Se connecter“วันพระแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ย”
เธอรู้แล้วว่าวันพระ แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังอะไรขนาดนี้ แถมยังตื่นตระหนกเอามาก ๆ อีกอย่างที่แปลกไปจากปกตินั่นคือเขาไม่ได้พาเธอเข้าห้องนอนอย่างเช่นทุกวัน กลับพาเธอมาอีกห้องหนึ่งซึงอยู่ท้ายสุด นั่นก็คือห้องพระ “แล้วทำไมต้องมาอยู่ในห้องนี้ล่ะ? ห้องนอนอยู่อีกฝั่งไม่ใช่หรือไง” เธอก็บ่นของเธอไปส่วนเขาก็ดูเครียดผิดปกติ เขาปิดประตูและเตรียมดึงสายสิญจน์นั่งตรงกลางห้อง และเตรียมที่นอนให้เธออยู่ตรงหน้าเขา ลมเย็นที่พัดผ่านมาทางหน้าต่างทำเอาขนกายลุกซู่ลมเย็นเริ่มมาเป็นระรอก และเริ่มแรงขึ้น ๆ ฟ้าก็เริ่มมืด บรรยากาศดูพิลึกชอบกล ยิ่งมีสายสิญจน์ล้อมรอบกายยิ่งเพิ่มความน่าขนลุกขึ้นมาอีกเท่าตัว “นอนในนี้มันก็เขินแย่น่ะสิ” เธอพูดคนเดียวอีกแล้ว เพราะเขาไม่พูดอะไรเลย เธอยอมนอนก็จริง แต่มันก็นอนไม่หลับเช่นเคย เพราะวันนี้คนที่เคยนอนข้างกายนั้นผิดแปลกไป เขานั่งสมาธินิ่งเงียบไม่เหมือนไอ้บ้าน้ำลายไหลย้อยแบบเมื่อตอนกลางวัน ไม่พูดไม่จาจนเธอเริ่มอยู่ไม่สุข “พึ่งจะหัวค่ำใครมันจะไปหลับลงกัน” เขานั่งสมาธิก็จริง แต่มือก็จับข้อมือเธอไว้ไม่ปล่อย ท่าทางเขาก็เหมือนจะปกติขึ้นมา แปลกมาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอีกแล้ว เธอกำลังจะข่มตานอนแต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงบางสิ่งกระทบกันทำให้เธอลืมตาตื่น “กึก กัก กึก กัก” เสียงที่ดังจากตรงมุมห้อง บรรยากาศรอบ ๆ ทำเธอใจไม่ดีแล้ว แสงไฟจากตะเกียงสาดไป เห็นอะไรขาว ๆ แวบไปแวบมา นอกสายสิญจน์นั่นเหมือนจะมีร่างของใครบางคน เป็นร่างเล็ก ๆ “นั่น…” นั่นคืออะไร? ในนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยเหรอ? “นั่นใคร?” สิ้นเสียงนั้นก็เกิดเป็นความน่าสะพรึงที่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้น! “แก่ก ๆ ๆ” เสียงเคาะตามผนังบ้านเริ่มดังขึ้น ลมก็เริ่มแรง สักพักก็มีเสียงขูดกับผนังบ้าน หญิงสาวดีดตัวลุกนั่งทันที เขาก็เอาแต่พึมพำอะไรสักอย่างฟังไม่รู้เรื่อง และที่ทำเธอตกใจมากกว่านั้นก็คือ จู่ ๆ คนที่จับมือเธอแน่นตอนนี้กลับนอนดิ้นพล่าน! ทุรนทุรายคล้ายกับคนกำลังเจ็บปวดแสนสาหัส! “อึก! อั่ก!” “นะ! นายเป็นอะไรไป!” “อึก!” เขาดูทุรนทุรายจนน่าสงสาร ตามตัวแดงไปหมด ดวงตาก็แดงก่ำจนน่ากลัว “ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ!” เริ่มกลัวแล้วจริง ๆ นะโว๊ย! “เฮ๊ยยยยย!” “ออกไป! ออกไปให้หมด! อย่ามายุ่งกับเมียกู!” เขาร้องตะโกนเหมือนคนเสียสติ ปัดป่ายรอบตัวแต่ไม่เคยปล่อยมือเธอ เธอเองก็สติแทบหลุดเหมือนกัน เพราะจู่ ๆ เธอก็เห็นผีเด็กไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขาสั้นเท่านั้น! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเธอกันแน่! . . . “ไม่อยู่แล้วโว๊ยยย” เพราะสิ่งที่เธอเห็นและสัมผัสเมื่อคืนนั้น ทำเอาเธอหัวฟูเกือบจับไข้หัวโก๋น สภาพคือดูไม่ได้แล้ว! ไม่รออะไรทั้งนั้น เธอรีบเก็บเอาเสื้อผ้าและของกินเตรียมหนี เธอกำลังจะทิ้งเขาที่นอนจับไข้ตัวสั่น อยู่ต่อก็บ้าตายน่ะสิ… ไม่มีใครโง่อยู่กับคนที่สติไม่ดีบ้า ๆ บอ ๆ แบบเขาหรอก ยกเว้น… “อึก~~ ชบา~” แต่ทว่าเสียงเรียกที่เบาหวิวนั่นกลับทำให้เธอชะงักเท้าไป ทำไมถึงก้าวไม่ออกกันนะ ตัดใจทิ้งเขาไปตั้งแต่ตอนนี้ซะก็จบเรื่อง แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ! “กึก” จะหยุดทำไมวะ! “อย่ายุ่งกับเมียกู~” เสียงนั้นสั่นมาก ต่อให้จะเวลาไหนเขาก็ยังเป็นห่วงเจ้าของร่างนี้จริง ๆ เหมือนเป็นโลกทั้งใบของเขา ทำไมเธอถึงไม่เคย… ไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มาก่อนกันนะ ต่อให้เธอไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของเขา “เมื่อคืนนายเป็นอะไรกันแน่?” ไม่รู้ว่าเพราะเหม่อลอยถึงขั้นไหน เธอถึงเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกายเขาได้ หนำซ้ำยังยื่นใบหน้ามามองเขาที่เพ้อด้วยพิษไข้อีกต่างหาก “เฮ้อ~~ ตัดใจทิ้งจะบาปไปไหมนะ” สุดท้ายก็ไปไม่ได้อยู่ดี เห็นเขาอยู่ในสภาพนี้ก็ทิ้งไปไม่ลง “ชบา~ อย่าทิ้งกูไปอีกเลย” “หนาว~” เสียงของเขาทั้งสั่นทั้งเบา ทำเอาต่อมคนไทยใจดีของเธอสั่นไหวเลยทีเดียว “ต้องโทษฉันที่เป็นคนดี อื้ม” เธอรีบเข้ามากอดเขาไว้ เพราะอีกฝ่ายคว้ามือปัดป่ายไปมาอย่างคนหาที่พึ่ง เธอสงสารจึงเข้ามากอดปลอบเขา ไม่ได้ตั้งใจจะหาเศษหาเลยจากร่างกำยำล่ำสันนี่สักหน่อย ถึงเธอจะชอบดูผู้ชายหล่อ ๆ ก็เถอะ แต่แน่นอนว่าเขาน่ะเป็นข้อยกเว้น เธอคอยสังเกตดูอาการเขาสักพัก ตอนนี้เขายังมีไข้อยู่ ตัวยังร้อนเป็นไฟ เธอจึงอาสาช่วยหาผ้าหาน้ำใส่กะละมังมารับบทเมียที่แสนประเสริฐ? คอยดูแลเอาใจใส่ผัวมั้ง “เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นายแล้วกัน จะได้หายไว ๆ” ฉันก็จะได้ไปจากนายสักทีไง รีบ ๆ หายได้แล้วจ้ะพ่อหนุ่ม… “อื้อ!” แต่หมอนี่ดันรั้นใช้ได้ พลิกตัวหลบไม่ยอมให้เธอเช็ดตัวโดยง่าย นี่เด็กสามขวบยังไม่เรื่องมากเท่าเขาเลยนะ! “มานี่ ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ จะได้เช็ดให้ไข้ลด นายอยากหายไหมถามจริง” “…” “ถ้าไม่ยอมทำตามที่ฉันสั่งฉันจะลงจากบ้านไปตอนนี้ และจะไม่กลับมาอีก” ประโยคนั้นแม้ไม่ดังมากนักแต่ก็ไม่เกินความสามารถในการได้ยินและได้ฟังของคนที่นอนอยู่ เหมือนประโยคนั้นกระแทกใจเขาอย่างแรง จนถึงขั้นน้ำตาคลออีกหน “ไม่!” เขารีบคลานกลับมาทันที เออ! ให้มันได้แบบนี้สิวะพ่อหนุ่ม ฉันรู้จุดอ่อนของนายแล้ว จุดอ่อนของนายคือฉันนี่เอง หลังจากหาข้าวหาน้ำมาให้เขากินเสร็จเรียบร้อย ก็เป็นเวลาที่เธอจะได้พักกินข้าวบ้าง เมื่อมีเวลาพักจึงได้นึกคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอรู้สึกว่ามีหลายอย่างที่ผิดแปลกชอบกล มีพิรุธให้น่าสงสัยอยู่หลายส่วน ตั้งแต่อาการประหลาดของเขาที่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งเสียงประหลาดที่เคาะตามผนังบ้าน และ… “อ๊ะ” เพราะมัวแต่ใจลอยนึกถึงเรื่องนั้น ทำให้เธอมือไม้อ่อนแรงทำของกินหล่นพื้น ด้วยความเสียดายเธอจึงกำลังจะก้มเก็บแต่ทว่ากลับมีมือเล็ก ๆ มาดึงไปก่อน มือเล็ก ๆ นั่น คือมือเด็ก! “อึก!” โดนกลางวันแสก ๆ เลยตรู! “งั่ม งั่ม~” เสียงกินที่ดังเข้าโสตประสาททำเอาสมองเธอชาวาบ ร่างทั้งร่างแข็งเป็นท่อนไม้หันขวับไปอีกฝั่ง เธอตกใจมากก็จริง แต่กลับฝืนแกล้งทำเป็นไม่เห็นสิ่งมีชีวิต ไม่สิ! ไม่มีชีวิตต่างหาก ดูยังไงก็ไม่ใช่คนแน่นอน เงาไม่มีแล้วหนึ่ง! เท้าสองข้างก็จางบ้างก็เห็นสลับกับมองไม่เห็น! แจ็คพอตแตกที่เธอ เจอดีเข้าแล้ว!เมื่อหลับตาเข้าสู่ความเงียบและความมืด จู่ ๆ ร่างของหญิงสาวใบหน้างดงามก็ปรากฏขึ้น เธอผู้นั้นกำลังถือบางสิ่งบางอย่างไว้แน่น มือยังสั่น ๆ คล้ายกับกำลังหวาดหวั่นกับบางสิ่ง ทว่าแววตากลับดุดันยิ่งนัก ช่างไม่เหมือนคนกำลังกลัว…“มึงจะกล้าเอายานี่ให้ไอ้เมฆผัวมึงกินจริงหรือ?”“กล้าจ้ะ ฉันกล้า ฉันเชื่อพ่อหมอกาแก้วจ้ะ” นะนั่นมันเธอเหรอ! แล้วผีตนนั้นนี่ ก็ว่าทำไมถึงดูคุ้นชินกันนัก ที่แท้ก็เคยสมคบคิดกันนี่เอง!“ฉันขอแค่ให้เขารักฉัน หลงฉัน ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ทำได้ทั้งนั้น”นี่ความรักมันบังตาเธอจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเลยเหรอ! ถึงเธอไม่ทำแบบนี้เขาก็รักเธออยู่แล้ว แต่เธอกลับ…บ้าบอจริง ๆ!!เธอวิ่งตามร่างนั้นไปในความฝัน ไปดูทุกอย่างที่เจ้าของร่างนั้นทำไว้ ไม่แปลกใจเลยที่ไม้เคยบอกว่าเขาเคยเกลียดเคยหมางเมินกับชบาในร่างเดิม นั่นเพราะนิสัยหวังได้เช่นนี้เอง เธอเห็นทุกอย่าง เห็นทั้งความผิดของเธอและเขา เห็นและรับรู้ทุกอย่างภายในห้วงฝันนั้นความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาทำเอาเธอหายใจลำบาก ลำคอตีบตันสะอื้นไห้ราวกับจะขา
“อย่ามาหลอกคนแก่ให้ดีใจเก้อเชียว”เขาแกล้งพูดหยอกล้อสาวเจ้า เขาเชื่อแววตาของเธอ เชื่อว่าเธอจะไม่ทิ้งเขาไปไหนแน่นอน มือที่สั่นเทาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้นยกขึ้นประคองใบหน้าสวยหวานชวนมอง แม้จะมอมแมมเหมือนเจ้าเด็กน้อย ทว่ากลับไม่ได้ทำให้ความงามของคนตรงหน้าลดน้อยลงได้เลยสักนิด“ใครจะหลอกลงเล่า ฉันพูดจริงนะ” เธอไม่คิดจะหลอกเขาอยู่แล้ว หากไม่ใช่เขาแล้ว ก็ย่อมไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้แน่นอน“งั้นมึงช่วยบอกให้กูมั่นใจหน่อยสิว่า…”“ฉันรักพ่อหมอเมฆ รักพ่อหมอเมฆที่สุด^^”คำบอกรักนั่นล้วนมาจากใจจริง ความสุขพุ่งพล่านจากก้นบึ้งของหัวใจ มากล้นจนไม่สามารถกักเก็บจนแสดงผ่านสีหน้า แววตาส่งผ่านความรู้สึกแสนฟูฟ่อง เมื่อความรักก่อเกิดความรู้สึกกลมกล่อมก็หมุนวนในลมหายใจของคนทั้งสอง“ดี ดี” เขาเขินจนใบหน้าแดงแจ๋ลามไปจนถึงใบหู ยิ้มกว้างจนแก้มแทบแตก แทบระงับความดีใจนี้ไม่อยู่ คล้ายกับว่าตัวนั้นกำลังลอยขึ้นอย่างไรอย่างนั้น“ทีนี้มั่นใจได้หรือยังจ๊ะ” หญิงสาวแกล้งเอียงคอถามชายหนุ่มตรงหน้า
“ฮือ ฮือ” เธอก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นนานสองนาน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าร้องไปกี่ชั่วโมงแล้ว ในใจปวดหนึบจนทนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ราวกับจะขาดใจตายเป็นหนที่สอง จนกระทั่งมีเสียง ๆ หนึ่งดังเข้ามาในหู เรียกให้เธออยากเงยหน้าขึ้นมามอง“เอ๋~ นั่นใครมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้กัน?”“ฮึก~ ปะ เป็นผีเหมือนกันเหรอ?” เธอเงยหน้าถามด้วยความสงสัย คนที่เห็นผีด้วยกันได้อย่างมากก็ต้องเป็นเพื่อนผีด้วยกันแหละน่า ถ้าอย่างนั้นก็นับว่าโชคดีหน่อยที่พอจะมีคนให้ระบายความขุ่นเคืองในใจตอนนี้“กรี๊ดดดดด นี่มันผีอีชบานี่!” สาวเจ้าผู้นั้นเพียงแค่เห็นว่าคนที่เงยหน้าขึ้นมานั้นเป็นใครถึงกับกรีดร้องลั่น วิ่งกระเจิดกระเจิงราวกับคนโดนผีหลอกแน่ะ แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นเรียกเธอว่าชบานี่!“หา!!!” เสียงร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อเธอสำรวจร่างกายของตนก็พบว่าเธออยู่ในชุดผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าสีฟ้า! สำรวจรอบกายมีหนองน้ำ ไม่รอช้าเธอรีบวิ่งไปชะโงกดูเงาของตนในน้ำทันทีด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด“ทะ ทำไมกลับมาอยู่ในร่าง
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้ารูปไข่ นี่คือรอยยิ้มที่เขาปรารถนาจะได้เห็นอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ เขาควรดีใจที่ได้มอบชีวิตที่เธอต้องการสิ คนที่เขารักที่สุดไม่เหมาะสมกับความเศร้าโศกเลยสักนิด เธอต้องมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุดในโลกต่างหาก“อีกสองวันกูจะช่วยทำพิธีให้”รอยยิ้มที่มาจากความจริงใจ ในเมื่อความรักของคนทั้งสองไม่มีทางเดินร่วมกันได้ อย่างน้อย ๆ แล้วก็ถือว่าได้มีเรื่องดี ๆ มากมายให้จดจำ เธอจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในใจเขา แม้ถึงเวลาต้องจากก็ไม่เสียดายวันเวลาที่ผ่านมาเลยสักนิด“ขอบคุณนะ นายเก่งมาก ๆ เลย ฉันสัญญานะว่าจะไม่ลืมบุญคุณนายเด็ดขาด”เธอเอ่ยคำขอบคุณชายตรงหน้า เธอจะจดจำเขาให้ดี เขามีบุญคุณที่ช่วยเธอไว้ก็หลายหน มีความทรงจำมากมาย มอบความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปก็ย่อมต้องไปขอโทษนะ แต่เราคงมีวาสนากันเท่านี้จริง ๆ“ไม่เป็นไร กูเต็มใจ หากมึงไม่รู้สึกว่าอยากจดจำ ก็อย่าได้ฝืนเลย”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย เขาพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้สุด
“บุญกุศลนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้แด่มะขามลูกรัก และเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า”หยาดน้ำที่อุทิศให้แก่บุคคลที่กล่าวถึง…“ดีขึ้นบ้างหรือไม่?”“ก็พอได้”ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ วันนี้เธอก็ได้มาทำบุญให้มะขามกับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายแล้ว ก็พลอยให้รู้สึกโล่งใจมาสักหน่อย หลังจากเรื่องราวทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว ชีวิตก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง แต่ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นกลับเป็นความรู้สึกของตัวเธอเองในระหว่างทางกลับทั้งคู่ก็คุยกันไปตลอดทาง… “เรื่องของผีตัวนั้น กับนายเกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ?”“ก็… ก็คงต้องเกี่ยวกัน” เขายอมรับตรง ๆ แท้จริงแล้วก้มีส่วนเกี่ยวกันอยู่มากเลยทีเดียว ในเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปิดบัง“อืม” เธอพยักหน้า“มึงอยากฟังหรือไม่”“ถ้าอยากเล่าก็เล่ามาเถอะ”“มันเป็นหมอผีเช่นเดียวกับกู เพียงแต่มันเอาวิชาที่ร่ำเรียนมาไปหากินในทางมิควร แรกเริ่มชาว
ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุดกลับมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น!“มึง!”เป็นเขา…เป็นเสียงร้องคำรามดุจเจ้าป่า เมื่อผีร้ายนั้นเหยียบเข้าบ้าน ธรณีบ้านนั้นก็เปลี่ยนเป็นตาข่ายมนต์ทันที เขาตะกายตัวลุกขึ้น มือถือเทียนเดินพรวดพราดลงมาจากบ้านทันที ก่อนจะเปิดกระบอกไม้แกะสลักออกมา“นะ นี่คือสิ่งใดกัน!!” วิญญาณร้ายเมื่อเห็นร่างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อหมอเมฆเดินเข้ามาใกล้ก็เตรียมขยับหนี ทว่ากลับทำไม่ได้เสียแล้ว! มันสายเกินไปแล้ว“มึงคิดหรือว่ามึงจะเอาชนะกูได้” พ่อหมอเมฆยืนจังก้าเผชิญหน้ากับผีตนนั้นได้อย่างมั่นคง“มึง!”“กูเอาชีวิตมึงตอนเป็นคนต่ำช้าเช่นนั้นได้ ตอนมึงเป็นผีกูก็ลากมึงลงนรกได้เหมือนกัน”“ปล่อยกู!!”สิ้นประโยคที่พ่อหมอเมฆประกาศกร้าว วิญญาณร้ายนั้นถูกไฟจากเทียนแผดเผาจนอยู่ในสภาพน่าเกลียดน่ากลัว ช่างดูทุเรศตาจนไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป ก้อนดวงวิญญาณที่ดับสลายถูกดูดดึงเข้าไปในกระบอกไม้แกะสลัก เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยร่างของพ่อหมอเมฆก็ฟุบลงไปกองกับพื้นในทันที
“เรื่องก็เป็นอย่างที่หลวงพ่อบอกนั่นแหละโยม หลวงพ่อก็รู้มาเท่านี้ บอกโยมได้เท่านี้”เป็นเวลาสักพักใหญ่ ๆ ที่เธอนั่งฟังเรื่องราวที่หลวงพ่อเล่าให้ฟัง เรื่องเกี่ยวกับเจ้าของร่างนี้ที่ชื่อชบา กับสามีของเธอซึ่งก็คือไอ้บ้า ไม่สิ! หมอผีที่ชาวบ้านนับถือในอดีต ซึ่งตอนนี้เขากลายเป็นคนเสีย
“…” เธอนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา กัดฟันสู้กับความกลัวที่ถาโถมเข้ามา เธอเคยมีปู่เป็นหมอธรรมมาก่อน เมื่อตอนเธอยังเด็กก็มักจะเห็นสิ่งเร้นลับประเภทนี้จนเป็นเรื่องปกติ แต่หากจะให้ชินชาและไม่ตกใจเลยนั่นก็คงเป็นเรื่องโกหก เธอเพียงแค่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไรเท่านั้นเอง“ก็เลยไม่ไ
ผ่านไปสามวันแล้วที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่นี่ เอาเป็นว่าก็อยู่ได้เพราะไม่ถึงกับแย่ แต่จะให้ดีเลยก็คงไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน หากแต่ดีมากหน่อยตรงที่เขาไม่ฟูมฟายอย่างวันแรกแล้ว แต่เรื่องตามติดเธอก็ยกให้เป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี“เอาอันนี้ไปขายก็น่าจะได้นะ”ตอนนี้เธอกำลังลงมือเลือกของกินของใช้ที่พอจะเอาไปข
เมื่อหมดหนทางว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับชีวิต ก็คงได้แต่ทำใจอยู่ไปซะก่อน พอตะวันตกดินก็ถึงเวลาเข้านอน หญิงสาวนอนมือก่ายหน้าผากพลันครุ่นคิดไปต่าง ๆ นา ๆ“ฉันต้องอยู่ที่นี่จริง ๆ เหรอเนี่ย”พูดแล้วน้ำตาจะไหล ที่นอนคือแข็งมาก ปวดหลังจัด ๆเธอไม่ได้ใช้ชีวิตที่เรียกว่าลำบากแบบนี้มานานมากแล้ว ที่บ้านก็ไม่มีอ







