LOGINยามเย็นที่ไร่ชาช่างดูสงบร่มรื่น แสงอาทิตย์อัสดงทาบยอดใบชา กลิ่นหอมสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของใบชาสดผสมปนเปกับกลิ่นดินจางๆ ลอยละล่องมาตามลมเย็นชวนให้ใจสงบ ทว่า...ในอกของตรีอัปสรกลับไม่ได้สงบตามบรรยากาศรอบกายเลยสักนิด
หญิงสาวในชุดเรียบร้อยขยับแว่นสายตาหนาเตอะ มือเรียวกระชับหูหิ้วปิ่นโตแกงฝีมือแม่ที่ยังคงมีไออุ่น เดินตรงไปยังบ้านพักหลังเล็กที่ปลูกแยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วนของวาทิต ท่านประธานผู้มีพระคุณที่เธอนับถือเหมือนพ่อแท้ๆ ซึ่งกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อย่างอารมณ์ดี
“อ้าว!!... หนูอัปสร ลุงกำลังนึกถึงแกงฝีมือแม่หนูอยู่เลยเชียว” วาทิตวางบัวรดน้ำลงพลางยิ้มละไม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“หนูเอามื้อเย็นมาส่งค่ะคุณลุง... แล้วก็มีเรื่องสำคัญจะบอกด้วย” น้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติทำให้ชายสูงวัยชะงักไปเล็กน้อย เขาขยับมานั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน พลางพยักหน้าให้หลานสาวเริ่มพูด
“มีอะไรหรือเปล่าหนูอัปสร เจ้าวายุมันไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก?” ตรีอัปสรถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงที่ได้รับรู้มาจากห้องทำงานเมื่อช่วงกลางวัน
“พี่วายุสั่งให้หนูจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นเสาร์นี้สองที่ค่ะ... แต่เขาบอกกับหนูว่า เขาตั้งใจจะแกล้งป่วยในวันเดินทาง และจะให้คุณลุงไปกับหนูแทน ส่วนตัวเขาจะอยู่ที่นี่ค่ะ...” หญิงสาวเว้นจังหวะพลางเม้มปาก
“มันคงคิดจะอยู่ที่นี่เพื่อควงสาว ๆ ล่ะซิ” วาทิตเอ่ยขึ้นพลางแค่นยิ้มออกมาอย่างรู้ทันลูกชายตัวแสบ แววตาคมดุของชายสูงวัยพราวระยับขึ้นอย่างคนมีแผนการ
“หึ... ร้ายไม่ใช่เล่นนะ ไอ้ลูกคนนี้ เดี๋ยวลุงจะดัดสันดานมันให้เข็ดเลยคอยดู!”
“คุณลุงจะทำยังไงคะ? หนูกลัวว่าถ้าพี่วายุมารู้ทีหลังว่าหนูเอาเรื่องนี้มาฟ้องคุณลุง พี่วายุจะโกรธแน่ ๆ เลยเคย” ความกังวลฉายชัดในดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่น เธอรู้ดีว่าคาสโนวาอย่างวายุนั้นบทจะร้ายก็น่ากลัวจนแทบตั้งตัวไม่ติด
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกหนูอัปสร ในเมื่อมันคิดจะช้อนแผนลุง ลุงก็จะซ้อนแผนมันกลับเสียให้เข็ด” วาทิตตบหลังมือหญิงสาวเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
“ลุงจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่พอถึงวันเดินทาง... ลุงนี่แหละจะหายตัวไปแทน แล้วทิ้งให้มันต้องเดินทางไปญี่ปุ่นกับหนูแค่สองคน”
ตรีอัปสรนิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อจินตนาการถึงทริปที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับวายุที่เอาแต่ใจและแสนร้ายกาจเพียงลำพังในต่างแดน
“คุณลุงตั้งใจจะให้พี่วายุไปดูงานกับหนูจริงๆ เหรอคะ?” หญิงสาวถามเพื่อความแน่ใจ แววตาแฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ก็ใช่น่ะสิ มันโตจนป่านนี้แล้ว ต้องหัดรับผิดชอบงานใหญ่บ้าง แต่มีหนูไปด้วยลุงก็อุ่นใจ” วาทิตวางบัวรดน้ำลงพลางหันมามองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู เขามองเห็นความเข้มแข็งภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะนั้นเสมอ
“แล้วถ้าพี่วายุมารู้ทีหลัง... เขาจะไม่พาลโกรธหนูเหรอคะ?”
“โกรธแล้วมันจะทำอะไรได้? ลุงนี่แหละจะตัดท่อน้ำเลี้ยงมัน ตัดเงินเดือนมันซะให้เข็ด ดูซิว่าจะยังพยศได้อีกนานแค่ไหน” วาทิตจ้องตาตรีอัปสรด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะลดเสียงลงคล้ายกระซิบแผนการขั้นเด็ดขาด
“หนูอัปสร... ไปถึงที่โน่นแล้ว หนูต้องทำยังไงก็ได้ ให้ได้อยู่ห้องเดียวกับเจ้าวายุนะ นี่เป็นโอกาสของหนูแล้ว”
“หนูจองห้องเดียวตามที่คุณลุงสั่งแล้วค่ะ... แต่หนูกลัวว่าถ้าไปถึงแล้วพี่วายุจะอาละวาด” เธอขยับแว่นอย่างประหม่า เมื่อนึกถึงท่าทางดิบเถื่อนและสายตาคุกคามของชายหนุ่มยามที่ถูกขัดใจ ภาพเหตุการณ์ที่เขาไล่ต้อนเธอจนชิดผนังเมื่อเช้ายังทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ
“เอาน่า... อย่างน้อยหนูก็ได้ใกล้ชิดกับมันตั้งสามสัปดาห์ น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน มันต้องมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างละน่า”
“แต่พี่วายุเขาเกลียดหน้าหนูจะตายอยู่แล้วนะคะ...” ตรีอัปสรพึมพำเสียงแผ่ว รู้สึกเจ็บแปล็บในอกเมื่อนึกถึงคำพูดสบประมาทที่เขาสาดใส่ว่าไม่เคยคิดพิศวาสผู้หญิงอย่างเธอ
“เห็นใจลุงเถอะนะหนูอัปสร ลุงมีลูกชายแค่คนเดียว ไม่อยากเห็นมันใช้ชีวิตลอยชาย ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไปวันๆ แบบนี้ ลุงทำใจไม่ได้จริงๆ”
ชายสูงวัยถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบซองยาบางอย่างส่งให้หญิงสาวตามที่ได้ตกลงกันไว้ลับๆ ตรีอัปสรรับซองนั้นมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวกับเดิมพันที่แลกด้วยเกียรติและความรู้สึก
“กลับมาครั้งนี้ ลุงรับรองว่าหนูจะได้เป็นลูกสะใภ้ลุงแน่ๆ”
“หนูจะลองพยายามดูค่ะ... แต่หนูขอไม่รับปากนะคะว่ามันจะสำเร็จ” หญิงสาวแอบถอนหายใจยาวสลัดความกลัวทิ้งไป เธอต้องเข้มแข็งเพื่อคุณลุง และเพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า ผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอก็มีเสน่ห์มากพอที่จะสยบเขาได้เช่นกัน ร่างบางเดินจากไป ทิ้งให้วาทิตมองตามด้วยความหวัง เขาพยายามทำทุกทางเพื่อคลุมถุงชนลูกชายเพลย์บอย เพราะเขามั่นใจว่ามีเพียงตรีอัปสรเท่านั้นที่จะกำราบคาสโนวาอย่างวายุได้
พายุร้ายเพิ่งจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ต้องการการเยียวยา วายุพาตรีอัปสรกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรักและห่วงใย หลังจากฝากฝังให้ทรงกลตดูแลวิภาวรรณที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการทำให้ภรรยาตัวน้อยของเขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด“อัปสรรีบไปอาบน้ำสิ” วายุเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ดูอิดโรยแต่ยังคงความเย้ายวนไม่เปลี่ยนเมื่อตรีอัปสรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องล้อแสงไฟในห้องนอนจนสามีหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“มีอะไรหรือเปล่า...ที่รัก” วายุถามพลางเดินเข้าไปโอบเอวบาง“พี่ไปอาบด้วยกันสิคะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอช้อนตาขึ้นมอง แววตาคู่นั้นดูฉ่ำหวานกว่าปกติจนวายุเริ่มเอะใจ“สงสัยว่าฤทธิ์ยาของไอ้แก่นั่นคงยังไม่หมดใช่ไหม” เขาหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กๆ ที่มุมปาก“พูดอะไรอย่างนั้นคะ อัปสรก็แค่... อยากอาบน้ำกับสามี” เธอพยายามบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ความจริงมวลความซ่านสยิวที่ตกค้างจากฤทธิ์ยาที่วาทิตใช้ลมแอร์เป่ารดเธอนั้น กำลังเริ่มทำงานอีกครั้งในยามที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย“ว๊ายย!.. พี่วายุ!” ตรี
ไฟราคะดำมืดในใจของวาทิตพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาผละจากทรวงอกลากลิ้นที่สากและร้อนชื้นลงไปตามซอกหลืบที่อ่อนไหวอย่างรักแร้เนียนกริบ สัมผัสน่ารังเกียจนั้นทำให้ตรีอัปสรเสียวจนแทบอ่อนระทวย ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของยานรกที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อยประธานหื่นปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเลื่อนมือหนาหยาบกร้านผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงเนินเนื้ออวบอูมภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัด“ใหญ่ไม่เบาเลยหนู... แถมตอดดีซะด้วย ถึงว่าไอ้วายุมันถึงได้หลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความหิวกระหายขณะจงใจสอดนิ้วร้ายเข้าไปในจุดอ่อนไหว บดเบียดรุกรานอย่างย่ามใจจนตรีอัปสรต้องขบเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางอันอัปยศหญิงสาวพยายามดึงชายกระโปรงปิดบังร่างกายด้วยมือที่สั่นเทา แต่วาทิตกลับคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขากระชากมือเธอออกแล้วดึงแผ่นซิลิโคนที่ปิดหัวนมจนหลุดติดมือ ยอดอกสีหวานชูชันอวดสายตาเฒ่าตัณหาในทันที“นมหนูสวยเหลือเกิน... ลุงขอดูดให้ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” จากนั้นเต้านมอวบเต่งตึงถูกดูดกลืนอย่างเมามัน แรงดูดดึงที่จาบจ้วงทำให้ตรีอ
บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องรับแขกกำลังระอุเดือดด้วยเพลิงราคะที่วาทิตเป็นคนจุดขึ้นมาอย่างเลือดเย็น และตอนนี้ตรีอัปสรก็รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง“หนูตัวร้อนนี่...ให้ลุงเช็ดตัวให้มั้ย” วาทิตนั่งลงข้าง ๆ และสัมผัสตัวเธอไปตามพวงแก้ม ลำคอระหง“หนูจะออกไปรอข้างนอกค่ะ!” ตรีอัปสรตอบเสียงสั่นจนคนฟังรับรู้ได้ แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วาทิตก็รีบดึงมือเรียวบางของลูกสะใภ้เอาไว้ได้ทัน“ได้โปรดปล่อยหนูเถอะค่ะ...คุณลุง หนูไม่อยากมีปัญหากับพี่วายุ!”เธอพยายามอ้างถึงวายุเพื่อเรียกสติชายสูงวัย แต่เมื่อยิ่งเขาสัมผัสตัวเธอ ตรีอัปสรกลับรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกปลายนิ้วหยาบที่กรีดกรายลงบนผิวเนื้อนวลกลับทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนอยู่กับความกำหนัดที่ถูกกระตุ้นด้วยยาสวาทที่เธอไม่รู้ตัวว่าพลาดท่าไปตอนไหน ทั้ง ๆ ที่แม่ของเธอก็เตือนแล้วเตือนอีก“ลุงช่วยให้หนูสมหวังกับเจ้าวายุแล้ว หนูก็ควรจะตอบแทนน้ำใจลุงบ้างสิ...” วาทิตลุกขึ้นกระซิบพร่าชิดใบหู“หนูก็กำลังจะโอนที่ดินให้เป็นของคุณลุงอยู่แล้วไงคะ!” เธอเถียงกลับ
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสลัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา สวนทางกับกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านในใจของชายสูงวัย“พร้อมแล้วใช่ไหมหนูอัปสร ” วาทิตเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นพร่าด้วยเล่ห์กลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ใหญ่ใจดี“พร้อมแล้วค่ะ ไหนละคะเอกสารที่คุณลุงจะให้หนูเซ็น” ตรีอัปสรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอจงใจนั่งไขว่ห้างจนชายเดรสสั้นกุดเลิกขึ้นโชว์เรียวขาขาวผ่อง แสร้งทำเป็นนอบน้อมเพื่อรอจังหวะตลบหลังชายตรงหน้า“ใจเย็นสิหนู... เดี๋ยวไปถึงกรมที่ดินค่อยเซ็นให้ลุงก็ได้”วาทิตขยับลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดยืนซ้อนหลังหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษรุ่นใหญ่ที่ฉีดมาหนาเตอะปะทะเข้าจมูกจนตรีอัปสรรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ มือหนาของเขาแสร้งวางลงบนบ่ามน แต่กลับค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลูบไล้ลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ“คุณลุงจะไปตอนพักกลางวันเหรอคะ?” เธอถามพลางเอียงคอหลบและขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน ทว่า...การเคลื่อนไหวของเธอกลับทำให้ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้เชื้อเชิญนั้นกระเพื่อมไหวจนวาทิตต้องลอบกลืนน้ำลาย“ไปตอนนี้เลยก็ได้... ว่าแต่เจ้าวายุมันมาทำงานหรือยั
หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศยามเช้า ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สดสีขาวละมุน งานมงคลสมรสระหว่าง วายุ และ ตรีอัปสร ถูกจัดขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเหล่าคนดังในแวดวงสังคม รวมถึงคุณหญิงรมณีย์ที่ควงคู่มากับลูกชาย ทว่า...ท่ามกลางความหรูหรานั้น พิธีการกลับถูกจัดอย่างเรียบง่ายทว่าศักดิ์สิทธิ์ตามความต้องการของบ่าวสาวทันทีที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงแผ่วเบาเพื่อเปิดตัวเจ้าสาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวระยิบระยับดุจแสงดาว ตรีอัปสร ก้าวเดินลงมาด้วยความสง่างามที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ผมสีเข้มถูกถักเปียประณีตรอบศีรษะเปิดโชว์ใบหน้านวลเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำวาวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างระดับมือโปร เรียวปากบางได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติและน่าหลงใหลในคราวเดียวกันวายุ ในชุดไทยประยุกต์สีขาวสะอาดตา หล่อเนี้ยบราวกับคุณชายในซีรีส์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบจ้องมองเจ้าสาวของเขาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ในใจของเขาเต้นรัวแรง... แม้จะเห็นหน้าเธอทุกวัน แต่ในชุดเจ้าสาวที่ขับเน้นสัดส่วนอ้อนแอ้นและผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ เธอกลับสวยหยาดเยิ้มขึ้นเป็
ณ ห้องทำงาน บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วาทิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังร่างอ้อนแอ้นของ ตรีอัปสร ที่ก้าวเข้ามาในห้อง วันนี้เขามีเป้าหมายชัดเจน... ในเมื่อหมากที่เขาวางไว้เดินเกมจนได้เสียกับลูกชายเขาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะทวงถามถึงที่ดินไร่ชาผืนงามที่หมายปอง“สวัสดีค่ะคุณลุง” ตรีอัปสรยกมือไหว้ นอบน้อมเหมือนเดิมทุกประการ แต่ในใจกลับเย็นเยียบเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมารดา“สวัสดีจ้ะหนูอัปสร เป็นไงบ้าง เที่ยวญี่ปุ่นสนุกไหมลูก... คงจะประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ชายชรายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายลึกซึ้งถึงยาปลุกสวาทที่เขาเคยมอบให้เธอ“เอาเรื่องงานก่อนก็ได้มั้งคะคุณลุง เรื่องอื่นหนูว่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ตรีอัปสรฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความขยะแขยงที่เริ่มก่อตัว“ปวดหัวเปล่าๆ น่า! เรื่องงานน่ะหายห่วง คุณคาเทชิโทรมาแจ้งลุงเรียบร้อยแล้วว่าสินค้าล็อตหน้าเตรียมส่งได้เลย...” วาทิตโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อขยับหมากตัวสำคัญ “ว่าแต่เรื่องงานแต่งเถอะ... จะให้แม่เราหาฤกษ์ให้จริงๆ เหรอ ลุงว่าให้ลุงจัดการให้ดีกว่ามั้ง ลุงมีซินแสเก่งๆ เยอะ รับรองว่าหนูจะได
หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนานในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าล
เส้นความอดทนสุดท้ายของคาสโนวาขาดผึง เขาไม่สนคำถากถางของบิดาอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าฉับ ๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที“ท่านรอง! มาตั้งเมื่อไหร่คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่เข้มข้นและคุ้นเคยโชยเข้าจมูก พร้อมกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดสะโพกมนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว“สว
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่า
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่ว วายุไม่อาจละสายตาจากร่างระหงที่นั่งหันหลังให้เขาได้เลย แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านปรับแสงตกกระทบลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เปิดเปลือยรำไรจากดีไซน์ชุดเดรส ทุกครั้งที่เธอขยับตัว สะโพกมนกลมกลึงที่เบียดชิดอยู่บนเก้าอี้ทำงานก็ดูจะ







