Share

บทที่ 6

Penulis: Jiulin
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-15 11:00:00

-เจ็ดวันผ่านไป-

พักนี้จวนอ๋องฉินดูจะเงียบสงบขึ้นมามากกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก เงียบมากจนบ่าวในจวนและตัวของอ๋องฉินเองยังรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าพระชายาที่ร้ายกาจผู้นั้นป่วยหนักมากหรืออย่างไร เจ็ดวันมานี้นางถึงได้นิ่งเงียบไม่เข้ามารบกวนที่เรือนใหญ่เหมือนเช่นเคย

อีกด้านที่เรือนซินหยางลู่เหยียนซินเข้าไปในมิติอีกครั้ง นางตั้งชื่อให้มันว่ามิติวิเศษเพราะมีทุกสิ่งที่นางต้องการหากขาดเหลือสิ่งใดเพียงแค่ร้องขอของสิ่งนั้นก็ปรากฎตรงหน้าทันที

ครั้งนี้นางเข้าไปหยิบกล่องยาออกมาจากตู้ยาพร้อมตำรายาโบราณหนึ่งเล่มไม่ลืมที่จะหยิบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด แตงกวา เมล็ดพันธ์ผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ ออกมาด้วย

เรือนซินหยางของนางนั้นมีพื้นที่ว่างด้านหลังเรือนกว้างขวางมากพอสมควร นางใช้พื้นที่ไปเพียง 5 หมู่[1] ในการปลูกพืชผักผลไม้ ด้านหลังจวนติดกับภูเขาและแม่น้ำเหมาะกับการปลูกพันธุ์พืชเป็นอย่างมาก

หากอ๋องบ้าผู้นั้นจะจองจำไม่ให้นางออกไปจากจวนอีกทั้งไม่รู้ปีศาจผู้นั้นจะเกิดบ้าสั่งให้งดส่งอาหารมาให้นางเมื่อไหร่ ดังนั้นนางก็ต้องสร้างอาหารของนางเอาไว้เสียเอง

"ข้าจะไม่เกรงกลัวคำขู่ของพวกเจ้าอีกต่อไปแล้ว ฮ่าๆๆ" หญิงสาวเท้าเอวก่อนจะหัวเราะร่าออกมาจนลี่ถิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นต้องมองมาที่นายสาวของตนอย่างเศร้าใจอยู่ไม่น้อย

‘นี่พระชายาของนางถึงกับใกล้เสียสติเพราะถูกท่านอ๋องลงโทษหลายต่อหลายครั้งจริงๆ น่ะหรือ’

ลู่เหยียนซินหันไปกวักมือเรียกลี่ถิงให้มาช่วยพรวนดินไว้ทำแปลงผัก ลี่ถิงเคยช่วยงานในจวนใต้เท้าลู่มาตั้งแต่ยังเล็กจึงคล่องแคล่วยิ่งนักเพียงไม่ถึงครึ่งวันการถางหน้าดินก็เสร็จสิ้น

ลู่เหยียนซินลงมือปลูกผักและสมุนไพรด้วยตนเอง เจ็ดวันมานี้ทั้งคู่จึงยุ่งอยู่กับแปลงผักหลังจวนจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบซุ่มดูพวกนางอยู่

ชิงอีกับเฟยหยาสององค์รักษ์คนสนิทของอ๋องฉินเดินเข้ามาในห้องตำราและรีบรายงานเรื่องราวที่ได้รับฟังมาจากทหารในจวนอีกที

"ท่านอ๋องทหารที่ส่งไปสอดแนมที่เรือนซินหยางรายงานมาว่าเห็นพระชายาขุดดินด้านหลังจวนพ่ะย่ะค่ะ"

"ขุดดิน?"

อ๋องฉินวางตำราลงแววตามีความฉงนสงสัยในตัวของนางมากขึ้น

‘หลายวันมานี้ที่นางไม่มาก่อกวนเขาเลยเพราะมัวแต่ขุดดินอยู่อย่างงั้นหรือ’

"ไปบอกนางว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมตัวเข้าวังพร้อมข้า"

"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"

ชิงอีรับคำสั่งก่อนจะมุ่งหน้าไปที่เรือนซินหยาง สถานที่ที่เขาเองก็อยากจะเข้าไปสำรวจอยู่เช่นกันเพราะได้ยินมาจากบ่าวรับใช้ในจวนที่เข้าไปส่งอาหารที่เรือนแห่งนั้นบอกว่ามีผลไม้แปลกตาในเรือนของพระชายาดูน่ากินอยู่ไม่น้อยนั่นเอง

-เรือนซินหยาง-

หลังจากลู่เหยียนซินกับลี่ถิงลงมือปลูกผักและสมุนไพรกันเสร็จเรียบร้อยทั้งสองก็นั่งลงพักอยู่ใต้เงาต้นไม้ใหญ่อย่างสบายใจ ยังดีที่นางไม่ลืมหยิบเอาพวงองุ่นและผลแตงโมออกมาจากมิติวิเศษด้วยอากาศร้อนๆ เช่นนี้ได้กินของเย็นๆ พวกนี้ช่างชื่นใจยิ่งนัก

พวกนางนั่งกินผลไม้ไปได้ไม่นานหางตาก็มองเห็นชิงอี องครักษ์คนสนิทของอ๋องฉินเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

"พระชายา ท่านอ๋องให้มาบอกท่านว่าพรุ่งนี้ต้องเข้าวังพร้อมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"

"เข้าวังงั้นหรือ แล้วทำไมข้าต้องไปกับท่านอ๋องของพวกเจ้าด้วยล่ะไม่ให้คุณหนูหยางผู้นั้นไปเช่นเคยกันเล่า"

"เอ่อ เรื่องนั้นข้าน้อย..."

"หยางซูฉินหาได้เป็นชายาของข้าไม่ หรือเจ้าต้องการมอบตำแหน่งนี้ให้นางแทนเช่นนั้นก็ไปบอกกล่าวกับฮองเฮาเอง"

น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นด้านหลังของนาง ลู่เหยียนซินไม่หันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร

"แล้วข้าพูดเมื่อไหร่ว่าจะไม่ไปล่ะเพคะ"

อ๋องฉินมีสีหน้าเหนื่อยใจอย่างเห็นได้ชัด ‘ไม่ใช่เมื่อครู่นางเป็นคนบอกเองหรอกหรือว่าจะให้หยางซูฉินไปแทน’

หากเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่จำเป็นต้องเดินมาพูดย้ำกับนางเช่นนี้เป็นแน่ แต่เวลานี้สตรีผู้นี้ว่าง่ายเหมือนเดิมเสียที่ไหนกัน

ลู่เหยียนซินมองเห็นประกายความโกรธเสี้ยวหนึ่งในแววตาของเขา นางรีบลุกขึ้นและรีบพูดอย่างเอาใจว่า

"รู้แล้วๆ ท่านอ๋องไปพักผ่อนเถอะเพคะหม่อมฉันจะกลับเข้าข้างในแล้ว"

"ข้าก็ไม่ได้อยากจะอยู่นานเสียหน่อย"

พูดจบก็รีบก้าวท้าวเดินออกจากเรือนซินหยางมุ่งสู่เรือนใหญ่ทันที นางเบ้ปากให้กับกิริยาที่ดูเหมือนจะถือตัวของเขา

"เป็นอะไรของเขาทำเหมือนข้าอยากเข้าใกล้นักล่ะ”

หญิงสาวทำท่าทางล้อเลียนจนลืมไปว่าชิงอีกับลี่ถิงยังคงยืนอยู่ตรงนี้

“อะ เอ่อ” ลู่เหยียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบหยิบเอาแตงโมที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ในจานส่งให้ชิงอี

“เจ้าเอาไปกินดูสิหวานฉ่ำอย่าบอกใครเลยล่ะ”

“ให้ข้าน้อยหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่มียาพิษหรอกน่าเจ้าวางใจได้ลี่ถิงก็กินบ่อยจริงหรือไม่” ท้ายประโยคนางหันไปมองสาวใช้ของตน ลี่ถิงพยักหน้าพลางยิ้มอย่างใสซื่อเป็นการยืนยันว่าผลไม้ตรงหน้าเขานั้นกินได้

“ขอบคุณพระชายาข้าน้อยทราบซึ้งน้ำใจของท่านมากพ่ะย่ะค่ะ”

“คำพูดหวานหูพวกนี้ไปได้มากจากไหนกันตรงข้ามกับเจ้านายของเจ้าเสียจริง”

“คะ คือว่า”

“ช่างมันเถอะถือเสียว่าไม่ได้ยินที่ข้าพูด เอาล่ะลี่ถิงไปกันเถอะข้าอยากอาบน้ำแล้วเหนื่อยจะแย่"

"เพคะพระชายา"

ทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในเรือนทิ้งไว้เพียงชิงอีที่ทำหน้างุนงงกับคำพูดของลู่เหยียนซินและที่สำคัญสาวใช้ของนางก็ดูจะฟังเข้าใจอีกด้วย

‘พระชายาดูเปลี่ยนไปจริงๆ ด้วย’

วันรุ่งขึ้นลู่เหยียนซินถูกปลุกให้ไปอาบน้ำตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาวเหมือนคนที่นอนยังไม่เต็มตื่นดวงตายังคงปิดสนิทอีกทั้งริมฝีปากเรียวบางนั้นก็ยังคงหาวหวอดๆ ออกมาอย่างไม่เอียงอายเลยแม้เพียงนิด

“ลี่ถิงข้าต้องแต่งตัวเช้าถึงเพียงนี้เลยหรือ”

“เตรียมตัวไว้เพคะพระชายา ท่านยังต้องกินอาหารก่อนเข้าวังอีกหากว่าท่านอ๋องต้องคอยนานเกรงว่าอาจจะถูกทำโทษอีก”

“ทำโทษๆ อะไรก็ทำโทษอยู่นั่นล่ะชีวิตของเขาตึงเกินไปหรือไม่นะ”

“พูดอะไรเพคะ ลุกขึ้นได้แล้ว”

“รู้แล้วน่า”

หญิงสาวอิดออดเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามสาวใช้คนสนิทอยู่ดี

ทางด้านเรือนฉางหมิงเมื่อเห็นว่าจวนจะสายแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นว่านางออกมาจากเรือนเสียที อ๋องฉินที่กำลังจะสั่งให้ชิงอีไปเรียกนางในเวลาไล่เลี่ยกันลู่เหยียนซินก็เดินออกมาพอดี

นางสวมชุดกระโปรงสีชมพูหวานปักลวดลายดอกไม้สวยงามขับสีผิวขาวเนียนใส ที่เอวยังคาดเครื่องประดับสีเดียวกันทำให้เอวระหงยิ่งดูอรชรมากขึ้นดูอ่อนช้อยน่าหลงใหล มวยผมที่เกล้าขึ้นยังมีที่ปักผมรูปหางหงส์หยกดิ้นทองประดับอยู่เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆ หวานใส แก้มแดงระเรื่อเมื่อโดนแสงแดดกลับสว่างใสมีเลือดฝาดขึ้นมาทันที

“ไปกันได้หรือยังข้ามีงานต้องกลับมาทำต่อนะ”

“?”

‘เป็นเขาที่รอนางนานไม่ใช่หรืออย่างไรกัน นางมาช้ายังจะกล้าบ่นอีก’

อ๋องฉินส่ายหัวให้นางก่อนจะเดินนำหน้าไปยังหน้าประตูจวน ลู่เหยียนซินที่เดินตามออกมาก็หันซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นจะมีรถม้าอยู่เลยสักคัน

‘ไหนบอกว่ารีบ รถม้าสักคันก็ไม่เห็นจะเตรียมเอาไว้แล้วจะมาเร่งนางทำไมกัน’

ลู่เหยียนซินที่มัวแต่ชะเง้อคอมองหารถม้าอยู่นั้นไม่ทันได้สังเกตว่าชิงอีกำลังจูงอาชาประจำกายของอ๋องฉินมาทางด้านหลัง อ๋องฉินกระโดดขึ้นม้าพร้อมทั้งเอี้ยวตัวไปคว้าเอวบางของนางขึ้นมานั่งซ้อนด้านหน้าของตนเองด้วยความรวดเร็ว

“ว๊าย! ท่านจะทำอะไร” 

ลู่เหยียนซินตื่นตะหนกตกใจเป็นอย่างมาก อยู่ๆ อ๋องบ้าผู้นี้ก็คว้าเอวนางขึ้นบนหลังม้าไม่บอกกล่าวอะไรสักคำ หัวใจจะวาย

“อยู่นิ่งๆ อยากตกม้าตายหรืออย่างไร”

“ข้านึกว่าพวกเราจะนั่งรถม้าไปเสียอีก”

“รถม้าช้าไปข้ารอเจ้าแต่งตัวนานจนเกินเวลาแล้ว ฝ่าบาทกับฮองเฮาจะรอนาน”

“แล้วเหตุใดท่านไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า”

อ๋องฉินพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายออกแรงส่งควบม้าไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด

คนทั้งคู่นั่งอยู่บนหลังม้าไร้การสนทนากันแผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ใกล้ชิดจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดข้างพวงแก้มของนาง

- - - - - - -

เชิงอรรถ

[1] 1 หมู่ = 666 ตารางเมตร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 56

    องค์รัชทายาทย่างกรายเข้าไปในห้องทรงอักษรโดยมีองค์รักษ์คนสนิทที่รอคอยผู้เป็นนายอยู่ก่อนหน้านี้รีบเดินตามเข้าไปด้วย“องค์รัชทายาทกระหม่อมมีเรื่องจะมารายงานพ่ะย่ะค่ะ”“มีอะไร”“กระหม่อมส่งคนไปสอดส่องที่จวนของอ๋องอี้แล้วแต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะป้องกันเอาไว้แน่นหนามิอาจเข้าไปภายในได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”“อย่าใจร้อนค่อยเป็นค่อยไป”“แต่หากว่าทิ้งไว้แบบนี้พระชายาอี้จะไม่คลอดก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”“คลอดแล้วอย่างไรเวลานี้คนที่เป็นองค์รัชทายาทก็คือข้า ไม่ใช่อ๋องอี้ไม่ใช่อ๋องฉินมีสิ่งใดต้องกังวล”“แต่ว่า”“พอได้แล้วข้าต้องการพักผ่อนเจ้าออกไปก่อน”“พ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทนั่งลงบนเก้าอี้มังกรทองคำก่อนจะหลับตาลงพลางนึกไปถึงใบหน้าอ่อนโยนของพระชายาในเมื่อก่อน ที่เขาพยายามทำให้หนทางเพื่อให้ตำแหน่งนี้มั่นคงก็ไม่ใช่เพราะนางหรอกหรือ เหตุใดนางถึงได้มีท่าทีเฉยเมยกับเขาเช่นนี้กันและแล้วงานชมดอกไม้ก็มาถึง งานนี้ถูกจัดขึ้นในพระราชฐานชั้นในมีฮองเฮาเป็นแม่งานโดยมีเหล่าพระสนมรวมไปถึงองค์หญิงมาร่วมงานกันอย่างครึกครื้น“พระชายาซุนไม่เห็นท่านเข้าวังนานแล้วรู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”“ไม่ได้พูดคุยกันตั้งนานข้าเองก็คิ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 55

    ตำหนักเหลียนฮวา“องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”พระชายารัชทายาทที่กำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้อยู่ในห้องโถงของตำหนักนั้นได้เอ่ยถามสาวใช้คนสนิทของตนพลางปาดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นบริเวณหน้าผากออกพักนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองนั้นแปลกไปรู้สึกว่าเหนื่อยง่ายมากขึ้น หมอหลวงที่มาตรวจอาการก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ เลยสักเพียงนิดเมื่อก่อนอาจจะเป็นเพราะว่านางคิดมากเรื่องการมีลูกมากเกินไปจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอลง แต่เมื่อพักหลังมานี้ที่องค์รัชทายาทเริ่มเปลี่ยนไปนางก็เริ่มปลงตกเลิกคิดฟุ้งซ่านในทุกวันจึงหางานในวังทำเพื่อไม่ให้จิตใจว้าวุ่นแต่เหตุไฉนถึงยังมีอาการเหมือนเดิม‘หรือเพราะว่านางพักผ่อนไม่เพียงพอกระนั้นหรือ’“ใช่แล้วเพคะพระชายา”สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังเล็กพูดขึ้น เด็กสาวมีสีหน้ากังวลอยู่ไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจะห่างเหินกับผู้เป็นนายของตนและเวลานี้ยิ่งเขากลับมาแล้วแต่พระชายาไม่ได้อยู่ต้อนรับนั่นอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงหรือไม่และยิ่งไปกว่านั้นคือคนที่องค์รัชทายาทไปพบเป็นคนแรกดันเป็นซูม่านเห

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 54

    เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ลู่เหยียนซินเดินทางไปมาระหว่างจวนอ๋องอี้และจวนอ๋องซุน เพราะรถม้าของจวนอ๋องฉินอยู่ๆ ก็พังจนใช้งานไม่ได้ครั้นอยากจะซื้อใหม่ก็ดูเหมือนว่านางยังต้องเก็บเงินสำหรับการสร้างโรงหมออีกมากจึงไม่อยากเสียเงินซื้อของที่ยังไม่จำเป็นในเวลานี้และโชคยังดีที่อ๋องอี้ส่งรถม้ามารับนางและคอยกำชับให้สารถีดูแลรับส่งนางไปที่จวนของอ๋องซุนด้วยทำให้หญิงสาวคลายกังวลลงไปมาก“เหยียนเอ๋อวันนี้เจ้าพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”เสียงของอ๋องฉินดังไล่หลังมา หญิงสาวหันไปมองเขาเพียงครู่เดียวก็หันกลับไปปิดกล่องยาแล้วแบกขึ้นมาสะพายที่ไหล่เอาไว้“ข้าจะไปที่จวนของอ๋องซุนเสียหน่อยดูสิว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าคิดว่าเจ้าจะไปที่จวนพี่รองเสียอีก”“เมื่อวานข้าให้ยาบำรุงเผื่อเอาไว้ให้พระชายาอี้สำหรับกินสามสี่วันแล้ว”“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่”“อาการตั้งครรภ์ไม่น่าเป็นห่วงแต่เมื่อไหร่ท่านจะบอกข้าเสียทีว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเรากันแน่” ลู่เหยียนจ้องมองเขาสีหน้าและแววตาที่ใสซื่อไร้เดียงสาของนางยิ่งทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนนั้นนางน่าจะลืมไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ความทรงจำ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 53

    ลู่เหยียนซินจับชีพจรของพระชายาอี้ได้เพียงไม่นานก็ระบายยิ้มออกมาก่อนจะหันไปหยิบเอากล่องยาข้างกายของตนขึ้นมาวางบนตัก แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาหนึ่งกระบอกพลางไล่อากาศออกจนมองเห็นน้ำในหลอดบางส่วนกระเซ็นออกมาพระชายาอี้จ้องมองการกระทำของอีกฝ่ายตาโตโดยที่ไม่รู้เลยว่ามืออีกข้างของลู่เหยียนซินดึงสาบเสื้อของนางลงตั้งแต่เมื่อไหร่พระชายาอี้รู้สึกได้ถึงความเย็นจากบางสิ่งหญิงสาวก้มหน้าลงไปก็เห็นมือขาวๆ ของลู่เหยียนซินถือของบางอย่างที่มีสีขาวสะอาดตานุ่มละมุนแต่กลับเย็นสบาย นางถูวนรอบหัวไหล่เพียงไม่นานไม่ทันที่พระชายาอี้จะเอ่ยถามลู่เหยียนซินก็ใช้เข็มในมืออีกข้างนั้นแทงไปที่แขนของนางอย่างรวดเร็ว“อ๊ะ! อะไรกันเนี่ย”“ข้าแค่ฉีดยาให้ท่าน อย่าได้กังวลไปเลยท่านอ๋องเองก็โดนบ่อย”“ห้ะ” สีหน้างุนงงของพระชายาอี้ทำเอาลู่เหยียนซินแอบขำเล็กน้อย“นางเป็นอย่างไรบ้างหรือ”อ๋องอี้ที่เดิมถูกอ๋องฉินชักชวนให้นั่งรอที่ห้องโถงรับแขกแต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็เดินกลับมาในห้องรับรองเพื่อมาเฝ้าดูอาการพระชายาอี้อีกครั้งสีหน้าวิตกของเขาทำให้ลู่เหยียนซินนึกไปถึงวันที่อ๋องฉินได้รับรู้ว่านางตั้งครรภ์ลูกแฝด คนทั้งคู่แม้จะต่างมารดาแ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 52

    “ว่าอย่างไร ข้ารอฟังอยู่”อ๋องฉินชั่งใจอยู่นานคิดว่าควรที่จะพูดกับไท่ซ่างหวงดีหรือไม่ สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า“หลานคิดว่าในวังมีเด็กๆ น้อยเกินไปอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักสี่ห้าคนให้เสด็จปู่คลายเหงาท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”‘จะ เจ้าเด็กนี่!’ ไท่ซ่างหวงกัดฟันกรอดพยายามคิดเสียว่าเขาคงคาดหวังจากหลานชายผู้นี้มากจนเกินไป ชายแก่หลับตาลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเงยพระพักตร์จ้องมองอ๋องฉินที่ไม่รู้ว่าย้ายไปนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องบรรทมตั้งแต่เมื่อไหร่‘นี่เขาแก่มากไปหรือไม่ประสาทรับรู้ถึงได้ถดถอยถึงเพียงนี้’“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลอยู่กระนั้นหรือ”“หรือไม่จริงพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้เสด็จแม่ไหนจะเสด็จพ่อต่างก็รบเร้าให้เหล่าองค์ชายมีทายาทเร็วๆ แม้ว่าเสด็จพี่รัชทายาทจะยังไม่มีองค์ชายแต่องค์หญิงก็ใช่ว่าจะไม่มี”“เจ้าจะพูดอะไร” “หืม หลานก็พูดไปแล้วเสด็จปู่ไม่เข้าใจตรงไหน”เมื่อไท่ซ่างหวงที่คิดว่าหลานชายผู้นี้ไม่ได้เรื่องอยู่นั้นแต่เมื่อได้ฟังจากประโยคสุดท้ายและแววตาที่มองส่งมาก็ทำเอาเขารีบเปลี่ยนความคิดขึ้นมาทันทีอ๋องฉินจ้องมองไท่ซ่างหวงด้วยแววตาที่มีควา

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 51

    “ก็รถม้าของจวนพี่รองของข้าอย่างไรเล่า ท่านเองก็เคยเห็นในตอนที่เขาใช้มันเดินทางไปที่วังหลวงในพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทมาก่อนนะ”“ข้าเคยไปงานนั้นด้วยหรือ”“พี่สะใภ้เรื่องพวกนี้ท่านลืมไปได้อย่างไรกัน”“คือว่าข้าอาจจะทำงานหนักมากเกินไปหรือไม่ก็ตอนที่เกิดเรื่องในจวนอาจจะทำให้ข้าจดจำเรื่องราวบางอย่างในอดีตไม่ได้น่ะ”“เป็นเช่นนั้นเองหรือ”ลู่เหยียนซินพยักหน้าให้เขาพลางหันกลับไปมองที่รถม้าคันนั้นอีกครั้ง“พี่รองของข้าก็คือองค์ชายรอง อ๋องอี้อย่างไรเล่า”“แล้วเหตุใดท่านถึงทำท่าทางเหมือนตกใจที่เห็นเขาล่ะ”“ก็พี่รองไปอยู่ที่ชายแดนตะวันออกนานแล้วตั้งแต่ครั้งที่เสด็จพ่อแต่งตั้งองค์รัชทายาทเขาก็เดินทางออกนอกเมืองหลวงไปเลย ไม่คิดว่าอยู่ๆ ก็กลับมาน่ะสิถึงได้แปลกใจนิดหน่อย”“อย่างนั้นเองหรือ”“ว่าแต่พี่สะใภ้ท่านบอกว่ามีที่ที่ต้องไป จะไปที่ไหนงั้นหรือ”ลู่เหยียนซินหันมาจ้องมองน้องสามีอีกครั้งพลางระบายยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนร้านโอสถ“องค์ชายสี่เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”“ข้าไม่ชอบกลิ่นยา”“หอมจะตายไป”“พี่สะใภ้จมูกของท่านน่าจะใช้การไม่ได้แล้วกระมังกลิ่นฉุนเพียงนี้มันจะหอมไปได้อย่างไรกันเล่า”เขาพูดพลางเอามื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status