวต้นไม้ออกมา หอบหายใจแรงราวกับวิ่งมาไกลเขาชะงักทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า จาซูกับนาลินยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางป่า ต่างฝ่ายต่างมีสีหน้าที่ไม่ดีนัก"นาลิน..." เลอต้าอุทานออกมาด้วยความตกใจ สายตากวาดมองจากนาลินไปยังจาซูสลับกันไปมานาลินหันมามองเลอต้าทันที น้ำตาที่ยังคลอเบ้าอยู่ถูกซับด้วยหลังมืออย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง"เจ้ามาที่นี่ทำไม" นาลินหันไปถามด้วยความสงสัย มันไม่ปกติเลยที่ผัวทั้งสองคนของเธอ จะพากันมาที่นี่"ก็...ข้าเห็นว่าเจ้าหายตัวไปจากบ้านตั้งแต่บ่าย ข้าตามหาไปทั่วก็ไม่เจอ เลยออกมาตามดูนอกหมู่บ้านบ้าง" เลอต้าตอบพลางยังหอบอยู่ สายตาเลี่ยงไม่กล้าสบตากับภรรยาตรงๆ"แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าพี่จาซูอยู่ที่นี่ เพราะชื่อที่เจ้าร้องเรียก เป็นชื่อพี่เจ้าไม่ใช่ข้า" นาลินถามต่อทันที ไม่รอให้เขาตั้งตัว คำถามนั้นทำให้เลอต้าอึกอักไปชั่วขณะ ปากขยับจะตอบแต่คำพูดกลับไม่เป็นประโยคดี"...ข้า...ข้าก็แค่บังเอิญ""บังเอิญงั้นหรือ" นาลินย้อนถามกลับ สายตาเริ่มเขม็งมองสามีรองอย่างจับผิด ไม่ต่างจากที่เพิ่งจ้องจาซ
บ่ายวันนั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีใครในหมู่บ้านสังเกตเห็นความผิดปกติ จาซูรีบหาโอกาสแวะเวียนไปยังถ้ำหลังน้ำตกทันที ใจยังคงร้อนรุ่มไม่หายตั้งแต่เช้า อยากรู้ให้แน่ใจสักครั้งว่าเนลียังปลอดภัยดีอยู่เขาฝ่าม่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของนางเลยสักนิด"เนลี" เขาเรียกชื่อนางเบาๆ เสียงสะท้อนกังวานอยู่ในโพรงถ้ำ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมาจาซูรีบเดินสำรวจไปทั่วรอบๆ ถ้ำ มุมที่นางเคยนอน ซอกหินที่เคยซ่อนตะกร้า ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม เพียงแต่ไม่มีตัวนางอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว ผ้าห่มผืนเก่าที่เคยคลุมตัวนางถูกพับเก็บไว้เป็นระเบียบผิดปกติ ราวกับตั้งใจจะไม่กลับมาอีก ห่อข้าวที่เขาเอามาให้เมื่อวานก็หายไปด้วย เหลือเพียงเปลือกผลไม้ป่าที่นางเคยเก็บสะสมไว้กระจัดกระจายอยู่มุมหนึ่ง"นางหายไปไหน..." เขาพึมพำกับตัวเอง ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ มือลูบไล้ไปตามผนังถ้ำราวกับหวังจะเจอร่องรอยอะไรบางอย่างที่บอกทิศทางที่นางไปเขารีบออกจากถ้ำ เดินลัดเลาะตามเส้นทางป่ารอบบริเวณ ค้นหาไปทั่วทุกซอกทุกมุมที่พอจะนึกออก ตะโกนเรียกชื่อนางเป็นระยะแต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ความกังวลในของเขาเพิ่มมากขึ้น ภาพเหตุการณ์เช้า
เช้าตรู่วันนั้น เสียงโหวกเหวกดังขึ้นจากบ้านหลังหนึ่งกลางหมู่บ้าน ก่อนจะลุกลามเป็นเสียงตะโกนเรียกหาคนช่วยดังก้องไปทั่วทุกหลังคาเรือน"ใครก็ได้ไปตามหมอยาเร็ว! ทามอกับบูรันกำลังจะตายอยู่แล้ว!" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกรีดร้องแทรกเสียงร้องไห้ ชาวบ้านหลายคนวิ่งกรูกันเข้าไปมุงดูหน้าบ้านภายในบ้าน สองพี่น้องนอนชักดิ้นอยู่บนพื้น ปากมีฟองสีขาวไหลย้อยออกมา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด ท้องบวมเป่งผิดปกติ มือทั้งสองข้างเกร็งกำแน่นจนข้อนิ้วขาว"เมื่อคืนพวกเขากินอะไรเข้าไปกันแน่" ชายชราคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความตกใจ"ข้าเห็นมีข้าวแกงเนื้อวางอยู่ แล้วก็ไหสุราข้างนอก" หญิงสาวข้างบ้านที่มาช่วยตอบเสียงสั่น มือชี้ไปยังชามแกงที่ยังเหลือเดนอยู่บนโต๊ะหมอยาประจำเผ่ารีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา ก้มลงตรวจอาการอย่างเร่งด่วน ดมกลิ่นแกงในชามก่อนจะสีหน้าเปลี่ยนทันที"เห็ดพิษ สองพี่น้องนี้กินเห็ดพิษเข้าไป" หมอยาพูดออกมาเบาๆ แต่ก็มากพอให้คนรอบข้างได้ยินและเงียบกริบไปพร้อมกัน "สายเกินจะแก้แล้ว พิษเข้าเส้นเลือดหมดแล้ว เห็ดที่กินเข้าไปท่าจะเป็นเห็ดกวางขาว""เห็ดพิษ...แล้วใครเป็นคนเอามาให้กันเล่า" คนเป็นแม่ร้องขึ้น สีหน้าเต็มไ
คืนนั้นฟ้ามืดสนิทไร้ดวงจันทร์ เนลีนั่งขดตัวอยู่มุมถ้ำเย็นเยียบ เสียงน้ำตกซัดสาดดังอยู่ไม่ไกลปากถ้ำ มือทั้งสองข้างที่เคยอ่อนนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแผลจากบาดแผลเก่าที่ยังไม่หายสนิทดี นางเงยหน้ามองออกไปทางปากถ้ำที่แสงดาวลอดผ่านม่านน้ำตกเข้ามาเลือนราง ก่อนจะก้มลงมองตะกร้าใบเล็กที่ซ่อนไว้หลังก้อนหินก้อนใหญ่ภายในตะกร้ามีเห็ดสีขาวนวลวางเรียงอยู่หลายดอก ดูผิวเผินไม่ต่างจากเห็ดที่กินได้ทั่วไป แต่นางรู้ดีว่ามันคือเห็ดพิษชนิดที่แม่เคยสอนไว้ตั้งแต่เด็กว่าห้ามแตะต้องเด็ดขาดนางคิดเรื่องนี้มานานแล้ว นานจนไม่อาจจำได้ว่าเริ่มคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นคืนแรกที่ถูกทุบตีจนแทบสิ้นใจก่อนจาซูจะมาช่วยเอาไว้ หรืออาจเป็นวันที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับพี่น้องสองคนพร้อมกันตั้งแต่แรก ไม่มีใครในเผ่าให้ความสำคัญกับความรู้สึกของนางเลยสักครั้งหลายคืนก่อน นางแอบเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าลึกใกล้ๆ ที่พอจำเส้นทางได้จากตอนยังอยู่ในหมู่บ้าน มือสั่นเทาตลอดเวลาที่เก็บเห็ดพิษใส่ตะกร้า กลัวทั้งความมืด กลัวทั้งสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ แต่ความกลัวนั้นก็ไม่มากพอจะหยุดนางได้ ทางเดียวที่จะปลดปล่อยนางออกไปจากถ้ำนี้ ก็คือสถานะแม่หม้าย กฎ
เมื่อจาซูเดินออกมาจากถ้ำหลังน้ำตก มุ่งหน้ากลับบ้านตามทางเดิม ยังไม่ทันพ้นชายป่าไปไกลนัก ร่างของเลอต้าก็ปรากฏขึ้นยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า เขาเลือกที่จะมารอเจอพี่ชายในจุดที่ห่างจากทางเข้าหมู่บ้านพอสมควร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครได้ยินบทสนทนา สีหน้าของเลอต้าเรียบเฉย แต่แววตาดูเต็มไปด้วยความจริงจังที่จาซูมองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่"เลอต้า" จาซูเอ่ยเรียกด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจะได้เจอน้องชายที่นี่"พี่ใหญ่มีอะไรจะบอกข้าไหม" เลอต้าถามตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องพี่ชายอย่างผิดหวังคำถามนั้นทำให้จาซูชะงักไปทันที เขามองหน้าน้องชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้ตัวว่าไม่มีทางปิดบังต่อไปได้อีกแล้ว สายตาที่เลอต้ามองเขาอยู่นั้นไม่ใช่สายตาของคนที่แค่สงสัยลอยๆ แต่เป็นสายตาของคนที่รู้ความจริงมาแล้ว“พี่...” จาซูถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม "เจ้าคงตามพี่ไปจนถึงที่นั่นแล้ว" เลอต้าพยักหน้ารับโดยไม่ปฏิเสธ"งั้นพี่ก็คงต้องเล่าให้เจ้าฟังทั้งหมด" จาซูเอ่ยเสียงหนักแน่น เขาเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เจอเนลีล้มอยู่กลางป่าในสภาพบาดเจ็บสาหัส เหตุผลที่พาไปซ่อนที่ถ้ำ การแอ
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุ







