เข้าสู่ระบบ“ท่านจะทำไมล่ะ? หรือว่าท่านอยากพบอาจารย์ข้า”
“ไม่มีผู้ใดอยากพบตาเฒ่านั่น แต่ข้าเชื่อแล้วล่ะว่าเจ้าเป็นศิษย์เจ้าหลวงจีนนอกรีตเพราะเจ้าพูดจาคล่องแคล่ว ยืดเยื้อมากความพอกัน”
“ข้าเองก็เชื่อว่าท่านเป็นศิษย์เทพหลงเหนียน พวกท่านเอาแต่ใช้กำลังเข้าสู้ ไม่คิดหาหนทางใช้ปัญญาเข้าต่อรองกับศัตรู ไม่มีวิถีแห่งนักปราชญ์”
“เจ้า... ว่าข้าโง่รึ!” บุรุษร่างกำยำ ลูกสมุนของเทพงูเริ่มชี้หน้านางผู้ไม่เจียมตนเอาซะเลย
“ข้ายังไม่ได้พูดว่าท่านโง่เง่าเสียหน่อย แต่ข้าขอเสียมารยาททีเถอะ อาจารย์ข้าพร่ำสอนเรื่องเมตตากรุณา การมีมารยาท ผู้ที่มีเกียรติคือผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งพวกท่านน่ะไม่เห็นจะมี ข้าขอถามจริง ๆ ว่าพวกท่านเคยให้เกียรติผู้ใดหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ เทพ หรือว่าปีศาจ หากไม่เคย นั่นหมายความว่าพวกท่านไม่เคยมีเกียรติ”
“นี่เจ้า!”
แม้เป็นสตรีตัวเล็กนิดเดียว อาเป้ยมิได้กลัวเกรง จึงเริ่มเปิดศึกปะทะวาจาคารม เป็นศึกที่รู้แพ้รู้ชนะได้ไม่ยาก
เทพหลงเหนียนเริ่มจะเอือมระอากับนาง เสียงโหวกเหวกโวยวายของลูกสมุนงูทั้งสอง ตาคมหลุบมองลำคอเพรียวระหง โลหิตไหลทะลักออกจากบาดแผลจนนางต้องยกมือขึ้นกดต้นคอของนางเอาไว้ โดยไม่เลิกโต้แย้งด้วยเหตุผลมากมายของนาง
นางเป็นผู้มีวาจาร้ายกาจนัก ซ้ำร้ายยังดื้อด้าน ไม่ยอมอ่อนน้อมด้วยอีกต่างหาก!
เทพหลงเหนียนส่ายหน้าไปมา พลิกฝ่ามือใช้เวทที่มีลักษณะเป็นกลุ่มควันดำดึงตัวนางเข้าหา มือข้างหนึ่งกระชับเอวนางไว้ไม่ให้ดิ้นหนี
อาเป้ยเบิกตากว้างตกใจ ละล่ำละลัก “ท่านเทพหลงเหนียน! ข้าไม่ได้มีความหมายจะล่วงเกินท่าน ข้าแค่เป็นคนพูดตรงไปตรงมาเท่านั้น ข้าขออภัย!” นางยกมือคารวะ เทพหลงเหนียนกลับรีบปัดมือนางออกอย่างรำคาญ จับเอวนางแน่นเต็มฝ่ามือ เอวของนางเล็กมากแค่กำมือเดียว
“ข้าจะรักษาแผลให้เจ้า เจ้าตกใจอะไร?”
ใบหน้านางเห่อร้อน แดงไปถึงใบหู นางกำลังถูกล่วงเกินแม้ท่านเทพจะแค่รวบเอวนางไว้ ยกฝ่ามือขึ้นปล่อยไอเย็นจาง ๆ ผ่านมาถึงคอนาง ทำให้แผลของนางประสานกัน ริมฝีปากของนางสั่นเทาไม่รู้ด้วยเหตุใด
“ทะ... ท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงสั่งไม่ให้ข้าเข้าใกล้บุรุษเกินสามย่างก้าว ข้าจะต้องระวังตัว... แล้ว ๆ ท่านควรขออนุญาตข้าก่อน... จับตัวข้ารักษาหรือทำอะไรก็ตาม ข้ารอให้แผลหายเองได้ท่านเทพหลงเหนียน... ช่วยปล่อยข้า...”
“ปีศาจนั่นเพิ่งจะกอดคอเจ้าอย่างสนิทสนมทีเดียว นับเป็นบุรุษด้วยหรือไม่?”
“เหตุสุดวิสัย นับไม่ได้ ท่านเทพหลงเหนียน...”
เทพหลงเหนียนนึกขันนางขึ้นมาว่านางคิดอะไรไม่เข้าท่า แสยะยิ้มตรงมุมปาก
“ข้าไม่ใช่เทพผู้น่ากลัวเกรงถึงเพียงนั้น ข้าเสกฟ้าฝนทำลายโลกมนุษย์ไม่ได้ ท่านพ่อข้าเป็นชนเผ่ามังกรบนสวรรค์ ท่านแม่ข้าเป็นปีศาจอสรพิษ ข้าชื่ออู่เฉิน” พูดจบ บาดแผลที่ได้รับการดูแลอย่างดีด้วยพลังเพียงเล็กน้อยจากฝ่ามือเทพ จางหายไปจนเหลือเพียงขีดสีแดงจาง ๆ บุรุษเทพจึงปล่อยนางให้เป็นอิสระ
“ข้าอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าเทพอู่เฉินได้”
“ท่าน... เทพอู่เฉิน?”
“ใช่แล้วล่ะอาเป้ย ข้าคือเทพอู่เฉิน หาใช่เทพหลงเหนียนเยี่ยงมนุษย์กล่าวอ้าง ข้าคงเป็นบุรุษผู้ไร้เกียรติเป็นอย่างมาก จึงไม่ได้บอกเจ้าว่าไม่มีเทพหลงเหนียนบนเทวโลก ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดชื่อเทพหลงเหนียน”
ในน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงต่างจากวันแรก บอกความจริงกับนาง อาเป้ยหน้าตะลึงมองเทพปีศาจรูปงาม
หายนะมาเยือนนางแล้วยังไงเล่า! ทั้งหยกพันปี ท่านเทพหลงเหนียนผู้ยิ่งใหญ่ที่มนุษย์เข้าใจ ดันเป็นครึ่งเทพครึ่งปีศาจชื่ออู่เฉิน 宇辰 Yǔ chén
หากเป็นเช่นนี้... ชะตาชีวิตอันแสนอาภัพของนางจะเป็นอย่างไรต่อไป
“แล้วท่านเพิ่งจะมาบอกข้าเนี่ยนะ!”
--------------
ข้ารับใช้ผู้ถูกบริภาษว่าไม่มีมารยาท เริ่มปฏิบัติดีกับสตรีผู้พักอาศัยชั่วคราว ยังเล่าให้นางฟังว่าเทวโลกตอนนี้สถานการณ์ยุ่งเหยิง เทพและปีศาจไม่ลงรอยกัน จากดินแดนสมัครสมาน มีบาดหมางกันบ้างแต่ก็ไม่มากเท่านี้ กลายเป็นว่าต่างฝ่ายเริ่มแบ่งพรรคพวก เทพผู้ทรงศีลอย่างแรงกล้าถูกก่อกวนจากปีศาจและอสูร จนไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้
สำหรับภพภูมินี้คือเทวโลกชั้นที่หนึ่ง ภพภูมิบาดาลทิศประจิมปกครองโดยผู้เฒ่าเต่าผู้มีอายุร่วมหมื่นปี หรือที่หลายคนเรียกกันว่าใต้เท้าจีกง
ภพภูมินี้นับว่าใกล้เคียงกับโลกมนุษย์ เทพและปีศาจมีกายหยาบ มีเลือดเนื้อร่างกายใกล้เคียงมนุษย์ ทว่ามีอายุยืนยาวเยี่ยงเทพในทุกภพภูมิ เทพอู่เฉินถูกส่งให้มาอยู่ที่เรือนนี้ไม่กี่สิบปี เพื่อสงบศึกเทพและปีศาจให้อยู่ร่วมกันให้ได้ หลังจากที่ราชาแห่งสวรรค์มีความเห็นว่าควรส่งผู้เป็นครึ่งเทพครึ่งปีศาจลงมาจัดการช่วยเหลือใต้เท้าจีกงอีกแรงหนึ่ง จึงให้ท่านมาพักอาศัยในเทือกเขาทิศอุดร ไม่ไกลจากเรือนเทพเจ้าแห่งสายน้ำทิศประจิม
ทว่า... เทพและปีศาจไม่เคยอยู่ร่วมกันได้มาแต่สมัยไหน
หากไม่เป็นเพราะเทพอู่เฉินเป็นบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของทั้งเทพและปีศาจ มีแนวโน้มว่าอาจจะสานสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายได้ หากไม่สามารถทำได้ อย่างน้อย ๆ ไม่ให้ต้องสังหารกัน ไม่ให้ปีศาจไปรบกวนเทพมากนัก ต่างฝ่ายต่างอยู่ ไม่ระรานกันก็ยังดี
เทพเจ้าแห่งสายน้ำผู้ทรงคุณธรรม ไว้วางใจได้ เป็นที่รู้จักแม้แต่ปีศาจอสูรมักแอบไปขอความช่วยเหลือจากท่านอยู่หลายครา ไม่หนีว่าเป็นใต้เท้าจีกง มารดาอสรพิษจึงแอบไปพบใต้เท้าเพื่อฝากของสำคัญเอาไว้ เมื่อนางระแคะระคายเรื่องแผนการส่งนางไปยังโลกมนุษย์มาได้สักพักหนึ่งสองสามีภรรยาสบประสานสายตา ด้วยความรู้สึกล้ำลึก ใจนึกถึงนางเฟยอี๋ นึกถึงความรักของตนที่มีต่อบุตรชาย เหยาเหยาเองก็นึกถึงนาง“ข้าหวังว่าจะได้พบท่านย่า... หวังว่านางคงสบายดี...”“นางสบายดี ถึงลำบากอยู่สักเล็กน้อยเพราะวิบากกรรมของนาง ข้าเชื่อว่านางจะกลับมาพร้อมสติ พร้อมเป็นท่านย่าที่ดีของเจ้าแน่ ๆ ระหว่างนี้เราแค่ต้องรอ...” อาเป้ยปลอบประโลมบุตรชาย ส่งขนมหน้าตาน่ารักเป็นตุ๊กตาปั้นจากน้ำตาล ให้เขาเอาเข้าปาก แก้มกลมตุ่ยมีขนมซ่อนอยู่ทำให้นางอดไม่ได้ต้องหยิกมันเบา ๆ“เหยาเหยา... อยู่เที่ยวนรกภูมิกับท่านพ่อท่านแม่อีกสักพักดีไหม?”“ดีขอรับ หากไม่มีเรื่องด่วนอะไร”“เจ้าไม่กลับภพภูมิบาดาลก็ได้ จะกลับก็แล้วแต่เจ้า”“ได้ยังไงเล่าท่านพ่อ บรรดาเทพต่างว่าท่านละทิ้งหน้าที่ เอาแต่ทำตัวติดอยู่กับภรรยา เรื่องการดูแลสายน้ำ ดูแลความเรียบร้อยให้เป็นธุระของข้า
ขณะที่สองสามีภรรยายังคงอยู่ในนทีอันธการ พักฟื้นพลังซึ่งกลับคืนมา แม้การรักษาตัวยังไม่เรียบร้อยดี ในยามเหม่าอาเป้ยมีแรงลุกขึ้นมาถกเถียงกับสามีของนาง“ข้าทำอะไร ๆ ก็ไม่ถูกใจท่าน”“ข้าไม่ได้ว่าเจ้าเลยภริยาข้า เพียงแต่... ข้ามีความคิดว่าเหยาเหยา...” ปลายเสียงเงียบไป บนตั่งนอนในท่าทีสบาย ๆ ของเทพอู่เฉิน จับจ้องใบหน้าเง้างอน สอดปลายนิ้วเข้าไปในเส้นผมนุ่มสลวยอย่างออดอ้อน “เจ้าควรปรึกษาข้าเสียหน่อยเรื่องการตั้งชื่อลูก ควรตั้งให้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ข้าก็ไม่ได้ว่าภรรยาข้าเรื่องการตั้งชื่อให้บุตรชายอย่างตั้งใจว่าไม่ดี”“ชื่อของท่านยังเป็นชื่อง่าย ๆ อู่เฉิน”“ท่านแม่ของข้า... นางมีความคิดง่ายดาย นางอยากเผานางก็เผา นางตั้งชื่อให้ข้าเป็นชื่อง่าย ๆ”“ง่ายดายแต่มีความหมายน่าจดจำ ‘เทพอู่เฉิน’ ข้าเองจดจำท่านได้แต่แรกพบเห็น”“เจ้าจำข้าได้เพราะชื่อ...? ไม่ใช่เพราะข้ารูปงาม ที่เจ้าเคยชื่นชมข้า”อาเป้ยจะหัวเราะสามีก็ไม่กล้า เมื่อใบหน้างามปานหยกสลักดูจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่น จนนางยอมรับกับเทพอู่เฉินว่าเพราะท่านรูปงาม ภายหลังนั้นก็เป็นความรู้สึกจากหัวใจของนางล้วน ๆ แถมนางยังนึกถึงมารดาอสรพิษ“ข้าว่าท่านแม่ออกจ
“ท่าน... อู่เฉิน” ดวงตาคู่สวยพร่าเลือนส่ายมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สบมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนล้ำลึกทว่าสามีของนาง... ไม่เหมือนเดิม! บนตั่งนอนสลักในนรกภูมิที่เฝ้าดูแลนางผู้หลับใหลไปหลายชั่วยาม นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าสามีจะผลัดเกล็ดสีนิลจนไม่มีเหลือ พลังหยินมากมายในนรกภูมิเหลือกลิ่นอายเบาบางราวกับว่าไม่มีปีศาจพำนักอาศัยเส้นผมดำขลับ ยาวประสะโพกสอบบัดนี้กลายเป็นสีขาวโพลน คิ้วเข้มหนาที่เรียบขนานไปกับดวงตาคู่คม กลืนกลายเป็นสีเดียวกัน นัยน์ตาเข้มแข็งลึกลงไปนั้นกลับฉายแววเหนื่อยล้าอ่อนแรงชัดเจน“ไยเจ้าไม่เรียกข้าว่าสามีข้า เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือเจ้าโกรธอะไรข้าอีก เป่าเป้ย...”“ท่าน... ทำไม ทำเช่นนี้...” เสียงสั่นเครือถามอย่างเอาความเสียให้ได้ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอหยาดน้ำใส แววตาไร้เดียงสาของหญิงสาวยามนี้สงสารสามีจับหัวใจ นางกลัวว่านางอาจถูกทิ้งไว้ลำพังกับบุตรชายในเทวโลก หากไม่มีเทพอู่เฉิน นางก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากริมฝีปากแห้งผากและซีดขาวของสามีนางจึงเริ่มตัดพ้อ“ท่านอย่าได้เสียสละสิ่งใดเพื่อข้า ชีวิตของท่านที่ท่านแม่ของท่านให้มา ท่านต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด
ผ่านไปสามราตรีกาล เหยาเหยาเติบโตขึ้นจากร่างเด็กสองขวบเป็นสี่ขวบกว่า ๆร่างกายของเขาเหมือนเด็กบนโลกมนุษย์ทุกประการ ทว่าสติปัญญา การใช้เวทเซียนเป็นเทพมังกรเต็มวัย มีพลังอันแข็งแกร่งเป็นอนันต์ มิรู้เหน็ดเหนื่อยเด็กน้อยสามารถเรียนรู้การใช้เวทเซียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครบอกสอน กระทั่งว่าการข้ามภพภูมิมาในคราแรก บิดาเลือกเส้นทางน้ำไว้ให้เขาเพื่อรักษาพลังระหว่างการเดินทาง มังกรสีดำสนิทสามารถโจนทะยานขึ้นท้องนภา นำพาเจ้าเหลียนเหลียนข้ามไปอีกภพภูมิหนึ่งพลังแห่งการฟื้นฟูรักษาของมังกรเหนียนตนนี้ไม่ผิดไปจากเทพฮ่าวหราน เพียงไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งราชาแห่งสวรรค์ปรากฏตัว ให้การต้อนรับเด็กน้อยทันทีที่ทราบว่าเขาจะเดินทางมาพร้อมกับพยัคฆ์อัคคีท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้เดินทางมาลำพัง นำทหารองครักษ์ฝีมือยอดเยี่ยมติดตามมาด้วยถึงสี่ เทพชั้นสูงระดับองครักษ์ราชาแห่งสวรรค์เพียงหนึ่งอาจเท่ากับกำลังทหารหมื่นนายใต้เท้าจีกงรู้สึกเป็นกังวลหากท่านราชาแห่งสวรรค์มีเรื่องสำคัญซึ่งไม่ได้บอกกล่าว“ท่านพาเขาไป อย่างไรข้าก็ต้องเป็นผู้ไปส่งเขาให้ถึงหน้านรกภูมิ นทีอันธการ เพื่อไม่ให้ผิดใจกับเทพอู่เฉิน จะหาว่าข้าละเลยบุตรชาย
บนตั่งนอนสลักลายอสรพิษในนทีอันธการยามนี้เหลือเพียงท่านและนางตามลำพัง อาภรณ์สกปรกขาดวิ่นเปรอะเปื้อนโลหิตถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดนอนเนื้อผ้าเบาบาง เทพอู่เฉินเกรงว่านางจะนอนไม่สบาย หาหมอนมาให้นางหนุนขาให้สูงขึ้น เรื่องอาหารและยาบำรุงให้เป็นธุระของสองบ่าวอสรพิษที่ลงมาเป็นครั้งคราวโซ่แห่งหยางบนท้องนภาซึ่งเชื่อมต่อกับทางเข้านทีอันธการตรงหุบเหว ถูกปลดเปลื้องออกในไม่กี่วันถัดมา จากที่ก่อนหน้านี้ราชาแห่งสวรรค์ปิดมันเอาไว้ด้วยตระหนักรู้เรื่องการให้กำเนิดเทพ หรือแม้กระทั่งปีศาจผู้ทรงพลัง เป็นที่จับตามองของทั้งเทพและปีศาจอสูร ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทำเพื่อปกป้องหญิงสาวในยามที่นางอ่อนกำลังลง ไม่อาจรู้ว่าภายนอกนั้นมีศัตรูหรือไม่ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่ว่าดีร้าย ออกไปจากนทีอันธการได้หากว่าท่านราชาแห่งสวรรค์ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นปัญหาต่อเทวโลกเทพอู่เฉินเข้าใจเหตุผลของท่านเป็นอย่างดี มีความเชื่อว่าท่านคือราชาผู้ทรงธรรมหลายร้อยหลายพันปีมานี้ เทวโลกและนรกภูมิสงบสุขเพราะท่านจักรพรรดิเป็นผู้มีความคิด ไม่โปรดปรานการเข่นฆ่า ไม่ยึดติดกับสงครามและความเคียดแค้นต่อศัตรู แต่รู้จักการให้อภั
หญิงสาวในสภาพใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ชายอาภรณ์สีดำซึ่งเคยงดงามบัดนี้ขาดวิ่นถึงหัวเข่า ทว่ายังปกปิดต้นขาเรียวขาวเอาไว้ ยามที่นางเดินกระย่องกระแย่ง จับจูงมือเด็กชายในอาภรณ์สง่างาม ผมดำขลับยาวประสะโพกน้อย ขนาดร่างกายก็เตี้ยกว่าหัวเข่าเสียอีก ขึ้นมาจากนทีอันธการเด็กน้อยเพิ่งออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เวทเกราะคุ้มกันสีทองแห่งสำนักเทียนหลงถูกปลดออกด้วยมือสั่นเทาของมารดา นางฝืนใช้เวทเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อพาบุตรชายออกมา“เหยาเหยา... โตไวอย่างที่ท่านเคยบอกกับข้า ไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกชายยามเป็นทารก ข้าดันหมดสติไป...”“ลูกชาย... ข้าหรือ?”ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย จับจ้องมองแววตาสั่นกลัวของเด็กชายตัวน้อยเทพอู่เฉินไม่เคยเกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนี้ ทั้งตื้นตันจนแววตาเอ่อคลอ ตื่นเต้นจนมือสั่นเทาเต็มไปด้วยเหงื่อ กระทั่งเด็กน้อยยอมให้ท่านรวบร่างเล็ก ๆ เข้ามากอดเสียหน่อย ขยับริมฝีปากเล็กจิ๋วเรียกว่า ‘ท่านพ่อ’หลายชั่วยามที่เฝ้ารอทั้งมารดาและบุตรชายด้วยจิตใจร้อนรน เกรงว่าทั้งคู่จะได้รับอันตราย เลวร้ายที่สุดอาจไม่รอดชีวิตอย่างที่แม่เฒ่าอาวุโสได้ให้คำตักเตือนไว้ กล







