Masuk“แล้ว... มนุษย์เช่นข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร? ทำไมท่านต้องคาบเครื่องสังเวยกลับมา”
“ท่านอู่เฉินได้รับคำทำนายจากแม่เฒ่าเมื่อครั้งไปบำเพ็ญเพียร เรื่องเจ้าสาวของมนุษย์ผู้เป็นเครื่องสังเวยท่านมีเพียงหนึ่งเดียว นางจะนำมาซึ่งความสงบ แต่ก็อาจทำลายตัวท่านและเทวโลกได้เช่นกัน”
อาเป้ยเบิกตากว้าง นางว่านางขอกลับไปหาบน้ำอยู่วัดอย่างเดิมกับหลวงจีนหัวล้านเสียยังจะดีกว่า! ยิ่งลูกสมุนงูพยายามยัดเยียดข้อมูลหลายอย่างเข้าสู่สมองนาง นางยิ่งเวียนหัว
“อีกเรื่องหนึ่ง... หากท่านอู่เฉินไม่ไปเอง การจะให้ท่านแม่ของท่านไปรับเครื่องสังเวย... เฟยอี๋ เจ้าเคยได้ยินตำนานของนางหรือไม่?”
“จะเกิดอุทกภัยใหญ่ แม่น้ำแห้งเหือด ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทุกที่แห้งแล้งหากนางปรากฏตัว”
“ใช่ และที่สำคัญที่สุด เจ้าถูกกลืนลงท้องอย่างแน่นอน ต่อให้เจ้าจะมีเกราะกำบังของอาจารย์ฮุ่ยหมิงก็ไม่อาจรับประกันว่าเจ้าจะรอด หากเจ้ารอด นางจะสังหารเจ้าทันทีที่มาถึงเทวโลก”
“เอ้า... ทำไมนางจะต้องสังหารข้าด้วยเล่า ข้าไปทำอะไรให้นาง” อาเป้ยโวยวาย
“เฟยอี๋ นางเป็นปีศาจอสรพิษผู้ทรงพลังมาก นางถือกำเนิดมาจากไฟกัลป์ในนรกภูมิชั้นลึกสุด เมื่อนางถูกราชาแห่งสวรรค์กักขังเอาไว้ วันหนึ่งนางหลุดรอดออกมา จึงไปล่อลวงท่านเทพสวรรค์คราวเผชิญด่านเคราะห์ให้เกิดกามารมณ์ จนได้ถือกำเนิดครึ่งเทพครึ่งปีศาจขึ้น การกระทำของนางล้วนแล้วแต่ไร้เหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น นางทำเพราะชื่นชอบสนองอารมณ์คึกคะนองของตน”
“เอ้อ... ข้าเข้าใจแล้วล่ะ”
ปัญหาครอบครัว... ปัญหาเรื่องการควบคุมสติอารมณ์ ยากจะแก้ไข นางเฟยอี๋คงเป็นพวกอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ใคร่สนใจผู้ใด อยากฆ่าก็ฆ่า
นางถอนหายใจพลางทิ้งตัวนอนลงบนที่นอนของนาง บ่าวงูยืนอยู่ข้างเตียงนาง กลัวจะถูกนางกล่าวหาว่าไม่มีมารยาทอีกจึงถาม
“ไม่มีคำถามรึ?”
“ไม่มี ๆ ข้าปวดหัวกับพวกท่านเหลือเกิน ข้าว่าข้านอนดีกว่า”
อาเป้ยปัดมือไปมาไม่ถามต่อ ถึงแม้ว่านางจะไม่ลืมเรื่องที่ตนได้รับรู้ความจริง การที่พวกเขาเริ่มให้เกียรตินางหลังถูกนางบริภาษว่าเสียใหญ่โต นางจึงถามชื่อบ่าวทั้งสองเสียหน่อย
บ่าวงูสองพี่น้องของท่านเทพอู่เฉิน ตนหนึ่งชื่อซื่อหยูอี้น่าจะมีอีกร่างเป็นงูขาว ส่วนเซียวอี้หรู บุรุษร่างใหญ่กำยำคงจะเป็นงูเขียว
นางถามแค่พอเป็นมารยาท แล้วนางก็นอนหลับตา ประสานมือไว้บนหน้าท้อง
------------
คราแรกพบสตรีแปลกหน้า นางสบมองนัยน์ตาสีแดงก่ำประหนึ่งดวงตาแห่งเทพสงครามอย่างไร้ความกลัวเกรง
หาใช่ความใจกล้าของนางผู้ไม่หวาดหวั่นต่อเทพ เหมือนนางเป็นสตรีประหลาด ผู้ไม่หวาดกลัวในสิ่งใด
เทพอู่เฉินรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตน ยังค่อนข้างให้ความสนใจอาเป้ย นางสร้างความประหลาดใจให้เขาเป็นอย่างมาก
ดวงตาคู่สวยสว่างใสของนางหยุดลมหายใจของเขาไปชั่วขณะหนึ่ง วันต่อมาเขาจึงเริ่มส่งของสวยงามไปให้นางหลายชิ้น เสื้อผ้าอาภรณ์ ปิ่นปักผมสตรี เรือนนี้ไม่เคยมีข้าวของเครื่องใช้สตรีมาก่อน ก็วานให้บ่าวประจำตัวทั้งสองไปหาวัตถุดิบจากสวรรค์มาสร้างมันด้วยพลังเวท ส่วนหนึ่งนั้นก็สร้างมันด้วยพลังปีศาจ
เทพอู่เฉินเป็นครึ่งเทพครึ่งปีศาจ ทว่ามีนิสัยรักความสงบ ตามหาความสงบอยู่เป็นนิจ เขาใคร่อยากจะรู้นักว่าคำทำนายนั่นมีมูลความจริงหรือไม่ หากว่านางเป็นบุคคลตามคำทำนาย เขาจะพบความสงบสุขได้จริงหรือ?
ตลอดหลายร้อยปีมานี้ ภาระปัญหามากมายรบกวนเขาอยู่เรื่อยไป ปีศาจตามรังควาน แม้แต่ทวยเทพยังผลักภาระมาให้เขาจำเป็นต้องรับผิดชอบ ชีวิตวุ่นวายแม้เป็นเทพยังหาได้พบความสุข
ตัวเขากำลังคิดว่าหากใช่นางจริง การบีบบังคับนางไม่น่าจะทำให้นางยอมปฏิบัติตามระเบียบ จากที่เห็นความดื้อรั้นเอาเรื่องของนาง ไม่ฟังผู้ใดยังเอาแต่คุยโม้โอ้อวดเรื่องอาจารย์ของนาง การใช้ไม้อ่อน เป็นมิตรกับนางเสียหน่อย อาจได้สิ่งที่ตนปรารถนาในอนาคต
“มนุษย์ยกย่องให้นางเป็นเจ้าสาว กุเรื่องขึ้นมาหลอกพวกนางให้รับหน้าที่อย่างเต็มใจ แต่จะสวรรค์หรือข้าหรือใคร ไม่เคยสั่งให้มนุษย์ส่งเครื่องสังเวย เป็นแผนการอะไรของท่านแม่กันแน่?”
คงเป็นฝีมือท่านแม่แต่แรกเริ่ม ได้ยินว่านางไปบอกเจ้าเมืองให้ส่งเครื่องสังเวยมาเป็นสตรีในทุกรอบสิบสองปี แต่เงื่อนไขยิบย่อยนั้นเห็นว่ามนุษย์จะตั้งกันเอง บอกผ่านกันมารุ่นสู่รุ่น การสื่อสารก็ผิดเพี้ยนไป
หรือจะเป็นการเข้าใจผิดแต่แรก มนุษย์ต่างทึกทักกันเอาเอง?
ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้... สมควรเป็นฝีมือของท่านแม่มากกว่า
เทพอู่เฉินยืนคิดเรื่องนี้อยู่หน้าเรือน เคียงข้างงูเขียวและงูขาวที่เขาชุบเลี้ยงมา
เซียวอี้หรู ปีศาจงูคนพี่มีความเป็นกังวลเรื่องคำทำนายของแม่เฒ่า
“หากว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องและเป็นไปตามคำทำนาย นางอาจเป็นสตรีผู้ทำให้เทวโลกเกิดปัญหาครั้งใหญ่ นางเฟยอี๋คงอยากให้เป็นเช่นนั้น”
“การปรากฏตัวของนางไม่ใช่เรื่องใหญ่ วันใดที่ใต้เท้าจีกงหรือข้ารับมือไม่ไหว ท่านราชาแห่งสวรรค์จะลงมาจัดการด้วยตนเอง ท่านจะไม่ปล่อยให้เทวโลกสักภพหนึ่งล่มสลาย ข้าเชื่อ...”
เทพเจ้าแห่งสายน้ำผู้ทรงคุณธรรม ไว้วางใจได้ เป็นที่รู้จักแม้แต่ปีศาจอสูรมักแอบไปขอความช่วยเหลือจากท่านอยู่หลายครา ไม่หนีว่าเป็นใต้เท้าจีกง มารดาอสรพิษจึงแอบไปพบใต้เท้าเพื่อฝากของสำคัญเอาไว้ เมื่อนางระแคะระคายเรื่องแผนการส่งนางไปยังโลกมนุษย์มาได้สักพักหนึ่งสองสามีภรรยาสบประสานสายตา ด้วยความรู้สึกล้ำลึก ใจนึกถึงนางเฟยอี๋ นึกถึงความรักของตนที่มีต่อบุตรชาย เหยาเหยาเองก็นึกถึงนาง“ข้าหวังว่าจะได้พบท่านย่า... หวังว่านางคงสบายดี...”“นางสบายดี ถึงลำบากอยู่สักเล็กน้อยเพราะวิบากกรรมของนาง ข้าเชื่อว่านางจะกลับมาพร้อมสติ พร้อมเป็นท่านย่าที่ดีของเจ้าแน่ ๆ ระหว่างนี้เราแค่ต้องรอ...” อาเป้ยปลอบประโลมบุตรชาย ส่งขนมหน้าตาน่ารักเป็นตุ๊กตาปั้นจากน้ำตาล ให้เขาเอาเข้าปาก แก้มกลมตุ่ยมีขนมซ่อนอยู่ทำให้นางอดไม่ได้ต้องหยิกมันเบา ๆ“เหยาเหยา... อยู่เที่ยวนรกภูมิกับท่านพ่อท่านแม่อีกสักพักดีไหม?”“ดีขอรับ หากไม่มีเรื่องด่วนอะไร”“เจ้าไม่กลับภพภูมิบาดาลก็ได้ จะกลับก็แล้วแต่เจ้า”“ได้ยังไงเล่าท่านพ่อ บรรดาเทพต่างว่าท่านละทิ้งหน้าที่ เอาแต่ทำตัวติดอยู่กับภรรยา เรื่องการดูแลสายน้ำ ดูแลความเรียบร้อยให้เป็นธุระของข้า
ขณะที่สองสามีภรรยายังคงอยู่ในนทีอันธการ พักฟื้นพลังซึ่งกลับคืนมา แม้การรักษาตัวยังไม่เรียบร้อยดี ในยามเหม่าอาเป้ยมีแรงลุกขึ้นมาถกเถียงกับสามีของนาง“ข้าทำอะไร ๆ ก็ไม่ถูกใจท่าน”“ข้าไม่ได้ว่าเจ้าเลยภริยาข้า เพียงแต่... ข้ามีความคิดว่าเหยาเหยา...” ปลายเสียงเงียบไป บนตั่งนอนในท่าทีสบาย ๆ ของเทพอู่เฉิน จับจ้องใบหน้าเง้างอน สอดปลายนิ้วเข้าไปในเส้นผมนุ่มสลวยอย่างออดอ้อน “เจ้าควรปรึกษาข้าเสียหน่อยเรื่องการตั้งชื่อลูก ควรตั้งให้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ข้าก็ไม่ได้ว่าภรรยาข้าเรื่องการตั้งชื่อให้บุตรชายอย่างตั้งใจว่าไม่ดี”“ชื่อของท่านยังเป็นชื่อง่าย ๆ อู่เฉิน”“ท่านแม่ของข้า... นางมีความคิดง่ายดาย นางอยากเผานางก็เผา นางตั้งชื่อให้ข้าเป็นชื่อง่าย ๆ”“ง่ายดายแต่มีความหมายน่าจดจำ ‘เทพอู่เฉิน’ ข้าเองจดจำท่านได้แต่แรกพบเห็น”“เจ้าจำข้าได้เพราะชื่อ...? ไม่ใช่เพราะข้ารูปงาม ที่เจ้าเคยชื่นชมข้า”อาเป้ยจะหัวเราะสามีก็ไม่กล้า เมื่อใบหน้างามปานหยกสลักดูจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่น จนนางยอมรับกับเทพอู่เฉินว่าเพราะท่านรูปงาม ภายหลังนั้นก็เป็นความรู้สึกจากหัวใจของนางล้วน ๆ แถมนางยังนึกถึงมารดาอสรพิษ“ข้าว่าท่านแม่ออกจ
“ท่าน... อู่เฉิน” ดวงตาคู่สวยพร่าเลือนส่ายมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สบมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนล้ำลึกทว่าสามีของนาง... ไม่เหมือนเดิม! บนตั่งนอนสลักในนรกภูมิที่เฝ้าดูแลนางผู้หลับใหลไปหลายชั่วยาม นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าสามีจะผลัดเกล็ดสีนิลจนไม่มีเหลือ พลังหยินมากมายในนรกภูมิเหลือกลิ่นอายเบาบางราวกับว่าไม่มีปีศาจพำนักอาศัยเส้นผมดำขลับ ยาวประสะโพกสอบบัดนี้กลายเป็นสีขาวโพลน คิ้วเข้มหนาที่เรียบขนานไปกับดวงตาคู่คม กลืนกลายเป็นสีเดียวกัน นัยน์ตาเข้มแข็งลึกลงไปนั้นกลับฉายแววเหนื่อยล้าอ่อนแรงชัดเจน“ไยเจ้าไม่เรียกข้าว่าสามีข้า เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือเจ้าโกรธอะไรข้าอีก เป่าเป้ย...”“ท่าน... ทำไม ทำเช่นนี้...” เสียงสั่นเครือถามอย่างเอาความเสียให้ได้ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอหยาดน้ำใส แววตาไร้เดียงสาของหญิงสาวยามนี้สงสารสามีจับหัวใจ นางกลัวว่านางอาจถูกทิ้งไว้ลำพังกับบุตรชายในเทวโลก หากไม่มีเทพอู่เฉิน นางก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากริมฝีปากแห้งผากและซีดขาวของสามีนางจึงเริ่มตัดพ้อ“ท่านอย่าได้เสียสละสิ่งใดเพื่อข้า ชีวิตของท่านที่ท่านแม่ของท่านให้มา ท่านต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด
ผ่านไปสามราตรีกาล เหยาเหยาเติบโตขึ้นจากร่างเด็กสองขวบเป็นสี่ขวบกว่า ๆร่างกายของเขาเหมือนเด็กบนโลกมนุษย์ทุกประการ ทว่าสติปัญญา การใช้เวทเซียนเป็นเทพมังกรเต็มวัย มีพลังอันแข็งแกร่งเป็นอนันต์ มิรู้เหน็ดเหนื่อยเด็กน้อยสามารถเรียนรู้การใช้เวทเซียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครบอกสอน กระทั่งว่าการข้ามภพภูมิมาในคราแรก บิดาเลือกเส้นทางน้ำไว้ให้เขาเพื่อรักษาพลังระหว่างการเดินทาง มังกรสีดำสนิทสามารถโจนทะยานขึ้นท้องนภา นำพาเจ้าเหลียนเหลียนข้ามไปอีกภพภูมิหนึ่งพลังแห่งการฟื้นฟูรักษาของมังกรเหนียนตนนี้ไม่ผิดไปจากเทพฮ่าวหราน เพียงไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งราชาแห่งสวรรค์ปรากฏตัว ให้การต้อนรับเด็กน้อยทันทีที่ทราบว่าเขาจะเดินทางมาพร้อมกับพยัคฆ์อัคคีท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้เดินทางมาลำพัง นำทหารองครักษ์ฝีมือยอดเยี่ยมติดตามมาด้วยถึงสี่ เทพชั้นสูงระดับองครักษ์ราชาแห่งสวรรค์เพียงหนึ่งอาจเท่ากับกำลังทหารหมื่นนายใต้เท้าจีกงรู้สึกเป็นกังวลหากท่านราชาแห่งสวรรค์มีเรื่องสำคัญซึ่งไม่ได้บอกกล่าว“ท่านพาเขาไป อย่างไรข้าก็ต้องเป็นผู้ไปส่งเขาให้ถึงหน้านรกภูมิ นทีอันธการ เพื่อไม่ให้ผิดใจกับเทพอู่เฉิน จะหาว่าข้าละเลยบุตรชาย
บนตั่งนอนสลักลายอสรพิษในนทีอันธการยามนี้เหลือเพียงท่านและนางตามลำพัง อาภรณ์สกปรกขาดวิ่นเปรอะเปื้อนโลหิตถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดนอนเนื้อผ้าเบาบาง เทพอู่เฉินเกรงว่านางจะนอนไม่สบาย หาหมอนมาให้นางหนุนขาให้สูงขึ้น เรื่องอาหารและยาบำรุงให้เป็นธุระของสองบ่าวอสรพิษที่ลงมาเป็นครั้งคราวโซ่แห่งหยางบนท้องนภาซึ่งเชื่อมต่อกับทางเข้านทีอันธการตรงหุบเหว ถูกปลดเปลื้องออกในไม่กี่วันถัดมา จากที่ก่อนหน้านี้ราชาแห่งสวรรค์ปิดมันเอาไว้ด้วยตระหนักรู้เรื่องการให้กำเนิดเทพ หรือแม้กระทั่งปีศาจผู้ทรงพลัง เป็นที่จับตามองของทั้งเทพและปีศาจอสูร ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทำเพื่อปกป้องหญิงสาวในยามที่นางอ่อนกำลังลง ไม่อาจรู้ว่าภายนอกนั้นมีศัตรูหรือไม่ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่ว่าดีร้าย ออกไปจากนทีอันธการได้หากว่าท่านราชาแห่งสวรรค์ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นปัญหาต่อเทวโลกเทพอู่เฉินเข้าใจเหตุผลของท่านเป็นอย่างดี มีความเชื่อว่าท่านคือราชาผู้ทรงธรรมหลายร้อยหลายพันปีมานี้ เทวโลกและนรกภูมิสงบสุขเพราะท่านจักรพรรดิเป็นผู้มีความคิด ไม่โปรดปรานการเข่นฆ่า ไม่ยึดติดกับสงครามและความเคียดแค้นต่อศัตรู แต่รู้จักการให้อภั
หญิงสาวในสภาพใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ชายอาภรณ์สีดำซึ่งเคยงดงามบัดนี้ขาดวิ่นถึงหัวเข่า ทว่ายังปกปิดต้นขาเรียวขาวเอาไว้ ยามที่นางเดินกระย่องกระแย่ง จับจูงมือเด็กชายในอาภรณ์สง่างาม ผมดำขลับยาวประสะโพกน้อย ขนาดร่างกายก็เตี้ยกว่าหัวเข่าเสียอีก ขึ้นมาจากนทีอันธการเด็กน้อยเพิ่งออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เวทเกราะคุ้มกันสีทองแห่งสำนักเทียนหลงถูกปลดออกด้วยมือสั่นเทาของมารดา นางฝืนใช้เวทเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อพาบุตรชายออกมา“เหยาเหยา... โตไวอย่างที่ท่านเคยบอกกับข้า ไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกชายยามเป็นทารก ข้าดันหมดสติไป...”“ลูกชาย... ข้าหรือ?”ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย จับจ้องมองแววตาสั่นกลัวของเด็กชายตัวน้อยเทพอู่เฉินไม่เคยเกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนี้ ทั้งตื้นตันจนแววตาเอ่อคลอ ตื่นเต้นจนมือสั่นเทาเต็มไปด้วยเหงื่อ กระทั่งเด็กน้อยยอมให้ท่านรวบร่างเล็ก ๆ เข้ามากอดเสียหน่อย ขยับริมฝีปากเล็กจิ๋วเรียกว่า ‘ท่านพ่อ’หลายชั่วยามที่เฝ้ารอทั้งมารดาและบุตรชายด้วยจิตใจร้อนรน เกรงว่าทั้งคู่จะได้รับอันตราย เลวร้ายที่สุดอาจไม่รอดชีวิตอย่างที่แม่เฒ่าอาวุโสได้ให้คำตักเตือนไว้ กล







